วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 338 - มังกรน้อยท่องทะยาน


รูปแบบของ พระราชวังแก่นแท้นั้นลึกลับมาก มีกลไกต่างๆมากมาย การที่จะผ่านกลไกนั้นไปได้นั้นต้องใช้ความสามารถอย่างสูงแม้ว่าจะมีคนผ่านกลไกนั้นไปได้แล้ว กลไกพวกนั้นก็จะยังคงอยู่ไม่ได้หยุดทำงานไปกลไกเหล่านี้นั้นไม่สามารถทำลายได้



การผ่านอุปสรรคเหล่านี้สิ่งแรกที่ต้องพึ่งพาคือความสามารถของตนเอง อย่าได้คิดที่จะใช้เล่ห์เหลี่ยมโดยการตามหลังผู้เชี่ยวชาญระดับสูงโดยให้เขาทำลายกลไกเหล่านี้แล้วค่อยวิ่งผ่านไป



นอกจากนี้พระราชวังใต้ดินนั้นใหญ่มาก อุปสรรคแรกๆนั้นไม่ได้หนักหนาเกินไปสำหรับผู้ที่อยู่ในระดับแก่นแท้วิญญาณ แต่พอมาถึงตรงกลาง ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในระดับ 5 แก่นแท้วิญญาณหรือต่ำกว่าก็ไม่สามารถไปต่อได้ไหว เพราะพื้นที่ต่อไปนั้นมันจะยากยิ่งขึ้น ไปเรื่อยๆ ยิ่งลึกก็ยิ่งยากขึ้น



ในอุปสรรคระดับนี้ ถ้าชูเฟิงต้องการใช้เพียงพลังของตัวเองนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถเดินในพระราชวังแก่นแท้ได้



ดังนั้นชูเฟิงจึงต้องยืมพลังของต้านต้าน ถึงจะสามารถเดินไปใน พระราชวังแก่แท้นี้ได้ มันอาจจะเป็นการโกง แต่ว่าความจริงแล้ว ต้านต้าน นั้นเป็นอสูรวิญญาณของชูเฟิงจึงนับเป็นพลังอย่างนึงของชูเฟิง



มันก็คล้ายๆกับคนที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยปกป้อง จะต่างกันตรงที่ ถ้า2คนนี้ประลองกันนั้น ผู้เชี่ยวชาญจะไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยได้ แต่ผิดกับชูเฟิงที่สามารถยืมพลังจากต้านต้านได้



* วูบวูบวูบ *



ในตอนนี้ชูเฟิงนั้นได้ใช้ทักษะของจักรพรรดินภา พร้อมกับพลังวิญญาณในการตรวจสอบสถานที่ และรวมกับพลังที่ยืมมาจากต้านต้านทำให้ กลไกพวกนี้ไม่มีปัญหาใดๆสำหรับชูเฟิง



ในตอนนี้นั้นชูเฟิงได้เคลื่อนตัวผ่านคนมากมาย ทำให้พวกเขานั้นหันความสนใจมาที่ชูเฟิง และเมื่อเขาเห็นคนที่ผานพวกเขาไปเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะพวกเขาจำได้ว่า ชายหนุ่มคนนี้นั้นคืออัจฉริยะที่ถูกกล่าวขานมากในตอนนี้



       "นี่มันไม่ดีแล้ว มันไม่มีประโยชน์เลยที่เราจะไปต่อ มีผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมมากเกินไป และเพราะพวกเจี้ย ปู้ฟานทำให้เราเสียเวลาด้วย และด้วยพลังของข้าในตอนนี้ ไม่มีทางที่จะตามพวกเขาทัน "



ในทางชูเฟิง ชูเฟิงขมวดคิ้วแน่นเพราะเขาสัมผัสได้ว่าด้านหน้าของเขามีผู้เชี่ยวชาญอยู่ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นอาจจะมีทักษะพิเศษและบางคนอาจจะมีทักษะที่ไม่แพ้ ทักษะจักรพรรดินภาของเขาเลย ในตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงอันดับแรกชูเฟิงอาจจะไม่ติด 1 ใน 10ด้วยซ้ำไป



        "ดูเหมือนว่าข้าได้แต่ลองเดิมพันกับมันดูสินะ "



ต่อจากนั้นชูเฟิงก็ขบฟันของเขาและได้หยุดการวิ่งเขาเอามืของเขาวางบนอกและหลับตาลง ต่อจากนั้นก็มีคนตามมาและพบเห็นชูเฟิง



       "ทำไมเจ้าเด็กนี้ถึงยืนนิ่งล่ะ ทำไมมันไม่ไปต่อล่ะเป็น?"



       "เด็กคนนี้เพิ่งผ่านข้ามาเมื่อกี๊ เขากำลังทำอะไร?"



        "เขามีพลังเพียงระดับที่ 3 แก่นแท้วิญญาณ ดังนั้นข้าจึงคิดว่าการที่เขาเคลื่อนที่ได้เร็วขนาดนั้นเขาต้องแลกด้วยบางอย่างและตอนนี้ผลนั้นกำลังเกิดขึ้นกับเขาอย่างนั้นสินะ"



เมื่อชูเฟิงหยุดอยุ่นิ่ง หลายๆคนจึงแซงหน้าเขาขึ้นไป เมื่อเห็นว่าชูเฟิงยืนอยู่นิ่งเขาก็คาดเดาต่างๆนานาบางคนก็เยาเย้ยเขา แต่ไม่มีสักคนที่จะหยุดมองชูเฟิง พวกเขาทั้งหมดวิ่งไปข้างหน้ากันอย่างสุดฝีมือ



อันที่จริงใครที่สามารถผ่านตรงนี้ไปได้ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นคนที่ความสามารถสูงในระดับแก่นแท้วิญญาณ แต่พวกเขาทั้งหมดนั้นเชื่อมั่นว่าพวกเขาดีพอที่จะผ่านพระราชวังแก่นแท้นี้ไปได้และมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมงานชุมนุมเลือกคู่



และเหตุผลที่พวกเขาหลักที่พวกเขาต้องการที่สุดคือ ลูกแก้วแก่แท้น หมื่นเม็ดที่เป็นของรางวัล พวกเขาจึงทุ่มเทเต็มที่โดยมีเป้าหมายที่ลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณทั้งหมื่นเม็ดนั้น



ดูผ่านๆเหมือนชูเฟิงจะยืนนิ่งๆ แต่ในขณะนั้นบรรยากาศรอบๆตัวเขาพลันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นอากาศหรือพื้นดินต่างเห็นได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างชัดเจน



พลังแก่นแท้ของชูเฟิงนั้นเพิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้เปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พลังเหล่านั้นได้ควบแน่นกันใต้เท้าของชูเฟิง



ทันใดนั้นเกิดหมอกสีฟ้าขนาดใหญ่อยู่ใต้เท้าชูเฟิง หมอกนั้นเพิ่มขึ้นๆ จนเหมือนเมฆ และมันได้กลั่นตัวเองจนเป็นรูปร่าง และ กลายเป็นร่างของมังกรฟ้า



มังกรฟ้า ยาวกว่า5เมตร ดวงตาของมันว่างเปล่าเหมือนไม่รับรู้อะไรเลย แต่ไม่ว่าจะดูยังไงมันก็เป็นมังกร เมื่อเทียบกับผู้ก่อตั้งแล้ว มังกรของผู้ก่อตั้งนั้นตัวสีเข้ม ตัวใหญ่กว่าและดูน่าเกรงขามของชูเฟิงมากกว่า และหากไม่ได้บอกว่ามันเกิดจากพลังวิญญาณนั้น ชูเฟิงอาจคิดว่ามันอาจจะเป็นมังกรที่มีชีวิตจริงๆ



       "ฮ่า ๆข้าทำสำเร็จจริงๆ!"



เมื่อเขาเห็นมังกรสีฟ้าอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา ชูเฟิงก็ดีใจมาก เขานั่งลงบนหลังมังกรฟ้าเหมือนขี่ม้า เพราะมังกรฟ้าตัวนี้นั้นเล็กเกินไปที่จะยืนบนหลังของมันได้ จึงนั่งลงจะดีกว่า



       "ก๊าซซ!" มังกรฟ้าของชูเฟิงนั้นเหมือนมังกรน้อยพึ่งเกิด แม้ว่าเพราะบรรยากาศที่เป็นพื้นที่ปิดทำให้มันไม่แข็งแกร่ง แต่ความเร็วของมันก็ยังรวดเร็วมาก



ชูเฟิงนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงแซงผ่านคนที่ผ่านเขาไปก่อนหน้านี้ ความเร็วของเขาในครั้งนี้นั้นเร็วกว่าเดิมมาก ทำให้กลุ่มคนเหล่านั้นไม่ได้เห็นชูเฟิงอย่างชัดเจนเขาเห็นแค่แสงสีฟ้าวิ่งผ่านเขาไปแค่นั้น



       "เมื่อกี้คืออะไร หรือว่าเป็นคนที่อยู่ในอาณาจักรวิญญาณสวรรค์ " คนเหล่านั้นพูดคุยกัน หลังจากที่ถูกชูเฟิงแซงผ่านไป



ส่วนใหญ่นั้นคิดว่า เป็นพลังของคนที่อยุ่ในระดับอาณาจักรวิญญาณสวรรค์ เพราะถ้าพลังต่ำกว่านั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเคลื่อนที่ได้เร็วขนาดนี้ ในขณะที่บางคนคิดว่าเป็นภาพหลอนเพราะมันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก



       "ฮ่า ๆ ข้าไม่เคยคิดว่ามันเร็วขนาดนี้ นี้ขนาดข้ายังไม่ชำนาญยังสุดยอดขนาดนี้ ถ้าหากข้าชำนาญแล้วนี่ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับอาณาจักรวิญญาณสวรรค์คงไม่สามารถจับตัวข้าได้แน่ๆเลย ฮ่าๆๆ "



ชูเฟิงนั้นรุ้สึกมีความสุขมาก ความเร็วของมังกรทะยานผ่านเก้าสวรรค์นั้น เหนือกว่าทักษะของจักรพรรดินภามากทีเดียว ด้วยความเร็วขนาดนี้อาจจะทำให้เขาสามารถกลายเป็นอันดับ 1 ของพระราชวังแก่นแท้เลยก็เป็นได้



แต่ชูเฟิงก็ไม่ประมาทฝ่ายตรงข้าม เพราะเขายังจำตอนที่เขาสัมผัสความแข็งแกร่งของเฒ่าลามกได้ ความแข็งแกร่งของเฒ่าลามกนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และเฒ่าลามากนั้นเป็นคนแรกที่ก้าวเข้ามาในพระราชวังแก่นแท้



และจนถึงตอนนี้ ชูเฟิงยังไม่พบ ร่องรอยของเฒ่าลามกเลย ซึ่งหมายความว่า เฒ่าลามก นั้นได้ทิ้งห่างชูเฟิงออกไปไกลแล้ว



ดังนั้นไม่เพียงชูเฟิงจะไม่ชะลอความเร็วของเขา แต่ชูเฟิงยังทุ่มสุดตัวโดยใช้พลังทั้งหมดของเขาในด้านความเร็วเขาคิดว่าเขาจะต้องเหนือเฒ่าลามกให้ได้



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


Haridsada Karakete