วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 342 - ระดับ 3 แก่นแท้วิญญาณ



**** เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ****



ทันใดนั้นสายฟ้า สีฟ้าขนาดใหญ่ โจมตีไปที่หัวใจของ ชูเฟิง เป็นเหมือนอสูรร้ายน่ากลัว แต่ชูเฟิงไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านและเขารู้สึกว่าร่างกายเขาเกิดการชาไปทั้งตัว



อย่างไรก็ตามชูเฟิงรู้สึกว่า สายฟ้าขนาดใหญ่ได้เริ่มที่โจมตีหัวใจของเขาและสายฟ้านั้นก็แล่นผ่านไปในเส้นเลือดทั่วทั้งร่างของเขา และมันได้หลอม รวมเข้ากับเขาอย่างรวดเร็ว



ในทันใดนั้นชูเฟิงรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง จนร่างกายของเขาสั่นสะท้านรวมทั้งตันเถียนของเขาด้วย ดวงตาของเขาสว่างขึ้นในทันใด การรับรู้และการได้ยินของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้แต่เสียงหญ้า ขยับ เขายังได้ยินอย่างชัดเจน



เขารู้สึกว่า ร่างกายของเขารู้สึกว่าแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ความแข็งแกร่งของเขามีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย และเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในร่างกายของเขา



เขารู้สึกถึงพลังแก่นแท้วิญญาณ รอบๆตัวของเขา ในที่สุดเขาก็ทะลวงระดับผ่านเข้าสู่ ระดับแก่นแท้วิญญาณ และยังไม่หมดแค่นั้นพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนว่ามันยังไม่มีท่าทีที่จะหยุด



มันเป็นพลังที่มหาศาลภายในตันเทียนของชูเฟิง ชูเฟิงรู้สึกถึงพลังที่บริสุทธิ์ที่ซึมซับมาภายในร่างและหลอมรวมเข้าไปในตันเทียนของเขาและระดับพลังของเขาก็คงยังเพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ



จากระดับ 9 ห้วงวิญญาณ พลังของเขาเพิ่มขึ้น ระดับ 1 แก่นแท้วิญญาณ , ระดับ 2 แก่นแท้วิญญาน , ระดับ 3 แก่นแท้วิญญาณ เพียงเสี้ยวอึกใจเขาก็สามารถก้าวสู่ ระดับ 3 แก่นแท้วิญญาณ ได้



        “ข้าทำสำเร็จแล้ว ข้าทำสำเร็จ!!! ต้านต้าน เจ้าเห็นไหม ข้าทำสำเร็จแล้ว " ชูเฟิงรู้สึกมีความสุขอย่างหาที่ใดเปรียบ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลายเป็นความอิ่มอกอิ่มใจอย่างมาก จนใบหน้าของเขาเห็นแต่ความสุขและความดีใจ



        “ฮ่าๆ ข้าแข็งแกร่ง ขึ้นอีกแล้ว " 




       "ใช่แล้วมันเป็นความจริงที่ว่าพลังของเจ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งอย่างมาก ระดับพลังของเจ้าเท่ากับข้าแล้ว ในตอนนี้เจ้าก็ไม่จำเป็นต้อง ยืมพลังของข้าแล้วซินะ แล้วข้าคิดว่าพลังของเจ้าตอนนี้ ก็เหมือนกับเจ้าเป็นราชันย์ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญระดับแก่นแท้วิญญาณทั้งหมดแล้ว " ต้านต้าน กล่าว



บนใบหน้าของ ต้านต้าน ในทำนองเดียวกัน เธอก็รู้สึกมีความสุขและปรากฏรอยยิ้มหวานqบนใบหน้าที่น่ารักของนาง แน่นอนว่าท่าใครเห็นรอยยิ้มของนางทุกคนต้องหลงเสน่ห์ นางเป็นแน่ แต่น่าเศร้าที่ไม่มีใครสามารถที่จะได้เห็นรอยยิ้มงามๆ ที่สามารถ กล่าวได้ว่า รอยยิ้มของนางนั้นหยุดโลกทั้งใบไว้ได้เลย



      ' พลังของข้าแข็งแกร่งขึ้นมาก ๆ ข้ารู้สึกดีจริงๆ ถึงแม้ว่าตอนยืมพลัง ของ ต้านต้าน ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นก็จริง แต่นี่ข้ารู้สึกว่านี่คือพลังของตัวข้าเอง '



ชูเฟิงหัวเราะอย่างรวดเร็ว และ เรียกใช้สายฟ้าสีทองในร่างกายเขา เมื่อสายฟ้าสีทองถูกใช้งาน พลังแก่นแท้ระดับ 3 ของเขา ก็ก้าวเข้าสู่ ระดับ 4 แก่นแท้วิญญาณ ทันที



หลังจากนั้นในความคิดของชูเฟิง เขาคิดเกี่ยวกับ สายฟ้าสีทองและสายฟ้าสีฟ้า 



         'หลังจากที่สายฟ้าสีฟ้าไหลเข้าผ่านร่างกายของข้าและข้าเรียกใช้งานสายฟ้าสีทอง เหมือนกับข้ารู้สึกว่า สายฟ้าสีทองที่เป็นกระแสมันได้ไปหลอมรวมเข้ากับสายฟ้าสีฟ้า อีกทั้งยังเพิ่มพลังให้กับมัน'



รูปแบบพลังของเขานั้นไม่เหมือนคนอื่น อาจกล่าวได้ว่าไม่สามารถมองข้ามได้ แต่ถ้าหากถูกคนอื่นเห็น คนที่เห็นย่อมตกใจเป็นแน่ เพราะมันไม่ได้มีรูปแบบที่ธรรมดา มันเหมือนกับว่ามีสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งอย่างมาก อาศัยอยู่ภายในร่างกายของเขา



ส่วนที่สำคัญคือกลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่งของชูเฟิงพลังของชูเฟิง จากระดับ 4 แก่นแท้วิญญาณ เขาก็ก้าวเข้าสู่ ระดับ 5 แก่นแท้วิญญาณ



       " ชูเฟิงพลังของเจ้าเพิ่มขึ้นอีกแล้ว มันน่าประทับใจมาก ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้อำนาจพลังใหม่เพิ่มขึ้นสินะ ถึงกับสามารถทำให้เจ้าเพิ่มพลังได้ถึง 2 ระดับ "



       " ดังนั้นพลังที่แท้จริงของเจ้า ไม่น่าจะอยู่ที่ระดับ 3 แก่นแท้วิญญาณ แต่เป็นระดับ 5 แก่นแท้วิญญาณ ? "



การเปลี่ยนแปลงของร่างกายของชูเฟิง ต้านต้านก็รู้สึกตกใจอย่างมาก เธอไม่ได้คาดหวังว่าหลังจาก ทะลวงเข้าสู่ระดับ3 แก่นแท้วิญญาณ  ชูเฟิงได้ยกระดับความสามารถของเขาและเขาสามารถ เพิ่มพลังขึ้นได้อีก 2 ระดับ



       " ระดับ 5 แก่นแท้วิญญาณ ก็ยังคงอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับ เจี่ยง หวู่ชาง การบ่มเพาะพลังของข้ายังคงห่างไกลจากระดับ วิญญาณสวรรค์อยู่พอสมควร "



ชูเฟิง รู้สึกว่าการที่สายฟ้าศักสิทธิ์ ผ่าเขาตอนนั้น ตอนนี้เขารู้สึกยินดีอย่างมาก แต่ตราบใดเมื่อเทียบกับ เจียง หวู่ชาง พลังของเขาก็ยังไม่ถึงขั้น เขารู้สึกว่าเขาต้องพยายามมากกว่านี้ อย่างน้อยในตอนนี้เขาพูดได้เลยว่า ในรุ่นเดียวกันกับเขา เขาไม่ได้เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด



        " เจียง หวู่ชาง  แข็งแกร่งมากจริงๆ  ราชวงศ์เจียง ผู้ที่ปกครอง อาณาจักรทั้งเก้าอยู่ และเขาเป็นคนสายเลือดของราชวงศ์เจียง เขาอาจกล่าวได้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นอย่างมาก ในรอบ พันปี นี้ "



        " เขาได้รับการฝึกที่ดีที่สุดตั้งแต่เกิด และไม่เพียงแต่มีคนแนะนำเขาด้านการบ่มเพาะพลัง เขายังได้รับทรัพยากรที่ดีที่สุดในการบ่มเพาะ พลังอีกด้วย และตราบใดที่เขาได้รับทรัพยากรเหล่านั้น มันก็สมเหตุผลละว่า ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งขนาดนั้น "



       " แต่สำหรับเจ้า ที่เริ่มการบ่มเพาะพลังตอน อายุ 10 ปี จนถึงอายุ 15 ปี พลังของเจ้าไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย แม้แต่น้อย รู้ไม๊ว่าเพราะอะไร ? "



       " เพราะร่างกายของเจ้า มัน พิเศษ เพราะเจ้าไม่ได้มีทรัพยากรใดๆ ช่วยในการบ่มเพาะพลังร่างกายพิเศษของเจ้า ไม่เหมือนกับเขา นี่ละข้อเสียของจุดเริ่มต้นของเจ้า กับของเขา "



       " แต่ด้วยเวลาเพียง 1ปี ที่เจ้าก้าวเข้าสู่ ระดับ3 แก่นแท้วิญญาณ จากระดับ 2 ห้วงวิญญาณ และเจ้าไม่ได้รับทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังที่เพียงพอ ในขณะที่เขาพึ่งพาตระกูล แต่การบ่มเพาะพลังของเจ้าเกิดขึ้นด้วยพลังของเจ้าเอง นี่คือความแตกต่างที่แน่ชัด "บนใบหน้าของ ต้าน ต้านปรากฏความภาคภูมิใจในตัวชูเฟิงอย่างมาก



       " หึหึ ต้านต้าน ขอบคุณเจ้ามากที่ให้คำแนะนำกับข้า ที่จริงเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งข้าต้องท่องไปทั่วอาณาจักรทั้งเก้า และข้าจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก เพราะข้าอยากรู้เกี่ยวกับ พ่อแม่ของข้า และครอบครัวของข้า ข้าต้องหาพวกเขาให้พบให้ได้ "



       " ข้าจะตามหาคนที่ปิดผนึก เจ้าไว้ในร่างกายของข้า และข้าจะหาวิธีที่จะปลดผนึกตราประทับและคืน เสรีภาพให้กับเจ้า " ชูเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม



หลังจากได้ยินคำพูดของชูเฟิง หัวใจของ ต้านต้าน เต้นแรงเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้กล่าวตอบอะไรชูเฟิง นางเพียงแต่เงียบเท่านั้น



       " อันที่จริง เมื่อเทียบกับ เจียง หวู่ชาง ข้าอยากรู้จักเขามากกว่านี้ ข้าคิดว่าเขาเองก็อาจจะมีกายศักสิทธิ์ อยู่เป็นแน่ "



แต่ในตอนนั้นความคิดของชูเฟิง ก็พลันนึกถึง สาวชุดม่วง ในหุบเขาพยัค นางเป็นเหมือน เจียง หวู่ชาง แต่อายุนางยังน้อยกว่า แต่ความแข็งแกร่งของนางก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา



      " นางในตอนนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก แต่นั้นก็ผ่านมาแลว 1 ปี  1  ข้าไม่รู้ว่าพลังของนางจะเพิ่มขึ้นมากขนาดไหน " ชูเฟิงคิดอย่างหนักเพราะเธอนั้นมี กายศักสิทธิ์ ที่เทพประทานมาให้



****ก๊อก ก๊อก ก๊อก****



        “น้องชูเฟิง !”



ในเวลานั้นเสียงเคาะประตู และเสียงเรียกก็ดังขึ้นที่ตรงประตู จากนั้น ชูเฟิงที่ได้ยิน เขาจำได้ว่ามันเป็นเสียงของ กู่ โบ



ชูเฟิงเดินไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว และเพียงเวลานั้นเขาสังเกตว่าท้องฟ้าพลันมืดมาก และเขาไม่รู้เลยว่าเขาได้ใช้เวลาไปมากในตอนนั้น



กู่ โบ ที่ยืนอยู่หน้าประตู เมื่อเขาเห็นชูเฟิง เขายิ้มและกล่าวว่า " น้องชูเฟิง เขาบอกว่าการชุมนุมคัดตัวจะเริ่มในเร็วๆนี้ และท่านไม่ควรพลาด  "กู๋โบ๋พูดและกล่าวขึ้น ใบหน้าของเขาในตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก



        " นอกจากนี้ นิกายโลกวิญญาน พี่ใหญ่ สู่ จงหยู๋ ได้มาถึงที่นี่แล้ว และเขาต้องการจะพบท่าน " 



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

#### ช่วงความคิดเห็น ของผู้แปล#### 

A: ชูเฟิงนายต้องช่วย ต้านต้าน ออกมาให้ได้นะ พวกเราคนแปลและคนอ่านเป็นกำลังใจให้ !!!!!

A: ไม่เพียงแต่นายจะได้เมียเพิ่ม อาจกล่าวได้ว่านายอาจได้เมียที่สวยที่สุดเลยก็ว่าได้ “บันไซ บันไซ!!!!”

ชูเฟิง: พวกเจ้าทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงข้าก็คิดไว้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่ง ข้าจะเอานางมาเป็นเมียให้ได้ !!!

#### ปล.ชูเฟิงไม่ได้กล่าวไว้

แปลโดยคุณ#Ate N'isFilm