วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 343 - การแต่งงานหมู่



    “ดูเหมือนว่าในที่สุดก็ได้เวลาแล้วซินะ”



     หลังจากได้ยินคำพูดของ กู๋โบ่ ทันที ชูเฟิง พลันนึกออก หากว่า กู๋โบ่ ไม่กล่าวเตือน เขาคงจะลืมไปแล้วว่า คืนนี้เป็นการเริ่มต้นของงานแต่งงานหมู่ และเขาจะได้พบกับสาวงามมากกว่าร้อยนาง



     “ถูกต้อง !! หากไม่มีเหตุการณ์ใดผิดพลาด คืนนี้คฤหาสน์จะทำการประกาศเริ่มต้น การต่อสู้ระหว่างพวกเรา กับหุบเขาพันปิศาจ โดยใช้ชื่อการแต่งงานหมู่เป็นฉากบังหน้า พวกเขาจะดึงพวกเราทั้งหมดเข้าสู่การต่อสู้” กู๋โบ่ กล่าว



     “โฮ่…..มันจะเป็นอย่างนั้นรึ หรือว่ามันจะเป็นอย่างที่ข้าและคนอื่นๆ คาดหวังกัน” ชูเฟิง กล่าวพลางยิ้ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโหยหา



     “บางที่….พวกเราลองไปดูที่ศิษย์พี่ ซู ชงหยู ก่อนดีกว่า เขาอาจจะล่วงหน้าไปแล้วก็ได้” ในขณะนั้น สองพี่น้องเดินกอดไหล่ตรงไปยังสถานที่จัดงาน



     พื้นที่หลักของคฤหาสน์นั้นกว้างใหญ่มาก ในพื้นที่ถูกประดีบไปด้วยโคมไฟหลากสี ที่แขวนระโยงจากตำหนักที่สวยงามในบริเวณนั้น อีกทั้งโดยรอบยังมีเวรยามแน่นหนา



     แต่ในคืนนี้นั้น สถานที่งดงามที่สุดไม่ใช่ที่พื้นที่หลักของคฤหาสน์ แต่เป็นที่ยอดเขาสูงนอกคฤหาสน์



     ที่ยอดเขานั้น รายล้อมไปด้วยเมฆหมอก อีกทั้งทางด้านข้างยังมีน้ำตกที่สวยงาม งานเฉลิมฉลองจึงถูกจัดขึ้นที่ยอดเขานั่น มันให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก



     ณ สถานที่จัดงาน

     อย่างไรก็ตาม หลังจากการทดสอบนั้น จากผู้คนนับหมื่น มีผู้ที่สามารถผ่านการทดสอบได้เพียงพันกว่าคน พวกเขาเหล่านั้นต่างได้ชื่อว่าอัจฉริยะทั้งหมด  และไม่มีใครที่เหนือกว่าใครทั้งสิ้น



     “ที่นี่ค่อนข้างครึกครื้นเลย ดูเหมือนว่า ทางคฤหาสน์จะได้จัดเตรียมสถานที่นี้ไว้นานแล้วนะ”



     เมื่อขึ้นมาถึงยอดเขา และมองไปทั่วทั้งบริเวณ มันให้ความรู้สึกราวกับว่าอยู่บนสวรรค์ ทั้งทัศนียภาพที่สวยงาม และสิ่งก่อสร้างที่สวยงามทั้งหมด ชูเฟิง ฉุกคิดได้ทันที่ว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้ทรัพยากร และกำลังคนของคฤหาสน์จำนวนมาก



     ในขณะเดียวกันนั้น ด้วยชื่อเสียงของคฤหาสน์แห่งนี้ ทำให้เหล่าขุมอำนาจต่างๆ สามารถมารวมตัว และพูดคุยกันได้



     ทุกคนที่รวมตัวกันที่นี่นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีชื่อเสียงของคนรุ่นใหม่ บางคนก็เป็นผู้นำในบางสถานที่ และในโอกาสเช่นนี้ จึงมีหลายคนที่ใช้ช่วงเวลานี้เพื่อสานสัมพันธ์กับคนอื่นๆ



     นอกจากชายหนุ่มทั้งหลาย ที่ผ่านการทดสอบ และมีสิทธิ์ในการเข้าร่วมการชุมนุม ที่ถูกจัดขึ้น ณ ยอดเขาสูงแห่งนี้ ยังมีเหล่าสมาชิกของคฤหาสน์อีกมากมาย โดยที่สมาชิกเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นสาวงามทั้งสิ้น



     เหล่าสมาชิกสตรีของคฤหาสน์นั้นค่อนข้างพิเศษ พวกนางสวมใส่ชุดของคฤหาสน์ และแต่ละนางยังประดับเครื่องประดับมาคนละหนึ่งชิ้น ทำให้พวกนางนั้นยิ่งน่าหลงใหล ที่เป็นเช่นนี้ เพราะพวกนางต่างมีเหตุผลของพวกนาง



     แม้ว่าสมาชิกสตรีของคฤหาสน์นั้น จะมีความสามารถ และสถานะที่สูงส่ง แต่ที่นี่คือการรวมตัวของเหล่าอัจฉริยะจากทั่วทั้งทวีป โดยธรรมชาตินั้น อิสตรีย่อมคู่กับบุรุษ และในอัจฉริยะหนุ่มเหล่านี้ คนใดคนหนึ่งอาจเป็นสามีของพวกนางในอนาคตก็เป็นได้



     อัจฉริยะหนุ่มส่วนใหญ่นั้น ยินดีที่จะสนทนาเพื่อสานสัมพันธ์กับสาวงามของคฤหาสน์ แต่สมาชิกสาวของคฤหาสน์นั้น มีเพียงหนึ่งร้อยนาง ดังนั้นจึงมีอัจฉริยะเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น ที่จะได้แต่งงานกับพวกนาง



     อย่างไรก็ตาม หลายๆ คนไม่อยากที่จะกลับไปมือเปล่า ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะทำความรู้จักสาวงามเหล่านั้น แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้แต่งงานกับพวกนาง แต่นี่ก็เป็นวิธีที่พวกเขาพอใจจะทำ



     “ข้าไม่เคยคิดเลย ว่าแม้แต่เหล่าคนรุ่นก่อนๆ ก็มาด้วย”



     ในขณะนั้น ชูเฟิง กวาดสายตาของเขา และจ้องมองไปภายในตำหนักที่พิเศษหลังหนึ่ง เขาพบว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงในรุ่นก่อนหน้าเขา กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนาน และพลออร่าของพวกเขาเหล่านั้น ต่ำสุดอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นแก่นวิญญาณ และมีบางคนที่ ชูเฟิง ไม่สามารถตรวจสอบได้ นั่นแสดงว่าพวกเขาเหล่านั้น มีพลังวิญญาณในขั้นแดนสวรรค์



     “อืม……ส่วนใหญ่พวกเขาเพิ่งจะมาในวันนี้ และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มาจากนิกายโลกวิญญาณของข้า และข้าก็มั่นใจว่าเหตุที่พวกเขามานั้น เพราะพวกเขาเกรงว่าเหล่าอัจฉริยะรุ่นใหม่ของพวกเขาจะเป็นอันตราย การจัดงานแต่งหมู่ของคฤหาสน์นี้ช่างประสบผลสำเร็จอย่างมาก เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายจะต้องถูกดึงเขาไปในการต่อสู้กับหุบเขาพันปิศาจแน่นอน” กู๋โบ่ ถอนหายใจ และกล่าวพลางยิ้มออกมา



ใช่แล้ว !! ชูเฟิง ข้าได้รับข่าวบางอย่างมา หลังจากสิ้นสุดการทดสอบ ผู้จัดการเข้าไปตรวจสอบภายในปราสาท และพบว่าตาแก่ลามก วัง เฉียง นั่น กลายเป็นศพอยู่ภายในปราสาท”



     “มันอาจเป็นแผนการของผู้อาวุโส เพื่อจัดการกับเขา ยังไงก็ตาม ข้าสงสัยว่าใครเป็นคนสังหารเขาภายในปราสาทไร้สิ้นสุดนั่น เพราะว่าเขามีพลังวิญญาณอยู่ในขั้นแดนสวรรค์”



     “อาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นในนั้นก็เป็นได้” ชูเฟิง กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ และตกใจ เพราะเขารู้ว่าใครเป็นผู้สังหาร นั่นจะต้อวเป็นคนที่มาจากราชวงศ์เจียง เจียง หวู่ชาง แน่นอน



     “นั่น !! ถัง ยี่สุ่ย กับ ซ่ง ฉิงเฟิง มาแล้ว !!”



     ทันใดนั้ย เสียงกรี้ดกร้าดของสาวงามจากคฤหาสน์ก็ดังขึ้น พวกนางราวกับคลื่นมนุษย์ถาโถมไปที่ทางเดินขึ้นสู่ยอดเขา



     “เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งสุดๆ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของ อาณาจักรถัง และ อาณาจักรซ่ง ไปดูกัน !!” หลังจากได้ยินถึงการมาของสองอัจฉริยะ ผู้คนรอบข้างต่างเกิดความโกลาหล และเริ่มวิ่งไปยังทางขึ้นเขาทันที



     “อัจฉริยะที่มีชื่อเสียง และได้รับเทียบเชิญมาแล้ว เจ้าจะไปดูไหม” กู๋โบ่ กล่าวถาม



     “ได้ซิ ทำไมจะไม่ไปดูล่ะ ยังไงซะ พวกเขาก็คือคนที่มีชื่อเสีงของคนรุ่นใหม่” ชูเฟิง กล่าวตอบพลางยิ้มบาง และเริ่มก้าวเดินตามหลังฝูงชนไป



     หลังจากก้าวผ่านฝูงชนจำนวนมากเข้ามานั้น ชูเฟิง เห็นชายหนุ่มสีคนที่ยอดเขา และถูกล้อมนรอบไปด้วยเหล่าผู้อาวุโส และเหล่าลูกศิษย์ 



     แม้ว่าบนใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสี่นั้น ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง แต่พวกเขาก็แสดงออกถึงความเย่อหยิ่งบนใบหน้าของพวกเขา จากเสียงกระซิบของผู้คนรอบข้าง ชูเฟิง จึงได้รู้ว่าทั้งสี่คนนี้คือใคร



     จากอาณาจักรถัง ถัง ยี่สุ่ย



     จากอาณาจักรซ่ง ซ่ง ฉิงเฟิง



     จากอาณาจักรหยวน ไป่ หยุนเฟย



     จากอาณาจักรหมิง หลิว เสี่ยวเหยา



     “อาจกล่าวได้ว่า พวกเขาทั้งสี่คนนั้น มีผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในคนรุ่นใหม่ แต่เพราะพวกเขาพูดจาดูถูกอาณาจักรมังกรฟ้า พวกเขาจึงถูกท้าทายโดย ชาง เทียนยี่ และพ่ายแพ้ให้กับเขา” กู๋โบ่ กล่าวอย่าแผ่วเบากับ ชูเฟิง



     “ดูถูกอาณาจักรมังกรฟ้า !!...............มิน่าล่ะ” หลังจากได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิง ชมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมทั้งจดจำใบหน้าของบุคคลทั้งสี่ เขาก็มาจากอาณาจักรมังกรฟ้าเช่นกัน ดันนั้นเขาจึงไม่ประทับใจในอัจฉริยะทั้งสี่นี่ แต่เขายิ่งชื่นชม ชาง เทียนยี่ มากยิ่งขึ้น



     ***** ฟ้าววววว ******



     ทันใดนั้น มีประกายแสงพุ่งผ่านศรีษะของคนทั้งสี่ และคนของคฤหาสน์ และมาหยุดอยู่ที่กลางฝูงชนทั้งหมด



     นั่นคือ ชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาเป็นอัจฉริยะในรุ่นเดียวกับกับบุคคลทั้งสี่ อายุของเขาประมาณยี่สิบปี แต่เมื้อเทียบเสื้อผ้าของเขากับบุคคลทั้งสี่นั้น เขาดูราวกับสามัญชนทั่วไป



     เสื้อผ้าของเขานั้นดูปกติมาก และเขาก็ไม่ได้มีใบหน้าที่หล่าเหลา อีกทั้งเสื้อผ้าของเขาก็ทำมาจากผ้าธรรมดาๆ เท่านั้น บนร่างกายของเขาไม่มีส่วนไหนเลยที่แสดงถึงความสง่างาม และด้วยความแข็งแกร่งที่เขาปลดปล่อยออกมานั้น ทุกคนต่างรู้ได้ทันที่ว่า ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา



     จากออร่าพลังที่เขาแผ่ออกมานั้น มันบ่งบอกว่าเขามีพลังวิญญาณระดับ 1 ขั้นแดนสวรรค์อย่างแท้จริง



     อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบพลังวิญญาณของเขานั้น ชูเฟิง กลับถูกดึงดูดจากอาวุธลึกลับที่หลังของเขามากกว่า เพราะมันคือดาบไม้ แต่มันไม่ใช่ดาบไม้ธรรมดา มันมีรูปแบบที่ซับซ้อน อีกทั้งยังปล่อยพลังที่น่าเกรงขามออกมา



     เขาเคยเห็นวัตถุที่มีลักษะคล้ายๆ กันนี้ บนร่างกายของ เจี่ย ปู้ฟาน นั่นคือ เกราะหนาม มันก็ปล่อยพลังงานที่น่าเกรงขามออกมาเช่นกัน นี่แสดงให้เห็นว่า ดาบไม้นั่นจะต้องเป็น ยอดอาวุธอย่างแน่นอน
[ T/N ยุทธภัณฑ์ชั้นยอดหรือสุดยอดศาสตราวุธ ]


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ abhisit siriroop


หากจื่อหลิงปรากฏตัวออกมาแล้วเจอชูเฟิงเสนอหน้าอยู่

นางที่เคยถูกชูเฟิงจับนมในหุบเขาพยัคฆ์ขาวจะมีสีหน้าเช่นไร

แค่จับยังไม่พอมันยังขยี้อีกด้วย

ต้องขออภัยสำหรับสุภาพสตรีที่อ่านนิยายเรื่องนี้ด้วยน้า!!!

โปรดติดตามตอนต่อไปนะ สนุกแน่ตอนต่อๆไป