วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 344 - ยอดอาวุธ


     

     “มู่หรง หยู………….นายน้อยแห่งหุบเขาดาบ มู่หรง หยู !!”



     “นั่น !! ….. ที่ด้านหลังของเขา นั่นมันยอดอาวุธ ดาบไม้ศักดิ์สิทธิ์ !!” เมื่อผ้าคลุมของเขาสะบัดออก พลันเหล่าผู้คนรอบข้างต่างตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะรุ่นใหม่ของอาณาจักรสุ่ย



     “มู่หรง หยู ดูเหมือนว่าเจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วซินะ ถึงได้กล้าข้ามหัวของข้า !!”



     “มู่หรง หยู เจ้าบ้าหนือเปล่า ที่คิดว่าเจ้าเหนือกว่าผู้อื่น เพียงเพราะเจ้าเป็นนายน้อยแห่งหุบเขาดาบ !!”



     ในขณะนั้น ใบหน้าของอัจฉริยะทั้งสี่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว พวกเขาจ่างมองไปที่ มู่หรง หยู เป็นตาเดียว เห็นได้ชัดว่าการกระทำของ มู่หรง หยู นั้น ทำให้พวกเขาต่างไม่พอใจ



     “มันเป็นเพราะว่าพวกเจ้ามาขวางเส้นทางของข้า ข้าจึงต้องกระโดดข้าวหัวพวกเจ้ามา แต่หากบอกว่าข้าเหนือกว่าพวกเจ้า ข้าก็ยินดีจะรับไว้ แต่นั่นก็เหมือนกับการทำให้พวกเจ้าเองต้องขายหน้า” มู่หรง หยู กล่าวพลางยิ้ม และเตรียมจะเดินทางสู่ยอดเขา



     “หยุดอยู่ตรงนั้นซะ มู่หรง หยู !!” แต่ก่อนที่ มู่หรง หยู จะได้จากไป อีจฉริยะทั้งสี่ต่างกระโจนมาล้อมรอบเขาเอาไว้



     ในขณะนั้น ทุกคนต่างรู้ในทันทีว่า อัจฉริยะทั้งห้านั้น ต่างมีความขัดแย้งซึ่งกันและกัน และดูเหมือนว่า พวกเขาจะเข้าห้ำหั่นกันในอีกชั่วอึดใจข้างหน้า



     และในเวลาเดียวกันนั้น เหล่าผู้อาวุโสที่กุมอำนาจจากที่ต่างๆ ที่อยู่บนยอดเขานั้น ต่างออกมาดูทั้งสิ้น เพราะว่าพวกเขาต้องการชมการต่อสู้ระหว่างอัจฉริยะรุ่นใหม่



     “สุนัขที่ดีย่อมไม่ขวางทาง หลีกไปซะ” พลัน มู่หรง หยู กล่าวออกมาอย่างไม่มีการไว้หน้า พร้อมกับขมวดคิ้วของเขาแน่น



     “มู่หรง หยู เจ้านี่มันหยิ่งผยองจริงๆ เจ้าคิดว่ามีแต่เจ้าเพียงคนเดียวรึไง ที่สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นแดนสวรรค์ได้” ทันใดนั้น อัจฉริยะทั้งสี่สูดหายใจเข้าอย่างแรง และปลดปล่อยพลังขั้นแดนสวรรค์ออกมา พลันบรรยากาศรอบด้านบิดเบี้ยว และอัดแน่นไปด้วยพลังขั้นแดนสวรรค์ของอัจฉริยะทั้งสี่



     “ผู้ที่ได้รับเทียบเชิญทุกคนแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ แผนการในอนาคตจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน”



     “ข้าขอขอบคุณพี่น้องผู้อาวุโสทั้งหลาย และเหล่าลูกศิษย์ยิ่งนัก ที่ได้ส่งเหล่าอัจฉริยะของพวกท่านมาเข้าร่วมงานในครั้งนี้ หากว่าสาวงามจากคฤหาสน์ของข้าได้เป็นภรรยาของอัจฉริยะของพวกท่าน จะมีความปราถนาใดที่จะดีเยี่ยมเช่นนี้อีก”



     เมื่ออัจฉริยะทั้งสี่แสดงความแข็งแกร่งออกมานั้น ผู้คนรอบๆ ด้านต่างอยู่ในความโกลาหล อย่างไรก็ตาม เหล่าสาวงามทั้งหลายนั้นต่างออกไป พวกนางกลับจ้องมองการแสดงพลังนี้อย่างตั้งใจ อีกทั้งยังก้าวเข้าไปหาพวกเขาอย่างต่อเนื่อง เพราะพวกนางต้องการสามีที่แข็งแกร่งไว้พึ่งพา



     “ถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะเข้าสู่ขั้นแดนสวรรค์ได้ แต่พวกเจ้าก็ยังเป็นแค่สุนัขที่พ่ายแพ้ให้กับ ชาง เทียนยี่ เท่านั้น” ในขณะนั้นสายตาดูถูกของ มู่หรง หยู ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย แต่เขากลับยิ้มเยาะเย้ยออกมา



     “มู่หรง หยู ถ้าวันนี้เจ้ายังไม่เลิกหยิ่งผยองอีก ในสถานนที่แห่งนี้ ข้าจะมอบบทเรียนให้แก่เจ้าในฐานะพ่อของเจ้า” ในทันทีที่เรื่องน่าอับอายถูกกล่าวออกมา ดวงตาของอัจฉริยะทั้งสี่ต่างลุกโพลงด้วยความโกรธ และพวกเขาต่างเข้าโจมตี มู่หรง หยู ทันทีโดยไม่มีการกล่าวใดๆ ออกมาอีก



     อัจฉริยะทั้งสี่ต่างไม่ได้ใช้ทักษะใดๆ เข้าโจมตี พวกเขาใช้เพียงแค่หมัด และเท้าของพวกเขา แต่หมัดและเท้าของพวกเขาอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณขั้นแดนสวรรค์ ก้อนหินถูกบดจนเป็นผุยผงตลอดเส้นทางที่พวกเขาเคลื่อนที่ผ่าน



     หมัดของผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์นั้น บางทีอาจสะบั้นได้แม้กระทั่งภูเขา และเท้าของพวกเขาอาจตัดได้แม้กระทั่งสายน้ำที่ไหลเชี่ยว



     “พวกเจ้าเลือกเองนะ !!”



     ขณะนั้น มู่หรง หยู สูดหายเจ้าเข้า พร้อมกับยิ้มบางออกมา เขาดึงดาบไม้ศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว พลันสัญลักษณ์แปลกๆ ลอยอยู่รอบๆ ดาบไม้ศักดิ์สิทธิ์นั่น และเพียงชั่วขณะสัญลักษณ์เหล่านั้นก็ลอยเข้าสู่ร่างกายของ มู่หรง หยู พลังออร่าของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว



     ***** วู้ชชชชชช *****



     ขณะที่ มู่หรง หยู ชี้ดาบไปที่อัจฉริยะทั้งสี่นั้น แรงกดดันมหาศาลก็กดทับลงมาจากท้องฟ้าอย่างรุนแรง ก้อนหินและเม็ดทรายใต้เท้าของพวกเขาต่างลอยขึ้น พลันหลุมลึกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น อัจฉริยะทั้งสี่นั้นไม่อาจต้านแรงกดดันนี้ได้ พวกเขาถูกแรงกดดันจนทำให้ล้มลงกับพื้น และไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้



     “สวรรค์ !! มู่หรง หยู แข็งแกร่งจริงๆ เขาเพียงคนเดียวสามารถเอาชนะอัจฉริยะทั้งสี่ได้”



     “ไม่ใช่ !! ไม่ใช่ว่า มู่หรง หยู แข็งแกร่งกว่าอัจฉริยะทั้งสี่ แต่เป็นเพราะ ดาบไม้ศักดิ์สิทธิ์ ต่างหากที่แข็งแกร่งเกินไป ไม่ใช่เพียงแค่ ถัง ยี่สุ่ย, ซ่ง ฉิงเฟิง หรือคนอื่นๆ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับสอง ขั้นแดนสวรรค์ ยังต้องหลีกเลี่ยงการปะทะ”



     “ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ ตามตำนานกล่าวว่า ยอดอาวุธนั้น ใช้แร่ธาตุที่ลึกลับในโลก และถูกสร้างขึ้นโดยผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีม่วง ที่มีพลังขั้นเทพสงคราม อาจกล่าวได้ว่าพลังของยอดอาวุธนั้น สามารถทำให้โลกนี้สั่นสะเทือนได้เลยที่เดียว จึงไม่แปลกที่จะชื่นชมยอดอาวุธเช่นนี้ เพราะมันคือที่สุดของโลกนี้แล้ว”



     “ถูกต้อง มันเป็นสมบัติที่ถูกสืบทอดมาแต่โบราณ และในตอนนี้ภายในอาณาจักรทั้งเก้านั้น ก็ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้อีก”



     “ข้าเคยได้ยินมาว่า ยอดอาวุธนั้นมีมากกว่าสิบชิ้น ส่วนใหญ่ถูกเก็บรักษาโดยราชวงศ์เจียง และมีเพียงสองชิ้นที่อยู่นอกเหนือความดูแลของราชวงศ์ นั่นคือ ดาบไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งหุบเขาดาบ และเกราะหนามของตระกูลเจี่ย”



     เมื่อ มู่หรง หยู ใช้พลังของยอดอาวุธออกมานั้น ผู้คนรอบด้านต่างรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ก็มีคนที่แสดงสีหน้าที่ปั้นยากออกมา นั่นคืออาจารย์ของอัจฉริยะทั้งสี่ พวกเขาคาดคิดในใจว่า หากพวกเขายื่นมือเข้าช่วยเหลือจะเป็นการไม่ดี แต่หากพวกเขาไม่เข้าไปช่วยเหลือก็จะไม่เป็นการดีเช่นกัน ขณะนั้น พวกเขาต่างจมไปกับความลำบากในการตัดสินใจ



     “นี่มันสมกับเป็นยอดอาวุธจริงๆ แข็งแกร่งมาก” ในขณะนั้น ชูเฟิง ถูกดึงดูดด้วยพลังของ ดาบไม้ศักดิ์สิทธิ์ เขาสัมผัสได้ถึงรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างมาก



     รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนั้นสูงกว่าขั้นแดนสวรรค์ มันอาจจะเป็นอย่างที่คนอื่นกล่าวว่า ยอดอาวุธนั้นมีพลังในขั้นเทพสงครามก็เป็นได้



     “พี่ มู่หรง หยู ใช้ยอดอาวุธเข้าข่มเหงผู้อื่น มันไม่เอาเปรียบกันเกินไปหน่อยรึ”



     ในขณะนั้น มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมา และใกล้เข้ามาในเวลาเดียวกัน พลันปรากฏประกายแสงพุ่งเข้ามาใกล้พื้นที่นั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อมองอย่างชัดเจนนั่นคือ ชายที่มีรูปร่างสง่างามกำลังใกล้เข้ามา



     ชายคนนี้สูงกว่าสองเมตร ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ใบหน้าหล่อเหลาแตกต่างจากทั้งสี่อัจฉริยะ เพราะใบหน้าของเขาไม่มีสีขาวนวลเช่นนั้น แต่เป็นใบหน้าของชายหนุ่มที่มีลักษณะหล่อเข้ม และดุดัน



     สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ชายคนนั้นมีบรรยากาศรอบตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา สาวงามต่างถูกดึงดูดไปกับบรรยากาศของเขา แม้แต่ชายหนุ่มยังหลงเสนห์ของเขาเช่นกัน



     “เจี่ย ฉิงหมิง !?”



     ในขณะนั้น โดยที่ กู๋โบ่ ไม่ได้กล่าวออกมา ชูเฟิง ก็สามารถคาดเดาจากลักษณะของเขาได้ เพราะกลุ่มคนด้านหลังของเขานั้นก็เป็นสมาชิกของตระกูลเจี่ย เมื่อดูจากอายุและบรรยากาศรอบๆ ตัวของเขา ชูเฟิง ก็สามารถคาดเดาได้ว่า เขาคือ เจี่ย ฉิงหมิง ผู้ที่จะเป็นผู้นำตระกูลเจี่ยในอนาคต



     “เจี่ย ฉิงหมิว !! เจ้ามีคุณสมบัติที่จะแลกหมัดกับข้า !! เหตุใดเจ้าไม่ใช้ยอดอาวุธของเจ้า แล้วเข้ามาประมือกับข้าดูล่ะ” ในขณะนั้น มู่หรง หยู จ้องมองไปที่ เจี่ย ฉิงหมิง ด้วยแววตาดุดัน



     “ข้าก็คิดเช่นนั้น !!”



     ทันใดนั้น ร่างกายของ เจี่ย ฉิงหมิง เป็นประกายออกมาและเขาหายตัวไป เมื่อเขาปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง เขาก็เข้ามาอยู่ที่ด้านหน้าของ มู่หรง หยู พลันออร่าพลังสีแดงถูกปลดปล่อยออกมารอบตัวของ เจี่ย ฉิงหมิง และเขาโจมตีใส่ มู่หรง หยู อย่างรวดเร็ว


////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit siriroop