วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 348 - ให้เจ้ามั่นใจได้เช่นนั้น



     “นั่นเป็นเขานี่ !!”



     เจียง หวู่ชาง คือบุคคลแรกที่สามารถผ่านปราสาทไร้สิ้นสุดออกมาได้ และเขายังเป็นอัจฉริยะที่สามารถก้าเข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นแก่นวิญญาณตั้งแต่อายุสิบหน้า ไม่มีใครรู้ว่าเขามาจากไหน ไม่มีใครรู้ว่าอาจารย์ของเขาคือใคร เและชื่อ เจียง หวู่ชาง เป็นชื่อที่แท้จริงของเขาหรือไม่ ในขณะนี้นั้น ตัวตนของเขาจึงยังเป็นคนที่ลึกลับ



     แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่า เจียง หวู่ชาง นั้น เป็นยอดอัจฉริยะที่ในอนาคตจะสามารถอยู่เหนือ เจี่ยว ฉิงหมิง และ ซู ซ่งหยู ได้อย่างแน่นนอน ในขณะนั้นไม่มีใครมองว่าเขาไม่สำคัญแม้เพียงนิดเดียว



     ***** วู้ชชชชชช *****



     ในขณะนั้น เจียง หวู่ชาง ทาบฝ่ามือลงบนก้อนหินใต้ร่างกายของเขา พลังเขาก็กระโดดขึ้นและโค้งลงอย่างสวยงาม พร้อมกับพุ่งทะยานผ่านฝูงชนเข้ามา



     “หลิว ชีซุน ถูกต้องแล้วที่ ชูเฟิง กล่าวออกมา เจ้าเป็นถึงศิษย์อันดับหนึ่งของคฤหาสน์อันทรงเกียรติ แต่เจ้ากลับไม่ใช้ความยุติธรรมในการจัดการ ไม่มีผู้ใดเขาทำอย่างเจ้าเช่นนี้หรอก” เจียง หวู่ชาง กล่าวตำหนิ หลิว ชีซุน ออกมาโดยไม่เกรงกลัว



     ในขณะนั้น ผู้คนรอบข้างต่างหายใจอย่างเย็นเยียบ พวกเขาต่างคิดว่า เจียง หวู่ชาง นั้นบ้าบิ่นยิ่งกว่า ชูเฟิง มาก แต่ในขณะนั้น มีเพียง ชูเฟิง เท่านั้น ที่รู้ว่า เจียง หวู่ชาง มีความสามารถมากพอที่จะกล่าวออกมาเช่นนี้



     “โอ้ววว…….ที่เจ้าออกมาตรงนี้ เพราะว่าเจ้าจะบอกว่า สิ่งที่ข้าทำนั้น มันไม่ใช่ความยุติธรรมเช่นนั้นรึ” หลิว ชีซุน กล่าวตอบ พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างไม่แยแส



     “ก็ไม่ใช่เรื่อยางอะไร ปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กัน ผู้แพ้จะต้องกล่าวคำขอโทษ” เจียง หวู่ชาง กล่าวอธิบายออกมา



     “ฮูววววววว…..!!”



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนในพื้นที่ต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน เพราะในตอนแรกนั้น ทุกคนต่างคิดว่าเขาเข้ามาเพื่อช่วนเหลือ ชูเฟิง แต่ในตอนนี้เขากลับผลัก ชูเฟิง ให้ตกสู่หลุมแห่งความตาย



     จะให้ ชูเฟิง ที่มีพลังเพียงระดับสาม ขั้นแก่นวิญญาณ ต่อสู้กับ เจี่ย ฉิงหมิง ที่มีพลังระดับหนึ่ง ขั้นแดนสวรรค์ ไม่ว่าดูยังไง ชูเฟิง จะต้องตายอย่างแน่นอน



     “โอ้ววว……..ข้ามีข้อเสนอดีๆ แต่ก็เกรงว่า ชูเฟิง จะไม่รับการต่อสู้นี้” เจี่ยย ฉิงหมิง กล่าวออกมา พร้อมกับหัวเราะอย่างเย้ยหยัน



     “เจ้าโง่ !! เจ้าโง่รึเปล่า !?” ในขณะนั้น ทุกๆ คนต่างไม่คาดคิดว่า เจียง หวู่ชาง จะกล่าวดูถูก เจี่ย ฉิงหมิง ออกมา



     “เจ้า……!!” พลันใบหน้าของ เจี่ย ฉิงหมิง เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธ แต่เมื่อเขาคิดถึงสถานะที่ลึกลับของ เจียง หวู่ชาง เขากลับต้องระงับความโกรธของเขาเอาไว้



     เพราะตราบใดที่อัจฉริยะเช่น เจียง หวู่ชาง ปรากฏตัวออกมาในเก้าอาณาจักรนั้น มันไม่ยากเลยที่จะคาดเดาว่าเขามาจาก ราชวงศ์เจียง



     นั่นคือสาเหตุที่ เจียง หวู่ชาง สามารถทำสิ่งที่เขาอยากทำได้ ภายในสถานที่ต่างๆ โดยที่เขาไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใด และโดยที่ผู้คนรอบข้างก็ไม่มีใครกล้าที่จะตอแยกับเขา เพราะทุกคนต่างเกรงว่าเขาจะเป็นคนของ ราชวงศ์เจียง



     “เจ้าว่าอะไร !! ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าเขาจะไม่กล้า เจ้ามันโง่ !!” เจียง หวู่ชาง กล่าวอย่างกราดเกรี้ยวไปที่ เจี่ย ฉิงหมิง อย่างรวดเร็ว



     “ดูตัวเจ้าซิ เจ้าอายุจะขึ้นเลขสามแล้ว แต่เจ้ากลับจะสู้กับเด็กหนุ่มเช่นนี้ เจ้ายังกล่าวว่าเขาจะไม่กล้าสู้กับเจ้า นี่เจ้าไม่มีความละอายบ้างเลยรึ”



     “ข้า….” ในขณะนั้น ใบหน้าของ เจี่ย ฉิงหมิง เปลี่ยนเป็นสีฟ้า และดวงตาลุกวาวราวเปลวไฟด้วยความโกรธ ไม่ใช่เพราว่าเหตุผลอื่นใด แต่เป็นเพราะมีคนว่าเขาอายุจะขึ้นเลขสาม ไม่ว่าจะมองยังไงหน้าตาของเขาก็อายุเพียงยี่สิบ ทั้งหล่อเหลา และกำยำ



     “แล้วเจ้าล่ะ หากเจ้าจะสู้กับ ชูเฟิง จะต้องมีการปิดกั้นพลังให้อยู่ในระดับเดียวกับ ชูเฟิง เช่นนี้จึงจะเรียกว่ายุติธรรม”



     “เจ้าไม่ใช่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้า ดังนั้นการที่เจ้าจะปิดกั้นพลังวิญญาณของเจ้าจึงยากนิดหน่อย ตราบใดที่เจ้าจำกัดพลังสวิญญาณของเจ้าลงสามระดับในขั้นแก่นวิญญาณ เจ้าก็จะเทียบเท่ากับ ชูเฟิง”



      “ในตอนนั้น พวกเจ้าจะเท่าเทียมกัน และเป็นธรรมมากที่สุด เจ้ากล้ารึไม่” เจียง หวู่ชาง ชี้ไปที่จมูกของ เจี่ย ฉิงหมิง พร้อมกับกล่าวถาม



     “หืม……ทำไมข้าจะไม่กล้า” เจี่ย ฉิงหมิง กล่าวออกมา พร้อมกับสูดหายใจเข้า หากว่าเขาไม่เกรงกลัวตัวตนที่แท้จริงของ เจียง หวู่ชาง นั้น เขาจะต้องฆ่า ชูเฟิง อย่างแน่นอน



     “ชูเฟิง เจ้าล่ะ !?” เจียง หวู่ชาง ชี้มาที่ ชูเฟิง ใบหน้าของเขายังเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งไม่เปลี่ยนแปลง



     “ข้ายังไงก็ได้” ชูเฟิง กล่าวพร้อมกับยิ้มบาง และก้าวออกมาข้างหน้า



     แม้ว่า ชูเฟิง ไม่ได้หวาดกลัวต่อ เจี่ย ฉิงหมิง เลยแม้แต่น้อย ยิ่งถ้ากำหนดระดับพลังให้เท่ากันเช่นนี้ เขายิ่งไม่เห็น เจี่ย ฉิงหมิง อยู่ในสายตาของเขา ถึงแม้ว่า เจี่ย ฉิงหมิง จะมียอดอาวุธอยู่ด้วยก็ตาม



     “เอาล่ะ เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเจ้าสองคนก็เริ่มได้”



     “เอาล่ะ !! เอาล่ะ !! ทุกคนถอยออกไป เว้นพื้นที่ให้พวกเขาได้ใช้หมัดและเท้าหน่อย”



     “ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณตรงนั้น !! วางรูปแบบอำนาตพลังวิญญาณ เพื่อป้องกันผลกระทบจากการต่อสู้ ไม่ให้ทำลายยอดเขานี้ซะ”



     เมื่อทุกอย่างถูกจัดการทั้งหมดโดย เจียง หวู่ชาง ผู้คนต่างตกตะลึง เพราะเมื่อเขาสั่งการอะไรไป ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะไม่ทำตามคำสั่งของเขา ไม่เว้นแม้แต่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้า ของนิกายโลกวิญญาณ และของตระกูลเจี่ย



     ในขณะที่ทุกอย่างถูกเตรียมเสร็จสัพ เจียง หวู่ชาง ก็ชี้ไปที่ เจี่ย ฉิงหมิง และกล่าวว่า “เพื่อความเป็นธรรม เจ้าไม่สามารถใช้เทคนิคของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมฟ้าได้ และถ้าเจ้าไม่กลัวที่จะอับอายก็ก้าวไปพร้อมกับยอดอาวุธของเจ้าซะ”



     “ให้ตายซิ !! ข้าล่ะอยากบีบบคอมันให้ตายจริงๆ……” เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับข้อจำกัดที่มากขึ้นของ เจียง ชางหวู่ นั่นทำให้ เจี่ย ฉิงหมิง ได้แต่บดฟันเข้าหากัน และมีเสียงดังกรอดๆ ลอดออกมาด้วยความโกรธ เพราะเขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ เขาทำได้เพียงสบถด่าทออยู่ภายในใจของเขาเท่านั้น



     ***** วู้ชชชชชช *****



     หลังจากที่ เจียง ชางหวู่ หลบออกไปพร้อมกับคำกล่าวนั้น เจี่ย ฉิงหมิง ก็ลดพลังวิญญาณของเขาลงจาก ระดับหนึ่ง ขั้นแดนสวรรค์ เหลือเพียงระดับสาม ขั้นแก่นวิญญาณ



     ในขณะนั้น ชูเฟิง ไม่ได้ปกปิดพลังวิญญาณของเขาอีกต่อไป เขาปดปล่อยพลังออร่าระดับสาม ขั้นแก่นวิญญาณออกมา พร้อมกับเดินเข้าไปยังพื้นที่ว่างสำหรับการต่อสู้



     “ชูเฟิง ยอมรับกับการต่อสู้ !! เจ้าคิดว่าใครจะชนะ”



     “มันก็ต้องเป็น เจี่ย ฉิงหมิง อยู่แล้ว เจ้าคิดว่าฉายาหนึ่งในอัจฉริยะของทั้งเก้าอาณาจักรนั้นได้มาเพราะโชคช่วยเช่นนั้นรึ แม้ว่าจะถูกจำกัดพลังวิญญาณลง แต่ด้วยความสามารถของเขา ผลที่ออกมาย่อมไม่เปลี่ยนแปลง”



     “ถูกต้อง ข้าเคยได้ยินมาว่า นอกจาก ซู ซ่งหยู แล้วนั้น ไม่มีใครที่ตะสามารถต้านทาน เจี่ย ฉิงหมิง ได้ และยิ่งในตอนนั้น ที่เขามีพลังวิญญาณระดับเก้า ขั้นแก่นวิญญาณ เขากลับสามารถฆ่าผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง ขั้นแดนสวรรค์ได้”



     “เขาแข็งแกร่งจริงๆ ระยะห่างระหว่างขั้นแดนสวรรค์ และขั้นแก่นวิญญาณนั้น ต่างกันราวท้องฟ้า กับผืนดิน นั่นหมายความว่า ชูเฟิง จะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน”



     “หืม…..ความแข็งแกร่งของคนจากอาณาจักรมังกรฟ้านั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก แต่สำหรับ ชูเฟิง นั้น เขากำลังเดินเข้าสู่หนทางแห่งความอัปยศเท่านั้น”



     ในขณะนั้น มีผู้คนมากมายทยอยกันเข้ามาที่ยอดเขา ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมงานแต่งงานหมู่ หรือแม้แต่เหล่าศิษย์ของคฤหาสน์อันทรงเกียรติ และรวมถึงเหล่าผู้อาวุโสจากขุมอำนาจต่างๆ ของทั้งทวีป กำลังมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อดูการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนั้น



     ในด้านของ เจี่ย ฉิงหมิง นั้น เขาร฿สึกมีความสุขอย่างมาก เมื่อเขาได้ยินคำสรรเสริญต่างๆ ดังขึ้นมา เขาจึงกล่าวดูถูก ชูเฟิง ออกไปว่า “เจ้าจงใช้ทุกอย่างที่เจ้ามี และข้าจะใช้เพียงมือข้างเดียว ก็สามารถเอาชนะเจ้าได้”



     ในขณะที่ ชูเฟิง ต้องเผชิญหน้ากับความหยิ่งยะโสของ เจี่ย ฉิงหมิง นั้น เขายิ้มออกมาอย่างไม่แยแส และกล่าวออกมาว่า “ให้เจ้ามั่นใจเช่นนั้น !!”


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit Siriroop