วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 349 - กำราบอย่างราบคาบ



     “แน่นอน !! ข้ามั่นใจว่ามันจะเป็นเช่นนั้น อย่ามัวแต่พูดจาไร้สาระอยู่เลย รีบๆ เข้ามาโจมตีข้าซะ ก่อนที่เจ้าจะไม่มีโอกาส ข้าจะให้เจ้าได้แสดงความสามารถของเจ้าออกมา ก่อนที่ข้าจะจัดการเจ้า”



     เจี่ย ฉิงหมิง ไพล่แขนข้างหนึ่งไปด้านหลัง และยื่นแขนอีกข้างหนึ่งไปด้านหน้าในระดับอก เขาแสดงออกถึงความน่เกรงขาม และทุกคำที่เขากล่าวออกมาทั้งหมดล้วนหนักแน่น เขาแสดงให้เห็นว่า ชูเฟิง นั้น ไม่มีค่าพอที่จะประมือกับเขา



     “ถ้าเจ้าใจดีเช่นนี้ ข้าก็จะของดูหน่อยซิว่า ด้วยแขนเพียงข้างเดียวของเจ้า จะสามารถรับการโจมตีของข้าได้หรือไม่”



     ชูเฟิง สูดหายใจเข้าพร้อมกับยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับลูกธนูที่พุ่งออกจากคันศร เพียงพริบตาเดียวเขาก็มาอยู่ที่ด้านหน้า เจี่ย ฉิงหมิง เขาไม่ได้ใช้ทักษะใดๆ เพียงแค่ใช้หมัดเปล่าๆ ชกออกไปที่ เจี่ย ฉิงหมิง



     ***** ฟุ่บ ฟุ่บ *****



     ทุกหมัดของ ชูเฟิง ที่ชกออกไปนั้น ทำให้อากาศโดยรอบแตกตัวออก เขาชกไปยังจุดบอดของ เจี่ย ฉิงหมิง รวดเร็วราวกับสายฟ้า ทำให้ เจี่ย ฉิงหมิง นั้นไม่สามารถป้องกันได้



     “ไอ้เด็กนี่……มันช่างรวดเร็ว และแข็งแกร่งยิ่งนัก”



     พลันใบหน้าของ เจี่ย ฉิงหมิง ที่เคยสงบนิ่ง และเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองนั้น ตอนนี้ได้ดปลี่ยนเป็นใบหน้าของความตกใจ



     เพราะการโจมตีของ ชูเฟิง ในแต่ละครั้งนั้น ราวกับทหารม้ากว่าพันคนกำลังโจมตีเข้ามา ดังนั้น ด้วยแขนเพียงข้างเดียว เขาจึงไม่สามารถป้องกันกาโจมตีนี้ได้ เขาทำได้เพียงแค่หลบหลีกการโจมตีเหล่านั้น



     ***** ขวับ *****



     เจี่ย ฉิงหมิง กระโดดถอยออกมา แต่ ชูเฟิง ก็ตามเขามาติดๆ ราวกับเป็นเงาตามตัว และเริ่มโจมตีใส่เขาอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เจี่ย ฉิงหมิง ขมวดคิ้วแน่น เขาทำได้เพียงแค่หลบหลีกเท่านั้น



     ในขณะนั้น พบพื้นที่จองการต่อสู้ สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าของทุกคนนั้น สวนทางกับคำกล่าวอย่างโอ้อวดของ เจี่ย ฉิงหมิง ว่าสามารถเอาชนะ ชูเฟิง ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างเห็นได้ชัด เพราะในเวลานี้ พวกเขาเห็นอย่างชัดเจนว่า เจี่ย ฉิงหมิง กำลังถูกไล่ล่าโดย ชูเฟิง ไปรอบๆ และร่างกายของ เจี่ย ฉิงหมิง ก็เริ่มที่จะมอมแมมขึ้นทุกที



     “นี่มันเกิดอะไรขึ้น !! ทำไม เจี่ย ฉิงหมิง ถึงยังไม่ตอบโต้ ชูเฟิง”



     “เจ้าไม่เห็นรึ !! เจี่ย ฉิงหมิง กำลังปล่อยให้ ชูเฟิง ได้แสดงความสามารถออกมาก่อนสักพัก และในที่สุดเขาจะจัดการกับ ชูเฟิง ในทีเดียว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นยังไงล่ะ” ในขณะนั้น คนที่เชื่อมั่นในตัวของ เจี่ย ฉิงหมิง นั้น ต่างคิดว่า เจี่ย ฉิงหมิง กำลังต่อให้ ชูเฟิง อยู่



     “แต่ ชูเฟิง ก็แข็งแกร่งจริงๆ ทั้งพลัง และความรวดเร็วของเขานั้นไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งการเลือกใช้ท่วงท่าในการโจมตีของเขาก็เบือกใช้ออกมาได้อย่างชาญฉลาด”



     “การต่อสู้ของเขานั่น เทียบได้กับผู้เชี่ยวชาญระดับเจ็ด ขั้นแก่นวิญญาณเลยทีเดียว เจี่ย ฉิงหมิง ประมาทคู่ต่อสู้ของเขามากเกินไป ดูเหมือนว่าเขาจะต้องกลืนน้ำลายตัวเองซะแล้ว”



     เมื่อเทียบกับคนที่เชื่อมั่นในตัวของ เจี่ย ฉิงหมิง อย่างไม่ลืมหูลืมตานั้น ซู ซ่งหยู มองเห็นประตูแห่งชัยชนะได้อย่างชัดเจน เขารู้สึกว่าหาก เจี่ย ฉิงหมิง ยังไม่ตอบโต้  ชูเฟิง กลับไปนั้น อีกไม่นานเขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน



     “ข้าบอกท่านแล้ว ว่า ชูเฟิง สามารถต่อสู้ได้เหนือกว่าความเข้าใจ และสามาญสำนึกของคนทั่วไปมาก ทีนี้ท่านเชื่อข้ารึยังล่ะ”



     “แม้ว่า เจี่ย ฉิงหมิง จะแข็งแกร่งมาก แต่หากว่าเขามีการบ่มเพาะพลังในระดับเดียวกับ น้องชูเฟิง เขาก็ไม่สามารถเอาชนะ ชูเฟิง ได้ และหากว่าเขาใช้ยอดอาวุธผมของการต่อสู้ก็ยังเปลี่ยนไป” เมื่อเห็นว่า ซู ซ่งหยู ชื่นชมในตัว ชูเฟิง ใบหน้าของ กู๋โบ่ ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ประหนึ่งว่าเขาเป็นคนที่ได้รับความชื่นชม



     “น้องกู๋โบ่ เจ้ายังไม่เข้าใจถึงพลังอำนาจของยอดอาวุธ แม้ว่า ชูเฟิง จะมีความสามารถที่โดดเด่น แต่ เจี่ย ฉิงหมิง ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา หากว่า เจี่ย ฉิงหมิง ใช้ยอดอาวุธล่ะก็ จ้าคิดว่า ชูเฟิง จะรับมือกับเขาได้อย่างยากลำบาก” ซู ซ่งหยู่ กล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหน้า เพราะเขารู้ดีถึงอำนาจพลังของยอดอาวุธ



     “พี่ใหญ่ ซู ซ่งหยู ,ชูเฟิง ยังคงมีไพ่ตายซ่อนไว้อยู่ ในตอนนั้น ภายในหอคอยอสูรฟ้า เจี่ย ปู้ฟาน ก็ได้ใช้ยอดอาวุธเกราะหน้า ในการต่อสู้กับ ชูเฟิง แต่เขาก็พ่ายแพ้ไปราวกับสุนัขตัวหนึ่ง โดยฝีมือของ ชูเฟิง ในตอนนั้น หากข้าไม่ได้ห้ามเขาไว้ ข้าคิดว่า เจี่ย ปู้ฟาน และผู้ติดตามของเขาคงถูก ชูเฟิง สังหารจนหมดสิ้น” กู๋โบ่ กระซิบอธิบายที่ข้างหูของ ซู ซ่งหยู



      “มีเรื่องเช่นนั้นด้วยรึ !!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซู ซ่งหยู้ ตกใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็จ้องมองไปที่ ชูเฟิง ด้วยแววตาครุ่นคิด



     “เมื่อได้ยินเจ้าพูดเช่นนั้น ข้าก็จะขอดูหน่อยล่ะว่า ชูเฟิง ใช้วิธีการใดในการรับมือกับยอดอาวุธอย่างเกราะหนาม”



     “เจี่ย ฉิงหมิง เจ้าขักลับคำพูด และใช้ยอดอาวุธของเจ้าก็ได้นะ !!”



     “เจี่ย ฉิงหมิง เจ้าเกิดปีลิงรึไง !! เจ้าวิ่งได้เร็วดี ไปดร็วเข้า !! เร็วเข้า !! เร็วเข้า !! ไม่เช่นนั้นข้าจะจับเจ้า” ชูเฟิง ไล่ล่า เจี่ย ฉิงหมิง ไปรอบๆ พร้อมกับหัวเราะเยาะเย้ยออกมา



     “มันเป็นเพียงแค่เจ้าสามารถใช้พลังของเจ้าได้เต็มที่ หากว่าข้าสามารถใช้พลังทั้งหมดของข้าได้ เจ้าอย่าได้หวังเลยที่จะได้มาเสนอหน้าอยู่ถึงตอนนี้” ในขณะนั้น ใบหน้าของ เจี่ย ฉิงหมิง กลายเป็นสีแดงด้วยความโกรธ เขาตะโกนออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว



     “โอ้วววว……ใช้พลังทั้งหมดเช่นนั่นรึ !! ข้าเป็นคนห้าเจ้าอย่างนั้นรึ ข้าเพียงได้ยินว่ามีคนสามารถเอาชนะข้าได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว”



     “เกิดอะไรขึ้น !! ทำไมเจ้าไม่โจมตีเพื่อเอาชนะข้าล่ะ หากขาของเจ้าเหนื่องจากการวิ่ง เจ้าสามารถใช้มืออีกข้างช่วยเจ้าให้วิ่งต่อไปได้นะ อย่างน้อยมันก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง”



     “ชูเฟิง ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะปากดีเช่นนี้ ข้ายอมรับว่าข้าประมาทเจ้า และพลังของเจ้ามากเกินไป แต่ข้าจะเตือนเจ้าเอาไว้ หากเจ้าทุ่มจนสุดตัวโดยไม่เหลือทางถอยไว้ให้ตัวเอง ระวังเถอะ !! เจ้าจะตายในไม่ช้า”



     เมื่อ เจี่ย ฉิงหมิง กล่าวคำเหล่านั้นออกมา เขาก็ลดเสียงของเขาลง และมีเพียง ชูเฟิง เท่านั้นที่ได้ยินในสิ่งที่เขากล่าวออกมา คำกล่าวเหล่านั้น มันทำให้เขารู้สึกอับอายอย่างมาก เพราะมันเหมือนกับการตบหน้าตัวเอง



     อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง ไม่ได้ใส่ใจในคำกล่าวเหล่านี้มากนัก เขาตะโกนออกมาเสียงดัง ทำให้ผู้คนทั้งยอดเขาได้ยินคำกล่าวของเขาได้อย่างชัดเจนว่า “อะไรนะ !! เจี่ย ฉิงหมิง เจ้าบอกว่าเจ้าเสียใจที่เจ้าพูดมาเช่นนั้นรึ !!”



     “แต่ข้า ชูเฟิง เพื่อความยุติธรรมนั้น ข้าจะให้โอกาสเจ้า ใช้สิองมือ และสองเท้าของเจ้าต่อสู้กับข้า สำหรับคำพูดของเจ้าก่อนหน้านี้……ไม่เป็นไร !! ไม่เป็น !! จะถือซะว่าเป็นเพียงแค่การผายลมเท่านั้น”



     “ชูเฟิง……!! เจ้าตายยยยย !!”



     เจี่ย ฉิงหมิง โกรธจัดจากคำกล่าวของ ชูเฟิง เขาละทิ้งเหตุผลทั้งหมด เขาหยุดวิ่ง และเริ่มโจมตี ชูเฟิง ด้วยหมัดและเท้าของเขา ที่รุ่นแรงราวกับอุกกาบาต



     “ดูนั่น !! เจี่ย ฉิงหมิง เริ่มสวนกลับ ชูเฟิง แล้ว แต่ไหนเขาบอกว่าเขาจะใช้เพียงมือข้างเดียวใรการเอาชนะ แต่ในตอนนี้เขากลับใช้ทุกอย่างของเขา !!”



     “เท่าที่เห็นนั่น ดูเหมือน ชูเฟิง จะพูดได้ถูกต้องว่า เจี่ย ฉิงหมิง ไม่สามารถเอาชนะเขาได้โดยใช้มือเพียงข้างเดียว ดังนั้นเขาจึงบีบให้ เจี่ย ฉิงหมิง ต้องใช้มือทั้งสองข้าง”



      ทุกคนต่างรู้สึกตกตะลึงกับการโจมตีของ เจี่ย ฉิงหมิง พวกเขาต่างคาดหวังว่าจะได้เห็น เจี่ย ฉิงหมิง สามารถเอาชนะ ชูเฟิง ได้ด้วยมือข้างเดียว แต่ในตอนนี้มันกลับไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคาดหวังอีกต่อไป



     “เจ้าจะไปรู้อะไร !! เจี่ย ฉิงหมิง มีพลังระดับหนึ่ง ขั้นแดนสวรรค์ ถึงตอนนี้เขาจะถูกจำกัดให้ใช้พลังเพียงระดับสาม ขั้นแก่นวิญญาณเท่านั้น แต่มันก็ยังเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะเอาชนะ ชูเฟิง เหตุที่เขาใช้ทั้งมือและเท้านั่นเพราะว่า เขาไม่ต้องการให้ ชูเฟิง อับอายจนเกินไป”



     ในขณะนั้น มีหลายคนที่มีความคิดเข้าข้าง เจี่ย ฉิงหมิง แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้เข้าข้าวกับเขา และยังออกอีกว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้นยังไม่ดีนัก



     เพราะถึงแม้ว่า เจี่ย ฉิงหมิง จะใช้ทั้งหมัดแบะเท้าของเขา เข้าโจมตี ชูเฟิง นั้น เขากลับยังไม่ได้มีความได้เปรียบแต่อย่างใด อีกทั้งยังค่อนข้างเสียเปรียบอยู่ด้วย



     เจี่ย ฉิงหมิง ผู้ยิ่งใหญ่ บุคคลจะเป็นผู้นำตระกูลเจี่ยในอนาคต อัจฉริยะผู้ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในด้านการต่อสู้หมัดและเท้า กลับถูกกำราบได้อย่างราบคาบ โดยเด็กหนุมที่ไร้ชื่อเสียงจาก อาณาจักรมังกรฟ้า


////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit Siriroop