วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 354 - จื่อ หลิง




      เมื่อสาวงามกล่าวแนะนำตัวเองบนเวทีเสร็จนั้น ผู้นำนครอันทรงเกียรติก็ยืนขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า “ทุกๆ ท่านคือยอดอัจฉริยะของทั้งเก้าอาณาจักร ข้าหวังว่าทุกท่านจะพอใจกับสาวงามทั้งหมดที่คัดเลือกมาแล้ว”



     “พอใจ !!” ในขณะนั้น เสียงตะโกนอย่างพร้อมเพรียงดังกระหึ่มออกมาทั่วบริเวณ นั่นแสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นของเหล่าผู้คนทั้งหมด



     เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความยินดีของเหล่าอัจฉริยะนั้น ผู้นำนครอันทรงเกียรติก็พยักหน้ารับพลางยิ้มบางๆ และกล่าวอีกว่า “ข้าคิดว่าทุกๆ ท่านจะต้องพอใจกับสาวงามนางนี้เป็นแน่”



     ในขณะที่เขากล่าว เขาชี้ไปยังท้องฟ้าเหนือตำหนักภายในนคร เพียงชั่วอึดใจนั้น ปรากฏเกี้ยวที่สวยงามกำลังลอยลงมาจากท้องฟ้า



     เกี้ยวนั้นทำมาจากวัสดุที่พิเศาอย่างมาก มันสดใสราวกับคริสตัลเรืองแสง เมื่อมันอยู่ในอากาศยิ่งเปล่งรัศมีอันสวยงามออกมาตัดกับท้องฟ้ายามราตรี



     “เกือบลืมไปว่ายังมีสาวงามอีกนางหนึ่งที่ยังมาไม่ถึง และดูเหมือนว่านางจะเป็นคนที่พิเศษมากๆ”



     ในขณะนั้น ทุกๆ คนต่างลุกขึ้นยืน ไม่เว้นแม้แต่แขกพิเศษที่อยู่บนเวทีก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน เมื่อเกี้ยวคริสตัลนั้นลอยเข้ามาใกล้ พวกเขาต่างเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผู้ทีแบกเกี้ยวมานั้น คือ สี่ผู้อาวุโสของนครอันทรงเกียรติ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์



     “ใครกันที่อยู่ภายในเกี้ยวนั่น ถึงขนาดที่ทำให้ผู้อาวุโสของนครต้องลดตัวไปแบกเกี้ยวเช่นนั้น” ในขณะที่บุคคลภายในเกี้ยวยังไม่ออกมานั้น ทุกคนต่างคาดเดาว่าผู้ที่อยู่ในเกี้ยวนั้นเป็นเช่นไร



     ในช่วงขณะนั้น เมื่อผู้อาวุโสค่อยๆ แบกเกี้ยวใกล้เข้ามา และมาหยุดลงที่บนเวทีนั้น แขกบนเวทีต่างจ้องมองด้วยความตื่นเต้น และเกี้ยวที่สวยงามกลับทวีความสวยงามมากขึ้น



     เมื่อเกี้ยวลงถึงพื้นนั้น ผู้อาวุโสสองท่านที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็เปิดผ้าม่านออกพร้อมๆ กัน



     ในขณะนั้น ทุกคนแทบจะหยุดหายใจ และต่างจ้องมองไปที่เกี่ยวนั่นด้วยความตื่นเต้น อีกทั้งยังอยากรู้ว่าสาวงามนางใดจึงสามารถทำให้ผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์มาแบกเกี้ยวของนางได้



     จากสายตานับไม่ถ้วนนั้น สาวงามก็ก้าวออกมาจากเกี้ยว ในขณะที่นางปรากฏตัวออกมานั้น ไม่ว่าชายหรือหญิง ต่างถูกดึงดูดโดยเสนห์ของนางทันที



     แน่นอนว่านางเป็นสาวงาม และเมื่อนางปรากฏตัวนั้น ไม่ว่าสาวงามนางใด ก็ไม่สามารถมีความงามที่ทัดเทียมกับนางได้



     อาจเปรียบนางได้กับดอกไม้สดที่สวยงามในหมู่ดอกไม้เฉา เพราะในขณะนั้น แม้ว่านางจะยืนอยู่ท่ามกลางสาวงามกว่าร้อยคน ทุกๆ คนต่างถูกดึงดูดจากเสน่ห์ของนาง ความงามของนางราวกับจะทำให้ เมืองทั้งเมือง หรือแม้แต่อาณาจักรทั้งอาณาจักรต้องล่มสลาย



     ผิวขาวราวหิมะ ใบหน้ารูปไข่งดงาม ดวงตาสดใสราวหยาดพิรุณ ในช่วงเวลานั้น ทุกๆ คนต่างถูกขโมยหัวใจไปโดยความงามของนาง



     “สวรรค์ !!...........บนโลกใบนี้มีสาวงามเช่นนี้ด้วยหรือ”



     เมื่อนางปรากฏตัวออกมาบนเวทีนั้น เหล่าชายนุมต่างกลืนน้ำนาย ด้วยความหลงไหลในรูปลักษณ์ของนาง



     “ข้าไม่เคยคิดเลยว่า…….จะมีสาวงามเช่นนี้อยู่บนโลก” ในเวลานั้น ซู ซ่งหยู ที่ไม่เคยหลงเสนห์ของสาวใดนั้น พลันต้องมนต์เสนห์ของสาวงามนางนี้อย่างจัง



     แม้แต่ เจี่ย ฉิงหมิง ที่หยิ่งผยองอยู่ตลอดเวลานั้น เมื่อได้เห็นความงามของนาง เขาถึงกับแอบกลืนน้ำลายไปหลายครั้ง



     ไม่เว้นแม้แต่อัจฉริยะจากราชวงศ์เจียง เจียง หวู่ชาง ตลอดเวลาที่เหล่าสาวงามขึ้นมากล่าวแนะนำตัวนั้น เขาก็จมอยู่กับความเบื่อหน่าย แต่เมื่อเห็นสาวงามนางนี้ปรากฏตัวออกมานั้น เขาทำได้เพียงยืนตะลึงอ้าปากค้าง



     “นั่นมันนางนี่ !!”



     เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ นั้น ใบหน้าของ ชูเฟิง ยังคงสงบนิ่ง แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตกตะลึง หัวใจของเขาพลันเต้นระรัวราวกับถูกคลื่นยักษ์โหมซัดสาดอย่างรุนแรง



     เพราะใบหน้าของสาวงามที่ปรากฏตัวออกมานั้น เป็นใบหน้าของสาวงามที่เป็นผู้เชื่อมต่อชุดเทา อีกทั้งนางยังมีร่างกายศักดิ์สิทธิ์ ที่เขาต่อสู้เพื่อแย่งชิง ทักษะเร้นลับพยัฆค์ขาวสังหาร ภายในหุบเขาพยัฆค์



    ภายในเวลาช่วงสั้นๆ เพียงหนึ่งปีนั้น นางไม่ได้มีระดับพลังเพียง ระดับหนึ่ง ขั้นแก่นวิญญาณเช่นเดิม แต่ในตอนนี้ นางมีระดับพลังอยู่ใน ระดับเก้า ขั้นแก่นวิญญาณ ด้วยเวลาเพียงหนึ่งปี นางสามารถพัฒนาตัวเองจาก ระดับหนึ่ง ขึ้นสู่ระดับเก้า ขั้นแก่นวิญญาณได้อย่างน่าอัศจรรย์



     “ยอดเยี่ยมมาก !! ดูจากภายนอกนั้น นางน่าจะอายุเพียงสิบห้าปีเท่านั้น แต่นางกลับมีการบ่มเพาะพลังระดับเก้า ขั้นแก่นวิญญาณ………..นี่นางสามารถเทียบได้กับ เจียง หวู่ชาง เลยทีเดียว”



     หลังจากตื่นตาไปกับความงดงามของนางแล้วนั้น เหล้าผู้คนต่างสนทนากันถึงความแข็งแกร่งของนาง ถ้าในตอนนี้ นางมีระดับพลังขนาดนี้ด้วยวัยเพียงสิบห้าปี ความสำเร็จในอนาคตย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน



     “ข้าไม่เคยคิดเลยว่า นางจะเป็นคนของนครอันทรงเกียรติ์ อีกทั้งดูจากลักษณะของนาง แน่นอนเลยว่าฐานะของนางย่อมไม่ธรรมดา”



     “ไม่ได้ !! นางจะต้องเกลียดชังข้าจากเรื่องในตอนนั้นแน่ !! ข้าไม่สามารถให้นางเห็นข้าได้” เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะไม่ค่อยดีนั้น ชูเฟิง จึงคิดที่จะหายตัวไปอย่างเงียบๆ



     “น้องชูเฟิง !! เจ้าจะไปไหน !? นี่ความงามของนางไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเจ้าได้เลยรึ” ในขณะที่ ชูเฟิง หันหลัง และกำลังจะจากไปนั้น กู๋โบ่ ก็คว้าแขนของเขาเอาไว้ พร้อมกับกล่าวถาม



     “เอ่อ……………….ไม่มีอะไร” ชูเฟิง กำลังจะกล่าวบางอย่างออกมา แต่เมื่อเขาหันกลับมานั้น เขาก็พบว่าทุกๆ คนต่างเห็นความเคลื่อนไหวของเขา และต่างจ้องมองมาที่เขา และที่สำคัญหญิงสาวชุดม่วงนั้นก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน



     เมื่อเห็นใบหน้าของ ชูเฟิง นั้น ใบหน้าที่งดงามของหญิงสาวพลันไปเล็กน้อย ม่านตาของนางหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว



     เมื่อ ชูเฟิง สบตากับนางนั้น พลันเขารู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบภายในร่างกายของเขา แต่เพียงแค่พริบตาเท่านั้น แววตาเช่นนั้นก็หายไป และไม่มีใครในที่นั้น ที่สามารถสัมผัสได้



     หลังจากมองมาที่ ชูเฟิง แล้วนั้น หญิงงามชุดม่วงก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา และแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก ชูเฟิง พร้อมกับที่นางหันใบหน้าที่อ่อนหวานของนางกลับไป



     เมมื่อเห็นเช่นนั้น หัวใจของ ชูเฟิง แทบจะขึ้นมาจุกที่คอหอยของเขา เขารีบจัดเสื้อผ้าของเขา พลางหัวเราะแหยะๆ อกกมาแก้เก้อ และกล่าวว่า “แหะ….พอดีเมื่อยน่ะ เลยยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย” เขาหัวเราะเบาๆ พลางนั่งลง



     เพียงชั่วอึดใจต่อมานั้น ผู้นำของนครอันทรงเกียรติก็เดินไปที่ด้านหน้าของหญิงงามชุดม่วง พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ภาคภูมิใจว่า



      “นี่คือบุตรสาวบุญธรรมของข้า จื่อ หลิง เพื่อแสดงความจริงใจออกมา จื่อ หลิง จะเข้าร่วมในงามชุมนุมการแต่งงานหมู่ในที่นี้เช่นกัน”


///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

แปลโดยคุณ#Abhisit

มึงบักเฟิง ไปจับนมนาง

แล้วทำไมนางถึงทำเป็นไม่รู้จักล่ะ

เด๋วรู้จักแน่!!!

รอก่อนนะ ไอ้เฟิง เด๋ว จื่อหลิงจะไปหาถึงห้องนอน