วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 357 - หญิงงามบุกรุก




      "นครอันทรงเกียรติช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก พวกเขามีผู้เชี่ยวชาญระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณกว่า 20 คนนี่ยังไม่ได้รวมความแข็งแกร่งของเจ้านครไปด้วยนะ "



ในตอนนั้นผู้เชี่ยวชาญของอาณาจักรอื่นๆต่างก็ขมวดคิ้วแน่น และร็สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งเพราะ ระดับของผู้เชี่ยวชาญทีนี่ก็ไม่แพ้ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของอาณาจักรอื่นๆเลย



เพราะในความแข็งแกร่งที่นครอันทรงเกียรติแสดงให้เห็นมันเหนือกว่าพวกเขา แต่ในตอนนั้นคนที่ยังอยู่ในความสงบได้มีเพียงแค่ สมาคมโลกวิญญาณและ ตระกูล เจี้ย



      "ไม่ใช่ว่าข้าประเมินหุบเขาพันปีศาจต่ำไป แต่นครอันทรงเกียรติของข้านั้นมีความสามารถพอที่จะพิชิตมันจริงๆ "



       "ตอนนี้คนของข้าได้เตรียมพร้อมแล้ว พรุ่งนี้พวกเขาจะเปิดฉากบุกหุบเขาพันปีศาจ และทำให้พวกมันรู้ว่ามนุษย์อย่างเรานั้นแข็งแกร่งขนาดไหน และ ให้พวกมันรู้ตัวด้วยว่าการหลบอยู่บนหุบเขาพันปีศาจของพวกมันนั้นเป็นทางที่ดีที่สุด "



       "และหลังจากนั้นงานชุมนุมเลือกคู่ก็จะเริ่มขึ้น"



      "ทุกคนไม่ต้องกังวล แม้ว่ามันจะเป็นบททดสอบของข้า แต่ข้าจะไม่ให้พวกเจ้าได้รับความเสี่ยงหากไม่จำเป็น. "



       "เราได้สำรวจดูแล้วว่าในหุบเขานั้นมีอยู่2ส่วนที่อ่อนแอกว่าส่วนอื่นๆ และมีสมุนปีศาจน้อยกว่าส่วนอื่นๆเช่นกัน "



       "งานจำเริ่มใน 2 โซนนั้น แน่นอนหลังจากพวกเจ้าเข้าไปพวกเจ้าทั้งหมดก็ต้องพึ่งงพาตัวเอง "



       "แต่ข้าแนะนำว่าทางที่ดีที่สุดพวกเจ้าควรฆ่าสมุนปีศาจที่พบเจ้าก่อนไม่งั้นพวกมันจะฆ่าพวกเจ้าแน่นอน แม้มันจะไม่สามารถฆ่าพวกเจ้าได้แต่มันก็สามารถพาพวกเจ้าไปเจอกับสมุนปีศาจที่แข็งแกร่งกว่า และข้าพวกเจ้าทิ้งซะ "



       "งานชุมนุมจะใช้เวลา 10 วัน หลังจาก 10วันนั้น พวกเราจะส่งคนพาเข้ากลับไปยัง นครอันทรงเกียรติ "



       "และในตอนนั้นข้าเชื่อว่าสาวงามทั้ง 100 คนของข้าจะพึงพอใจในตัวเข้า พวกเจ้าจะสามารถพิชิตหัวใจของสาวงามเหล่านั้นได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเจ้าทำทั้งหมด ใน 10 วัน "ฉิน เล่ย พูด



หลังจากที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของนครอันทรงเกียรติ พวกเขาจึงไม่มีคำถามหลงเหลือและพวกเขาทั้งหมดสามารถเข้าร่วมชุมนุมงานนี้ได้



ไม่นานหลังจากนั้น งานเต้นก็เริ่มต้นขึ้น สาวงามหลายคนได้แสดงท่ารำอันงดงามหยดย้อย ทำให้หลายคนรู้สึกตื่นเต้นมากและ ทำให้พวกเขามีกำลังใจมากขึ้น



อย่างไรก็ตามท่านหญิง จื่อหลิง ก็ไม่ได้มาร่วมงานเต้นรำครั้งนี้ หลังจาก ฉิน เล่ย ประกาศเสร็จ เธอก็เดินตามเขาออกไป



สำหรับชูเฟิง ไม่ได้สนใจหญิงงามที่เหลือ เขาไปหา กู โป๋ และ สูจงหยู และคนอื่นๆ จากสมาคมโลกวิญญาณ และ ดื่มกันอย่างสนุกสนาน



ปัจจุบันเขาได้สร้างศัตรูจำนวนมากโดยเจตนาและไม่เจตนา หลังจากขึ้นหุบเขาพันปีศาจแน่นอนต้องมีคนลอบโจมตีเขา เขา ดังนั้นสมาคมโลกวิญญาณจึงเป็นที่เดียวที่เขาสามารถพึ่งพาได้



หลังจากดื่มด่ำความสุขจนมืด และ เนื่องจากวันพรุ่งนี้จะเป็นการมุ่งหน้าไปยังหุบเขาพันปีศาจ สู จงหยู จึงสั่งให้ทุกคนกลับไปพัก ชูเฟิงที่ไม่มีเพื่อนเนื่องจากทุกคนกลับไปหมดเขาจึงกลับไปยังที่พักของเขาด้วย



หลังจากกลับไปห้องของเขา อย่างแรกที่ชูเฟิงทำก็คือ ต้มชาเขียว เนื่องจากวันนี้เขาดื่มไปไม่น้อย ดังนั้นเขาจำเป็นต้องดื่มชาเขียวเพื่อลดอาการเมาลง



หลังจากต้มเสร็จ ชูเฟิงก็ถือ กาน้ำชา และถ้วยน้ำชาเดินไปที่หน้าต่าง และในขณะที่เขากำลังจะยกดื่ม เขาก็เงยหน้าไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่ในความจริงแล้วเขากำลังคิดบางอย่างและทบทวนความทรงจำของเขา



แผนที่ที่เขาได้มาจากปีศาจลึกลับที่เขาไปเจอในหอคอยอสูรฟ้า และภูมิประเทศที่แผนที่นี้บันทึกคือ หุบเขาพันปีศาจ



ในส่วนกลางของหุบเขาพันปีศาจ มีวังใต้ดินขนาดใหญ่ และภายในนั้นมีสิ่งที่ชูเฟิงจะเป็นต้องไปเอาอยู่ในนั้น



อย่างไรก็ตามนอกวังยังมีพื้นที่อีก 5 ส่วนที่ถูกคุ้มกันอยู่ และไม่ต้องสงสัยพื้นที่นั้นถูกคุมโดย ราชันย์ปีศาจ



หมายความว่าราชันย์ปีศาจทั้ง 5 รู้ว่าสิ่งที่ชูเฟิงต้องการคืออะไร นอกจากนี้พวกมันอาจจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับ ปีศาจลึกลับในหอคอยอสูรฟ้าก็เป็นได้



ปีศาจลึกลับ ไม่ได้บอกชูเฟิง เกี่ยวกับอันตรายใดๆ ในหุบเขาพันปีศาจเลย แสดงว่าปีศาจลึกลับนั่นต้องการทดสอบเขาอยู่



*วูบ*



แต่ในตอนนั้นก็มีแสงบางอย่างปรากฏด้านหน้าชูเฟิง และ พุ่งเข้าไปในห้องชูเฟิงจากทางหน้าต่าง



"ฟึ่บ."



ในตอนนั้นลางสังหรณ์ชูเฟิงนั้นได้บอกบางอย่างและชูเฟิงนั้นก็มีการก้าวกำลังจะกระโดดหนีออกไปทางหน้าต่าง



ในขณะที่ชูเฟิงกระโดดเขาก็ไปชนเข้ากับบางอย่างเหมือนเขาได้ชนกับเหล็กและทำให้เขาล้มลงพื้น



       "อำนาจวิญญาณระดับสีฟ้างั้นหรือ" ชูเฟิงที่นอนอยู่บนพื้น เงยหน้าขึ้นมองก็พบว่ารูปแบบวิญญาณถูกปกคลุมทั้งห้องของเขาแล้ว



ชูเฟิงกวาดสายตามองและไปสะดุดตาที่มุมหนึ่ง มีร่างของหญืงสาวที่งดงามยืนอยู่ตรงมุมห้อง



แน่นอนว่าเธอคือหญิงที่ทำให้ชายหนุ่มทุกคนล้วนตกตะลึงในวันนี้ จื่อ หลิง นั่นเอง



        "นี่เจ้า เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดฟ้าแล้วงั้นหรือ”



ชูเฟิงตกใจมาก เขาไม่คิดว่า จื่อ หลิงที่อยู่ในระดับ 9 แก่นแท้วิญญาณจะกลายเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีฟ้า



เห็นได้ชัดว่าคนที่เป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมฟ้านั้น ล้วนอยู่แต่อยู่ในระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณทั้งสิ้น แต่จื่อ หลิงสามารถไปถึงขั้นนั้นโดย การบ่มเพาะ ระดับ 9 แก่นแท้วิญญาณ มันช่างเกินสามัญสำนึกเหลือเกิน



แต่ก็มีคนจำนวนมากที่เกินสามัญสำนึกของคนทั่วไป และที่เห็นชัดๆคือตัวเขาเอง เขาทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาตั้งหลายครั้งและนับประสาอะไรกับคนที่มีกายศักดิ์สิทธิ์อย่าง จื่อ หลิง



      "โฮ ... ท่านหญิง จื่อ หลิง ทำไมสาวงามอย่างท่านถึงมาบุกห้องของชายหนุ่มเช่นข้าอย่างนี้ล่ะ "



แม้ว่า ชูเฟิงจะตกใจ แต่เขาก็ไม่ตระหนกเกินไป เขาลุกขึ้นยืนอย่างเป็นธรรมชาติ และยิ้มให้กับ จื่อ หลิง



* วูบ *



จู่ๆ ร่างกายของจื่อ หลิง ก็เกิดประกายขึ้น และ มาปรากฏหน้าชูเฟิง และต่อจากนั้นมือที่ขาวเนียนของเธอก็ได้กำคอชูเฟิงแน่น



"อืม."



ในตอนนั้น ชูเฟิงรู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งกำลังไหลมาในร่างกายเขาและผนึกความเคลื่อนไหวของเขาทั้งหมด



ในตอนนั้นร่างกายของเขาไม่มีพลังในการทำอะไร ไม่ต้องพูดถึงการสวนกลับ แม้แต่พูดเขาก็ไม่สามารถพูดได้ เขาได้แต่ดูใบหน้าที่งดงามของจื่อ หลิง ขยับเข้ามาหาเข้าทีละนิด



ในที่สุดปากของ จื่อ ก็เลื่อนมาแทบกระทบกับหูของชูเฟิง เธอได้พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "อย่าบอกเรื่องของข้ากับใครเด็ดขาด ถ้าเรื่องนั้นหลุดออกไป แม้ว่าเจ้าจะหนีไปสุดขอบโลกข้าก็จะตามเจ้าไปฆ่าเจ้า และสับศพของเจ้าเป็นพันๆชิ้น "



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Haridsada Karakete