วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 359 - ศัตรูของเหล่าบุรุษ




     “ท่านผู้อาวุโส !? ยกเว้นให้ข้าได้ไหม ข้าอยากไปอยู่กับอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะว่าข้ากับ ไป่ หยุนเฟย เป็นสหายสนิทกัน ดังนั้นหากเกิดอะไรขึ้นก็จะสามารถช่วยเหลือเขาได้”



     ในขณะนั้น ถัง ยี่สุ่ย กล่าวถามกับผู้อาวุโสของนครอันทรงเกียรติออกมา เหตุผลที่แท้จริงนั้น เพราะว่าภายในกลุ่มนี้ ไม่มี จื่อ หลิง อยู่ ดังนั้นเขาจึงออกอุบายเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับนาง



     แต่คำขอของเขานั้นกลับถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ผู้อาวุโสของนครอันทรงเกียรตินั้นรู้ดีว่า เขาต้องการอยู่กลุ่มเดียวกับ จื่อ หลิง แต่ถ้าหากว่าเขาอนุญาตไป และคนอื่นๆ ต่างก็อยากไปอยู่กลุ่มของ จื่อ หลิง หากเป็นเช่นนั้น เขาย่อมไม่สามารถเริ่มการชุมนุมนี้ได้



     “ดูนั่นซิ !! นั่นใช่แม่นาง จื่อ หลิง ใช่ไหม !?”



     “โอ้วววว……ไม่จริงน่า !! นี่นางจะมาอยู่กลุ่มเดียวกับเราเหรอเนี่ย” ในเวลานั้น ทุกคนต่างอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อพวกเขาเห็น จื่อ หลิง กำลังเดินตรงมายังกลุ่มของพวกเขา



     เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสก็กล่าวทักทาย จื่อ หลิง ออกมาว่า “คุณหนู จื่อ หลิง ท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้เช่นนั้นรึ !?”



     “ผู้อาวุโสซู ข้าต้องการไปพร้อมกับคนของท่าน” จื่อ หลิง กล่าวออกมาด้วยความอ่อนหวาน บนใบหน้าของนางประดับไปด้วยรอยยิ้มหวาน ในขณะนั้น ทั่วทั้งบริเวณต่างพากันเงียบลง เพื่อที่พวกเขาจะได้ยินเสียงอันไพเราะของนางได้อย่างชัดเจน เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงของนาง พลันหัวใจของพวกเขาแทบจะกระโดดออกจากปากด้วยความตื่นเต้น



     “เอิ่ม…….คุณหนู จื่อ หลิง ข้าสงสัยว่าท่านต้องการไปกับผู้ใด !?” ผู้อาวุโสนั้นไม่ได้กล่าวปฏิเสธนางแต่อย่างใด แต่เขากลับออกมาถึงบุคคลที่นางหมายถึง



     “เขา” จื่อ หลิง ชี้นิ้วของนางไปที่ ชูเฟิง โดยผ่านคนอื่นๆ ไป



     ในขณะนั้น เหล่าชายหนุ่มที่อยู่รอบๆ ชูเฟิง ต่างตื่นเต้น การหายใตของพวกเขาเริ่มติดขัด ไม่เว้นแม้แต่ ซู ซ่งหยู และ เจี่ย ฉิงหมิง



     เมื่อ จื่อ หลิง กล่าวว่านางต้องการจะไปพร้อมกับใครบางคนนั้น เหล่าชายหนุ่มต่างรู้สึกตื่นเต้น และคาดหวังให้ผู้โชคดีคนนั้นคือตัวของพวกเขาเอง เพราะว่าหากนางกล่าวเช่นนี้ นั่นหมายความว่านางจะต้องสนใจในตัวๆ ของคนๆ นั้น และนั่นจะเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี



     เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วนั้น ใบหน้าของ ชูเฟิง เต็มไปด้วยความตกใจ เพราะปลายทางที่นิ้วของนางชี้มานั้น มันตรงกับบริเวณที่ ชูเฟิง ยืนอยู่ และในบริเวณนั้น ก็มีเพียงไม่กี่คนที่อยู่ข้างๆ เขา หากว่านางเรียกเขาจริงๆ เป็นไปได้ว่านางต้องการจะฆ่าเขา



     “แม่นาง จื่อ หลิง………ท่านหมายถึงข้าเหรอ” ในขณะนั้น ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของ ชูเฟิง ก็กล่าวออกมา พร้อมกับก้าวไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น



     “ไม่ใช่ท่าน !! แต่เป็นคนที่อยู่ข้างหลังท่าน” จื่อ หลิง กล่าวปฏิเสธ นางขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับชี้ไปที่ ชูเฟิง ที่อยู่ด้านหลังของชายคนนั้น



     เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของ ชูเฟิง เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เขารีบเคลื่อนย้ายร่างกายของเขาไปหลบอยู่ที่ด้านหลังของ กู๋โบ่



     “ชูเฟิง !! ข้าหมายถึงเจ้า เจ้าจะไปหลบทำไม” ทุกคนต่างไม่คาดคิดว่า การกระทำของ ชูเฟิง ที่ดูไร้สาระเมื่อครู่นั้น จะเป็นการบังคับให้นางต้องเรียกชื่อของ ชูเฟิง ออกมา



     “อะไรนะ……ชูเฟิง !!”



     ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น ทุกๆ คนทั่วทั้งบริเวณต่างจ้องมองมาที่ ชูเฟิง ด้วยแววตาอิจฉาริษยา บางคนถึงขนาดปล่อยจิตสังหารออกมาที่ ชูเฟิง



     และสิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงมากที่สุดคือ จื่อ หลิง ก้าวตรงมายัง ชูเฟิง ด้วยใบหน้าอ้อนวอน อีกทั้งนางยังใช้มือขาวๆ ของนางจับไปที่ข้อมือของ ชูเฟิง ต่อหน้าต่อตาของทุกคนในบริเวณนั้น และนางยังลากเขาออกมา



     จื่อ หลิง ลาก ชูเฟิง มาที่ด้านหน้าของผู้อาวุโส และกล่าวว่า “ผู้อาวุโส ข้าหมายถึงเขา” หลังจากกล่าวจบ จื่อ หลิง ก็จูงมือของ ชูเฟิง ตรงไปที่อีกกลุ่มหนึ่ง โดยที่นางไม่ได้หันกลับมามองอีก



     “นี่………….”



     เมื่อร่างของ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง ค่อยๆ ห่างออกไปเรื่อยๆ นั้น ไม่เว้นแม้แต่ กู๋โบ่ และ ซู ซ่งหยู ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสนิทสนมกับ ชูเฟิง แต่ในตอนนี้ แววตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความอิจฉา



เมื่อเทียบกับคนอื่นๆแล้วนั้น ซู ซ่งหยู เป็นคนแรกที่สามารถตั้งสติได้อย่างรวด้ร็ว เขายิ้มบางพลางกล่าวออกมาว่า “น้องชาย ชูเฟิง นี่โชคดีจริงๆ”



     กู๋โบ่ พยักหน้าในเชิงยอมรับความคิดเห็นนี้



     อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับ กู๋โบ่ และ ซู ซ่งหยู ที่มีความใกล้ชิดกับ ชูเฟิง นั้น คนอื่นๆ ต่างจมไปกับความอิจฉาที่มีต่อ ชูเฟิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจี่ย ฉิงหมิง และ ถัง ยี่สุ่ย แววตาของพวกเขาแทบลุกเป็นไฟ เสียงกัดฟันดังออกมาอย่างชัดเจน



     การกระทำเช่นนี้ ทำให้เหล่าชายหนุ่มต่างเกลียดชัง ชูเฟิง อย่างแท้จริง เพราะหญิงงามอันเป็นที่รักของพวกเขาได้จับมือถือแขนกับชายหนุ่มที่ไม่ใช่พวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึงจมไปกับความหึงหวงอย่างรุนแรง



     สำหรับชายหนุ่มในกลุ่มอื่นนั้น ยิ่งมีความรู้สึกที่รุนแรงมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไป่ หยุนเฟย ,ซ่ง ฉิงเฟิง และ หลิว เสี่ยวเหยา ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดด้วยความโกรธ พวกเขาต่างจ้องมองไปที่ ชูเฟิง ด้วยสายตาเคียดแค้น ราวกับว่าพวกเขาต้องการจะฆ่า ชูเฟิง ให้ตายด้วยสายตา



     ในตอนแรกนั้น พวกเขาต่างคิดว่าจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับ จื่อ หลิง แต่ในตอนนี้ นางกลับไปเลือกคนที่มาจากอาณาจักรมังกรฟ้าเช่น ชูเฟิง



     แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเห็นฉากที่ทำให้พวกเขาต้องเจ็บปวดมากเท่าไร พวกเขาก็ทำได้เพียงอดทนและอดกลั้นความโกรธเหล่านั้นเอาไว้ เพราะในขณะนี้ พวกเขายังอยู่ภายใต้การดูแลของผู้อาวุโสจากนครอันทรงเกียรติ



     หลังจากที่ จื่อ หลิง ดึงตัว ชูเฟิง มาถึงด้านหน้าของอีกกลุ่มหนึ่งนั้น พลัน หลิว ชีซุน ก็ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว



     แม้ว่า หลิว ชีซุน จะไม่ได้เข้าร่วมในงานชุมเช่นเดียวกับเหล่าศิษย์ของนครอันทรงเกียรตินั้น แต่เขาก็ยังเข้าร่วมการท้าทายหุบเขาพันปิศาจ เมื่อเขาเห็นการกระทำของ จื่อ หลิง นั้น เขาย่อมไม่เห็นด้วยกับการกระทำนั้น



     ในขณะนั้น เขาก้าวมาหยุดที่ด้านหน้าของ จื่อ หลิง และ ชูเฟิง บนใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ เขากล่าวกับ จื่อ หลิง ว่า “ศิษย์น้อง จื่อ หลิง การแบ่งกลุ่มนี้ถูกจัดโดยผู้อาวุโส ดังนั้น การกระทำเช่นนี้ ข้าว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมนะ”



     “โอ้…..” ขณะที่นางเผชิญหน้ากับ หลิว ชีซุน ที่ปิดเส้นทางอยู่นั้น นางยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพร้อมทั้งกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโสได้อนุญาตให้าข้าแล้ว ดังนั้น ข้าคิดว่ามันจึงไม่น่ามีปัญหาอะไร” หลังจากกล่าวจบ นางก็ไม่ได้สนใจ หลิว ชีซุน อีกต่อไป นางยังคงดึง ชูเฟิง เข้าไปในกลุ่มของฝูงชนต่อไป



     แววตาของ หลิว ชีซุน เต็มไปด้วยความเย็นชา แต่เขาไม่ได้แสดงมันออกมาให้ จื่อ หลิง ได้เห็น เขาส่งสายตาเช่นนี้ไปที่ ชูเฟิง เพียงคนเดียว



     “แย่แน่ !! แย่แน่ !! ข้าถูกปั่นหัวโดยผู้หญิงนางนี้ นี่นางตั้งใจให้ข้าเดินบนเส้นทางแห่งความตายอย่างนั้นรึ” ด้วยอำนาจพลังวิญญาณของเขานั้น ชูเฟิง สามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ส่งมายังร่างกายของเขา



     เขารู้สึกได้ว่า เขาถูก จื่อ หลิง บังคับให้เขาต้องเป็นศัตรูกับเหล่าฝูงชนทั้งหมด



     แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรก็ตาม และเมื่อมีสาวงามมาหาเช่นนี้ เขาย่อมไม่ปฏิเสธ อีกทั้งผู้อาวุโสก็เป็นคนอนุญาตเอง ดังนั้น เขาจึงยิ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงไปได้



     ในเมื่อเหตุการณ์มันเป็นเช่นนี้แล้วนั้น ทำไมถึงไม่คว้าโอกาสนี้ในการใกล้ชิดกับนาง เมื่อคิดได้เช่นนั้น ชูเฟิง สะบัดแขนของเขา ทำให้มือของ จื่อ หลิง ที่จับอยู่ที่ข้อมือของเขานั้นหลุดออก ขณะเดียวกันนั้น เขาก็ใช้ฝ่ามือของเขาคว้าจับไปที่มืออันขาวเนียนของ จื่อ หลิง



     “เจ้า !!........”



     นางรู้สึกได้ทันทีว่ามือของนางนั้น ถูกกุมไว้อย่างแนบแน่นโดย ชูเฟิง ในขณะนั้น ใบหน้าของ จื่อ หลิง พลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นางจ้องมองไปที่ ชูเฟิง และกล่าวด้วยเบาๆ ว่า “ข้าไม่ได้คิดอะไรกับเจ้าทั้งนั้น ข้าแค่กังวลว่าเจ้าจะปากสว่าง เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นเท่านั้น”


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit