วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 361 - ผู้นำ


       " โอ้ว!!! . . . . . อาวุโสหลิว ไม่ใช่ว่าข้าอยากจะกล่าวร้ายนาง แต่แม่นางจื่อหลิงที่งดงามเช่นนี้ มิควรมาร่วมในงานชุมนุมการแต่งงานร่วมกับผู้อื่น เห็นๆอยู่พวกท่านเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน " เมื่อ ซ้ง ฉิงเฟิง หันไปเจอ หลิว จื่อซุน เป็นธรรมดาที่เขาจะยิ้มและกล่าวเช่นนั้น



      " ถูกต้อง ดั่งคำที่ว่า ' ลำธารมิควรไหลออกจากทุ่งนา ' ข้าไม่รู้ว่า ท่านเจ้านคร ฉิน เล่ย คิดยังไงถึงยอมให้นางมาร่วมงานเลือกคู่ กับผู้อื่น ? " [ T/N 肥水不流外人田 féi shuǐ bù liú wài rén tián ]




     " ถูกต้อง ถูกต้อง แม่นางจื่อหลิง นั้นเหมาะสมกับอาวุโสหลิวจริงๆ " ในเวลาเดียวกัน ไป๋ หยวนเฟยและหลิว เสียวเหยา ดังขึ้นมาข้างๆ



     " หืม!!! แทนที่จะเดือดร้อนเรื่องคนอื่น เป็นห่วงเรื่องตัวเองก่อนไม๊ "



     " จำไว้ อย่าให้ข้าได้ยินพวกเจ้ากล่าวร้าย จื่อหลิง ไม่งั้นอย่าโทษข้าแล้วกัน " หลิว จื่อซุน ไม่ได้แสดงออกกับคำพูดพวกเขา หลังจากจ้องมองทั้งสามคน เขาก็สบัดแขนของเขาอย่างเคร้งขรึม และเดินเข้าไปยังจุดนำทางที่อยู่เหนือสุดของกลุ่ม



หลังจาก หลิว จื่อซุน เดินไปไกลแล้ว ซ้ง ฉิงเฟิง ก่อนหน้านี้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะที่ทำตัวอ่อนน้อม ตกลงสู่ใบหน้าที่ชั่วร้าย ขณะที่กล่าว " ท่าทีไอ้บ้านี้มันอะไร ? เด๋วมันจะต้องชดใช้ "



         " ถูกต้อง เราจะต้องจัดการหลิว จื่อซุนเป็นคนแรก แล้วค่อยไปสับไอเจ้า ชูเฟิง จากนั้นเราทั้ง 3 ก็จะผลัดกันเข้าหานาง ในตอนนั้นแม้ว่านางจะต้องการพวกเรา เราก็ไม่สนใจอีกต่อไป ให้นางได้ชดใช้ที่ทำตัวยโสโอหัง " ไป๋ หยวนเฟย กล่าวผ่านจิต 



        " ดี!! งั้นเราลงมือเลย ยังไงนี้ก็เป็นหุบเขาพันปีศาจอยู่แล้ว ดังนั้นเราจะโยนความผิดทั้งหมดไปให้พวกปีศาจมันซะเลย " ซ้ง ฉิงเฟิง เห็นด้วยเต็มที่ และภายในดวงตาของเขาตอนนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้าย



       " พี่ ฉิงเฟิง พี่ หยวนเฟย ท่านทั้งสองอย่าได้วู่วาม มันจะดีกว่าหากเราไม่ยุ่งกับ หลิว จื่อซุน " ในตอนนั้น หลิว เสี่ยวเหยา ส่งคำพูดผ่านจิต



        " ทำไมจะไม่ได้ เราจะไม่มีปัญญาเอาชนะเขางั้นหรอ หากเราทั้งสามร่วมมือกัน ? " ซ้ง ฉิงเฟิง ไป๋ หยวนเฟย ทั้งสองต่างแสดงท่าทีสับสน



        " เชื่อข้า หลิว จื่อซุน ซ่อนไผ่ตายเอาไว้อีกมากและเขาก็ยังไม่เปิดเผยทุกอย่างออกมา หากเขาลงมือจริงๆ ข้าเกรงว่า แม้แต่ เจี่ย ฉิงหมิง กับ สู่ จงหยู่ ก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้ " หลิว เสียวเหยา กล่าวอย่างจริงจัง เมื่อยังเห็นว่าพวกเขาทั้งสองยังคงสงสัย เขาจึงต้องอธิบาย



        " ภายในที่ราบหุบเขาไร้ใจ ก่อนที่เขาจะเป็นอาวุโสของนครอันทรงเกียรติ เขาลือกันว่า หลิว จื่อซุน ใช้ความแข็งแกร่งของเขา ฆ่าสองสัตว์มหึมาที่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์มาแล้ว "



        " หลิว จื่อซุน งั้นหรอ?? "



หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ซ้ง ฉิงเฟิง แล ไป๋ หยวนเฟย ทั้งคู่ได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สัตว์มหึมา ทรงพลังอำนาจ อายุขัยของพวกมันก็ยาวนานกว่ามนุษย์ เมื่อเทียบกับมนุษย์ในระดับพลังวิญญาณเท่ากัน ความแข็งแกร่งของสัตว์มหึมาจึงเหนือกว่าพวกมนุษย์



แล้วหลิว จื่อซุนที่สามารถฆ๋าสองสัตว์มหึมาที่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์ได้ นั้นก็หมายความว่าความแข็งแกร่งเขาเหนือกว่า อย่างน้อยๆพวกเขาสามคนก็ทำแบบนั้นไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง สัตว์มหึมา สองตัว แค่สัตว์มหึมาอาณาจักรสวรรค์ตัวเดียว พวกเขาก็ไม่มีทางชนะมัน



จากนั้น ซ้ง ฉิงเฟิง, ไป๋ หยวนเฟย และ หลิว เสียวเหยา ไม่มีทางเลือกอื่น จึงต้องล้มเลิกความคิดที่จะหาเรื่อง หลิว จื่อซุน สืบเนื่องมาจากที่ว่าพวกเขาไม่สามารถกำจัดเสี้ยนหนามอย่าง หลิว จื่อซุนได้ ท้ายที่สุดผมเขาก็หมดโอกาสที่จะได้สัมผัส จื่อหลิง



สิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างอย่างแท้จริง คือการได้ลิ้มรสความงดงามอย่างไร้ที่ติดั่งจื่อหลิง แต่บัดนี้ พวกเขาได้หมดโอกาสนั้น นั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับพวกเขา
[ T/N แค่คิดมืงก็หำขาดแล้ว ]



หุบเขาพันปีศาจกว้างใหญ่ อีกทั้งทางเดินแสนยาวไกล โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของพวกเขาที่มีไม่เท่ากัน ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มีทั้งอาณาจักรกำเนิดและอาณาจักรแก่นแท้ ดังนั้น พวกเขาจึงต้องใช้เวลาทั้งวัน เพื่อไปยังจุดนัดพบ



ตามเส้นทางพวกเขาแทบจะไม่พบสมุนปีศาจเลยสักตัว ด้วยสถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้ หากสมุนปีศาจปรากฏตัวในบริเวณรอบๆ นั้นก็จะเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้ฆ่าสมุนปีศาจเพื่อแสดงความแข็งแกร่งให้สาวงามได้ประจักษ์



ดังนั้นสมุนปีศาจทั้งหมดที่ปรากฏตัวออกมาอาจพูดได้ว่า พวกมันดวงกุดแล้ว เนื่องจากพวกมันต้องมีชะตากรรมที่จะต้องถูกฆ่าอย่างหน้าอนาถ โดยกลุ่มชายฉกรรย์ที่ไร้จิตใต้สำนึก จนสภาพศพของมันส่วนนั้นขาด ส่วนนี้ขาด กระจัดกระจาย



       " ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นการทดสอบความกล้าหาญของพวกเจ้า เวลาเดียวกัน มันก็ยังมีการทดสอบขีดความสามารถโดยรวม "



      " แต่ข้าแนะนำให้ทุกคนว่าอย่าได้แตกออกจากกลุ่ม และมันจะดีกว่าหากเลือกผู้นำมาสั่งการ "



      " สำหรับคนที่จะมาเป็นผู้นำของแต่ละกลุ่ม เราจะให้พวกเจ้าเป็นผู้เลือก "



      " ในอีกสิบเราจะเริ่มดำเนินการ และอีกสิบวัน ข้าก็จะมารอรับพวกเจ้าที่นี่ "



หลังจากผู้จัดการอาวุโสของนครอันทรงเกียรติชี้แจง พวกเขาก็พาคนทั้งหลายเดินมายังสถานที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการที่เรียกกันว่า จุดรวมพล หลังจากนั้นผู้จัดการอาวุโสก็แยกตัวออกมาหมดทุกคนพร้อมกับทำการกระซิบกระซาบกัน เรื่องที่จะให้ใครจะเป็นผู้นำ



ในตอนนั้น หลิว จื่อซุน ก็เดินไปยังใจกลางของฝูงชน พร้อมกับมองไปรอบๆแล้วตะโกนขึ้น " ทุกท่าน เหตุการณ์นี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ก่อนที่พวกท่านจะไป ซึ่งที่พวกเราควรมีทั้งหมด คือ ผู้นำที่เหมาะสม เพื่อนำพาคนทั้งหลายให้รอดพ้นจากดินแดนอันตรายแห่งนี้ "



          " ในฐานะที่ข้าเป็นสาวกอันดับ 1 ของนครอันทรงเกียรติข้า หลิว จื่อซุน มีความคุ้นเคยกับภูเขาพันปีศาจเป็นอย่างดีและเคยประมือกับสัตว์มหึมา หลายครั้งต่อหลายครั้ง ดังนั้นข้าจึงอาสาเป็นผู้นำ มีใครบ้างที่อยากคัดค้าน ? "



         " ไม่มีเว้ย!!! ข้ายินดีที่จะให้อาวุโสหลิวเป็นผู้นำ "



        " ข้าก็ยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นพลังวิญญาณ ความสามารถหรือสติปัญญา อาวุโสหลิวล้วนแต่เหนือพวกเราทั้งหมด ดังนั้นท่านเป็นคนเดียวที่เหมาะสมในการสั่งการ "



หลังจาก หลิว จื่อซุน พูด หญิงงามทั้งหลายของนครอันทรงเกียรติทั้งหมดก็เริ่มเห็นด้วย และหลังจากที่พวกเขาทำการยอมรับ ก็ไม่มีใครกล้าออกความเห็น



นอกจากนี้การคัดค้านยังหมายถึงการ ต่อต้าน หญิงงาม เมื่อพวกนางว่าถูก คนทั้งหมดก็ได้ยอมรับว่า หลิว จื่อซุน คือคนที่เหมาะสุดที่จะนำพาพวกเขา



แล้วก็เป็นไปอย่างที่ หลิว จื่อซุน คิด ว่าทุกคนจะต้องยอมรับ ดังนั้นเขาหลิว จื่อซุน จึงตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปลึกมากกว่านี้ พวกเขาจึงตั้งสถานที่พักผ่อนในค่ำคืนที่นี้ เนื่องจากมันดึกมากแล้ว อีกทั้งทุกคนยังเหนื่อยล้าจากการเดินทาง



ต้องบอกว่า หลิว จื่อซุน มีความสามารถในการเป็นผู้นำ หลังจากที่ตัดสินใจตั้งที่พัก เขาก็เริ่มแบ่งสันปันส่วนงานออกเป็นสัดส่วน ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณจะทำการตรวจสอบสิ่งที่บุกรุกและสร้างรูปแบบอำนาจฯเสริมการป้องกันก่อตัวโปร่งใสอยู่รอบๆบริเวณที่พัก



ชูเฟิงเสนอตัวบอกว่าเขาเป็นผู้เชื่อมต่อฯ ไม่ใช่ว่าเขาต้องการอยากอวดอ้างความสามารถพิเศษ แต่เขาต้องการวางรูปแบบฯให้มีช่องโหว่ เพื่อง่ายต่อการใช้ในยามหลบหนี



เนื่องจากมีความแตกต่างของหญิง - ชาย จึงมีการเว้นระยะห่างสำหรับสถานที่พักระหว่างบุรุษและสตรี



แต่อาจเป็นเพราะมันดึกมากและอยากที่จะพักผ่อน แน่นอนว่ามันย่อมลำบาก จื่อหลิงไม่ได้ขอ ให้ชูเฟิงมาอยู่ใกล้ๆ แต่เมื่อพวกเขากำลังจะแยกออกห่าง นางก็ขู่ ชูเฟิง " หากเจ้าขืนปากโป้ง ข้าจะตัดปากเจ้า "



เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์นั้น ชูเฟิงจึงตัดสินใจหาทางแอบหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ เมื่อยามสิ้นเสียงของผู้คน ท่ามกลางค่ำคืน



        " น้องชูเฟิง ? น้องชูเฟิง อยู่หรือเปล่า ? "



ขณะที่แสงจันทร์สาดส่องลงมา ก็มีเสียงที่อ่อนหวานดังขึ้นมาจากหน้าทางเข้าที่พักของชูเฟิง ด้วยเสียงนุ่มนวล 


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


จะใช้จื่อหลิงไม๊

หากใช้ ชูเฟิง จะทำการกดไลค์ทันที . . . . . . . 

เด๋วคัดคนต่อนะคับ . . . . .