วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 364 - ไล่ล่าปู่



    ในขณะนั้น ชูเฟิง ได้ใช้ทักษะของจักรพรรดิ์นภา เพื่อเดินบนอากาศ



     และในขณะที่เขาจะหนีห่างออกมานั้น เขารับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งสามสาย ที่กำลังไล่ตามเขามา



     เขารีบหันกลับไปมองที่ปลายขอบฟ้าด้านหลังของเขา เขาพบว่าออร่าพลังทั้งสามสายนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก ความแข็งแกร่งนั้นสามารถทำให้มวลอากาศรอบๆ บิดตัวได้อย่างรุนแรง



     ภายใต้บรรยากาศยามราตรีนั้น ใบหน้าของบุคคลทั้งสามที่ไล่ตาม ชูเฟิง มานั้น เป็นใบหน้าที่น่าหวาดกลัว มันบ่งบอกถึงความเดือดดาลของพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด



     ภายใต้ใบหน้าที่น่ากลัวนั้น ชูเฟิง สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาคือ ซ่ง ฉิงเฟย ,ไป่ หยุนเฟย และ หลิว เสี่ยวเหยา



     “ซ่ง ฉิงเฟิง ,ไป่ หยุนเฟย ,หลิว เสียวเหยา พวกเจ้าเป็นสุนัขรับใช้ของ หลิว จื่อซุน หรือไง ถึงได้มาไล่ล่าข้าเช่นนี้” ชูเฟิง หันหน้ามาพน้อมกับด่าออกไป



     “ไอ้เวร……เจ้ากล้าด่าพวกข้าเช่นนั้นรึ ข้าจะทำให้เจ้าได้รับรู้ว่า หากเจ้าด่าพวกเรา เจ้าจะได้รับผลเช่นไร” ซ่ง ฉิงเฟย และคนอื่นๆ นั้น ไม่ชอบ ชูเฟิง อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น เมื่อพวกเขามีโอกาสจัดการกับ ชูเฟิง พวกเขาจึงย่อมไม่พลาดโอกาสเช่นนี้



     “ไอ้พวกสวะ พวกเจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะสามารถจับตัวปู่ของพวกเจ้า ด้วยขาเล็กๆ สั้นๆ เช่นนั่นได้รึ”



     “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าตกหลุมรีก จื่อ หลิง แต่ข้า ปู่ของพวกเจ้า บอกได้เลยว่า ในไม่ช้านี้นางจะต้องตกเป็นของข้า ดันนั้น พวกเจ้าควรตัดใจจากนางซะ อย่าได้มามัวเสียเวลาอยู่เลย”



     “มาซิๆ !! รีบๆ มาจับปู่ของพวกเจ้าซะเร็วๆ !! ถ้าพวกเจ้าจับข้าได้ก็แล้วไป หากพวกเจ้าจับข้าไม่ได้ พวกเจ้าจะต้องเสียใจในภายหลังแน่นอน”



     “ไม่ใช่เพียงแค่พวกเจ้าเท่านั้น แม่แต่ผู้ที่หนุนหลังพวกเจ้า ก็ต้องชดใช้กับสิ่งเหล่านี้ ในวันข้างหน้า ปู่ของเจ้าเจ้าไปเยือนถึง สำนักเทพอัคคี ,นิกายไร้ลักษณ์(นิกายไป่) และหุบเขาใจสลาย เพื่อเอาคืนอย่างสาสม”



     หลังจากกล่าวจบนั้น พลังขั้นแก่นวิญญาณภายในร่างกายของ ชูเฟิง ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในขณนั้น ออร่าพลังสีฟ้าก็ถูกกระจายออกมาจากตัวของเขา และบีบตัวอัดแน่นจนกลายเป็นมังกรสีฟ้าใต้เท้าของ ชูเฟิง



     “เจ้ามันช่างอวดดียิ่งนัก จากนี้ไป ข้าจะฉีกปากเจ้าเป็นชิ้นๆ”



     ในขณะนั้น ซ่ง ฉิงเฟิง ไม่สามารถอดทนต่อการดูถูกได้อีกต่อไป พลังออร่าของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เขาเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไว ด้วยทักษะของเขา



     ในเวลาเดียวกันนั้น ใบหน้าของ ไป่ หยุนเฟย และ หลิว เสี่ยวเหยา ก็อัดแน่นไปด้วยความกราดเกรี้ยว พวกเขาเสริมความเร็วให้กับร่างกายของเขาอย่างฉับพลัน พร้อมกับพุ่งทะยานไปที่ ชูเฟิง 



     “หืม…..ทั้งๆ ที่พวกเจ้าทั้งสามคนอยู่ในขั้นแดนสวรรค์ แต่พวกเจ้าก็ไม่สามารถจับตัวปู่ของพวกเจ้า ที่มีพลังเพียงระดับสาม ขั้นเก่นวิญญาณ เช่นนี้รึ”



     “พวกเจ้าใช้เวลาบ่มเพาะพลังอย่างยาวนาน อีกทั้งยังสูญเสียทรัพยากรจำนวนมาก แม้ว่าในตอนนี้พวกเจ้าก็ใกล้จะสามสิบแล้ว แต่พวกเจ้ายังไม่มีปัญญาที่จะจัดการกับเด็กเพียงคนเดียวได้เลย พวกเจ้าจงใช้ชีวิตที่เหลือเยี่ยงสุนัขไปเถอะ”



     “ในตอนนี้ข้า ปู่ของพวกเจ้ากำลังรีบ ข้าจึงไม่มีเวลามาเล่นไล่จับกับพวกเจ้าที่วิ่งเป็นเต่าเช่นนี้ น่าเสียดายพลังวิญญาณขั้นแดนสวรรค์ในร่างกายของพวกเจ้าจริงๆ”



     ชูเฟิง ยังคงยั่วยุทั้งสามคนอย่างต่อเนื่อง เมื่อพวกเขาทั้งสามคนเริ่มเข้ามาใกล้ ชูเฟิง นั้น มังกรสีฟ้าใต้เท้าของเขาก็เคลื่อนไหว พร้อมกับทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว



     “ไอ้ !! ข้าจะไม่ฉีกปากเจ้าเพียงอย่างเดียว ข้าจะตัดลิ้นของเจ้า และสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น”



     ซ่ง ฉิงเฟิง ตะโกนด้วยความโกรธ เขาสะบัดฝ่ามือของเขาไปที่ ชูเฟิง ฝ่ามือนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณขั้นแดนสวรรค์



     ตามการประมาณระยะของเขานั้น พลังของฝ่ามือนี้ย่อมสามารถจับ ชูเฟิง ได้อย่างแน่นอน



     แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในช่วงเวลานั้น ออร่าพลังสีฟ้าใต้เท้าของ ชูเฟิง ก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายของ ชูเฟิง ไกลห่างออกไปจากพวกเขาทั้งสามคนกว่าพันเมตร และเพียงพริบตาเดียว ชูเฟิง ก็พุ่งทะยานและหายไปภายในป่าลึก



     “นี่มัน……..”


    เมื่อพวกเขาเห็น ชูเฟิง หายไปอย่างรวดเร็วราวกับฟ้าผ่า พวกเขาต่างหยุดยืนอยู่บนอากาศ และมองหน้ากันเอง พร้อมกับกล่าวออกมาพร้อมกันว่า “ทำไมมันรวดเร็วเช่นนี้ !!”



     ในขณะที่ ซ่ง ฉิงเฟิง และคนอื่นๆ กำลังไล่ล่า ชูเฟิง อยู่นั้น เซี่ย เหลอ ก็ได้กลับเข้าไปยังที่พักของนางพร้อมกับคนอื่นๆ เพื่อสงบสติอารมณ์จากการตัดสินใจของตัวเองพร้อมกับสาวงามคนอื่นๆ ในคืนนี้



     อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นก็ยังมีอีกหลายคนที่ร่วมชุมนุมอยู่ในพื้นที่ๆ ชูเฟิง ถูกกล่าวหา และพวกเขายังคงกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างออกรสออกชาติ



     โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าชายหนุ่ม ที่มีความอิจฉาต่อ ชูเฟิง พวกเขาต่างด่าทอ ชูเฟิง ว่าต่ำต้อยยิ่งกว่า สุนัข และสุกร และอีกหลายๆ คำที่หยาบช้า ทั้งหมดนั้นถูกเจาะจงไปที่ ชูเฟิง ทั้งสิ้น เหล่าชายหนุ่มที่ไม่ได้รู้ความจริงนั้น ต่างใช้วิธีการนี้ เพื่อให้ได้รับความชื่นชอบจากสาวงามทั้งหลาย



     “ศิษย์น้อง จื่อ หลิง ข้าคิดไว้แล้วว่า ชูเฟิง นั่นไม่เหมาะสมกับเจ้า แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเป็นคนเช่นนี้ โชคยังดีที่เขายังไม่แข็งแกร่งมาก และเขาก็ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาได้เร็ว”



     “ถ้าไม่เช่นนั่นแล้ว หญิงงามจากนครอันทรงเกียรติของเรา จะต้องตกเป็นผู้หญิงของเขาอย่างแน่นอน และหากเป็นเช่นนั้น มันก็เหมือนกับว่านครอันทรงเกียรติได้ผลักพวกนางให้ตกลงสู่ หลุมแห่งความทุกข์ทรมานไปชั่วชีวิต” หลิว จือซุน เดินไปหา จื่อ หลิง ด้วยใบหน้ากังวล



     หลังจากได้ยินคำกล่าวนั้น ดวงตาของ จื่อ หลิง เป็นประกาย คล้ายกับว่านางสามารถจับพิรุทบางอย่างได้ แต่นางก็ไม่กล่าวออกมา นางยิ้มอย่างอ่อนหวานไปที่ หลิว จือซุน และกล่าวว่า “โชคดีอย่างที่ที่ศิษย์พี่ หลิว จื่อซุนกล่าว หากสถานการณ์เป็นชั้น ข้าเกรงว่ามันจะไม่ปลอดภัย”



     “ศิษย์น้อง จื่อ หลิง หากว่าเจ้ากลัว………ข้าจะย้ายที่พักของข้า ไปอยู่ข้างๆ เจ้า ไม่ต้องพูดถึง ชูเฟิง แม้แต่สัตว์มหึมา ข้าก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันทำอันตรายต่อเจ้าได้” ในเวลานั้น หลิว ชีซุน เห็น จื่อ หลิง เปรียบได้กับ นกน้อยที่ต้องการที่พักอาศัย เขาจึงกล่าวออกมา พร้อมกับตบไปที่หน้าอกเป็นคำมั่น



     “โอ้………..ข้าซาบซึ้งถึงความตั้งใจดีภายในหัวใจท่านมาก แต่ชายและหญิงต้องพักแยกกัน ดังนั้น ท่านคงไม่ทำลายกฏที่ท่านตั้งขึ้นเอง ในฐานะที่ท่ายเป็นผู้นำของกลุ่มใช่ไหม” จื่อ หลิง ยิ้มหวานออกมา รอยยิ้มของนางสามารถทำให้คนนับหมื่นนั้นหลงเสน่ห์ได้อย่าง่ายดาย และแม้แต่ทำให้มอบความรักแก่นางก็เป็นไปได้



     “คือ………….” เมื้อใดยินคำกล่าวของ จื่อ หลิง นั้น หลิว จือซุน คิดอยากที่จะตบปากของตัวเองจริงๆ ที่ตั้งกฏเช่นนี้ออกมา



     เพราะที่เขาตั้งกฏนี้ออกมานั้น เพื่อกันไม่ให้ ชูเฟิง ได้ใกล้ชิดกับ จื่อ หลิง แต่ในตอนนี้มันกลับไร้ประโยชน์



     แต่นี่เป็นกฏที่เขาตั้งขึ้นเอง ดังนั้น เขาจึงคิดอย่างรวดเร็วความชาญฉลาด และกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มบาง



     “ในวันนี้เป็นวันแรกที่พวกเราทั้งหมดได้ใกล้ชิดกัน ดังนั้น ข้าคิดว่าในคืนนี้พวกเราทั้งหมดไม่ควรที่จะนอนรวมกัน เพราะมันไม่เหมาะสม”



     “เมื่อทุกๆ คนเริ่มคุ้ยเคยซึ่งกันและกันในวันพรุ่งนี้ จะอนุญาตให้ตั้งที่พักใกล้ๆ กันได้ เผื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น จะได้สามารถช่วยเหลือกันได้อย่างรวดเร็ว”



     “พวกเราจะเชื่อฟัง และจัดการตามที่ท่านกล่าว” ตั้งแต่ต้นจนจบนั้น ใบหน้าของ จื่อ หลิง ยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน ดูน่ารักกว่าปกติ หลังจากนั้น นางจึงกล่าวออกมาว่า “ศิษย์พี่ หลิว จือซุน ข้าคิดว่าจะไปพักผ่อนแล้วหล่ะ ท่านก็ควรจะพักผ่อนเช่นกัน”



     “อ่า……ไม่ต้องเป็นห่วง ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้อยู่ข้างๆ เจ้า แต่รับรองว่าจะไม่มีผู้ใดรบกวนเจ้าได้” ใบหน้าของ หลิว จือซุน เต็มไปด้วยความครุ่นคิด และตัณหา ตลอดเวลาที่เขาจ้องมอง จื่อ หลิง ในขณะที่นางหันหลังเดินกลับไปยังที่พักของนาง เขาไม่ได้ยิ้มออกมา เพียงแต่กล่าวชื่นชมกับแผนการจองเขาว่า




     “มีเพียงข้า หลิว จือซุน เท่านั้น ที่จะได้เชยชมความงามของเจ้า หากผู้ใดมันกล้าที่จะเข้าใกล้เจ้า ข้าจะทำให้มันรับรู้ถึงความตาย”

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยคุณ#Abhisit Siriroop