วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 366 - การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน



**** บูมมม ****




ขณะที่ ชูเฟิง คิดว่าตัวเองจะต้องตายอย่างแน่นอน ก็มีลูกไฟพวยพุ่งลงมาจากท้องฟ้ากระแทกลงบนร่างกายของสัตว์มหึมา



ความเร็วของสิ่งนั้นรวดเร็วและรุนแรงอย่างมาก เมื่อมันพุ่งใส่ร่างของสัตว์มหึมาจังๆ ไม่เพียงแต่มันจะหยุดโจมตี ชูเฟิง มันยังสิ้นลมหายใจจมลงบนพื้น โดยไร้ซึ่งลมหายใจ



การเปลี่นนแปลงอย่างฉับพลัน ทำให้ ชูเฟิงตกใจอย่างมาก เมื่อเขาเงยหน้ามองดู จึงได้แค่ตกตะลึง



ที่เขาตกตะลึงก็เพราะ พบว่า สัตว์มหึมาที่อยู่อาณาจักรสวรรค์ถูกบดขยี้จนตาย สิ่งที่ทำนั้นมันมันอยู่ในสภาพนั้นไม่ใช่วัตถุ แต่เป็นร่างของชายชราตัวเล็กๆ



ชายชราคนนั้นมีส่วนสูง 150 ซม.รูปร่างผอมกระหร่อง จนลมที่พัดสามารถพาตัวเค้าปลิวออกไป



แม้ว่า การปรากฏตัวของชายชราคนนั้นจะไม่ดูพิเศษพิโส แต่เมื่อเขามองก็ใจเต้นรัว โดยเฉพาะการที่ ชูเฟิง ไม่สามารถใช้อำนาจฯตรวจสอบการเพาะปลูกของชายชราได้ แต่พลังของเขานั้นยากจะหยั่งถึงหรืออาจเหนือกว่าเจ้านครอันทรงเกียรติเลยด้วยซ้ำ



        " เอ้ย เจ้าหนู เจ้าเข้าร่่วมการแต่งงานด้วยใช่มั๊ย ? "



ชายชราเมื่อพบชูเฟิง เขาก็ใส่พลังไปเอวของเขายืดขึ้น และตีลังกาลงจากอากาศสู่บนพื้นดิน ข้างๆชูเฟิง จากนั้นเขาก็ยกศีรษะ พร้อมกับใช้สายตา จ้องมองชูเฟิงอย่างละเอียด



         " อาวุโส ข้าน้อยบังอาจถามได้หรือไม่ ว่าท่านคือใคร ? " ชูเฟิงไม่ตอบเขา แต่ดันถามตัวตนของชายชราด้วยความอยากรู้



        " ข้าเป็นแขกอาวุโสของนครอันทรงเกียรติ จื่อ ซวนหยวน " ชายชราลูบที่หน้าอกพร้อมกับกล่าว



        ' จื่อ ซวนหยวน ? แซ่ จื่อ . . . . หรือบางทีเขาอาจจะเกี่ยวข้องบางอย่าง กับจื่อหลิง '



หลังจากได้ยินคำพูดชายชรา ชูเฟิงก็เริ่มใช้ความคิด หลังจากนั้น เขาก็พลันรู้ว่า แซ่ จื่อ คนที่เขารู้จักก็ไม่มีใครอีกแล้ว และจนถึงบดนี้เขารู้เพียงคนที่ใช้แซ่ จื่อ เพียงสองคน หนึ่งคือ จื่อ หลิง และอีกคนก็คือตาแก่ที่อยู่ด้านหน้าของเขา



         " หลานสาวสุดที่รักของข้านั้นได้เข้าร่วมชุมนุมการแต่งงาน และนางก็อยู่ภายในหุบเขาพันปีศาจ หากเจ้ารู้จักหลานสาวของข้า พอบอกได้ไม๊ว่านางอยู่ที่ไหน ? " จื่อ ซวนหยวน ถาม



        " ท่านจื่อ ซวนหยวน หรือว่าหลานท่านก็คือ . . . . ? "



       " อ่า นางมีชื่อว่า จื่อ หลิง เจ้าน่าจะรู้จักนางสินะ ? "



        " นี่  . . . . " ถึงแม้ว่าเขาจะสะกิดใจอยู่แต่แรก หลังจากที่ได้รับการยืนยัน ชูเฟิงก็ยังรู้สึกว่ามันน่าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย หากปู่ จื่อ หลิง มาอยู่นี้ เห็นได้ชัดแล้วว่ามันเป็นเรื่องไม่ดี



สิ่งที่สำคัญ คือปู่ของจื่อ หลิง ดูเหมือนจะรักนางมากซะด้วย อีกทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญยากหยั่งถึง หาก จื่อ หลิง บอกปู่ของนางเรื่องที่เขาแย่งทักษะเร้นลับไป เรื่องเขาคงจบไม่สวยแน่



         " หลานของท่าน แม่นางจื่อหลิง แน่นอนว่าข้ารู้จักนาง ข้าน้อยไม้อยากปิดบังอาวุโส ซวนหยวน ถึงแม้ข้าจะเข้าร่วมการแต่งงาน แต่ข้าถูกบังคับให้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ "



        " โดยที่ข้าน้อยหลุดออกจากกลุ่ม แล้วเกิดหลงทาง จนมาอยู่ที่นี้ทั้งวัน ดังนั้นตอนนี้ข้าน้อยจึงไม่ทราบว่า แม่นางจื่อหลิงและคนอื่นๆอยู่ไหน "



ชูเฟิง หาทางหลุดพ้นจากสถานการณ์นั้น แล้วทำไมเขาถึงต้องส่งตัวเองเข้าไปหาที่ตาย หากหาทางหนี ตาเฒ่านี้ไม่ได้ มีหวังเขาตายแน่ๆ



        " อ่อ เป็นเช่นนี้เองหรอ เจ้าหนู!!! "



        " จะยังไงก็ตาม นี้นับเป็นวาสนาของเจ้าที่ได้พบข้า ดังนั้นข้าจะพาเจ้ากลับ "



ขณะที่ จื่อ ซวนหยวน พูดเขาก็หยิบแผนที่จากไหนออกมาไม่รู้ แต่มันเป็นแผนที่เหมือนกับที่พวกเขาได้



         " อาวุโส ซวนหยวน ข้าไม่อยากรบกวนท่าน ท่านเชิญล่วงหน้าไปก่อนเลยอย่าได้นำข้าไปเป็นภาระท่าน "



         " เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ ที่ข้าเลินเล่อจนเกิดผลัดหลงเพราะข้ายังไร้สามารถ ข้าอยากจะผจญความลำบากมากกว่านี้ ดังนั้นข้าจึงต้องการพึ่งพากำลังของตัวเองในการหาทางกลับ " ชูเฟิงส่ายหัวปฏิเสธ



         " นี่ เจ้ายังไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ ว่ามันอันตรายแค่ไหน เด็กที่มีความแข็งแกร่งเพียงแค่นี้กับคิดจะหาทางกลับเอง หากสุ่มสี่สุ่มห้าจนหลงทิศ มีหวังเจ้าตายอยู่ภายในนี้เป็นแน่ "



         " อาวุโสอย่าได้กังวล ข้าจะ . . . . . "



        " อย่าได้พูดให้มากความ เด๋วข้าจะพาเจ้ากลับ "



จื่อ ซวนหยวน ไม่ได้สนใจชูเฟิงพล่าม เขารีบยื่นมาไปคว้าข้อพับที่แขนเสื้อของ ชูเฟิงอย่างรวดเร็ว จากนั้นฉากด้านหน้าของ ชูเฟิง ก็พร่ามัวไปหมด ลมที่รุนแรงพัดผ่านหูเขาจนกระพือ ขณะนั้นเขาลอยอยู่บนอากาศโดย จื่อ ซวนหยวน และความเร็วของมันยังเร็วกว่า มังกรทะยานผ่านเก้าสวรรค์หลายเท่า



นอกจากนี้ จื่อ ซวนหยวน ยังมีสัมผัสที่เฉียบแหลม จนดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจลักษณะของหุบเขาพันปีศาจได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหลังจากหายเข้าไปในอากาศ เขาก็พาชูเฟิงมาถึงสถานที่รวมพลที่จัดขึ้นก่อนหน้านี้



หลังจากวนรอบ ภายในพื้นที่นั้น ใบหน้าของ จื่อ ซวนหยวน ก็เปลี่ยนไปทันที จากนั้นเขาและชูเฟิงก็พุ่งลงภายในป่า



รอบๆพื้นนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ ชูเฟิง จำลักษณะของป่าได้เป็นอย่างดี เขาจึงบอกได้เลยว่ามันคือสถานที่ หลิว จือซุน และคนอื่นๆตั้งที่พัก ในตอนนั้นมันเหมือนจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น



         " นี่มัน . . . . . . . "



หลังจากที่ ชูเฟิง เดินออกมาภายในป่า เขาก็เห็นทุกได้อย่างชัดเจน ซึ่งใบหน้าของเขาในตอนนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก



เพราะเขารู้ว่า ภายในป่าที่ตั้งอยู่ มีสภาพสมบูรณ์ แต่รูปแบบอำนาจฯที่วางไว้ถูกทำลาย และที่พักถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ และบริเวณใกล้เคียง มีหลายสิบ ศพ นอนกองอยู่ที่พื้น พวกเขาคือคนที่มาร่วมชุมนุมในการแต่งงาน พวกเขาล้วนตายอย่างอนาถ ไม่มีศพไหนที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เลยสักราย



       " บัดซบ...!! " เห็นฉากนั้น จื่อ ซวนหยวน ดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง และใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความคับแค้นจนกลายเป็นความโกรธ



       " ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้ล่ะ ไม่นานนี้พวกเขายังดีดีกันอยู่เลย มันไปได้ไม๊ว่า . . . . ? " หน้าของชูเฟิงเต็มไปด้วยความตกใจ เขาไม่เคยนึกว่าในเวลาสั้นๆที่เขาออกมา จะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่า จื่อหลิงและคนอื่นๆ กำลังเผชิญหายนะ



ดูจากวิธีที่โหดเหี้ยมนั้น อีกทั้งร่องรอยจากกรงเล็บที่ทิ้งไว้บนศพ ชูเฟิง ก็พอเดาได้ว่าอะไรที่ทำทั้งหมดนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาถูกทำร้ายโดยสัตว์มหึมา ที่แข็งแกร่ง ไม่เช่นนั้น จื่อ หลิง, หลิว จือซุน และคนอื่นๆที่แข็งแกร่งคงไม่ลงเอยแบบนี้



ชูเฟิง ไม่ได้กังวัลเกี่ยวกับเรื่องความตายของใครทั้งนั้น แต่ จื่อ หลิง นั้นมีกายศักดิ์สิทธิ์ที่ชูเฟิง ต้องการได้รับ ผลประโยชน์จากการหลับนอนกับนาง ดังนั้นเป็นธรรมดาที่ ชูเฟิงจะหวังว่า อย่าให้เกิดเรืองเลวร้ายขึ้นกับนาง



ดังนั้น ชูเฟิง รีบกระจายอำนาจพลังวิญญาณออกทันที เพื่อค้นหาเบาะแสบางอย่าง



ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้คาดหวังกับมันมากนัก แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงชีพจร ภายในศพที่กองอยู่บนพื้นยังคงมีคนที่รอดชีวิต



        " อาวุโส ซวนหยวน ทางนี้!!! "



ชูเฟิง รีบไปหาคนๆนั้น หลังจากวิ่งมาใกล้เขาก็พบชายคนหนึ่ง ร่างของเขาไร้ขา และบาดแผลของมันเหมือนถูกฉีกออกด้วยแรงมหาศาล แต่คนๆนั้นก็มีชีวิตอยู่จริงๆ



        " นี่ มันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ? " คนที่นอนกับพื้นไม่ขยับ ชูเฟิงจึงยกเขาขึ้น



        " อย่าฆ่าข้าเลย อย่าฆ่าข้า " ขณะที่ชูเฟิงสัมผัสเขา ชายคนนั้นก็ร้องเสียงดังออกมา อย่างสติแตก ด้วยความตกใจ



        " สหายข้าอย่าได้กลัว ข้าคืออาวุโสจากนครอันทรงเกียรติ " ในตอนนั้น จื่อ ซวนหยวนก็วางมือลงศีรษะชายคนนั้น พร้อมส่งพลังบางอย่างแทรกเข้าไป



ด้วยการแทรกแซงจากอำนาจพิเศษ ของ จื่อ ซวนหยวน ผู้ชายคนที่กำลังกลัวสุดขีด ก็เริ่มมีสีหน้าค่อยๆสงบ จนสามารถเรียกสติกลับมา

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////