วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 367 - แบกรับความเสียง ทีจะช่วยผู้อื่น

    
      “สหาย !! ที่นี่เกิดอะไรขึ้น คนอื่นๆไปอยู่ที่ไหนหมด”  หลังสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลง จื่อ ซวนหยวน ก็ถามขึ้น



     “พวกเราถูกโจมตี……..มีบางคนทรยศ มันเป็นสายลับของพวกสัตว์ยักษ์ ด้วยวิธีการบางอย่างมันสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ และแฝงตัวเข้ามาภายในกลุ่มของพวกเรา”



     “เราถูกจู่โจมโดยสัตว์ยักษ์ มีหลายคนที่ถูกฆ่าตาย และอีกหลายคนถูกจับตัวไป พวกมันต้องการจับตัวพวกเขาไปเพื่อเป็นตัวประกัน ในการคุกคามเหล่าขุมอำนาจต่างๆ ราวกับว่าพวกมันวางแผนมาอย่างดีในเรื่องนี้” ชายคนนี้กล่าวอธิบายออกมา ใบหน้าและแววตาของเขา ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแทบบ้าคลั่ง



     “พวกเขาถูกพาตัวไป !! ………แล้ว หลิว จือซุน ล่ะ เขาน่าจะเอาชนะเหล่าสัตว์ยักษ์ได้นี่” จื่อ ซวนหยวน กล่าวถาม



     “มันแข็งแกร่งเกินไป มันทั้งน่าเกลียดและน่ากลัว ตัวมันมีลักษณะคล้ายคางคกผิวหนังสีดำ หลิว จือซุน ไม่อาจเอาชนะมันได้เลย คนที่ต่อต้านมันล้วนถูกมันฆ่าตายจนหมด แม้แต่คนที่คิดจะหนีก็ถูกฆ่าตายเช่นกัน”



     ขณะที่ชายคนนั้นกล่าวออกมา ใบหน้าของเขาแสดงความหวดกลัวออกมาอย่างเด่นชัด ร่างกายของเขาสั่นสะท่านอย่างรุนแรง



     “แล้ว จื่อ หลิง ล่ะ นางก็ถูกจับตัวไปด้วยเช่นนั้นรึ”



     “อืมม…………นางถูกจับตัวไป ทุกๆ คนล้วนถูกจับไป ไม่เว้นแม้แต่แม่นาง จื่อ หลิง”



     เมื่อเขาถามถึงจุดนั้น จื่อ ซวนหยวน ขมวดคิวเล็กน้อย เมื่อเขาได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดนั้น เขาไม่ได้ถามอะไรออกมาอีก เขาหันไปที่ ชูเฟิง และกล่าวว่า “เจ้าหนู รักษาบาดแผลให้เขา”



     “อ่า…….” ชูเฟิง ตรงเข้าไปรักษาชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว



     “เจ้า !! อ้าาาา…เบาๆ หน่อย” ชายคนนั้นรู้จัก ชูเฟิง แต่เมื่อเขาเห็นว่า ชูเฟิง มาพร้อมกับ จื่อ ซวนหยวน เขาจึงไม่ได้กล่าวอะไรออกมา และด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลของเขานั้น เขาจึงปล่อยให้ ชูเฟิง นักษาบาดแผลของเขา



     ด้วยอำนาจพลังวิญญาณ ของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณนั้น ชูเฟิง สามารถรักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเขารักษาบาดแผลเสร็จนั้น เขาจึงหยิบเม็ดยาออกมาเม็ดหนึ่ง



     เขากล่าวว่า มันคือยาบรรเทาความเจ็บปวด แต่ความจริงนั้น มันคือยาทำให้หมดสติ หากคนเราหมดสติไปนั้น พวกเขาย่อมไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวด



     เหตุผลที่ ชูเฟิง เอายาเม็ดนั้นให้เขากิน เพราะว่า ชูเฟิง กังวลว่าชายคนนั้นจะกล่าวถึงเรื่องที่เขาถูกใส่ร้ายให้ จื่อ ซวนหยวน ฟัง



     และยาเม็นนั้นก็แสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างรวดเร็ว เพียงเวลาไม่นาน ชายคนนั้นก็เริ่มง่วง และสุดท้ายเขาก็หมดสติไป



     หลังจากนั้น ชูเฟิง ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อ เขาจึงกล่าวถามขึ้นว่า “ผู้อาวุโส จื่อ ซวนหยวน ท่านรู้อะไรเกี่ยวกับคางคกสีดำ ที่แม้แต่ หลิว จื่อซุน และคนอื่นๆ ยังไม่สามารถเอาชนะมันได้บ้าง”



     “มันคือหนึ่งในห้าราชันย์ปิศาจ ราชันย์คางคกดำ” จื่อ ซวนหยวน กล่าวตอบ



     “ราชันย์คางคกดำ !?” เมื่อ ชูเฟิง ได้ยินเช่นนั้น แม้เขาจะไม่รู้ว่าสิ่งใดที่ถูกเรียกเช่นนั้น แต่เขาสามารถคาดเดาได้ว่า มันคือหนึ่งในห้าของผู้ปกครองหุบเขาพันปิศาจ



     “มิน่า……ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมพวกเราจึงไม่พบร่องรอยของราชันย์คางคกดำ ข้าไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า พวกเราจะถูกล่อลวงโดยสัตว์ยักษ์”



     “เรื่องนี้ไม่ใช้เรื่องธรรมดาที่เราสามารถจัดการได้ กิจกรรมทั้งหมดนี่ ล้วนแล้วแต่ถูกจัดขึ้นโดยนครอันทรงเกียรติของข้า และผู้เข้าร่วมนั้น ล้วนแต่เป็นบุคคลที่โดดเด่นจากทุกสำนักภายในเก้าอาณาจักรทั้งสิ้น หากเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา แม้แต่นครอันทรงเกียรติก็ไม่อาจแบกรับความรับผิดชอบเช่นนี้ไหว”



     ใบหน้าของ จื่อ ซวนหยวน นั้น เต็มไปด้วยความกังวล แต่จากมุมมองของ ชูเฟิง นั้น เขาเห็นได้ชีดเจนว่า จื่อ ซวนหยวน ไม่ได้เป็นกังวลเกี่ยวกับผู้เข้ารวมกิจกรรมมากนัก แต่ที่เขาเป็นห่วงจริงๆ คือหลานสาวของเขา จื่อ หลิง



     ส่วนเหตุผลที่ทำให้ จื่อ ซวนหยวน เป็นกังวลขนาดนี้นั้น ชูเฟิง ตาดเดาว่า แม้เขาจะไม่เคยเห็นราชันย์คางคกดำมาก่อน แต่เขาเคยได้ยินมาว่า เหล่าสัตว์ยักษ์นั้นชื่นชอบสาวงามเป็นอย่างมาก และเคยมีหลายเหตุการณ์ที่สัตว์ยักพุ่งเป้ามาที่สาวงามโดยตรง



     และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้น เผ่าพันธุ์คางคกมีชื่อเสียงในด้านนี้มากที่สุด ภายในเผ่าพันธุ์ปิศาจทั้งหมด



     ดังนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ จื่อ ซวนหยวน เท่านั้นที่เป็นกังวล แต่ ชูเฟิง เองก็มีความกังวลอยู่มาก เพราะ จื่อ หลิง นั้น เป็นสาวงามอันดับหนึ่งของทั้งหมด และนางก็ถูกจับตัวไปโดยราชัย์คางคกดำ มันย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ที่นางจะรอดพ้นจากการถูกย่ำยีโดยราชันย์คางคกดำ



     อย่างไรก็ตาม จื่อ หลิง คือคนสำคัญของ ชูเฟิง ในการเข้าถึงพลังของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ภ่ายในร่างของเขา



     แต่ในตอนนี้ จื่อ หลิง กลับถูกตับตัวไป นั่นจึงทำให้โอกาสเข้าพลังของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของ ชูเฟิง นั้นหายไป ดังนั้น ชูเฟิง จึงไม่ยอมให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น



     ดังนั้น ชูเฟิง จึงกล่าวถามอย่างรวดเร็ว “ผู้อาวุโส จื่อ ซวนหยวน ในเมื่อพวกเรารู้แล้วว่า ทั้งหมดนี่คือฝีมือของราชันย์คางคกดำ เราจะวางแผนเช่นไรในการช่วยเหลือ จื่อ หลิง และคนอื่นๆ”



     “ราชันย์ปิศาจทั้งห้านั้น คอบครองพื้นที่คนละส่วน และในพื้นที่แห่งนี้ ก็เป็นหนึ่งในอาณาเขตของราชันย์ทั้งห้า ถ้าข้าคิดไม่ผิด ตอนนี้ จื่อ หลิง และคนอื่นๆ น่าจะถูกพาตัวกลับไปที่รังของราชันย์คางคกดำ” จื่อ ซวนหยวน กล่าว



     “เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ท่านจะรออะไรอีก รีบไปช่วยพวกเขากัน” ชูเฟิง เร่งเร้า



     “เจ้าหนู เจ้าคิดว่ามันง่ายอย่างที่เจ้าพูดรึ เจ้าติดว่าเจ้าจะสามารถเข้าไปยังรังของราชันย์คางคกดำ เมื่อใดก็ได้ตามที่เจ้าต้องการอย่างนั้นรึ”



     “แม้ว่าข้ารู้ว่ามันจะกลับไปยังรังของมัน แต่ข้าไม่รู้ว่ารังของมันตั้งอยู่ที่ใด ไม่เช่นนั้นพวกเราคงไม่ต้อง ใช้คนจำนวนมากเช่นนี้ในการบุกหุบเขาปิศาจ พวกเราเพียงแต่ไปยังสถานที่ตั้งรังของพวกมัน และจัดการพวกมันซะก็สิ้นเรื่อง” จื่อ ซวนหยวน กล่าวอธิบายอย่างคร่าวๆ ให้ ชูเฟิง ฟัง



     ในเวลานั้น ชูเฟิง จึงได้รู้ว่า เหตุใดใบหน้าของ ตื่อ ซวนหยวน ถึงมีแต่ความกังวล เพราะเขาไม้รู้ว่าจะไปช่วยทุกๆ คนได้อย่างไร



     ในช่วงเวลานั้น ชูเฟิง ครุ่นคิดเป็นเวลานาน ถึงข้อดีและข้อเสีย ของการเข้าถึงพลังของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และเมื่อเขาคิดออกอย่างรอบครอบ เขาจึงกล่าวกับ จื่อ ซวนหยวน ว่า “ผู้อาวุโส จื่อ ซวนหยวน ข้ารู้ว่ารังของพวกมันอยู่ที่ใด”



     “อะไรนะ เจ้ารู้อย่างนั้นรึ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของ จื่อ ซวนหยวน เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เข้าจ้องมองไปที่ ชูเฟิง ด้วยแววตาสงสัยกับคำกล่าวของ ชูเฟิง



     “ถูกต้อง ข้าจะไม่ปิดบังความจริงต่อท่าน ข้าเคยได้เห็นแผนที่ของหุบเขาพันปิศาขมาก่อน และในแผนที่นั้น ยังระบุถึงที่ตั้งของวังใต้ดินทั้งห้าแห่ง ข้าคิดว่า นั่นน่าจะเป็นรังของราชันย์ทั้งห้า” ชูเฟิง กล่าวอธิบาย



     โอ้….จริงรึที่เจ้าพูดมา เจ้าเคยเห็นมันมาจากที่ใด !?”



     “จากสถานที่บางแห่งภายในอาณาจักรมังกรฟ้า หากท่านไม่เชื่อข้า ข้าสมารถพาท่านไปดูได้ด้วยตาของท่านเอง แต่ในตอนนี้ การช่วยชรวิตคนสำคัญกว่า ถึงแม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าตำแหน่งไหน เป็นรังของราชันย์คางคก แต่ข้าก็คิดว่าดีกว่าพวกเราไม่พยายามทำอะไรเลย” ชูเฟิง แสร้งทำเป็นกล่าวอย่างจริงจัง แต่แท้จริงแล้วนั้น เขากำลังโกหกบางอย่างอยู่



     อย่างไรก็ตาม จื่อ ซวนหยวน ครุ่นคิดอย่างรอบคอบ เขาพยังหน้ารับอย่างช้าๆ และกล่าวว่า “ได้…..ข้าจะเชื่อเจ้า”


///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


A : ราชันย์ปีศาจคางคกดำ มันเก่งขนาดจื่อหลิง สู้ไม่ได้เลยนะแล้วพี่เฟิงจะไหวหรอ

B : ใครบอกสู้ไม่ได้ หากนางใช้กายศักดิ์สิทธิ์ ไอ้คางคกนั้นไม่ขณามือหรอก

A : อ่อ!!! จนกว่าจะเข้าตาจนสินะ นางจึงใช้พลังนั้น

B : ก็ธรรมดาแหละ แต่นั้นก็จะทำให้ความลับถูกเปิดเผยสุดท้ายก็ถูกราชวงศ์เจียงล่าตัวอยู่ดี นั้นก็เท่ากับว่าแส่หาเรื่องตาย

A : ก็ฆ่า!!! คนที่รู้ว่านางมีกายศักดิ์สิทธิ์ไปให้หมด โดยเฉพาะ ไอ้หลิว จือซุนและอีนาง เซี่ย เล่อ

B : ได้ข่าวว่าก่อนนางจะโดนปีศาจโทรม นางแฉ ความชั่วไอพี่หลิวด้วยหนิ . . . . . .

A : ใช่ๆ เรืองระยำของมันจะมีอะไรบ้าง มารอดูกัน. . . . . . .

แปลโดยคุณ#Abhisit siriroop