วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 369 - มาเล่นกันเถอะ



       “ชูเฟิง?” หลังจากที่ได้เห็นชูเฟิงแม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นเชลยอยู่แล้วแต่ก็ยังคงแสดงความเกลียดชังที่มีต่อชูเฟิงออกมาอย่างชัดเจนโดยเฉพาะ ซ่ง ฉิงเฟย, ไป๋ หยุนเฟย และ หลิว เสี่ยวเหยา พวกเขาเผยเจตนาฆ่าออกมาทางสายตาของพวกเขาอย่างชัดเจน



        “นี่มันอะไร?” หลังจากที่เห็นว่าชูเฟิงถูกนำตัวเข้ามาราชาคางคกจึงได้เอยปากถาม



        “เรียนท่านราชาเจ้ามนุษย์สารเลวผู้นี้มันได้ริบังอาจบุกรุกล้ำเข้ามายังเขตแดนของเราข้าจึงได้เข้าจับกุมมันมายังที่นี่ และนอกเหนือจากนี้ข้าเกรงว่ามันอาจยังเป็นคนจากนครอันทรงเกียรติอีกด้วย” หนึ่งในสัตว์ยักษ์แดนสวรรค์อธิบาย



        “โอ้?” หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้นตาของราชาคางคกเริ่มลำพองกลายเป็นสีแดงใหญ่โตขึ้นมาและขณะเดียวกันก็ได้เริ่มการประเมินชูเฟิงอีกครั้ง



       “เหอะอย่าได้เข้าใจผิด ข้าไม่ได้เป็นคนจากนครอันทรงเกียรติ อันที่จริงข้าก็แค่เดินผ่านมาเท่านั้นและความจริงข้าก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะรุกล้ำเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ด้วย” ชูเฟิงปรากฏแสงรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา เขารู้ว่า จือ ซวนหยวน นั้นไม่ได้เกรงกลัวเหล่าสัตว์ยักษ์พวกนี้และเขาจะต้องซ่อนตัวอยู่ในเงามืดที่ไหนสักแห่งในสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน



แม้ว่าราชาคางคกนั้นจะแข็งแกร่งมากแต่ด้วยการคาดเดาของชูเฟิงแล้วเขาคิดว่าความแข็งแรงของ จือ ซวนหยวนนั้นต้องไม่ด่อยไปกว่าราชาคางคกอย่างแน่นอนและเป็นไปได้ว่าความแข็งแรงของพวกเขาทั้งสองนั้นอาจเท่าเทียมกัน



และถึงแม้ว่าความจริงสัตว์ยักษ์เหล่านี้นั้นจะมีจำนวนมากนับพันแต่ความแข็งแกร่งที่เป็นแกนหลักจริง ๆ ก็คือราชาคางคก เพียงแค่ถ้าสามารถกักตัวราชาคางคกเอาไว้ได้ล่ะก็ อย่างน้อยๆ จือหลิงและคนอื่น ๆก็ยังสามารถที่จะจัดการกับสัตว์ยักษ์ตัวอื่น ๆได้



       “แหม่ ชูเฟิงเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อมาช่วยพวกเราใช่หรือไม่?” เพียงแต่ในเวลานั้นการแสดงออกของ หลิว เสี่ยวเหยาก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน ใบหน้าและน้ำเสียงของเขานั้นสัมผัสได้ถึงความกตัญญูและความรักที่เปรียบมิได้อย่างแท้จริงต่อชูเฟิง



ขณะที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันของ หลิว เสี่ยวเหยา ในตอนแรก ซง ฉิงเฟย และ ไป๋ หยุนเฟย นั้นไม่อาจที่จะทำความเข้าใจได้ว่า หลิว เสี่ยวเหยานั้นกำลังต้องการที่จะทำอะไร แต่หลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นพวกเขาก็ได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วและเข้าใจมันทั้งหมด พวกเขาทั้งสองได้ปรากฏแสงรอยยิ้มแปลกหันไปทางชูเฟิงพร้อมกล่าว



        “ใช่ชูเฟิงข้ารู้ว่าเจ้าให้ความสำคัญต่อพวกเราเหล่าพี่น้องมากแค่ไหนและแน่นอนว่าพวกเรานั้นจะไม่ทิ้งกัน! มันเป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่แล้วเจ้าได้แจ้งไปยังเหล่าผู้อาวุโสถึงเรื่องราวของพวกเราที่ถูกกักขังเป็นเชลยอยู่ในสถานที่แห่งนี้แล้วใช่หรือไม่? พวกเขาจะมาที่นี่อย่างรวดเร็วใช่ไหม?”



       “ชูเฟิงเจ้าชั่งน่าประทับใจอย่างแท้จริงเหมาะสมแล้วที่เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในหมู่พวกเรา ในเส้นทางของเจ้าเจ้าจะต้องเป็นหนึ่งในผู้ที่ฆ่าเหล่าสัตว์ยักษ์ได้มากที่สุดอย่างแน่นอนและหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้เจ้าจะต้องได้รับรางวัลจากผู้นำเมืองนครอันทรงเกียรติ ฉิน เล่ย อย่างมากมายมหาศาลอย่างแน่นอน



       “บัดซบนี่พวกเจ้าว่างคิดแผนการบ้า ๆที่จะใส่ร้ายข้าเช่นนี้เลยอย่างงั้นเชียวรึ? เจ้าคิดว่าทุกในที่นี้จะโง่เง่าเช่นพวกเจ้ารึยังไงกัน?” ชูเฟิงพ่นลมออกมาทางจมูกและกล่าวออกไปอย่างเย็นชาสายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ เขารู้ว่า หลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่นๆ นั้นคิดที่จะใช้กลยุทธ์การยืมมือฆ่า พวกเขาจึงพยายามที่จะโกหกและกระตุ้นเหล่าสัตว์ยักษ์เพื่อที่จะยืมมือพวกมันฆ่าชูเฟิง



        “หืม?” แต่อย่างไรก็ตามราชาคางคกนั้นถือได้ว่าฉลาดมากและเขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าชูเฟิงจะต้องมีเรื่องบาดหมางบางอย่างที่มาก่อนกับเหล่าสามคนนั้นอย่างแน่นอน เพราะบนใบหน้าของชูเฟิงนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจและยังเป็นคำใบที่บ่งบอกถึงความไม่ชอบมาพากลนี้ด้วยราชาคางคกจึงได้ตัดสินใจกล่าว “เช่นนั้นดูเหมือนว่าพวกเจ้าและพวกคนอื่นๆจะรู้จักกันมาอยู่ก่อนแล้วซินะ”



        “แน่นอนเรารู้พวกเรารู้จักพี่ชายชูเฟิงเป็นอย่างดีและข้าจะขอแนะนำไว้ก่อนเลยว่าถ้าหากเจ้ากล้าที่จะแตะต้องเขาแม้แต่ปลายก้อยล่ะก็ พ่อของเขาจะมาเหยียบภูเขาพันปีศาจที่นี่ให้ราบคราบเป็นหน้ากองอย่างแน่นอน” หลิว เสี่ยวเหยา ยังไม่คิดที่จะปล่อยชูเฟิงไปง่ายๆเขายังคงที่จะพยายามสานต่อคำโกหกของเขาต่อไป



        “ใช่แล้ว พ่อของชูเฟิงนั้นเกลียดเหล่าสัตว์ยักษ์มากที่สุด ทุก ๆวันพ่อของเขานั้นกินสัตว์ยักษ์เป็นอาหารและไม่ว่าจะเป็นของใช้ในบ้าน ผ้าปูที่นอน หลังคา ฝ่า ผนัง หรือ แม้แต่ พรมเช็ดเท้า ก็ยังทำมาจากเนื้อหนังของเหล่าสัตว์ยักษ์อีกด้วย!!” ไป๋ หยุนเฟย ก็ยังใส่สีตีไข่เพิ่มลงไป



       “นี่เจ้ายังกล้าสบถไร้ยางอายอยู่อีกอย่างงั้นรึ? พวกเจ้ายังไม่ชัดเจนถึงอันตรายที่เป็นอยู่ในตอนนี้ใช่หรือไม่? นี่ถามจริงๆพวกเจ้าโง่หรือโง่กันแน่มีวัวผสมบ้างรึป่าว?” ชูเฟิงโต้แย้ง



        “ฮ่า ๆ ๆ ๆ น่าสนใจน่าสนใจ! เช่นนั้นดูเหมือนว่าจะมีเรื่องบาดหมางระหว่างพวกเจ้ากันจริงๆซินะ!”



        “วัวน้อยจงบอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกมันให้ข้าฟังหน่อยสิ” ราชาคางคกทมิฬกล่าวด้วยน้ำเสียงหัวเราะที่ดังและโบกมือของเขาเรียกปีศาจวัวที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมาหาเขา



สัตว์ปีศาจตนนี้นั้นนับได้ว่าแตกต่างจากตัวอื่น ๆเพราะมันในขณะนี้ได้อยู่ในร่างของมนุษย์และใส่เสื้อผ้าของมนุษย์ มันเดินไปด้านข้างของราชาคางคกทมิฬและเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังด้วยใบหน้าที่เคารพและนอบน้อม



         “เรื่องราวมันเป็นเช่นนี้ราชาของข้า เด็กคนนี้มีชื่อเรียกว่าชูเฟิงซึ่งก่อนหน้านี้เขามีความต้องการที่จะข่มขืนผู้หญิงคนหนึ่งแต่กลับถูกพบซะก่อนด้วยกลุ่มมนุษย์กลุ่มนี้พวกเขาจึงโกรธแล้วมีความต้องการที่จะอยากฆ่าชูเฟิงแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ชูเฟิงได้ทำการหลบหนีจนสำเร็จแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาโพล่ในสถานที่แห่งนี้”



ในที่สุดชูเฟิงก็รู้แล้วว่าปีศาจวัวนั้นเป็นสายลับที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มพวกเขาเพราะถ้าหากไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้วจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่ปีศาจวัวจะรู้เรื่องเหล่านี้



       “ฮ่า ๆ เรื่องทั้งหมดเป็นเช่นนี้ มนุษย์แค้นมนุษย์ด้วยกันชั่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจและไร้ความปราณี เจ้าต้องการจะยืมมือของข้าเพื่อฆ่าศัตรูของเจ้า เชอะ เจ้าไม่คิดว่าเจ้ากำลังประเมินข้าต่ำไปอย่างนั้นหรอกรึ?”



หลังจากที่ทราบความจริงทั้งหมดราชาคางคกมองไปที่ หลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่นๆ ด้วยความชิงชังจากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปที่ชูเฟิงแล้วสั่ง



        “โยนเจ้าคนที่เรียกว่าชูเฟิงผู้นี้ไปไว้รวมกับพวกมัน นอกจากนี้จงไปนำกลุ่มมนุษย์คนอื่น ๆจากอีกกลุ่มหนึ่งมานี่ซะเพราะคืนนี้ข้าต้องการที่จะเล่นเกมที่น่าสนใจบางอย่าง?”



หลังจากที่ราชาคางคกได้สั่งชูเฟิงก็ได้ถูกโยนลงไปรวมกับ หลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่นๆ แม้ว่า หลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่นๆมีความต้องการที่อยากจะฆ่าชูเฟิงแต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่าคิดได้เพราะพวกเขาในตอนนี้ก็ถูกจับในสถานะเชลยเช่นกันมีเพียงแค่สายตาเท่านั้นที่มองคุกคามไปยังชูเฟิง



แต่ชั่งน่าเสียงดายเพราะชูเฟิงไม่มีความสนใจในสายตาเหล่านั้นเขาได้กระเถิบเข้าไปใกล้กลับ จือหลิง แล้วค่อยๆเบียดร่างกายของนางและเขายังแสดงท่าทางที่ไร้ยางอายด้วยการขยับหน้าของเขาเข้าไปใกล้กับใบหน้าของ จือหลิง



       “จือหลิง ข้ามาที่นี่เพื่อมาช่วยเจ้าออกไป” ชูเฟิงกระซิบข้างหูของ จือหลิง แล้วพูดด้วยเสียงต่ำ



จือหลิง แรกมองไปที่ชูเฟิงแล้วก็มองออกไปยัง เซี่ย เหลอ ที่อยู่ในกลุ่ม หลังจากนั้นเธอก็หันหน้ามาจ้องชูเฟิงด้วยท่าทีที่รุนแรงจากนั้นเธอก็พ่นลมหายใจเย็นออกมาใส่หน้าของชูเฟิงก่อนที่เธอจะหันใบหน้าเล็ก ๆของเธอออกไปและไม่ให้ความสนใจใด ๆต่อชูเฟิงอีก



         “โอ้ว? นี่เจ้ากำลังหึงข้า?” เห็นครั้งแรกชูเฟิงหัวเราะ แต่หลังจากที่เขาสังเกตว่า จือหลิง ไม่ได้ให้ความสนใจใด ๆแก่เขาชูเฟิงก็เลยเริ่มที่จะอธิบายตัวเองแก่เธอว่า “ เจ้าคงไม่เชื่อคำกล่าวของ เซี่ย เหลอ หรอกใช่หรือไม่? ด้วยสติปัญญาของเจ้า เจ้าไม่คิดหรอว่าข้ากำลังถูกใส่ร้ายและไม่ได้รับความเป็นธรรม”



        “ชูเฟิงไอ้เด็กเวรสารเลวออกให้ห่างจากน้อง จือหลิง ของข้าเดี้ยวนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วล่ะก็ข้าจะฆ่าเจ้า!” เห็นว่าชูเฟิงกำลังเซาะแซะจือหลิง ความโกรธก็ลุกเผาไหม้ หลิว จือซุน เขาได้ตะโกนออกไปด้วยความโกรธและเสียงดังต่อชูเฟิง



       “ฮ่ามามา! แสดงให้ข้าดูหน่อยว่าเจ้าจะมีปัญญาเอาวิธีไหนมาฆ่าข้า!” พอเห็นเช่นนั้นแล้วชูเฟิงไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย จือหลิง เขายังได้ลูบคล่ำร่างกายของ จือหลิง อีกต่อหน้าของ หลิว จือซุน



สำหรับ จือหลิงแล้วเธอไม่สามารถที่จะบ่ายเบี่ยงหรือหลบหลีกได้ด้วยพื้นที่ที่มีจำกัดเธอได้ถูกลวนลามโดยชูเฟิงและท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้และก็ตกอยู่ในกำมือของชูเฟิงในที่สุด



         “ชูเฟิงเจ้าปล่อยนางเดี้ยวนี้ไม่เช่นนั้นแล้วล่ะก็หากข้ามีชีวิตรอดออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้เจ้าจะต้องไม่ตายดีแน่และข้าให้สัญญาได้เลยว่าเจ้าจะต้องเสียใจไปกับมันที่กล้ามาท้าทายข้าเช่นนี้!” ในทันที หลิว จือซุยได้กัดฟันของเขาและพูดออกมาด้วยความโกรธหูของเขานั้นยังได้ปล่อยควันออกมา แม้แต่ดวงตาของเขายังกลายเป็นแดงกล่ำเขาได้ถูกจุดฉนวนความโกรธแล้วโดยชูเฟิงแล้วมันยังเป็นความโกรธที่ไม่ได้ดูถ้าว่าจะน้อยด้วย



        “หุบปาก! ถ้าขืนเจ้ายังกล้าแหกปากและปล่อยลมเหม็น ๆออกมาอีกล่ะก็ข้าจะตัดลิ้นเจ้า” แต่เพียงแค่ในเวลานั้นสัตว์ยักษ์แดนสวรรค์วิญญาณที่ไม่ชอบขี้หน้า หลิว จือซุน ก็ได้เปิดปากข่มขู่ของมันออกมามันเดินไปทางของ หลิว จือซุน และเตะเข้าไปที่ชายโครงของเขาพร้อมเหยียบฝ่าเท้าของมันลงไปที่หัวของ หลิว จือซุน จนใบหน้าของเขานั้นได้กระแทกเข้ากับพื้นดินหน้าผากของเขานั้นได้เกิดรอยแผลและปากของเขาก็ยังแตก ลักษณะโดยรวมแล้วเรียกได้ว่าอนาถเหลือใจ



และในขณะที่ทุกคนได้เห็นภาพเหล่านั้นพวกเขาก็ได้ปิดปากของพวกเขาสนิทและไม่กล้าที่จะเปิดปากพูดคุยข่มขู่ชูเฟิงอีกต่อไป พวกเขาสามารถทำได้แค่ดูชูเฟิงกำลังลูบคล่ำไปตามร่างกายของ จือหลิง และเอาเปรียบเธออยู่เพียงแค่นั้น



หลังจากนั้นไม่นานนักก็ได้มีคลกลุ่มที่สองเพิ่มเข้ามาในใจกลางของพระราชวังเพิ่มจากอีกด้านหนึ่ง ด้วยการจับตามองฝ่ายตรงข้ามชูเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะต้องรู้สึกตกใจเพราะคนในกลุ่มนั้นได้มีรูปร่างที่คุ้นเคยอยู่ด้วยกันหลายคน



ภายในกลุ่มนั้นมีทั้ง กู่ โบ๋, ซู ซ่งหยู่ และคนอื่น ๆจากนิกายโลกวิญญาณ และนอกจากนี้ก็ยังมีคนของตระกูลเจี่ย เจี่ย ฉิงหมิง อีกด้วย



ซึ่งแท้จริงแล้วพวกเขานั้นถูกจับมาก่อนหน้าที่กลุ่มของชูเฟิงจะถูกจับมายังสถานที่แห่งนี้อยู่ก่อนแล้ว



       “ชูเฟิงแม้แต่พวกเจ้าทั้งหมดก็….” หลังจากที่ได้เห็นชูเฟิงและคนอื่น ๆ ใบหน้า กู โบ๋ และคนอื่น ๆ ก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและตกใจเพราะนั้นหมายความสถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้นั้นกล่าวได้ว่าไม่ดีเป็นอย่างมาก



หลังจากนั้น เจี่ย ฉิงหมิง และคนอื่น ๆ ก็เป็นเหมือนกับชูเฟิงพวกเขาได้ถูกผลักลงไปยังศูนย์กลางห้องโถงของพระราชวังและพวกเขาก็ได้นั่งอยู่ในลักษณะเป็นวงกลม



ในทันทีราชาคางคกก็ได้ลุกขึ้นและก้าวเดินออกมาอย่างเอื่อยเฉื่อยและมาถึงในด้านหน้าของชูเฟิงและคนอื่น ๆ



ในทันทีใบหน้าที่หน้าเกลียดของราชาคางคกก็ได้เผยร้อยยิ้มออกมาพร้อมกล่าว “ เจ้ามนุษย์ไร้อย่างอายทุกคน ณ ตอนนี้ก็ได้ถึงเวลา…เล่นเกมที่น่าสนใจกันแล้ว”




#################################################################################################



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : เป็นใงล่ะ จือหลิง เจอฝ่ามือลูบคล่ำเข้าไปถึงกับต่อต้านไม่ได้เลยเชียว ฮ่า นายคิดว่านางจะแฉะไหม B2

B2 : เราก็ไม่รู้เหมือนกัน B1 แต่ดูจากทรงแล้วก็คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าชูเฟิงจะฝึกทักษะในตำนานด้วย

B1 : ทักษะในตำนาน??

B2 : ใช่ทักษะนี้มันร้ายกาจมากไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงแบบไหนก็ตามของแค่ได้โดนเข้าไปเท่านั้นแหละถึงกลับแพ้จนยืนไม่ได้

เลยครับ

B1 : มันคืออะไรอย่างนั้นรึท่าน B2 ???

B2 : มันก็คือฝ่ามือขวาขยี้หัวฝ่ามือซ้ายขยี้แต...นั้นเองบอกเลยขอแค่ได้โดนมีล้มแน่นอนครับผม ถ้าท่านไม่เชื่อระก็ลองไป

ทำกับเมียท่านที่บ้านดูครับเวลาตอนเมียกำลังโมโหยังเงี้ยเจอทักษะนี้เข้าไปรับลองล้มเลยครับ

B3 : เมียล้ม!!

B2 : ป่าวครับกูล้มเอง เมียมันบอกชินแล้วโดนมาบ่อย!!

B3 : เอ้าไอ้สัสและเอามาบอกเพื่อ หลังให้ดีใจนี่หว่า

B1 : แหม่อย่างพึ่งใจร้อนไป B3 เขาก็บอกอยู่ว่าเมียที่ชินแล้วมันจะได้ผลอยาก แต่ถ้าเมียที่พึ่งได้มาใหม่ๆสดๆร้อนๆ นี่ลองดู

ได้เลยรับลองล้ม พี่เฟิงเรารับประกันมาแล้ว

B2 : ใช่ไม่ว่าจะเป็น ซูรู่ หรือ หยวนหรู่ ต้องก็โดนทักษะนี้กันมาแล้วทั้งนั้นแรกๆต่อต้านพอน้ำเดินเท่านั้นแหละเคลิ้มเลย

จริงๆไม่เชื่อลอง!!

B3 : เห้อพวกมึงนี่จริงๆ

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..