วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 370 - เสียสละ



เกม ? หลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นมันทำให้พวกเขาทุกคนอดไม่ได้ที่จะต้องตกใจ และใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น



เพราะพวกเขาได้ยินคำว่าเกมออกมาจากปากของเหล่าสัตว์ยักษ์พวกนี้นั้นแน่นอนเลยว่ามันจะต้องไม่ได้เป็นเกมที่ดีอย่างแน่นอน เหล่าสัตว์ยักษ์นักโดยนิสัยแล้วคือโหดเหี้ยมอำมหิตซึ่งแน่นอนเลยว่าเกมของพวกมันนั้นจะต้องเป็นการทรมาณ พวกเขาอย่างแน่นอน



         “ฮ่า ๆ แม้ว่าต้นกำเนิดของพวกเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นจะน่ารังเกียจและไร้ยางอายนับว่าเป็นภัยคุกครามที่ใหญ่หลวงแต่สิ่งที่เลวร้ายนั้นก็ต้องมีสิ่งที่ดีแฝงมาอยู่เสมอเช่นมนุษย์เพศหญิง ซึ่งมนุษย์เพศหญิงนั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้างดีในเผ่าพันธุ์ของพวกมัน แถมหญิงสาวที่มาอยู่ที่นี่นั้นก็ต้องยอมรับกันเลยว่าชั่งเป็นความงามที่หาได้ยากยิ่งนัก” ในขณะที่ราชาคางคกกำลังกล่าวอยู่นั้นเขาก็ได้เอามือหยาบ ๆ ของเขาลูบไปบนใบหน้าของหญิงสาวที่มีความงามรูปหนึ่ง



       “อ่า ~~ ไม่!” พอราชาคางคกได้สัมผัสผู้หญิงคนนั้นก็ได้กรีดร้องออกมาทันที และใบหน้าของเธอนั้นก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว



       “หยุด! ราชาคางคกทมิฬเจ้าอย่าได้ทำเช่นนี้ พวกเราสามารถทำข้อตกลงกันได้ แต่ถ้าเจ้าไม่ฟังแล้วยังทำอะไรล่วงเกินไปมากกว่านี้อีกล่ะก็นครอันทรงเกียรติของข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้อย่างแน่นอน” หลิว จือซุน ร้องตะโกนออกมา



       “อย่าได้พูดจาไร้สาระ เจ้าคิดว่าข้าผู้นี้จะเกรงกลัวต่อ นครอันทรงเกียรติของเจ้าใช่หรือไม่?” อย่างไรก็ตามหลังจากได้ยินคำพูดของ หลิว จือซุน ราชาคางคกทมิฬก็ได้พูดตอบโต้กลับและการแสดงของมันนั้นก็ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นโกรธทันที ด้วยเพียงแค่ความคิดอำนาจของพลังแดนสวรรค์วิญญาณที่ไม่มีที่สิ้นสุดได้กวาดออกมาและถ่าโถม เข้าใส่หน้าอกของ หลิว จือซุน จนออกมาคำหนึ่งของเลือดและมันยังทำให้เขาลอยขึ้นไปในอากาศเลือดของเขานั้นได้สาดกระเซ็นไปทั่วพื้น



หลังจากนั้นราชาคางคกก็ได้แพร่คลื่นพลังอำนาจออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและดูด หลิว จือซุน ให้ตราตรึงค้างเอาไว้อยู่บนอากาศและลอยมาอยู่ตรงหน้าเขาด้วยระยะห่างประมาณหนึ่งเมตรละไม่ยอมให้เท้าของเขาได้แตะสู่พื้นดิน



         “ยังคิดว่าข้ากลัวนครอันทรงเกียรติของเจ้าอยู่อีกหรือ ถ้าไม่อยู่ในนครอันทรงเกียรติของเจ้า เด็กเหลือขอเช่นเจ้าก็คือความเป็นธรรมต่อพวกมันซินะ แต่ขอบอกไว้เลยว่าสำหรับข้าแล้วเด็กเหลือขอเช่นเจ้ามันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปกับถังขยะไร้ข้า และข้าคือความเป็นธรรมมากที่สุดในสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่นครอันทรงเกียรติของเจ้า.”



        “สิ่งที่เจ้าพูดมันเพียงแค่เท่านี้ใช่หรือไม่? เจ้าบอกว่าถ้าข้าสัมผัสนางนครอันทรงเกียรติของเจ้าจะไม่ปล่อยข้าให้มีชีวิตรอดใช่หรือไม่?” ดวงตาของราชาคางคกได้กลายเป็นสีแดงใหญ่ด้วยความโกรธ สองหมัดของราชาคางคกได้พุ่งเข้าใส่ หลิว จือซุน ที่อยู่กลางอากาศ ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด



         “ข้า…” ในขณะที่เขาต้องเผชิญกับสายตาที่ดูน่ากลัวของราชาคางคกทมิฬ หลิว จือซุน จึงกลายเป็นไม่มีความเชื่อมั่นใด ๆ และเขาก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะตอบโต้ราชาคางคกทมิฬโดยตรง



        “บัดซบข้ากำลังถามเจ้าอยู่ตอบข้ามาเดี้ยวนี้!” เพียงแค่ในเวลานั้นราชาคางคกได้เหวี่ยงฝ่ามือของเขาตบไปที่ใบหน้าของ หลิว จือซุน จนทำให้ร่างกายของเขาต้องบินออกไป



เพียงแค่ในเวลานั้น หลิว จือซุน กลับไม่ได้ตกถึงพื้นดิน เขาได้ถูกตราตรึงเอาไว้ด้วยพลังดึงดูดอันมหาศาลของราชาคางคกไม่นานนักเขาก็ได้ถูกดึงกลับมาแล้วอยู่ในด้านหน้าของราชาคางคกที่น่ากลัวอีกครั้ง



ทันทีใบหน้าด้านขวาของ หลิว จือซุน ได้ปูดบวมขึ้นสูงเป็นสีแดงจนไปถึงขั้นอมม่วงมันมีขนาดใหญ่เท่ากับขนมปังยัดไส้และนี่ก็ยังเป็นแค่การตบเพียงครั้งเดี่ยวเท่านั้นของราชาคางคกทมิฬ



       “ข้าบอกให้เจ้าพูด! ตอบข้ามา! มันคือถ้าข้าทำอะไรกับนังนี่แล้วนครอันทรงเกียรติของเจ้ามันจะไม่ยกโทษให้ข้าใช้หรือไม่?” ราชาคางคกทมิฬชี้ไปที่ผู้หญิงที่เขาสัมผัสก่อนหน้านี้และถามอย่างเสียงดัง เสียงนี่มันดังและชัดเจนราวกับเสียงของฟ้าร้องและมันยังทำให้พระราชวังทั้งหลังนั้นเกิดอาการสั่นสะเทือน



ในขณะที่เขาต้องเผชิญกับการจ้องมองของราชาคางคก หลิว จือซุน ก็รู้สึกมีความหวังที่ริบหรี่มากเพราะถ้าหากเขาพูดออกไปอย่างไม่ยั้งคิดล่ะก็ชีวิตของเขาก็คงจะต้องจบสิ้นลงที่นี่อย่างแน่นอน แต่ในท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องทนกัดฟันของเขาและกล่าวออกไปว่า “ ใช่! ”



        “ไอ้บัดซบ” แต่ใครจะกล้าคิดกันล่ะว่าหลังจากที่เขาได้พูดออกไปราชาคางคกทมิฬก็กลายเป็นโกรธมากขึ้นแล้วตบไปที่บนใบหน้าด้านซ้ายของเขา



ด้วยความแข็งแรงเช่นนี้มันทำให้ใบหน้าด้านซ้ายของ หลิว จือซุน บวมขึ้นพอ ๆกับด้านขวาของเขาและใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก่อนหน้านี้อาจพูดได้เลยว่า ณ ตอนนี้มันได้เป็นเจ๊งจนจำสภาพหน้าเดิมไม่ได้อีกแล้ว



       “เจ้าบอกว่าถ้าข้าสัมผัสนังนี่แล้วนครอันทรงเกียรติของพวกเจ้าจะไม่ให้อภัยข้าอย่างนั้นรึ งั้นข้าขอถามกลับว่าถ้าข้าไม่ได้สัมผัสนังนี่แล้วนครอันทรงเกียรติของเจ้ามันจะให้อภัยข้าหรือไม่?” ( B3 : ช่ายพี่คกกูพูดมีเหตุผลฆ่าแม้งเลยเพ่)



        “อย่าบอกนะ ว่าเจ้าไม่ได้รู้อะไรเลย ว่านครอันทรงเกียรติของพวกเจ้ามันได้ทำอะไรกันเอาไว้บ้าง พวกมันได้ฆ่าพี่น้องในหุบเขาพันปีศาจของพวกข้าไปตั้งมากมายทั้ง ๆที่ก่อนหน้านี้พวกข้าไม่เคยโกรธเคืองอะไรนครอันทรงเกียรติของพวกเจ้าเลยแม้แต่นิดเดียว”



        “แต่ในตอนนี้สถานการณ์มันได้เปลี่ยนไปแล้ว พวกเจ้าทุกคนฟัง ไม่ว่าพวกเจ้าจะเคยได้รับรางวัลและประสบคามสำเร็จอะไรมา ก็อย่าได้คิดว่าพวกข้าจะกลัวพวกเจ้า นครอันทรงเกียรติของพวกเจ้านั้นมันเป็นเพียงแค่กลุ่มคนธรรมดาเพียงเท่านั้น ตั้งแต่เริ่มตัวพวกเจ้าทุกคนก็ได้ติดอยู่ในแผนการของพวกข้าแล้ว”



         “เพราะฉะนั้นในตอนนี้พวกเจ้าอย่าได้หวังเลยว่าจะได้อยู่รอดและไม่ว่าใครก็ตามพวกมันจะต้องตายในไม่ช้าก็เร็ว เจ้ายังคิดว่ามีใครที่จะมาช่วยพวกเจ้าได้อีกหรือไม่? เหอะได้แค่ฝันไอ้พวกมนุษย์! ฮ่า ๆ ๆ ๆ … ” ทันใดนั้นคางคกทมิฬก็ได้หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ได้ดูเหมือนเป็นการประกาศชัยชนะของตัวเอง แต่มันเหมือนกับการระบายความโกรธและความเกลียดชังของตัวเองเสียมากกว่า



        “ไอ้พวกมนุษย์พวกเจ้าจะต้องและจ่ายความโลภและความฝันของพวกเจ้าเอง”



ในขณะที่มันพูดจบราชาคางคกทมิฬก็ได้คว้าตัวหญิงสาวผู้หนึ่งขึ้นไปพร้อมดึงกระชากกระโปรงนางอย่างรวดเร็ว กระโปรงของนางนั้นได้ขาดกระจุยจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เผยให้เห็นสีผิวที่ขาวเนียนของนางและร่างกายที่ดูเย้ายวนของนางทั้งหมด นางในตอนนี้นั้นเหลือเพียงแต่เสื้อในและกางเกงในสีแดงเพียงที่ปกคลุมประตูหน้าบ้านของนางเอาไว้เพียงเท่านั้น



"อ่า ~~~"



ทันทีในตอนนั้นนางได้เอาแขนของนางปิดหน้าอกของนางเอาไว้ทั้งสองมือและทำได้แต่กรีดร้องไปมานี่หรือคือวิธีการกระทำของราชาคางคกทมิฬ? ขณะนั้นด้วยคลื่นแขนที่ใหญ่ของเขาเขาได้จับนางและโยนออกไปให้กับปีศาจวัว



         “วัวน้อยจงตรวจสอบรางวัลของเจ้าซะผู้หญิงคนนี้คือรางวัลของเจ้าในผลงานครั้งนี้ และไม่จำเป็นต้องถือตัวเล่นกับจิมิของนางซะจนกว่านางจะตาย! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ~~~ ” ราชาคางคกทมิฬนั้นเกิดอาการหัวเราะชอบใจ



         "ขอบคุณท่านราชาของข้า."



พอพูดจบปีศาจวัวก็ไม่มีท่าทีรีรอใด ๆ มันได้กดหัวของผู้หญิงคนนั้นลงกับพื้นพร้อมกับกระชากเสื้อในสีแดงแรงฤทธิ์ของนางออกมาอย่างโหดร้ายและเปิดให้เห็นหุบเขาสีขาวที่โหนกนูนและเรียบเนียนหัวชมพูออกมาได้เปิดตาดูโลกต่อผู้คนเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอ



        “ฮ่า ๆ ชั่งสวยงานอย่างแท้จริง! ” ในขณะที่มันได้เห็นเรือนร่างที่สวยงามเช่นนั้นปีศาจวัวก็ไม่อาจห้ามจิตใจอารมทางเพศของมันได้ น้องชายของปีศาจวัวนั้นก็ได้ผงาดขั้นมาและใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นยาวพอ ๆกับของม้าและใหญ่พอ ๆ กับของช้างไทย



         “ม๊าย..ใครก็ได้ช่วยข้าด้วยได้โปรด!” สภาพของหญิงสาวนั้นเปรียบได้ดั่งกับคนตายผิวของนางนั้นเริ่มซีดขาวและตกอยู่ในอาการที่หวาดกลัวและจิตวิญญาณของนางนั้นแทบอยากจะบินหนีออกจากร่าง นางได้ร้องไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่งเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้จะมีใครกันที่กล้าจะมาช่วยนาง?



        “ ช้าก่อน!! ” เพียงแต่ในเวลานั้นก็ได้มีวีรบุรุษขี่ม้าขาวโพล่ขึ้นมาและพูดด้วยอาการที่เต็มไปด้วยความโกรธ



ชายผู้นี้นั้นมีอายุราว ๆ ประมาณใกล้ๆ 30 ปี และการปรากฏตัวของเขานั้นก็ดูปกติไม่ได้มีจุดพิเศษใด ๆ การเพราะปลูกของเขานั้นก็ยังอยู่ที่ในระดับ 7 ของแดนแก่นแท้วิญญาณ และโดยปกติแล้วพลังวิญญาณของเขานั้นถือได้เลยว่าไม่ได้อ่อนแอ แต่เมื่ออายุของเขาเทียบกับคนอื่น ๆที่มีส่วนร่วมในการคัดเลือกคู่แล้วนั้นเขาอยู่ในระดับที่ปลานกลางมากเกินไปจนเกือบจะถึงขั้นต่ำเลยที่เดียว



แต่อย่างไรก็ตามแม้ความจริงที่ว่ารูปร่างหน้าตาของเขาจะออกหน้าตาดีดูปกติแต่ในด้านพลังวิญญาณของเขานั้นนับไม่ได้โดดเด่นอะไรแต่ความตั้งใจและความหล่อในใจของนั้นนับได้ว่าสูงส่งมากกว่าใคร ๆในที่นี้แม้แต่ผู้ที่มีพลังวิญญาณสูงที่สุดในหมู่พวกเขา หลิว จือซุน ก็ยังไม่อาจสู้ใจที่หล่อเหลาและส่องแสงสว่างดั่งกับดวงอาทิตได้ เขาในเวลานี้คือผู้เดี่ยวที่กล้าที่จะยืนขึ้นมาเพื่อช่วยหญิงสาวผู้นี้



          “ โห้ว? มีใครบางคนยืนขึ้นมานี่เขาต้องการเป็นวีรบุรุษในใจสาวอย่างนั้นหรือ? แต่ก็นพถือว่ายังมีความกล้าที่ไม่เลวเลยทีเดียว ”



          “ เจ้าต้องการที่จะช่วยนางคนนี้อย่างนั้นรึ? แต่ข้าก็ไม่ได้บอกหรอกนะว่าจะไม่ให้เจ้าได้มีโอกาสที่จะช่วยนาง แต่ว่าถ้าเจ้าต้องการที่จะช่วยชีวิตนางจริง ๆล่ะก็มันก็จะต้องแลกด้วยชีวิตของเจ้าเอง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมเจ้ากล้าหรือไม่?’ ราชาคางคกทมิฬกล่าวออกมาอย่างเย็นชาและมองไปที่ชายคนนั้น



          “ข้ากล้าตราบใดที่เจ้ายอมที่จะปล่อยนางไปข้าก็พร้อมที่จะแลกด้วยชีวิต” (( B1, B2 : เช็ดโด้พระเอกสัส ๆ อดคอมเม้นไม่ได้จริงๆ )) ชายผู้นี่ค่อนข้างมีความกล้าที่แรงสูงที่จะปกป้องให้นางไม่ให้นางได้รับมลทินจากการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อนเช่นนี้และเขายังรู้สึกดีไปกับมันที่ได้กล้าทำเช่นนี้ในชีวิตของเขา แต่สำหรับคนอื่นแล้วนั้นพวกเขาทุกคนต่างตกใจและมองไปที่หญิงสาวผู้นั้นพร้อมถอนหายใจว่าเป็นความโชคดีของเธอที่ได้มีผู้ชายดี ๆ ที่หลงรักนางและกล้าที่จะปกป้องนางด้วยชีวิต (( B3 : ทั้ง ๆ ที่พวกมึงสองคนไม่เคยคุยด้วยเลยสักคำแต่กลับยอมแรกด้วยชีวิต โอ้โห้กูยอมเลยเอาใจไป ))



            “เจ้านี่ชั่งมีความกล้าหาญยิ่งนักไปพาตัวมัน”



            “วัวน้อยปล่อยนังผู้หญิงคนนั้นไปซะ เดี้ยวข้าจะหารายใหม่ให้สำหรับอีกคนนึงที่จะมาเป็นของเล่นของเจ้า” ราชาคางคกทมิฬกล่าว



           “ไม่จำเป็น ข้าสามารถเดินเองได้.” ผู้ชายผู้นี้นั้นเขามีดวงตาที่เป็นประกายราวกับเขาได้เตรียมใจที่จะตายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว กำลังถูกจ้องด้วยสายตาที่นับไม่ถ้วนของผู้คนโดยรอบโดยที่เขาไม่รู้สึกหวั่นไหวใด ๆ



ในขณะเดียวกันหญิงสาวผู้นั้นที่อยู่ในลักษณะที่เปลือยป่าวนางได้รีบสวมกระโปรงของนางอย่างรวดเร็วและถูกผูกด้วยเชื่อกพิเศษอีกครั้งนางได้เดินกลับไปที่กลุ่มของนาง



แต่ไม่ว่ายังใงก็ตามมันอาจเป็นเพราะนางยังตกอยู่ในอาการที่หวาดกลัวอยู่ หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะนางเป็นคนที่เย็นชาต่อผู้อื่นอยู่แล้ว เพราะเมื่อนางได้เดินสวนทางกับชายผู้นี้นางกลับไม่ได้พูดคำใด ๆ ออกมาแม้แต่คำขอบคุณก็ยังใงมีสำหรับนาง



ด้วยสถานการณ์เช่นนี้มันทำให้ฝ่ายชายนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก มันอาจเห็นได้ว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างมากถึงขนาดที่เขายอมเอาชีวิตของเขาเข้าแลกเพื่อนาง



แต่สิ่งที่เขาไม่ได้คาดหวังเอาไหวคือหลังจากที่เขาได้ช่วยนางเอาไว้จากการที่นางกำลังจะถูกฆ่านางไม่ได้เอยคำพูดใด ๆ ออกมาแม้แต่สบตานางยังไม่คิดที่จะหันมามอง



ทันทีที่ราชาคางคกได้ประเมินคนที่เดินออกมาจากกลุ่มเขาก็ได้มองไปที่ หลิว จือซุน และกล่าว “ ข้าพูดตรง ๆ เลยนะนี่หรือชื่อเสียงของศิษย์อันดับหนึ่งในนครอันทรงเกียรติ เหอะดีแต่หดหัวอยู่ในกระดองแม้ว่าชายผู้นี่จะดูอ่อนด่อยและอ่อนแอมากกว่าเจ้า แต่เขาก็ยังมีความกล้าหาญที่สูงส่ง ชั่งแตกต่างจากขยะไร้ค่าเช่นเจ้ายิ่งนัก.”



#################################################################################################



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : กูยอมใจพี่เขาเลยครับจริง ๆ ไม่มีคำบรรยายใด ๆ นอกจากสรรเสริญ เป็นพระเอกแทนพี่เฟิงกูเลยเถอะ!!

B2 : ฮ่า ๆ พระเอกที่สองในดวงใจถึงจะแค่มาบทด้วยก็ตาม แต่ถึงยังใงข้าว่าก็ไม่คุ้มเลยนะที่ต้องมาแลกกับผู้หญิงเช่นนี้

แม้แต่คำขอบคุณหรือสบตาก็ยังไม่มอง

B1 : เออนั้นดิรู้งี้น่าให้พี่ปีศาจวัวกูกระทุ้งตูดไปให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

B2 : ยาวเท่าม้าใหญ่เท่าช้าง อยากรู้เหมือนกันโดนไปแล้วจะอาการเป็นยังใง

B3 : อยากรู้อ่อ B2 ตอนหน้าอ่ะเดี้ยวได้รู้เลยจริง ๆ อาการเป็นยังใงตอนหน้ารู้แน่

B1 : ใครโดนว่ะ?!

B2 : นั้นดิใครจะโดน?!

B3 : ใครจะโดนไม่สำคัญแต่บทหน้ารับประกันโดนค..ยพี่วัวกูอย่างแน่นอน ฮ่า ๆ ๆ ๆ

B1, B2, B3 : แล้วท่านผู้อ่านล่ะคิดว่าจะเป็นผู้ใด ?????

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..