วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 371 - เปิดเผยความจริง




หลังจากที่ได้ฟังคำกล่าวของราชาคางคกทมิฬ ผิวใบหน้าของ หลิว จือซุนก็กลายเป็นบิดเบี้ยวในทันที และในเวลาเดียวกันนั้นสายตาของผู้คนโดยรอบก็ได้มองไปที่ หลิว จือซุน และภายในสายตาของพวกเขาก็เป็นทองนองเดียวกันกับราชาคางคก



เพราะในช่วงเวลานี้ผู้ที่ควรจะกลายเป็นคนที่โดดเด่นมากที่สุดควรจะเป็น หลิว จือซุน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้เขากับเป็นคนที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร มันจึงอดไม่ได้ที่จะต้องทำให้ผู้คนหลาย ๆ คนผิดหวังในตัวของเขา



หลังจากนั้นราชาคางคกทมิฬก็ไม่ได้ให้ความสนใจใด ๆกับ หลิว จือซุน อีกต่อไปเขาในตอนนี้เพียงแค่จ้องมองไปยังชายหนุ่มหน้าตาดีและกล่าว “ แน่นอนว่าเจ้าสามารถที่จะตายเพื่อแลกกับชีวิตของนางได้เพราะนี่คือเกมของข้าและข้าก็ต้องการที่จะเล่นกับพวกเจ้าทุกคน”



    “ แต่เดี้ยวพวกเจ้าก็จะได้รู้ว่าการตายน่ะมันไม่ได้หรูหราอย่างที่พวกเจ้าคิดและมีเพียงแค่ความตายเท่านั้นพวกเจ้าจะสามารถหลบหนีมันไปจากข้าได้”



    “ เจ้าเม่นออกมาข้ายกไอ้มนุษย์สารเลวนี่ให้เจ้า ไม่จำเป็นต้องให้ข้าบอกใช่หรือไม่ว่าเจ้าต้องทำอะไร?” หลังจากราชาคางคกทมิฬกล่าวจบเขาก็ได้มองไปยังสัตว์ยักษ์ตัวหนึ่ง ร่างกายของมันนั้นใหญ่โตและเต็มไปด้วยหนามที่แหลมคม และมันยังเป็นสัตว์ยักษ์ที่อยู่ในระดับ 2 ของแดนสวรรค์วิญญาณอีกเช่นกัน



     “ โปรดไว้ว่างใจท่านราชาของข้า.” ในที่สุดสัตว์ยักษ์เม่นก็ได้เดินออกมาจากฝูงสัตว์ยักษ์ร่างกายของมันใหญ่โตและเต็มไปด้วยหนามรอบตัว ทุกที่ในร่างกายของมันนั้นเต็มไปด้วยอาวุธโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรงเล็บของมัน มันกรงเล็มที่ดูแหลมคมยิ่งกว่าขนของมันและยังแพร่ออร่าที่น่ากลัวออกมาเป็นพอเศษ



     “ อ้า! ” หลังจากที่มันเดินมายังเบื่องหน้าของชายหน้าตาดีมันก็ได้เตะเข้าไปที่ชายโครงของเขาจนกระเด็นรอยปลิวไปและตกยังพื้นดินหลังจากนั้นมันก็ได้เปล่งเสียงกล่าวออกมา “ ไม่ต้องห่วงข้ามั่นใจได้เลยว่า มันจะเป็นรสชาติที่เจ้าจะไม่มีวันลืมมันได้อย่างแน่นอน ”



*** หวือ *** ทันใดนั้นหลังจากพูดจบสัตว์ยักษ์เม่นก็ได้พุ่งตัวเข้ามาอย่างฉับพลันและตวัดกรงเล็บของมันแทงเข้าไปที่ด้านหลังของชายหน้าตาดี เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นและชายหน้าตาดีก็ร้องไห้ครวญคราญดังออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและหน้าอนาถใจจนเหลือทนที่ได้เห็นสภาพของเขา



"อ้า ~~~~~~" ความรู้สึกเจ็บปวดของการโดนของมีคมเจาะทะลุเข้ามาจากด้ายหลังนั้นมันเป็นอะไรที่ไม่สามารถจะจินคนาการได้เขาร้องคร่ำครวญออกมาด้วยความทุกข์และทรมาน แต่นี่มันก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น



หลังจากที่สัตว์ยักษ์เม่นได้แทงกรงเล็บของมันเข้าไปที่ด้านหลังของชายหน้าตาดีแล้ว มันก็เริ่มที่จะใช้วิธีทรมานทุกประเภทอย่างไม่หยุดหย่อน และระดับความโหดร้ายในการทรมานของมันนั้นถึงกับทำให้ผู้คนไม่กล้าที่จะมองออกไปอย่างตรง ๆแม้กระทั่งตัวของชูเฟิงเองยังถึงกับขนหัวลุกเมื่อได้เห็นวิธีการทรมานเหล่านั้น



ถ้ากล่าวในแง่ของความโหดเหี้ยมแล้วนั้นมนุษย์ยังนับได้ว่าห่างชั้นกับพวกเล่าสัตว์ยักษ์ยิ่งนัก พวกมันนั้นคือสัตว์ที่กระหายเลือดและสงครามวิธีการทรมานของพวกมันนั้นนับได้ว่าโหดร้ายมากเกินไป



ในขณะที่เขากำลังถูกทรมานโดยสัตว์ยักษ์เม่นอย่างมันมือร่างกายมนุษย์ของเขาก็ชโลมไปด้วยเลือดที่ไหลบ่าไปทั่วร่าง แขนและขาของเขาก็อยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์แขนบางข้างของเขาเหลือข้อศอกและเนื้อหนังของเขาได้ถูกเฉือนออกไปจนหมดเหลือเพียงแต่กระดูกและขาของเขาก็อยู่ในสภาพเดียวกันสภาพของเขาในตอนนี้นั้นเป็นสิ่งที่ราชาคางคกได้เริ่มคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่เริ่มแล้ว ชายหน้าตาดีได้หันมองไปที่ราชาคางคกทมิฬและเริ่มที่จะอ้อนวอนขอ แต่สิ่งที่เขาได้ขอกับราชาคางคกทมิฬนั้นไม่ได้เป็นการร้องขอชีวิต แต่มันคือการร้องขอความตาย เพราะสภาพที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้นั้นกล่าวได้เลยว่าตายยังรู้สึกดีเสียกว่า



แต่ราชาคางคกทมิฬนั้นมีความรู้สึกเกลียดชังที่ฝังรากลึกต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์มีหรือที่เขาจะปล่อยให้ชายผู้นี้ตายอย่างง่ายดาย? ชายผู้หน้าตาดียังคงถูกทรมานโดยสัตว์ยักษ์เม่นอยู่อย่างนั้นและหลังจากที่เลือดของเขาไหลจนหมดตัวจิตใต้สำนึกและจิตวิญญาณของเขาก็ได้ถูกปล่อยตัวจากความทรมาน มันเป็นความตั้งใจที่จะตายของชายผู้นั้นร่างกายของเขาล้มลงสู่พื้นดินและสภาพของมันก็ได้ถูกทำลายอย่างทั่งถึงจนจำสภาพไม่ได้



       “นับได้ว่ามีความกล้าหาญที่ใหญ่ยิ่ง แต่ความอดทนนั้นยังมีไม่มากพอ และสุดท้ายก็ตายเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ” ราชาคางคกทมิฬมองไปที่ร่างกายที่กองอยู่บนพื้นและไม่หายใจแล้ว เขาส่ายหัวของเขาและหลังจากนั้นก็ได้แพร่คลื่นแขนขนาดใหญ่ของเขาออกไปคว้าตัวหญิงสาวผู้หนึ่ง และโยนไปให้ปีศาจวัวอีกครั้งและมองไปที่กลุ่มมนุษย์พร้อมกล่าว



       “ กฎระเบียบเป็นเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ตราบใดที่ยินดีจะสละชีวิตของตนเองนางผู้หญิงคนนี้ก็จะรอดจากการถูกทารุณกรรมจากพวกข้า และสามารถกับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ”



หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้นใบหน้าของทุกคนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและพวกเขาทั้งหมดก็ได้ลดหัวของพวกเขาลงและอยู่ในความเงียบสงบเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจ้องมองด้วยสายตาของราชาคางคกทมิฬ



       “ ไอ้พวกมนุษย์ขี้ขลาด! ” เห็นเช่นนั้นราชาคางคกทมิฬก็แสดงรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมาให้เห็นและหันหัวของมันไปรอบ ๆ และพูดกับปีศาจวัวว่า “ วัวน้อยเจ้าสามารถเล่นกับนังนั้นได้ตามที่เจ้าต้องการได้เลย และจำไว้ด้วยว่าเอาให้ถึงตายอย่าได้ปราณีเด็ดขาด! ”



       “ด้วยความกรุณาราชาของข้า.” เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วเปลวไปแห่งความเงี่ยนก็ได้ปะทุขึ้นจอมโลกของเขาที่ยาวเท่าม้าและใหญ่เท่าช้างในตอนนี้มันได้ผงาดขึ้นมาแล้ว เขาไม่อาจอดกลั้นความเงี่ยนได้อีกต่อไปเขาเดินไปที่หญิงสาวผู้นั้น มือซ้ายจับคอมือขวาจับที่ปกคอเสื้อของนางด้วยรูปทรงที่สุดจะเย้ายวนปีศาจวัวจึงกระชาก เสื้อคลุม เสื้อใน กระโปรง กางเกงในลายคิตตี้ของนางออกมาภายในครั้งเดียวแล้วเผยให้เห็นรูปร่างทั้งหมดของนางต่อหน้าฝูงชน ( 3B : เนื้อความต่อไปนี้เป็นการเสริมขึ้นมาเนื่องจากให้เข้าถึงอรรถรส เพราะทางต้นฉบับเข้ามาแค่ ย่อหน้าเดียว!! )



       “ม๊าย ~~~~~ กางเกงในลายคิตตี้ข้า ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย Help Me Help Me.”



       “ หุบปากซะแม่สาวน้อยไม่เช่นนั้นพี่จะอุดมันด้วยปาก.”



       “ ไม่…ได้โปรดอย่า…ปล่อยข้าไปเถอะ…เห็นแก่จิมิของข้าเถอะมันรับของพี่วัวไม่ไหวหรอกขอร้อง ”



         “ ข้าบอกให้หุบปาก!! ” ปีศาจวัวจับนางพลิกคว่ำและมือซ้ายกดหัวของนางไปที่พื้นพร้อมยกตูดของนางขึ้นและกล่าว. “ ไม่ต้องห่วงนะสาวน้อยถึงแม้ว่าน้องจะตายแต่น้องจะตายแบบขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด เพราะเจ้าโลกของพี่น่ะนอกจากจะยาวเท่าม้าและใหญ่เท่าช้างแล้วพี่อ่ะยังมีข้นตาแพะที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติอีกด้วยเพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่าถ้าไม่ขึ้นสวรรค์ก็บ้าแล้ว ”



          “ อย่าม๊าย ~~~~~ โอ๊ยมันเจ็บ เอาออกไป ข้าไม่ไหวแล้วข้ารับมันไม่ได้!! อ๊า ~~~~~ !! ”



            “ ฮ่า ๆ เดี้ยวน้องก็ชินนี่แค่เบา ๆกับท่าหมา เดี้ยวจะต่อด้วยท่ารถไฟเหาะตีลังกา ท้าสวาท กับ ลิงอุ้มแตงสะเทือนน้ำสะเทือนบก และปิดฉากด้วยท่าในตำนาน มังกรกินหมี่!! ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ปีศาจวัวหัวเราะชอบใจ ( 3B : เข้าสู่เนื้อเรื่องหลัก )



ทันทีหลังจากได้ยินเสียงของนาง นางได้ร้องคร่ำครวญออกมาด้วยความทรมานที่เกินจะบรรยายด้วย และมันอาจเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่านางจะต้องรู้สึกทรมานแบบนี้ไปอีกนานและอีกสารพัดท่าต่าง ๆ นา ๆ ที่นางจะได้เจอ



แต่ก็ไม่มีใครที่คิดจะออกไปช่วยนางเนื่องจากที่พวกเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับนางที่ถึงขั้นจะต้องสละชีวิตตัวเองเพื่อเข้าแลกกับนาง? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาได้เห็นวิธีการทรมานที่โหดร้ายของพวกมันแล้ว พวกเขาจึงไม่มีใครที่กล้าพอจะออกไปเพราะพวกเขาไม่ต้องการจะโดนอะไรแบบนั้นและก็ไม่มีใครที่ต้องจะเห็นวิธีการทรมานแบบนั้นอีกด้วย



ฉะนั้นในขณะที่หญิงสาวผู้นี้ต้องเจอชะตากรรมที่โหดร้ายและสารพัดท่าพิสดารของปีศาจวัวนางก็ไม่อาจที่จะทนพิษบาดแผลได้อีกต่อไปแล้วตายในที่สุดและสภาพของนางนั้นไม่อาจจำใบหน้าเก่าของนางได้ผิวของนางนั้นซีดเผือกเลือดไหลนองเต็มพื้นและที่แย่ที่สุดคือสภาพ จิมิของนางนั้นเปิดกว้างเท่าหัวเด็กคนหนึ่งเลยที่เดียวนับได้ว่าอนาถไปไม่แพ้ชายหน้าตาดีก่อนหน้านี้



          “อ่ามนุษย์ชั่งอ่อนแออย่างแท้จริง! เพียงผ่านไปแค่ไม่กี่กระบวนท่าก็ตายซะแล้ว เห้อ! ม้าน้อย เจ้ามานี่ซิในการจำกุมครั้งนี้เจ้าก็ได้ทำหน้าที่เป็นตัวสอดแนมที่ดีเช่นกันเพราะฉะนั้นเจ้าสมควรที่จะต้องได้รับรางวัลเดี้ยวข้าจะจัดหาให้สำหรับเจ้า



        “ ด้วยความกรุณาราชาของข้า.” เช่นเดียวกับปีศาจวัวหลังจากที่ราชาคางคกทมิฬพูดจบมันก็ได้เดินออกมาจากอีกด้านหนึ่งของพระราชวัง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นปีศาจม้าแต่มันก็ยังแสดงถึงอาการที่มีความสุขและตื่นเต้นอยู่ในขณะนั้น ดังนั้นนั่นจึงหมายความว่าส่วนใหญ่แล้วของสัตว์ยักษ์ก็ยังมีความต้องการท่าเพศอยู่กับความงามของมนุษย์อยู่ไม่น้อย



        “ อืมนับว่านางผู้นี้ก็ไม่ได้นับว่าเลวร้ายนัก งั้นข้าจะมอบนางคนนี้ให้แก่เจ้าแล้วกัน” หลังจากการมองหาของราชาคางคกทมิฬมันก็ได้จ้องมองลงไปที่ เซี่ย เหลอ และปล่อยออร่าขนาดใหญ่จากแขนของเขาออกไปมันทำให้ตัว เซี่ย เหลอ ลอยขึ้นและล่อนลงไปภายในอ้อมแขนของปีศาจม้า ( หรือก็ สัตว์ยักษ์ม้านั่นแหละ )



         “ อ๊า ~~ ม๊าย ~~~ ไม่เอาข้าไม่ชอบของม้า! ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ”



เซี่ย เหลอ ไม่เคยได้คาดคิดมาก่อนเลยว่านางจะได้กลายมาเป็นรายต่อไปที่จะต้องมาเป็นของเล่นให้กับเหล่าสัตว์ยักษ์พวกนี้หลังจากที่นางได้เห็นและคิดเกี่ยวหญิงสาวผู้นั้นที่ถูกปีศาจวัวเล่นเสียวจนตายมันถึงกับทำให้นางต้องจิตรตก



ไม่ว่าเธอจะร้องตะโกนแหกปากมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครที่คิดจะเข้ามาช่วยเหลือนาง พอเห็นเช่นนั้นความเงี่ยนของปีศาจม้าก็พุ่งพล่านมันได้ดึงกระชากกระโปร่งของนางออกแล้วงัดเจ้าโลกของมันออกมา ถึงแม้ว่าจะใหญ่ไม่เท่าวัวแต่ก็พูดได้เต็มปากว่ายาวกว่ามากมันจับนางนอนคว่ำลงแล้วคิดจะเล่นกับนางด้วยท่าเดียวกับปีศาจวัวแต่ในเวลานั้นนางได้ต้องมองไปที่ หลิว จือซุน แล้วกล่าว “ ท่านอาวุโสหลิวได้โปรดช่วยข้าเร็วช่วยข้า!! ”



แต่เหตุใดทำใมถึงต้องเป็นหลิว จือซุน ที่จะต้องช่วยนาง? ทั้งๆที่ชีวิตของเขาเองเขาก็ยังเกือบเอาตัวไม่รอดแล้วด้วยเหตุเขาถึงต้องเอาชีวิตของเขาไปเข้าแรกกับนาง? ดังนั้นธรรมชาติแล้วเขาจึงตัดสินใจที่จะก้มหัวของเขาลงและทำเป็นไม่สนใจ



         “ หลิว จือซุน ไอ้เลวเอ้ย! ทั้ง ๆที่ข้าได้ช่วยเจ้า แต่เจ้ากลับไม่ช่วยข้า? หากเจ้าไม่คิดจะช่วยข้าล่ะก็ข้าจะประกาศให้ทุกคนได้รู้ในสิ่งที่เจ้าได้เคยทำเอาไว้แล้วเปิดโปงความชั่วของเจ้า!” เซี่ย เหลอเริ่มตะโกนอย่างเมามัน



         “ เซี่ย เหลอ อย่าได้พูดจาไร้สาระ เจ้าบอกว่าเจ้ากำลังจะเปิดโปงความชั่วร้ายของข้าอย่างนั้นรึ? หลิว จือซุน ยังคงแสดงอาการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแต่ก็ยังคงถามด้วยเสียงที่เย็นชา



         “ ดีดี! ไอ้บัดซบหลิว จือซุย เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าที่จะพูดความลับของเจ้าใช่หรือไม่”



         “ ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเจ้ามันก็เต็มไปด้วยความน่ารังเกียจ เจ้ามันเป็นพวกหลอกลวงเจ้าบอกว่าเจ้าได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าจะได้เป็นหัวหน้านครอันทรงเกียรติเป็นคนต่อไปโดยหัวหน้านครอันทรงเกียรติคนปัจจุบันและขโมยความบริสุทธิ์ของข้าไป และต่อมายังข่มขู่ข้าให้ข้าช่วยเจ้าถ้าข้าช่วยเจ้าแล้วเจ้าก็สัญญาว่าจะให้ชีวิตที่อยู่สุขสบายแก่ข้า”



         “ เรื่องเหล่านี้เจ้ายังบอกว่าไร้สาระอยู่อีกหรือไม่? ดีถ้าแค่เรื่องในอดีตมันยังไม่พอล่ะก็ข้าก็จะพูดเรื่องที่ผ่านมาเกี่ยวกับชูเฟิง เจ้าต้องการให้ข้าไปเชิญชูเฟิงมาเพื่อรับประทานอาหารกับข้าแล้วก็ให้ข้ากล่าวหาเขาว่าเขาเป็นคนที่จะข่มขืนข้า เรื่องเหล่านี้ทั้งหมดมันได้ถูกจัดฉากโดยเจ้าไม่ใช่หรืออย่างไร?”



         “ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้เกี่ยวกับจุดประสงค์ของเจ้า เจ้ามันก็เพียงแค่อิจฉาชูเฟิงที่มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับน้อง จือ หลิง เจ้าจึงได้จัดเตรียมกับดักเช่นนี้ขึ้นมาเพื่อจัดการกับชูเฟิง”



        “ ข้ามันก็เป็นเพียงแค่คนตาบอดที่เชื่อในคำสัญญาคนเช่นเจ้า คำพูดของข้าที่ได้กล่าวไปนั้นล้วนเป็นความจริงทั้งหมด” พอเห็นว่า หลิว จือซุย ไม่เต็มใจที่จะออกมาช่วยนาง นางจึงตัดสินใจเปิดโปงความลับของ หลิว จือซุย ออกมาทั้งหมดอย่างละเอียด



         “ นี่มันเรื่องอะไร? นี่มันไม่ใช่ความจริงใช่หรือไม่ หลิว จือซุน เป็นจริงคนน่ารังเกียจ?”



และหลังจากที่คำพูดเหล่านั้นมันได้ออกมาจากปากของ เซี่ย เหลอ มันถึงกับทำให้ผู้คนต้องตกใจในทันทีและไม่ว่าใครก็ตามในพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องโยนสายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่ หลิว จือซุย ขณะที่พวกเขายังคงมีความเชื่อต่อ หลิว จือซุยอยู่



หลังจากที่ทุกได้เดินทางร่วมกันมาและมีความเชื่อว่า หลิว จือซุน นั้นเป็นคนที่เต็มไปด้วยความชอบธรรมแต่มันกับกลายเป็นเพียงว่าเขาเสแสร้งแกล้งทำให้พวกเรารู้ว่าเป็นคนแบบนั้น



หากสิ่งที่ เซี่ย เหลอ กล่าวมานั้นเป็นความจริงงั้นมันก็หมายความว่า หลิว จือซุน นั้นเป็นคนจอมปลอมและเป็นคนลวงโลก?



ซึ่งในความเป็นจริงนี้แม้แต่ดวงตาที่สวยงามของ จือ หลิง ยังแสดงถึงอาการสั่นเทาเล็กน้อยและนางก็อดไม่ได้ที่จะต้องหันมองมาที่ชูเฟิง



พอเห็นเช่นนั้นชูเฟิงก็หัวเราะและกล่าว “ เห็นไหม? ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าถูกใส่ร้ายที่นี้เจ้าเชื่อข้าแล้วหรือไม่? ”



จือ หลิง ขดริมฝีปากของนางและจ้องอย่างรุนแรงมาที่ชูเฟิงและกล่าวว่า “ แต่เจ้าก็ไม่ใช่คนดีซะที่เดียว ” หลังจากพูดจบนางก็ได้หันหน้าออกไปและไม่ให้ความสนใจใด ๆกับชุเฟิงอีก ( B1 : อย่างงบักเฟิงตอนที่แล้วมึงไปทำไรนางไว้)



        “ เซี่ย เหลอ เจ้ารู้ตัวจริง ๆหรือไม่กับสิ่งที่เจ้าได้กล่าวไป เจ้าคิดว่าผู้คนที่นี่ทุกคนจะเชื่อเช่นเรื่องโกหกที่ งี่เง่าของเจ้า” ในเวลานั้น หลิว จือซุน กับหัวเราะเสียงดัง เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเขาไม่ยอมรับของกล่าวหาที่ เซี่ย เหลอ กล่าวออกมาทั้งหมด



        “ ธรรมชาติข้าเชื่อว่าทุกคนไม่โง่และมีความสามารถมากพอที่จะตรวจสอบคำพูดของข้าว่าเป็นจริงหรือเท็จ ข้าเพียงแค่ต้องการที่จะให้คำแนะนำแก่น้องสาวของข้า ว่าไม่ควรเชื่อใจคนน่ารังเกียจเช่นเจ้า หลิว จือซุย! ”



         “ ในฐานะที่ข้าเป็นอันดับหนึ่งในจำนวนศิษย์ที่มีชื่อเสียงของนครอันทรงเกียรติเขาเห็นรุ่นน้องของตัวเองถูกทำร้ายโดยผู้อื่น แต่เขาทำได้เพียงแต่เฝ้ามองและไม่ขยับแขนขยับข้าของเขาที่คิดจะช่วยเหลือ ด้วยเรื่องทั้งหมดนี้มันทำให้เขาไม่คู่ควรพอที่จะใช้ชื่อเสียงศิษย์อันดับหนึ่งของนครอันทรงเกียรติ!.”



เซี่ย เหลอ ร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่งนางได้แสดงความโกรธของนางออกมา ก่อนที่นางจะตายนางอยากให้ชื่อเสียงของ หลิว จือซุย นั้นต้องป่นปี้ไม่เหลือซากด้วยคำพูดของเขา



แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของนางได้ พอหลังจากที่นางพูดจบปีศาจม้าก็เริ่มที่จะเดินเครื่องมันแสดงความเงี่ยนของมันออกมาอย่างเต็มที่ และเริ่มสานต่อกระบวนท่าที่ปีศาจวัวไม่สามารถที่จะทำได้ก่อนหน้านี้มันสอดใส่นางอย่างรุนแรง และเริ่มเล่นท่ามังกรกินหมี่กับนาง ใบหน้าของ เซี่ย เหลอ นั้นเต็มไปด้วยความทรมานที่ไม่สามารถจะจินตนาการได้ เสียงร้องของนางนั้นเมไปด้วยความเจ็บปวดและสุดท้ายนางก็ได้กลายเป็นผู้ที่จะต้องเสียสละไปในครั้งนี้กับกระบวนท่ามังกรกินหมี่ของปีศาจม้า มะนกลายเป็นภาพที่น่าเศร้าใจต่อสายตาของผู้คน



แต่สำหรับชูเฟิงนั้นมันไม่ได้แสดงออกมาแม้แต่น้อยนิดของความรู้สึกเห็นใจเพราะศัตรูสำหรับชูเฟิงมันมีเพียงแค่ความเกลียดชังเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นไหนก็ตาม



#################################################################################################



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : ในที่สุดนางก็โดน แต่กว่าจะโดนนี่เอาซะควยม้ากูนี่เปลื่อยกันพอดีเล่าเท้าความซะยาวเชียว

B2 : ข้าก็ว่าอย่างนั้นเลย B1

B1 : ช่าย B2

B3 : แต่กูว่าครั้งนี้พลาดว่ะรู้งี้น่าจะเปิดการพนันเพราะตาที่แล้วถามไปว่าใครจะโดนเป็นรายต่อไป อู้หูวแท่งกันมาบานเลย

ครับ เซี่ย เหลอ เซี่ย เหลอ แต่พอมาถึงตอนนี้จริงๆคนที่โดนเป็นรายต่อไปกลับเป็นตัวประกรอบ หื่ยยยย ทำใมกูไม่เปิด

บ่อนแท่งแล้วเป็นเจ้ามือว่ะ คิดแล้วมันน่านัก

B1 : มึงก็ยังเงี้ย

B2 : เออชั่วหยันเง่า

B3 : เห้ยมึงว่าใครพูดให้ดีๆ

B1,B2 : กูก็ว่ามึงใงไม่น่าถาม ควาย!!

B3 : พ่อง!!

#################################################################################################

…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..


ป่ะจบตอนนี้ไปดูหนังโป้กัน