วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 373 - บรรยากาศของจอมราชันย์


       " แมลงนี้ คือหนอนสลายกระดูก หากมันเข้าไปภายในร่างกาย มันจะกัดกินอวัยวะภายในรวมไปถึงเนื้อหนัง แม้แต่กระดูกพวกเจ้าก็ยังไม่เหลือ "



        " แต่ก่อนหน้านั้น เจ้าจะต้องทุกข์ทรมานกับวิธีการของมันขณะที่แทะเล็มอวัยวะภายในของเจ้า ข้าเดาว่าเจ้าคงจะชอบความรู้สึกนี้ " ราชันย์คางคกดำ เล่นกับหนอนสลายกระดูกภายในมือ ขณะที่ยิ้มและพูดกับ ชูเฟิง



        " นีมัน หนอนสลายกระดูกหนิ ข้าก็นึกว่าอะไรที่น่ากลัวกว่านี้ซะอีก!!! " เมื่อมองไปที่หนอนสลายกระดูก ชูเฟิงได้แต่ตีริมฝีปากใส่



        " อะไรนะ ? เจ้ารู้จัก หนอนสลายกระดูกงั้นหรอ ? " ราชันย์คางคกดำถึงกับอึ้ง หนอนสลายกระดูกเป็นสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับและหาพบมันได้ยาก จริงๆมนุษย์ไม่น่าจะมีใครเคยเห็นมันมาก่อนด้วยซ้ำ



        " หาา!!! แน่นอนว่าเคยเห็นมันมาก่อน มันมีดีแค่กินเนื้อหนังกับกระดูก "



        " เป็นคนอื่นไอ้นั้นคงน่ากลัว แต่สำหรับข้า มันก็แค่ของเด็กเล่น มันน่าจะดีกว่าหากเจ้าเปลี่ยนวีธีทรมานข้า " ชูเฟิง ขดริมฝีปากของเขาและกล่าว



        " จริงเหรอ? งั้นดี หากครั้งแรกเจ้าสามารถทนความทรมานจากหนอนสลายกระดูกนี้ได้ ข้าจะเปลี่ยนวิธีทรมานเจ้า " ราชันย์คางคกดำยิ้มบิดๆเบี้ยวๆแล้วเดินมาที่ชูเฟิง



        " เฮ้ย เอาจริงดิ นี้มันของเล่นเด็กนะ  เก็บไว้ให้คนอื่นเถอะ ให้ตายสิ จะให้ข้ากินเจ้าสิ่งน่าขยะแขยงลงได้ยังไง!!! อ้า~~~~~~~~~ "



เวลานั้น ราชันย์คางตกดำไม่สนใจที ชูเฟิง พล่าม มือของมันง้างปาก ชูเฟิง และจับแมลงสลายกระดูกยัดเข้าไปในปากของ ชูเฟิง



        " ปล่อยเค้าไป!!! ข้าไม่ต้องการให้เขามาตายเพื่อข้า "



เมื่อนางเห็นฉากนั้น ความรู้สึกเป็นห่วงก็เกิดขึ้นบนใบหน้าหวานๆของ จื่อหลิง จากนั้นพลังวิญญาณก็พวยพุ่งออกมาจากร่างเล็กๆของนาง จนเกิดแรงระเบิดของพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุดออกมาทำให้เถาวัลย์ที่มัดนางไว้จนขาดกระบั้น นางพยายามยื่นมือออกไปเพื่อต้องการหยุดการกระทำของราชันย์คางคกดำ



        " อยู่เฉยๆ แล้วรอดูอยู่กับที!!! " อย่างไรก็ตาม มือของราชันย์คางคกก็ปล่อยคลื่นพลังออกมา ปกคลุมร่างกายของจื่อหลิง ออร่านั้นปิดผนึกพลังของนาง จนทำให้นางล้มลงโดยไร้สิ้นพลังอำนาจ ตอนนั้นนางไม่อาจขัดขืนได้เลย



เห็นแบบนั้น ชูเฟิงทีกำลังจะโดนแมลงยัดเข้าปาก หน้าของเขาก็เริ่มซีด เนื่องจากไม่อยากจะกินแมลงพันธุ์นี้



         " ท่านพ่อ ช่วยลูกด้วย ~~~~~~~ " ในตอนนั้น ก็มีตัวประหลาดคล้ายกับคางคกร้องดึงขึ้นหน้าทางเข้าของ พระราชวัง



ตอนนั้น ชูเฟิงก็เห็นได้ชัดเจนว่า บนใบหน้าที่น่าเกียจของราชันย์คางคกดำตกใจอย่างมาก ไม่เพียงแต่เขาจะหยุดการเคลื่อนไหว เขายังรีบใช้สายตาหันไปมองที่หน้าทางเข้าของพระราชวัง และจากนั้นก็มีเสียงตะโกนเข้ามาว่า " ปล่อยพวกเค้าไป!!! "



ในเวลาเดียวกัน ชูเฟิง ก็หันหน้าไปมองยังปากทางเข้าของพระราชวัง และพบกับ ชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ชายชราคนนั้นก็คือ จื่อ ซวนหยวน



และด้านหน้าของ จื่อ ซวนหยวน คือปีศาจคางคกที่กำลังคุกเข่า ลักษณะของมันดูคล้ายกับราชันย์คางคกดำอย่างมาก ไม่เพียงแต่มันจะมีตัวสีดำ แม้แต่ลักษณะของตาและรูปร่างยังคล้ายกันอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีพลังวิญญาณอยู่ในระดับ 7 แก่นแท้วิญญาณ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นลูกชายของราชันย์คางคกดำ



ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม จื่อ ซวนหยวน ถึงไม่ได้ปรากฏอยู่นานสองนาน นั้นเป็นเพราะเขาไปจับลูกชายของราชันย์คางคกดำมานั้นเอง



มันไม่ผิดตัวแน่ เพราะดูจากสีหน้าของราชันย์คางคกดำ บอกได้เลยว่าเขาดูห่วงใยลูกของเขามาก ตอนนั้น จื่อ ซวนหยวน ก็ได้รู้จุดอ่อนของราชันย์คางคกดำ



         " อาวุโส ซวนหยวน " ในเวลาเดียวกัน หลิว จื่อซุน และคนอื่นๆจากนครอันทรงเกียรติต่างดีอกดีใจกันออกนอกหน้า เพราะพวกเขารู้ว่าพลังของ จื่อ ซวนหยวน ไม่ด้อยไปกว่า ราชันย์คางคกดำ ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็น จื่อ ซวนหยวน พวกเขาจึงทำหน้าเหมือนว่ามีพระเจ้าลงมาโปรดช่วยให้พวกเขารอดพ้นวิกฤต



อย่างไรก็ตาม จื่อ ซวนหยวน ไม่ได้สนใจคนเหล่านั้น จากนั้นเขาก็กล่าวกับราชันย์คางคกดำ " ปล่อยเด็กสองคนนั้นซะ ไม่งั้นข้าจะฆ่าคางคกน้อยของเจ้า!!! "



        " เจ้ากล้าเหรอ !!! หากเจ้ากล้าแตะต้องลูกของข้า พวกเจ้าอย่าคิดว่าจะมีใครรอดไปจากทีนี่ " ราชันย์คางคกดำยิงสายที่เย็นชากวาดไปรอบๆขณะที่คำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด



        " เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้างั้นหรอ เด๋วข้าจะฆ่ามันซะเดี๋ยวนี้!!! " จื่อ ซวนหยวน แสยะยิ้มเบาๆพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาจากดวงตา



        " อย่าๆ!!! ข้าจะปล่อยพวกเขา " เห็นเช่นนั้น ราชันย์คางคกดำรีบห้ามอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ดึงชูเฟิงลุกขึ้นจากพื้นและกล่าว " เพื่อความยุติธรรม เจ้าปล่อยลูกชายข้ามา แล้วข้าจะปล่อยเขา โดยที่ให้พวกเขาเดินไปด้วยตัวเองและห้ามฝ่ายใดขยับ เจ้าคิดว่าไง "



        " ไม่มีปัญหา เอาอย่างที่เจ้าว่า แต่จะดีกว่าหากเจ้าไม่เล่นตุกติด หากเจ้ากล้าทำอะไรโง่ๆ ข้าจะให้ทำให้เจ้าสำนึก " จื่อ ซวนหยวน ไม่ลังเลและกล่าวอย่างตรงไปตรงมา



เมือ่เขาพูดจบ เขาก็ผลักคางคกออกไปด้าหน้า ในเวลาเดียวกันเขาก็ใช้ออร่าหมัดคางคกเอาไว้ด้วย หากราชันย์คางคกดำคิดใช้ลูกไม้หรือเคลื่อนไหวใดๆ เขาก็จะสังหารลูกชายของราชันย์คางคกดำ



       " ไปได้!!! " ในเวลานั้น ราชันย์คางคกดำก็ผลัก ชูเฟิงออกไป จากนั้นก็ดึงจื่อหลิงมา



ตอนนั้น ชูเฟิง รู้สึกเย็นหวาบขึ้นมา ด้วยดวงตาที่จ้องมองเขาจากด้านหลัง เหมือนกับคลื่นพลังที่แสนน่ากลัวติดตามเขาไป



ดังนั้น ชูเฟิง จึงไม่กล้าเคลื่อนไหวใดๆด้วยความรอบคอบ เขาจึงจำเป็นต้องเดินไปถึง จื่อ ซวนหยวนซะก่อน ในเวลาเดียวกันเขาก็ปลดปล่อยพลังจากสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ภายในโลหิตออกมา



       " ฮ่าๆ ข้าจับเขาได้แล้ว!!! " ในเวลาที่ชูเฟิงสวนกับคากคก มันก็ระเบิดออร่าระดับ 7 แก่นแท้ออกมาและขยายมือที่เหนียวเหนอะไปคว้า ชูเฟิง ในระยะนั้นแม้แต่ จื่อ ซวนหยวน ที่กำลังจะทำการโจมตีก็ช้าไป



      "  ยํากกกกก. . . "



ขณะที่ชูเฟิงคำราม ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนไป จากพลังที่อยู่ในระดับ 3 แก่นแท้ ก็พลันเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 5 แก่นแท้ จากนั้นก็พลิกฝ่ามือของคากคกบิดกลับไปที่คอ



ด้วยพลังของเขา ชูเฟิง ทีบร่างกายที่ใหญ่โตของคางคก คุกเข่าลงต่อหน้าเขา



       " อะไรกัน ?!!! " หลังจากที่เห็นแบบนั้น แม้แต่ราชันย์คางคกดำและสัตว์มหึมาตัวอื่นๆก็พากันมึน งง เป็นไก่ตาแตก



พวกเขาคิดไม่ถึงว่า ชูเฟิง ชูเฟิงจะปรับเปลี่ยนความแข็งแกร่งของเขาขึ้น จนสามารถกำราบลูกชายของราชันย์คางคกดำได้อย่างง่ายดาย



แต่ในเวลานั้น เมื่อเทียบกับใบหน้าของพวกสัตว์มหึมา ผู้คนที่อยู่ในนั้นต่างตกใจมากกว่าเสียอีก



หลังจากที่พวกเขารู้มาก่อนว่า ชูเฟิง มีพลังวิญญาณที่ผิดปกติ แต่ไม่กี่คนที่เข้าใจวิธีพิเศษของเขา และอำนาจการต่อสู้ของเขาก็เหนือสามัญสำนึก แต่ถึงแบบนั้น ชูเฟิงก็ไม่น่าจะกำราบ เจ้าคางคกตัวนั้นที่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้ระดับ 7 ได้ง่ายขนาดนี้ พวกเขารู้สึกประหลาดใจอีกทั้งตกใจในเวลาเดียวกัน



เพราะนั้นไม่ใช่ คากคกที่เป็น สัตว์มหึมาทั่วๆไป แต่เป็นบุตรของราชันย์ปีศาจคางคกดำและมีสายเลือดพิเศษไหลเวียนอยู่ภายในร่าง ด้วยพลังอันมหาศาลนั้นกับถูก ชูเฟิงจัดการ นั้นแสดงให้เห็นว่า ชูเฟิง น่ากลัวขนาดไหน . . . . .



        " ปล่อยแม่นางจื่อหลิงซะ ไม่งั้นข้าจะกระทึบลูกชายของเจ้า!!! " ชูเฟิง คว้ามือลงบนไหล่ของคางคก และยกมืออีกข้างที่ห่อหุ้มไปด้วยออร่าสีทองดูอันตราย จ่อไปที่คอของคางคก



        " บัดซบ!!! ใช้ไม้นี้งั้นหรอ ไหนเราตกลงกันว่าจะปล่อยคนพร้อมกัน นี่มันหมายความว่ายังไง " ราชันย์คางคกดำได่แต่โวยวาย ใส่ชูเฟิงด้วยความโกรธ



        " นั้นเป๋นข้อตกลงของเจ้ากับอาวุโส ซวนหยวน ข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสัญญาของพวกเจ้า ตอนนี้เป็นข้าที่กำลังต่อรองกับเจ้า อย่าได้มากความ บอกมาว่าเจ้าจะปล่อยนางหรือไม่ปล่อย ? "



สายตาของชูเฟิงเฉียบคมดั่งคมดาบ กับน้ำเสียงที่ดูไร้ความปราณี เขาไม่มีร่องรอยแห่งความลังเลแม้แต่น้อย เพราะชูเฟิงไม่ได้มีความปราณีเหมือนคนอื่นทั่วๆไป บรรยากาศรอบๆตัวเขาตอนนั้นดั่งจอมราชันย์อย่างแท้จริง


///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


A : พี่เฟิงเราแน่นอนป่ะล่ะ

B : สุดยอดไปเลยพี่เฟิง ยังเหี้ยได้อีก . . . . . .

A : ความปราณี ความเห็นอกเห็นใจ ไม่สามารถใช้บนโลกนั้นยุคนั้นได้ พี่เฟิงทำถูกแล้ว อย่างว่าสัจจะไม่มีในหมู่โจร อีกอย่าง ที่พีเฟิงพูดก็ถูก ถึงแม่งจะดูเลวก็เหอะ

B : แล้วนายว่า พี่เฟิงจะต่อรองสำเร็จป่ะ

A : ไม่เพียงต่อรองสำเร็จ แต่ยังได้หัวใจของจื่อหลิง อีกด้วย 5555+

B : นั้นสิ แล้วพี่เฟิงจะได้ปลดปล่อยเจ้าโลกไหนตอนไหนน้า......

A : มึงก็คิดอยู่แต่เรื่องเด๋ว . . . . . . . แต่กูก็อยากรู้เหมือนกัน แต่เขาว่าเร็วๆนี้ยังไม่ได้นะ จื่อหลิงยังไม่ยอม

B : ทำไมล่ะ ก็เร็วๆนี้นางก็เริ่มชอบ ชูเฟิงแล้วไม่ใช่หรอ

A : ชอบหรือรัก ไม่ได้แปลว่าต้องให้เสมอไปหนิ เขาก็คงมีเหตุผลอะไรนั้นแหละ เด๋วพี่เฟิงก็ขะยั้นขะยอจนได้เองอ่ะแหละ หมดหนทางจริงๆค่อยวางยา

B : ตอนแรกมึงก็พูดเหมือนจะดูดีแล้ว สุดท้ายก็เชี้ยเหมือนเดิม