วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 375 - ที่ตั้งขุมทรัพย์



ในตอนนี้หุบเขาพันอสูรก็กลายเป็นสนามรบระหว่างมนุษย์และอสูรมหึมา มีเสียงคำรามของสัตว์ดังมาตลอดดั่งเล่นเสียงฟ้าร้อง พื้นที่ขนาดใหญ่มีควันหนาทึบลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าทุกคนที่อยู่ในรัศมีพันไมล์ล้วนเห็นทุกคน



ถ้าไม่่ใช่ จื่อ ซวนหยวน สั่งให้จื่อหลิงไปตามกองทัพนครอันทรงเกียรติ เห็นทีว่านางคงไม่คิดจะไปจากหุบเขาพันปีศาจ



แต่โชคดีบนถนนนั้น ชูเฟิงและคนอื่นๆไม่ได้พบกับสัตว์ยักษ์ที่แข็งแกร่งเลย ทำให้พวกเขาหนีจากหุบเขาพันปีศาจกลับไปยังนครอันทรงเกียรติได้อย่างปลอดภัย



หลังจากที่กลับนคร ข่าวที่ถูกลอบโจมตีและสายจากอสูรมหึมาแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดความวุ่นวายในนคราอันทรงเกียรติ ผู้คนในขณะนั้นรู้สึกหวาดกลัวและไม่สบายใจมาก



ทุกคนกลัวว่ากำลังหลักของนครอันทรงเกียรติที่ส่งไปโจมตีหุบเขาพันปีศาจจะพบกับความโชคร้าย



ไม่เพียงแต่ผู้เชี่ยวชาญจากนครอันทรงเกียรติแม้แต่ สู จงหยู กู่ โป๋ และคนอื่นๆ ก็ถูกส่งไปบุกหุบเขาพันนปีศาจเช่นกัน



ในระยะเวลาสั้นๆ นครอันทรงเกียรติในตอนนี้ก็ห่อหุ้มด้วยบรรยากาศอึมครึม ทุกคนเป็นห่วงผู้เชี่ยวชาญของอาณาจักรตนมาก เพราะถ้าเกิดผู้เชี่ยวชาญเกิดเสียชีวิตจะส่งผลกระทบต่ออาณาจักรในอนาคต



แม้จื่อหลิง จะเป็นห่วงความปลอดภัยของปู่ของเธอ แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากภาวนา



แต่มีบางอย่างเกิดขึ้นหลังจากพวกชูเฟิงกลับมาถึงนครอันทรงเกียรติ หลิว จื่อซุนไม่เพียงไม่มาระราน แต่เขากับหายไปในวันที่เขากลับมาถึงนครอันทรงเกียรติ



ทางคนอื่นๆต่างรู้สึกผิดในใจเขา เขาไม่สามารถที่จะแบกหน้าไปพบคนอื่นได้ ดังนั้นเขาจึงหลบซ่อนตัวเอง



        "เจ้ากำลังจะบอกว่าเจียง หวู่ชาง หายไปทันทีที่เข้ามาในหุบเขาพันอสูรนั้นหรือ” ในที่พักของชูเฟิง เขากล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจ



เพราะเขาไม่พบ เจียง หวู่ชางแม้แต่เงา เขาจึงเรียก กู โป๋ มาถามถึงเรื่องนี้



และคำตอบของกู่ โป่ มันทำให้ชูเฟิงรู้สึกสงสัยอย่างมาก เพราะที่ เจียง หวู่ชางได้ออกจากลุ่มทันทีที่เข้าไปในหุบเขาพันปีศาจนั้นหมายความว่าเขามีแผนอยู่



ชูเฟิงเดาว่า เจียง หวู่ชาง มาที่นี่เพื่อค้นหาสมบัติในหุบเขาพันปีศาจ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าราชวงศ์เจียงได้บุกหุบเขาปีศาจ ทำให้มันค่อนข้างชัดเจนว่า เขามีข้อมูลเกี่ยวกับ หุบเขาพันปีศาจมากกว่านครอันทรงเกียรติ



แต่เมื่อคิดว่า เจียง หวู่ชางนั้น รู้เบาะแสของสมบัติหรือไม่ ชูเฟิงก็เป็นกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามบนหุบเขาพันปีศาจ



ในความเป็นจริงไม่ว่าใครจะชนะหรือแพ้ แต่ชูเฟิงหวังว่านครอันทรงเกียรติจะช่วยลดการป้องกันของหุบเขาพันปีศาจได้ เขาจะได้ลอบเข้าไปในหุบเขานั้น แล้วไปเอาบางสิ่งบางอย่างที่เขาต้องการ



ทุกคนต่างรอคอยด้วยความกังวล และเวลาผ่านไป 3 วันมีอินทรีหัวขาวจำนวนมาก ปรากฏขึ้น



          "พวกเขากลับมาแล้ว เจ้านครกลับมาแล้ว!! "



ในตอนนั้นมีเสียงดังมาจากฝูงชนภายในนครอันทรงเกียรติ พวกเขาดีใจที่ทหารที่ส่งไปครั้งนี้กลับมาพร้อมชัยชนะ



แม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ จะมีเกิดการสูญเสียไม่น้อยแต่พวกเขาก็สามารถจับอสูรมหึมามาได้ ในเวลานี้อาจบอกได้ว่ำพวกเขาได้รับชัยชนะมาก็เป็นได้



ที่พูดอย่างนั้นได้เพราะว่า พวกเขาไม่ได้จับเชลยทั่วไปมาแต่ที่เขาจับมาคือ 1 ใน 5 ของราชันย์อสูรมหึมา ราชันย์คางคกดำ และคนที่ทำเช่นนี้ได้คือ จื่อ ซวนหยวน



          "จื่อ ซวนหยวนแข็งแกร่งจริงๆ ข้าได้ยินมาว่า ราชันย์คางคกดำมีระดับการบ่มเพาะที่ 5 อาณาจักรสวรรค์วิญญาณ แต่จื่อ ซวนหยวนก็รอดชีวิตกลับมาได้ แสดงว่าเขาต้องมีการบ่มเพาะระดับ 5 อาณาจักรสวรรค์วิญญาณเป็นอย่างน้อย ไม่งั้นเขาคงไม่สามารถจับเป็น ราชันย์คางคกดำได้หรอก "



ในตอนนั้น กู่ โป๋ ก็มายังที่พักชูเฟิงอีกครั้ง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาชูเฟิงไม่ได้ออกจากที่พักของเขาเลย แต่เขาก็ยังเข้าใจเรื่องด้านนอกทั้งหมด เพราะกู่ โป๋เป็นมาบอกข้อมูลให้กับเขา



          "ระดับที่ 5 ของอาณาจักรสวรรค์วิญญาณงั้นหรือ ราชันย์คางคกดำและ ผู้อาวุโส ซวนหยวนช่างแข็งแกร่งจริงๆ กู โป๋ในทวีป 9 อาณาจักรตอนนี้นั้น ผู้ที่อยู่ในระดับ 5 อาณาจักรสวรรค์วิญญาณนั้นสามารถจัดได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดได้หรือไม่"ชูเฟิงถาม



          "ได้สิ แต่ว่าชูเฟิงเจ้ารู้เรื่องเมื่อ่ 100 ปีก่อนที่มีอัจฉริยะทั้ง 2 เกิดขึ้นใน ตระกูล เจี๋ย และสมาคมโลกวิญญาณหรือไม่? " กู โป๋ ตอบด้วยคำถาม



          "อืม ข้ารู้ " ชูเฟิงตอบ เพราะเขาเคยได้ยินเรื่องนี้ก่อนเข้าหอคอยอสูรฟ้า



จากที่เขาได้ยินว่า ทั้ง 2 นั้นเป็นอัจฉริยะที่พันปีจะเกิดที เนื่องด้วยตัวตนของพวกเขาทำให้ อาณาจักรวิญญาณ นั้นแข็งแกร่งที่สุด ใน 9 อาณาจักร ไม่นับ ราชวงศ์เจียง



เพราะตั้งแต่ราชวงศ์เจียงปกครองทวีปเก้าอาณาจักรนั้น ก็ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนบัลลังก์ของราชวงศ์เจียงได้เลย แม้แต่ ผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้า ที่ทำให้ราชวงศ์เจียงปวดหัวในปีนั้น ก็ไม่สามารถสั่นคลอนตำแหน่งของราชวงศ์เจียงได้



กลับเข้าเรื่อง 2 อัจฉริยะนั้น ยังเด็กมาก และสามารถให้อาณาจักรวิญญาณแข็งแกร่งที่สุดใน 9 อาณาจักร



แต่ชูเฟิงได้ยินมาว่า สุดท้ายทั้ง 2 อัจฉริยะที่ความสามารถในการต่อสู้สูงส่งมา ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับผู้เชี่ยวชาญลึกลับ



และ ชูเฟิงยังรู้อีกว่าผู้เชี่ยวชาญลึกลับนั่นคือ อสูรมหึมาที่ถูกผนึกอยู่ในหอคอยอสูรฟ้า



          "อย่างแรกคืออัจฉริยะทั้ง 2 นั้นก่อนตายพวกเขาได้อยู่ในระดับ 6 อาณาจักรสวรรค์วิญญาณ แต่ในปัจจุบันนี้ อาณาจักรทั้ง 9 นั้นแตกต่างกันกับ100ปีที่แล้วมาก พลังของทุกอาณาจักรนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้ง จำนวนของผู้เชี่ยวชาญก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน แต่คนที่อยู่ในระดับ 5 ของอาณาจักรสวรรค์วิญญาณ ก็อาจบอกได้ว่า พวกเขาอยู่บนจุดสูงสุดของ ทวีป เก้าอาณาจักรได้อยู่ดี "กู่ โป๋พูด



          "ดังนั้นก็หมายความว่า จื่อ ซวนหยวน เป็นคนที่แข็งแกร่ง " ชูเฟิงพยักหน้า และคิดย้อนกลับไปไกลเขารู้สึกว่า จื่อ ซวนหยวนนั้นเป็นคนที่ลึกลับ และไม่สามารถคาดเดาได้



          "ใช่. เจ้านครอันทรงเกียรติ เดิมนับว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก และตอนนี้ จื่อ ซวนหยวนก็ปรากฏตัวขึ้นอีกด้วย ดูเหมือนว่าในตอนนี้ มีเพียง สมาคมโลกวิญญาณ และตระกูลเจี้ยเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับ นครอันทรงเกียรติได้ "



กู โป๋ พูดอย่างภาคภูมิใจ เพราะไม่เพียงมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ในสมาคมโลกวิญญาณ แม้แต่ในแง่ของความแข็งแกร่งก็ไม่แพ้ นครอันทรงเกียรติเลย ทางสมาคมนั้นยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับราชวงศ์เจียงอีกด้วย ซึ่งหมายความว่าสมาคมโลกวิญญาณนั้นมีราชวงศ์เจียงหนุนหลังอยู่



จากมุมมอง ของกู โป๋ ไม่ว่านครอันทรงเกียรติจะแข็งแกร่งขึ้นเท่าใด ก็ไม่สามารถที่จะแข็งแกร่งเท่าสมาคมโลกวิญญาณของเขา เพราะถ้าเกิดปัญหาระหว่างนครอันทรงเกียรติ และสมาคมโลกวิญญาณแล้ว ราชสงศ์เจียง ต้องเข้าไปหนุนสมาคมโลกวิญญาณอย่างแน่นอน เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะราชวงศ์เจียง ต้องพึ่งผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ จากสมาคมโลกวิญญาณอยู่



         "ใช่แล้ว ข้ามีสิ่งสำคัญจะมาบอกเจ้าในวันนี้. "ทันใดนั้นใบหน้าของกู่ โป๋พลันกลายเป็นใบหน้าที่จริงจังทันทีทัน



         "สิ่งใดหรือ" ชูเฟิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น



         "ข้าได้ยินจากพวกผู้อาวุโสของสมาคมว่า ไม่กี่วันก่อนพวกเขาทรมานราชันย์คางคกดำและได้เบาะแสของ สมบัติบนหุบเขาพันปีศาจมา "



         "และสุดท้ายเขาได้ขู่ ราชันย์คางคกดำและลูกชาย จนได้ที่ตั้งของสมบัตินั้นมา "



         "นั่นคือความจริงหรือ" หลังจากที่ได้ยินชูเฟิงก็ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น



///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Haridsada