วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 376 - โอกาสสุดท้าย



       " นี้เป็นเรื่องจริง!!!"



       " นครอันทรงเกียรติทำข้อตกลงกับมหาอำนาจอย่าง นิกายโลกวิญญาณ, ตระกูลเจี่ย, สำนักหยวนกัง. สำนักเทพอัคคี. นิกายไป๋. ที่ราบหุบเขาไร้ใจ, และหุบเขาเทพกระบี่ นี้คือ สมาพันธ์แปดจตุรทิศ ที่ตั้งขึ้นชั่วคราว " กู๋ โบ่กล่าว



       " สมาพันธ์แปดจตุรทิศ ? " ชูเฟิงประหลาดใจนิดหน่อย




       " ใช่ . . . . มีเพียงแปดมหาอำนาจ "



       " สำหรับพวกตระกูลยิบย่อยและคนอื่นๆที่พอมีความสามารถอยู่บ้างได้ถูกสั่งให้ถอยออกจาก หุบเขาพันปีศาจหมดแล้วเนื่องจากตำแหน่งพวกเขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมีส่วนร่วมในการค้นหาสมบัติ " กู๋ โบ๋กล่าว



       " อะไรกัน สมบัติที่มีนั้นมีแค่สมาพันธ์แปดจุตรทิศเท่านั้นหรอที่มีสิทธิ์ " ชูเฟิงถาม



       " ตามที่ราชันย์คางคกดำกล่าว ว่าภายในหุบเขาพันปีศาจเป็นหุบเขาโบราณอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีสมบัติของผู้เชี่ยวชาญลึกลับทิ้งไว้อยู่ที่นั้น สมบัติเหล่านั้นจึงน่าค้นหาอย่างมาก และยังมีแม้กระทั่งยุทธภัณฑ์ชั้นยอด หากพวกปีศาจนำมันมาใช้ตอนนั้นราชันย์ปีศาจของมันก็จะมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับราชวงค์เจียง ดังนั้นนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะชิงลงมือ "



       " แต่ในเวลานี้ สัตว์มหึมาในหุบเขาพันธ์ปีศาจมันเห็นสมบัติดั่งของศักดิ์สิทธิ์ที่มีไว้เคารพบูชา พวกมันจึงนำไปเกบในวังใต้พิภพ " กู๋ โบ่กล่าว



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเขา ชูเฟิงก็เปลี่ยนความคิดทันที เพราะเขารู้ดีว่าสมาพันธ์แปดจตุรทิศต้องการหาอะไร



       " เรื่องที่ข้าบอกเจ้าวันนี้เป็นความลับและมีเพียงผู้นำของแปดมหาอำนาจเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นห้ามบอกใครเรื่องนี้ " กู๋ โบ่ เตือน



       " อย่าได้กังวัล ข้าสัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แล้วพวกเขาจะเริ่มเคลื่อนไหวตอนไหน ? " ชูเฟิงเข้าไปถามใกล้ๆ



       " พวกเขาต้องรออีก 2 - 3 วัน เพราะยังเหลือราชันย์ปีศาจอีก 4 ตนที่ไม่ง่ายในการลับมือ จากที่ข้าได้ยินมา ถ้าไม่ใช่เพราะตอนแรกที่พวกเขาโจมตีหุบเขาพันปีศาจและหากจื่อ ซวนหยวน มาไม่ทันการณ์ เวลานั้น ฉิน เล่ย และคนอื่นๆ ก็คงจะตายไปแล้ว ในเวลานี้พวกเขาจึงต้องเตรียมการอย่างจริงจัง " กู๋โบ่กล่าว [ T/N เล่าให้ฟังผิดคนแล้วกู๋โบ่ ]



       " แล้วพวกเขากำลังเตรียมที่จะทำการณ์อันใด ? " ชูเฟิงถาม



       " แปดมหาอำนาจะต้องส่งคนที่มีพลังอยู่ในระดับ 5 อาณาจักรสวรรค์มาหนึ่งคนและผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรสวรรค์อีก 10 คน เพื่อเพิ่มอำนาจในการกวาดล้างหุบเขาพันปีศาจ " กู๋โบ่ กล่าว



      " นี้หมายความว่าพวกเขาเอาจริงแล้วสินะ!!! " ชูเฟิงขมวดคิ้วลง ผู้เชียวชาญระดับ 5 อาณาจักรสวรรค์ 8 คน และผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรสวรรค์อีก 80 คน นอกจากราชวงศ์เจียงแล้ว นี้นับเป็นขุมกองกำลังที่ตั้งตนขึ้น สั้นสะเทือนอาณาจักรทั้ง 9 ?



มันก็เหมือนกับการรวบรวมคนที่ทรงพลังอำนาจมากที่สุดเอาไว้ด้วยกัน จากแปดมหาอำนาจ ไม่ว่าหุบเขาพันปีศาจจะน่ากลัวแค่ไหน หรือต่อให้มีราชันย์ปีศาจทั้ง 4 พวกมันก็ไม่อาจรับมือกับพลังนี้ได้ง่ายๆ


แม้ว่า ชูเฟิง หวังให้นครอันทรงเกียรติบุกตีหุบเขาพันปีศาจ แต่เขาก็ไม่ได้หวังให้มนุษย์ทำลายพวกสัตว์มหึมาจนหมดสิ้น หากพวกเขาทำสำเร็จ สมบัตินั้นก็ตกอยู่ในมือของมนุษย์ และชูเฟิงก็จะยากที่จะได้รับสมบัติทั้งหมดไว้คนเดียว



        " ถูกต้อง เวลานี้พวกเขาคิดจะโจมตีขั้นเด็ดขาด ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ทำเพื่อสมบัติอย่างยุทธภัณฑ์ชั้นยอด จนสามารถทำให้พวกเขายอมทำได้ถึงขนาดนี้ "



       " แต่จุดแข็ง ของราชันย์ปีศาจทั้ง 4 ไม่มีใครรู้ความสามารถของพวกมัน แต่พวกปีศาจระดับนี้ส่วนใหญ่จะทรงพลังอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชันย์ปีศาจทั้ง4 มันเป็นสัตว์มหึมาที่มีสายเลือดพิเศษหากพวกมันคิดแรกชีวิต ข้าเกรงว่า สมาพันธ์แปดจตุรทิศต้องเจอปัญหาแน่ "



       " ในครั้งนี้ ศิษย์พี่ ซู จงหยู๋ นั้นพยายามอย่างมากที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ แต่เขาก็ถูกปฏิเสธโดยอาวุโส " กูู๋โบ่เล่าความลับที่ไม่อาจเปิดภายต่อภายนอกให้ ชูเฟิง ฟังอย่างละเอียด เพราะเขาไม่เห็นว่าชูเฟิงเป็นคนนอก



ไม่กี่วันผ่านไป กู๋โบ่ ก็แอบตามไปดูอีกครั้ง ในตอนนั้นรองผู้นำนิกายโลกวิญญาณและผู้จัดการอาวุโสก็ได้แอบเข้าไปในนครอันทรงเกียรติอย่างเงียบๆ ในทำนองคล้ายกัน รองผู้นำตระกูลเจี่ยและผู้จัดการอาวุโสก็มาถึงที่นัดหมาย



หลังจากนั้นสองวัน กูโบ๋ ก็บอกบอกชูเฟิงอีกครั้ง ว่าเจ้าสำนักหยวนกัง, เจ้าสำนักเทพอัคคี, ประมุขนิกายไป๋. ผู้นำที่ราบหุบเขาไร้ใจ และ เจ้าหุบเขาเทพกระบี่ ได้เดินไปยังบ้านพักในนครอันทรงเกียรติ



เวลาที่กำหนดคือ 12 วัน และในอีก 12 วันต่อมา หญิงสาวจากนครอันทรงเกียรติจะก็ได้เลือกชายในใจของพวกเขาในการชุมนุมบนยอดของเทือกเขา ตอนนั้นมันนับว่าเป็น การปิดม่านการแต่งงานหมู่อย่างสมบูรณ์



        ' สิบสองวันหลังจากนี้ หากจะปิดม่านการชุมนุมการแต่งงานอย่างสมบุูรณ์ ในตอนที่สมาพันธ์แปดจตุรทิศกลับมาโดยมีชัย พร้อมกับแบ่งสมบัติกันที่ได้จากหุบเขาพันปีศาจ งั้นสินะ ' ตอนนั้น ชูเฟิงพึมพำกับตัวเองขณะที่เดินไปยังที่พัก



หลังจากเสร็จสิ้นการประกาศรายระเอียดการแต่งงานเมื่อตอนเช้า เจ้านครอันทรงเกียรติ ฉิน เล่ย และผู้คนต่างๆที่มีชื่อก็ออกไปพร้อมกับเขา บนยอดเขายังมีบุคคลที่ยิ่งใหญ่จาก 7 มหาอำนาจ ทางที่พวกเขามุ่งหน้าไปก็คือหุบเขาพันปีศาจ



ชูเฟิงในตอนนั้นก็เตรียมการในขั้นตอนสุดท้าย ที่่ผ่านมาเขาไม่เคยออกจากที่พัก เหมือนกับขังตัวเองไว้ เช้าจรดค่ำ ชูเฟิงยังคงศึกษาแผนที่ของหุบเขาพันปีศาจและพวกอสูรมหึมาที่เขาเคยพบมาอย่างระเอียด



ชูเฟิง จำเป็นต้องกลับไปที่หุบเขาพันปีศาจ เพราะมันเป็นโอกาศสุดท้ายของเขา ซึ่งเขาไม่สามารถปล่อยให้สมบัติที่ใช้เพิ่มอำนาจพลังวิญญาณให้แก่เขา ไปตกอยู่ในมือของผู้อื่นได้



อย่างไรก็ตาม เวลาที่แท้จริงก็มาถึง ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมุ่งไปยังทิศทางหุบเขาพันปีศาจ สิ่งที่สำคัญก็คือเมื่อกที่พวกเขาเจอสมบัติล้ำค่า ชูเฟิงจะไม่สนว่าใครจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ หากมีใครแย่งสมบัติไปจากเขานั้นก็ถือว่าเป็นศัตรู



ดังนั้น ชูเฟิงที่เข้าใจลักษณะโครงสร้างของหุบเขาพันปีศาจอย่างลึกซึ่ง เขาก็พอรู้ว่าพื้นที่ใดที่ใช้ซ่อนสมบัติ แต่น่าเสียดายสมองของชูเฟิงมันมีจำกัด และแผนที่ก็ยังเล็กเกินไป ชูเฟิงรู้แต่เพียงว่า ทางเส้นไหนคือทางมุ่งไปยังวังใต้พิภพ ซึ่งเขาไมรู้เลยว่าในนั้นมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่



* พรึบบบ * เส้นแสงสีม่วงอ่อนๆปรากฏขึ้น ด้านหน้าของ ชูเฟิง อีกทั้งคนผู้นั้นยังเป็นผู้หญิงและงดงามอย่างมาก



ชุดกระโปรงยาวสีม่วง ใบหน้าที่งดงาม ซึ่งชูเฟิงคิดได้คนเดียวเท่านั้น นางไม่ใช่ใครอื่น นอกซะจาก จื่อหลิง



        " ไหนบอกว่า เจ้าจะไม่ปรากฏมาแบบพรึบพรับอีกไง? หากข้าหัวใจวาย ข้าจะโทษเจ้า ? " ชูเฟิงที่กำลังใช้ความคิดเรื่องหุบเขาพันปีศาจ และเมื่อจื่อหลิงโผล่พลวดออกมาแบบนั้น เป็นธรรมดาที่เขาจะกระโดดถอยไปด้วยความตกใจ



        " ชิส์!!! หากเจ้าไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมเจ้าต้องกลัวข้าเหมือนเห็นผี เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ ถึงทำตัวลับๆ ล่อๆ . . . . " ตาดวงโตของ จื่อหลิง ส่ายไปมา เหมือนกับว่านางเห็นสิ่งที่ชูเฟิงคิดอยู่ภายในใจ



        " ป่ะ . . ป่ะ ป่าววว !! เจ้าคนเดียวแหละที่กำลังทำอะไรลับๆล่อๆ กลางวันแสกๆยังโดดเข้ามาทางหน้าต่างห้องผู้ชาย หรือเจ้าวางแผนจะปล้ำข้า ? "



ชูเฟิงหัวเราะคิกคักแล้วโยนสายตาอันชั่วร้ายไปที่เรือนร่างของ จื่อหลิง อย่างหื่นกระหาย ร่างกายที่มีเสน่ห์ของนางนั้นทำให้เขาใจเต้นรัว โดยเฉพาะเทือกเขาอันนูนผ่องขาวเนียนที่วาดเป็นเส้นโค้งตรงหน้าอกของนาง ทำให้ชูเฟิงถูกเผาพลาญไปด้วยไฟราคะและยากที่จะควบคุม เจ้าโลกไม่ให้ผงาดขึ้นมาได้

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


จื่อหลิง : ชูเฟิงเจ้าอย่าทำอะไรๆบ้าๆนะ

ชูเฟิง : ชายหญิงที่เค้ารักกัน คู่ไหนๆก็ทำกันทั้งนั้นแหละ

จื่อหลิง : แต่ข้า ยังไม่รู้จักเจ้าดีเลยนะ

ชูเฟิง : เด๋วก็รู้จักเองล่ะ

จื่อหลิง : แต่ข้า ไม่เคยมาก่อนเลยนะ

ชูเฟิง : ใครๆก็มีครั้งแรกด้วยกันทั้งนั้นแหละ

จื่อหลิง : แต่ข้าเป็นผู้ชายนะ

ชูเฟิง : .......................

สัสเอ้ยหมดอารมณ์

@ขอตัวเข้าห้องน้ำแปป ปวดท้อง!!!