วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 379 - ไม่จำเป็นต้องช่วยเขา



    "เจ้าโง่. ใครบอกเจ้าว่าอสูรวิญญาณไม่สามารถแยกจากเจ้านายของตนได้ หากพวกมันไม่สามารออกจากร่างเจ้านายตนได้ แล้วพวกมันจะช่วยเจ้านายของพวกมันได้อย่างไร " ต้านต้าน พูด



    "ถ้าเป็นตามที่เจ้ากล่าวอสูรวิญญาณสามารถแยกตัวออกจากร่างเจ้านายตนและมีตัวตนเป็นของตัวเองอย่างนั้นหรือ" ชูเฟิงถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น เพราะเขาหวังว่าจะได้เห็นต้านต้านออกมายังโลกภายนอก



     ",แน่นอน ว่าทำได้แต่มีเงื่อนไขอยู่ เงื่อนไขที่ว่านั่นคือความแข็งแกร่งของเจ้านายตน "



     " ถ้าเจ้าต้องการให้อสูรวิญญาณออกจากโลกแห่งจิตวิญญาณและเข้าสู่โลกของเจ้าและมีตัวตนเป็นของตนเองเจ้าต้องสร้างประตูที่เชื่อมต่อกับโลกแห่งจิตวิญญาณของเจ้า ประตูนี้ เรียกว่า ประตูโลกวิญญาณ "



    "เป็นธรรมดาถ้าเจ้าต้องการที่จะสร้างประตูนั้นเจ้าต้องเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมฟ้าเป็นอย่างน้อยและต้องเข้าใจรูปแบบวิญญาณของระดับชุดคลุมฟ้าด้วย " ต้านต้านพูด



     "ถ้างั้นถ้าข้าเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดฟ้าแล้วข้าสามารถแยกเจ้าออกจากโลกแห่งจิตวิญญาณมาอยู่โลกของข้าได้อย่างนั้นสินะ"



ในตอนนั้นชูเฟิงดีใจมากเขารู้ว่าต้านต้านไม่ชอบอยู่ในโลกแห่งจิตวิญญาณ ถ้าเขาสามารถช่วยเธอได้เธอคงจะดีใจไม่น้อย



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของชูเฟิงนั้น หัวใจของต้านต้านก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที เพราะเธอเข้าใจว่านั่นเป็นความตั้งใจของชูเฟิงจริงๆ เธอยิ้งและพูดว่า "ใช่ เพื่อเสรีภาพของข้า เจ้าต้องทำมันให้ได้!"



ในเวลานั้น จื่อ หลิง ได้สร้างรูปแบบวิญญาณรูปแบบภูติเสร็จแล้ว มันส่องประกายด้วยแสงสีทอง สิ่งที่น่าแปลกคือแสงสีทองนั้นทำให้ประตูปรากฏขึ้นบนผนังและเปิดขึ้นอย่างช้าๆ



       "ไม่เลวนี่ แม่สาวน้อย!"  ชูเฟิงพูดและหัวเราะ



       "หุบปาก แล้วรีบตามมาซะ "  หลังจากเปิดเสร็จอสูรวิญญาณของเธอก็กลับเข้าไปในโลกแห่งจิตวิญญาณของเธอ



หลังจากนั้น จื่อ หลิง ก็เดินผ่านประตูไปอย่างรวดเร็วและชูเฟิงก็รีบตามไป



*ตูม*



หลังจากเดินเข้าประตูก็ปิดลงทันทีและในตอนนั้นทั้งสองพบว่าทางเดินข้างหน้านั้นมีผนังที่สวยงามมาก



ผนังนั้นถูกสร้างด้วยหินแบบพิเศษ และพวกมันถูกแกะสลักมาอย่างสวยงามมาก ที่สำคัญที่สุดคือชูเฟิงรู้สึกว่ามีอำนาจวิญญาณเล็ดลอดมาและมันเหมือนกับอำนาจวิญญาณของอสูรฟ้า



"คนที่สร้างที่นี่คงเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณที่มีความเกี่ยวข้องกับอสูรฟ้า " ต้านต้าน พูด



"หรือว่ามันคืออสูรมหึมาในหอคอยอสูรฟ้า" ชูเฟิงถามถาม



"ข้าก็ไม่แน่ใจ " ต้านต้านพูด



ทางเดินต่อไปข้างหน้านั้นกว้างขึ้นและพวกเขาพบว่ามีกลไกบางอย่างอยู่แต่ในตอนนี้กลไกเหล่านี้ไม่ได้ทำงานแล้ว พวกเขาจึงคิดว่า เจียง หวู่ชาง เป็นคนทำมัน



ในตอนนี้ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง ได้แต่รีบมุ่งหน้าเร็วขึ้นเพราะกลัวว่า เจียง หวู่ชาง จะพบและเอาสมบัติไปก่อนหน้าพวกเขา



      "ตามมาเร็วเข้า " ในตอนนั้น ตา จื่อ หลิงก็ประกายวาบราวกับรู้บางอย่าง เธอเรียกใช้ทักษะที่เร็วที่สุดของเธอและเคลื่อนตัวไปด้านหน้า



ชูเฟิงเรียกใช้ทักษะของจักรพรรดินภาและพุ่งตามไปอย่างรวดเร็ว 



ด้วยความเร็วที่สูงมากทั้งคู่ได้มาหยุดที่ ด้านหน้าของวิหารที่สร้างขึ้นจากหยกทองคำที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา วิหารนี้เปล่งประกายไปด้วยแสงสีทองของหยกทองคำ



นอกจากนี้ในส่วนกลางของวิหารหยกทองคำนั้นมีพื้นที่ใหญ่มาก และมีสมบัติมากมาย เช่น ยาแก่นแท้วิญญาณและยากำเนิดวิญญาณวางซ็อนกันเป็นภูเขาเป็นภูเขาขนาดเล็ก



ภายในภูเขาขนาดเล็กนั่นเกิดจากซ้อนกันจากสมบัติมากมายมีแม้กระทั่งหนังสือโบราณจำนวนมาก วางอยู่ตรงกลางและเห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่ทักษะเร้นลับแต่เป็นทักษะทั่วไป



    "ฮ่า ๆ ในที่สุดข้าก็เจอพวกมันแล้ว!" หลังจากที่ได้เห็นสมบัติเหล่านั้น จื่อ หลิง กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ



    "เด๊ยวก่อน!" ในตอนนั้นชูเฟิงบอกให้เธอหยุด เพราะเขาพบว่าในวิหารนี้ไม่มีร่องรอยของ เจียง หวู่ชางอยู่เลย ทั้งๆที่เป็นจุดสุดท้ายของทางเดิน



จื่อ หลิง ก้าวเข้าไปในวิหาร และ ในตอนนั้นพระราชวังได้บิดเบือนไป และ ภาพในสายตาพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มันจับตัวกันเป็นก้อนและล้อมรอบ จื่อหลิงไว้



    "ชูเฟิงช่วยข้าด้วย!"  ในตอนแรก จื่อ หลิงพยายามหลบ แต่ความพยายามของเธอก็สูญเปล่าเพราะมันได้บิดตัวและล้อมรอบตัวเธอไว้ทำให้เธอไม่สามารถหนีได้ 



      "นี่มันช่างเป็นภาพลวงตาที่ทรงพลังเสียจริง " หลังจากภาพวิหารที่แสนอุดมสมบูรณ์ได้หายไป ก็เกิดภาพจริงๆปรากฏในสายตาของชูเฟิง



ในตอนนั้นด้านหน้าชูเฟิงนั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่า วิหารหยกทองคำ อยู่เลย มันเหลือเพียง หลุมพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมาก และภายในหลุมพลังวิญญาณนั้น มีจื่อ หลิง ที่พยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากหลุมพลังวิญญาณนั้นได้ 



     "เป็นเจ้าเองหรือ"



ในตอนนั้น ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังออกมา มันเป็นเสียงของ เจียง หวู่ชาง ในตอนนั้นเจียง หวู่ชาง ได้จมลงไปในหลุมพลังวิญญาณกว่าครึ่งตัวแล้ว และหลังจากที่ได้เห็นชูเฟิง  กับ จื่อ หลิง ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจ



* วูบวูบวูบ*  ชูเฟิงไม่ชักช้า รีบวางรูปแบบวิญญาณอย่างรวดเร็ว และซ้อนฝ่ามือของเขาชี้ไปข้างหน้าและตะโกนดังลั่นว่า, "ทำลาย!"



หลังจากสิ้คำพูดนั้น แสงพลังวิญญาณ2เส้นก็ถูกยิงออกมา



หลังจากนั้นแสง ทั้ง 2 เส้นก็ได้พุ่งไปใส่ พลังวิญญาณที่หุ้มตัว จื่อ่ หลิง และเจียง หวู่ชางอยู่และทำให้ความเร็วในการจม ชะลอตัวลง 



หลังจากนั้นชูเฟิงก็เล็งมือทั้ง2ข้างออกไปด้านหน้าและมันทำให้เกิดโซ๋พลังวิญญาณลอยออกมา และพลันลอบตัว จื่อ หลิง และเจียงหวูชางไว้



     "ฮ่าาา !!!!"



ชูเฟิงตะโกนอีกครั้งและและกำฝ่ามือแน่นหหลังจากชูเฟิงก็เกร็งตัวเขารีดพลังทั้งหมดเพื่อดึงทั้ง 2 ขึ้นมา ในตอนนั้นใบหน้าของเขาเริ่มซีด และ มีเหงื่อเม็ดโป้งไหลอยู่บนหน้าเขาเต็มไปหมด



แต่ยังโชคดีที่ชูเฟิง นั้นได้ใช้พลังทั้งหมดของเขาแล้วยังสามารถดึง จื่อ หลิง และเจียงหวู่ชางขึ้นมาจากหลุมได้อย่างช้าๆ



ในตอนนั้นมันทำให้ จื่อ หลิง และเจียง หวู่ชาง ดีใจมากเพราะมันหมายความว่าชูเฟิงนั้นสามารถช่วยทั้งสองคนได้ได้



สุดท้าย จื่อ หลิงก็ถูกดึงขึ้นมาเป็นคนแรก และ เมื่อปราศจากภาพลวงตานั่นร่างกายของเธอก็กลับสภาพเดิม เธอเดินมาด้านหน้าชูเฟิง



หลังจากที่เธอเดินมาข้างหน้า เธอก็กำมือแน่นและปรากฏดาบพลังวิญญาณในมือของเธอ และเธอฟันไปที่โซ่วิญญาณที่ชูเฟิงกำลังดึง เจียง หวู่ชางขึ้น



      "เจ้าทำอะไรน่ะ!" ชูเฟิงที่เห็นการกระทำของจื่อ หลิงก็ตกใจมาก



ในทาง จื่อ หลิงก็เงียบ และหลังจากเธอสลายดาบพลังวิญญาณในมือของเธอ เธอก็ลูบมือของเธอเบาๆและพูดว่า " เจ้าไม่จำเป็นต้องไปช่วยเขา "


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


@Haridsada