วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 382 - ข้ายินดีแลกชีวิต




    ในขณะนั้น เขาไม่ได้โจมตี จื่อ หลิง และ ชูเฟิง ในทันที แต่กล่าวถาม ชูเฟิง ออกมา นั่นหมายความว่า เขาไม่ได้มีเจตนาฆ่า อย่างน้อยก็ในตอนนี้



     ถ้าเขาไม่ต้องการฆ่า ชูเฟิง และ จื่อ หลิง จริงๆ นั้น ในขณะนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ มันเป็นช่วงเวลาที่ ชูเฟิง จะสามารถพิชิตหัวใจของ จื่อ หลิง ได้อย่างแน่นอน



     ก่อนหน้านี้ที่ ชูเฟิง กล่าวว่าชอบ จื่อ หลิง นั้น นางไม่เคยเชื่อในคำกล่าวนั้น อีกทั้งยังรู้สึกรังเกียจ เพราะคิดว่า ชูเฟิง นั้นโกหกนาง



     แต่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเช่นนี้ หัวใจของนางที่เต็มไปด้วยความอ่อนแอ ย่อมรู้สึกอ่อนไหวเป็นธรรมดา เมื่อ ชูเฟิง แสดงออกมาเช่นนี้



     เมื่อไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นหรือตาย แต่ ชูเฟิง ก็เลือกที่จะเดิมพันกับ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีทอง ไม่ว่าโอกาสสำเร็จจะน้อยนิดเพียงใดก็ตาม



     “ผู้อาวุโส ข้าขอร้อง…..ได้โปรดปล่อยนางไป อย่าได้ทำร้ายนางเลย ไม่ว่าท่านต้องการสิ่งใด ข้าจะเป็นคนแบกรับมันทั้งหมด” ชูเฟิง ตบไปที่หน้าอกของเขา และกล่าวต่อว่า “ข้าไม่อาจทนเห็นนางต้องเจ็บปวดต่อหน้าข้าได้”



     “ฮ่าๆ….แม่นาง เจ้านี่มีเสน่ห์ยิ่งนัก ที่สามารถทำให้ชายหนุ่มยอมแลกชีวิตของเขา เพื่อช่วยเหลือเจ้าเช่นนี้” ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีทอง หัวเราะลั่น และกล่าวกับ ชูเฟิง ว่า



     “เจ้าไม่สามารถทนเห็นนางต้องทุกข์ทรมานเช่นนั้นรึ”



     “เมื่อเจ้าต้องการจะช่วยนาง…..เช่นนั้นข้าจะให้โอกาสแก่เจ้า”



     ***** พรึ่บ *****



     ขณะที่เขากล่าวนั้น เขาสะบัดแขนของเขาไปที่ ชูเฟิง พลังเกิดกระแสพลังอย่างรุนแรง กระแสพลังนั้น แล่นไปที่ ชูเฟิง แทรกซึมเข้าถึงกระดูกของเขาอย่างรวดเร็ว พลันบรรยากาศรอบตัวของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ



     เขาพยายามใช้พลังขั้นแก่นวิญญาณ เพื่อต้านทานกระแสพลังนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ผิวหนังของเขาก็เริ่มมีชั้นน้ำแข็งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ



     ***** ครืด ครืด ครืด *****



     ในเวลานั้น มีภาพเคลื่อนไหวปรากฏขึ้นมาที่ด้านหน้าของ ชูเฟิง มันคล้ายจอภาพขนาดใหญ่ สูงกว่าสองเมตร และยาวกว่าสิบเมตร



     “จดจำเนื้อหาของภาพเหล่านั้น” ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีทองกล่าว



     ความจริงแล้วนั้น ก่อนที่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ จะกล่าวออกมา ชูเฟิง ก็ได้จ้องมองไปที่ภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้ร และเริ่มจดจำเนื้อหาในทันที



     ***** พรึ่บ *****



     แต่ก่อนที่เขาจะกล่าวจบนั้น เขาก็สะบัดฝ่ามือของเขาอีกครั้ง พลันจอภาพขนาดใหญ่ก็แตกตัวออก และกระจายไปยังทั่วพระราชวังใต้ดินนั้นอย่างรวดเร็ว



     “หากเจ้าสามารถรวบรวมภาพเคลื่อนไหวเหล่านี้ ให้กลับมาสู่สภาพเดิมได้ภายในหนึ่งชั่วโมง นางจะปลอดภัย”



     “แต่ถ้าเจ้าไม่สามารถรวบรวมภาพนั้นได้ภายในหนึ้งชั่วโมง ร่างของนางจะต้องถูกฉีกกระชากโดยโซ่แห่งอำนาจพลังวิญญาณ และร่างของหญิงที่เจ้ารัก จะต้องถูกทิ้งไว้ที่นี่” ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีทองกล่าว



     ***** ฟิ้ว *****



     เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น ชูเฟิง รีบกระโดดออกไป เพื่อรวบรวมเศษชิ้นส่วนเหล่านั้นทันที เขาใช้พลังขั้นแก่นวิญญาณของเขา เพื่อรวบรวมเศษภาพ ที่กระจายตัวอยู่ภายในพระราชวังใต้ดินที่กว้างขวางนั้น



     อย่างไรก็ตาม มันมีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกหมดหนทาง เพราะภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ในแต่ละครั้งที่เขาเคลื่อนไหว เขาไม่สามารถทำได้โดยสะดวก ทุกๆ ก้าวของเขาหนักอึ้งราวกับ มีลูกตุ้มเหล็กมาถ่วงขาขอเขาเอาไว้



     อีกทั้งเขายังต้องต้านทานกระแสพลัง ที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลา และชั้นน้ำแข็งบนผิวหนังของเขา ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อย ในอีกไม่ช้านี้เขาจะสูญเสียการควบคุมร่างกายของเขา




      “โถ่…….ท่านปิดกั้นพลังวิญญาณของข้า หากเป็นเช่นนี้ข้าจะรวบรวมภาพนี้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมงได้อย่างไร” ชูเฟิง กล่าวออกมาด้วยความกังวลไปที่ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีทอง



     “นั่นเป็นปัญหาของเจ้า” ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ กล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะเบา และเขาก็กล่าวเสริมอีกว่า “หากเจ้าไม่สามารถรวบรวมภาพได้ภายในหนึ่งชั่วโมง เจ้าจะสูญเสียการบ่มเพาะพลังของเจ้า และด้วยกระแสพลังของข้า เจ้าขะต้องตายภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง”



     “หากเจ้ายังไม่อยากตาย …….นั่นทางออกอยู่ตรงนั้น เจ้าสามารถออกไปได้ทุกเมื่อ แต่ว่า…นางจะต้องตาย” 



     “ไม่ว่าเจ้าจะช่วยนาง หรือจะตายอยู่ที่นี่ด้วยกัน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้า ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”



     ในขณะที่เขากล่าวจบนั้น เขาหัวเราะออกมาเสีงดังกังวาล ร่างกายของเขาก็สลายไป และผสานเข้ากับพระราชวังใต้ดินอย่างรวดเร็ว



     “อ๊าาาาา……”



     ในเวลานั้น จื่อ หลิง ก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด จากการบีบรัดของโซ่ที่เกิดขึ้นจากอำนาจพลังวิญญาณ



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิง รีบหันหน้าไปที่นาง เขาพบว่าร่างกายของนางถูกรัดไปด้วยโซ่สีทอง และในขณะเดียวกัน โซ่สีทองเหล่านั้นก็เริ่มบีบรัดลงเรื่อยๆ มันทำให้นางเจ็บปวดอย่างช้าๆ และเริ่มหายใจไม่ออก



     “แม่งเอ๊ย…..ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะไม่สามารถรวบรวมพวกมันได้ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง” ในช่วงเวลานั้น ชูเฟิง ไม่ลังเลอีกต่อไป เขารีบเรียกใช้อำนาจของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองสาย พลันพลังของเขาก็พุ่งขึ้นมาถึง ระดับห้า ขั้นแก่นวิญญาณ



     ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ ทำให้เขาสามารถต้านทานความลำบากก่อนหน้านี้ได้เพิ่มขึ้น



     เขารีบออกวิ่งเพื่อรวบรวมเศษชิ้นส่วนของภาพเหล่านั้น และร่างกายของเขาก็เริ่มมีชั้นน้ำแข็งปกคลุมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ



     ในเวลาที่ชั้นนั้นแข็งแริ่มก่อตัวหนาขึ้นนั้น ร่างกายของ ชูเฟิง จึงเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง ช้าลง และช้าลงเรื้อยๆ ในตอนนี้เขาสูญเสียความรู้สึกของผิวหนังไปจนหมดสิ้น



     เมื่อ จื่อ หลิง เห็นว่า ชูเฟิง พยายามอย่างหนัก เพื่อช่วยดเหลือนาง นางทำได้เพียงกดฟันแน่น เพื่อไม่ให้มีเสียงแห่งความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย



     สามารถกล่าวได้ว่า ชูเฟิง นั้นมีความจำที่ดีมาก ทุกๆ ชิ้นสุ่นที่เขาเก็บมานั้น เขาสามารถวางไว้ในตำแหน่วที่ถูกต้องได้อย่างแม่นยำ เมื่อเวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละนิดนั้น ร่างกายของ ชูเฟิง ก็เริ่มจะช้าลงจนแทบจะหยุดนิ่ง ร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง



     “ชูเฟิง !! ไม่ต้องห่วงข้า !! รีบหนีออกไปซะ !! ไม่งั้นพวกเราจะตายอยู่ที่นี่ทั้งคู่ !!” ในเวลานั้น จื่อ หลิง ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป นางจึงตะโกนขอร้องให้ ชูเฟิง ทิ้งนางไว้ที่นี่



     “เงียบไปเลยแม่สาวน้อย !! ข้าจะทิ้งเจ้าไปได้ยังไง” ชูเฟิวกล่าวออกมาพร้อมยิ้มบาง เขาไม่สนใจต่อคำอ้อนวอนของ จื่อ หลิง และมุ่งหน้าเก็บรวบรวมเศษภาพเหล่านั้นต่อไป



     อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง นั้นใจจริงที่จะช่วยเหลือนาง แต่ก้วยกระแสพลังที่เสียดแทงไปถึงกระดูก และร่างกายที่ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งเช่นนั้น ทำให้เขาสูญเสียการควบคุมร่างกายตนเอง และในท้ายที่สุด เขาก็ล้มลงไปกับพื้น



     “ชูเฟิง เจ้า !!.........”



     เมื่อเห็นว่า ชูเฟิง หมดสิ้นพลังอำนาจและล้มลงไปกองกับพื้น และกำลังพยายามยืนขึ้น พลัน จื่อ หลิง กลับลืมความเขจ็บปวดของนาง หัวใจและจิตวิญญาณของนางกำลังหวั่นไหว นางไม่คิดว่า ชูเฟิง จะไม่สละชีวิตของตัวเอง เพื่อช่วยเหลือนาง



     เมื่อนางต้องเผชิญหน้ากับบุคคล ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับนาง พยายามช่วยเหลือนางด้วยชีวิตเช่นนี้ หัวใจของนางก็ถูกเขาคนนั้นคว้าไปครอง

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

แปลโดยคุณ#Abhisit siriroop