วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 383 - สำหรับเจ้า



     ในขณะนั้น ใบหน้าที่เคยแข็งแกร่งของนาง ก็อาบไปด้วยน้ำตาทั่วใบหน้า นางตะโกนออกมาเสียงดัง



     “ไอ้บ้า !! ข้าไม่ต้องการให้เจ้าช่วยข้า !!”



     “ยิ่งกว่านั้น ข้าไม่ได้หวังให้เจ้าต้องสละชีวิตตัวเอง เพื่อช่วยเหลือข้า หนีไปซะ”



     “เราไม่เคยเกี่ยวข้องกันตั้งแต่แรก และเจ้าก็ไม่ได้เป็นหนี้อะไรต่อข้า หนีไปซะ ไม่ต้องเป็นห่วงข้า”



     คำกล่าวเหล่านั้นออกมาจากหัวใจของ จื่อ หลิง นางไม่ต้องการให้ ชูเฟิง ตายเพื่อนาง และนางหวังว่า ชูเฟิง จะมีชีวิตรอดออกไปได้ เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของนางทั้งหมด มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ชูเฟิง เลยแม้แต่น้อย



     ในขณะนั้น ชูเฟิง ยังคงไม่ได้ใส่ใจต่อคำกล่าวของ จื่อ หลิง แม้แต่น้อย เขาพยามยืนขึ้น แต่ภายในสถานการณ์ที่ร่างกายของเขา ถูกปกคลุมไปได้น้ำแข็งเช่นนี้ เขาจึงไม่สามารถยืนขึ้นได้ เขาทำได้เพียงคลานออกไปเพื่อรวบรวมเศษภาพเหล่านั้น



     ในตอนแรกนั้น ชูเฟิง จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือ จื่อ หลิง แต่หากว่าเขาไม่สามารถช่วยเหลือนางได้ เขาก็จะไม่ยอมให้ชีวิตของเขาต้องจบลงเพราะนางอย่างเด็ดขาด



     แต่เมื่อเขาเห็น จื่อ หลิง แสดงออกมาเช่นนั้น หัวใจของเขาก็หวั่นไหว แน่นอนแล้วว่า เขาตกหลุมรักนางอย่างแท้จริง จากนั้นความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือนางก็เกิดขึ้น มันทำลายแม้กระทั่งความต้องการที่มีต่อทรัพสมบัติของเขาจนหมดสิ้น



     แม้ว่า ชูเฟิง ตั้งใจที่จะช่วยเหลือ จื่อ หลิง แต่ร่างกายของเขา ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่เขาต้องการ



     ในตอนนี้ สายตาของเขาเริ่มเพบลอ และพร่ามัวลง ในสมองของเขามีเพียงหนึ่งความคิดเท่านั้น นั่นคือรวบรวมเศษภาพ เพื่อช่วยเหลือ จื่อ หลิง



     แต่ทว่า ความคิดของเขาก็สามารถส่งผลให้ร่างกายของเขาปฏิบัติได้ ร่างกายของเขาค่อยๆ เอนลง และหมดสติล้มลงไปอีกครั้ง



     เมื่อเขาหมดสติไปนั้น เขาก็ไม่อาจใช้พลังวิญญาณของเขา เพื่อต้านทานการแทรงซึมของกระแสพลังได้ พลันกระแสพลังเหล่านั้น เริ่มโจมตี ชูเฟิง จากทุกทิศทางราวกับสัตว์ร้าย เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น น่างกายของเขากูกห่อหุ้มไปด้วยน้ำแข็ง



     “ชูเฟิง !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของ จื่อ หลิง ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นางตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง



     ที่สำคัญคือ นางไม่สามารถใช้อำนาจพลังวิญญาณของนางได้ เนื่องจากพลังวิญญาณของนางนั้นถูกปิดผนึก นั่นจึงทำให้นางไม่รู้ว่า ชูเฟิง มีชีวิตอยู่หรือไม่



     และยิ่งเมื่อนางคิดว่า ชูเฟิง ตายแล้วนั้น อีกทั้งยังตายเพราะนางอีก มันยิ่งทำให้น้ำตาจำนวนมากพรั่งพรูออกมา อาบท่วมไปทั่วใบหน้าที่งดงาม และร่างกายของนาง



     “แม้ว่าเขาจะแกร่งพอ แต่ดูเหมือนว่า ความพยายามของเขา ก็เป็นที่น่าชื่นชม เห็นได้ชัดว่าหัวใจของเขานั่นอยากช่วยเหลือเจ้าด้วยใจจริง”



     “ดูเหมือนว่า ตั้งแต่แรกแล้วนั้น เขาไม่คิดที่หนีไปเพียงลำพังเลยแม้แต่น้อย” ในขณะนั้น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีทอง ก็ปรากฏตัวออกมาที่ด้านข้างของ จื่อ หลิง และกล่าวกับนางว่า “เจ้าอยากจะรู้ไหม ว่าเจารักเจ้ามากเพียงใด”



     หลังจากที่เขากล่าวจบ โดยที่ไม่รอคำตอบของ จื่อ หลิง เขาสะบัดแขนของเขาออกไป พระราชวังใต้ดินก็กลับสู่สภาพเดิม กระแสพลังทั้งหมดถูกดูดเข้าสู่แขนเสื้อของเขา



     กระแสพลังทั้งหมดถูกดูดซับจนหมด ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว จากนั้น ชูเฟิง ก็ปรากฏตัวออกมา ร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมา



     สภาพ ชูเฟิง ในตอนนี้นั้น ผิวหนังทั่วร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล บางจุดเผยให้เห็นกระดูสีขาวจนน่าขนลุก ร่างกายถูกห่อหุ้มไปด้วยผลึกน้ำแข็ง



     “ชูเฟิงงงงง !!” เมื่อเห็น ชูเฟิง ตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น จื่อ หลิง ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ นางอ้าปากค้าง ความตกใจครอบคลุมหัวใจของนางอย่างจัง



     “เจ้าเห็นหรือไม่ ความเจ็บปวดที่เขาต้องแบกรับนั้น มากกว่าความเจ็บปวดของร่างกายเจ้าที่ต้องเผชิญ แล้วอะไรคือเหตุผลที่เขาจะต้องอดทนขนาดนี้ด้วยเล่า” ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดทอง ยิ้มและกล่าวถาม



     “ฮือออออออออ…..” จื่อ หลิง ร้องไห้ออกมา นางไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้แม้แต่น้อย



     “สาวน้อย เจ้าควรจะดูแลรักษาคนที่รักเจ้าให้ดี”




     “บางครั้ง ข้าก็ได้ทิ้งศพของเหล่าผู้คนที่เต็มไปด้วยความโลภไว้ที่นี่”



     “ทักษะระดับเก้านี้ ด้วยพรสวรรค์ของพวกเจ้าทั้งสองคน ข้าหวังว่ามันจะช่วยให้พวกเจ้าสามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และสักวันหนึ่งข้าก็หวังพวกเจ้ากลายเป็นยอดคน”



     เมื่อผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีทองกล่าวจบ ร่างกายของเขาก็สลายไป กลายเป็นบำแสงเจ็ดสีปกคลุมทั้งท้องฟ้า ลำแสงเหล่านั้นเข้าปกคลุมร่างกายของ จื่อ หลิง พลันโซ่อำนาจพลังวิญญาณก็หายไป



     และเมื่อลำแสงทั้งเจ็ดเข้าปกคลุมร่างกายของ ชูเฟิง ร่างกายของเขาก็กลับสูสภาวะปกติ



     “ชูเฟิง !!” ในขณะที่ จ์อ หลิง เป็นอิสระแล้วนั้น นางกระโดดมาที่ด้านข้างของ ชูเฟิง และประคองร่างที่อยู่บนพื้นของเขาขึ้น



     “อืม…..” ชูเฟิง พยายามเปิดเปลือกตาของเขาขึ้น ความเจ็บปวดยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา



     “จื่อ หลิง เจ้า…….” โดยที่ ชูเฟิง ไม่ทันกล่าวจบ จื่อ หลิง ก็ประกบปากของนาง จุมพิตไปที่ริมฝีปากของ ชูเฟิง อย่างรวดเร็ว



     “อื้มมมมมมม……”



     ******* เมื่อไหร่มันจะมีฉากแบบนี้น้อ *******



     “จื่อ หลิง เจ้า…….” เมื่อ ชูเฟิง เห็น จื่อ หลิง นั้น เขาหรี่ตาของเขาลงอย่างรวดเร็ว และให้ไปมองรอบด้าน เขาพบว่าพระราชวังใต้ดินกลับสู่สภาพปกติ และบาดแผลตามร่างกายของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน



     “นี่ข้าตกอยู่ในรูปแบบลวงตาอีกแล้วงั้นรึ” ชูเฟิง กล่าวพลางลูบไปที่ศรีษะของเขา และคิดว่าตัวเองติดกับดักรูปแบบลวงตาอีกครั้ง



     “ไม่ใช่……..ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเป็นเรื่องจริง ด้วยความพยายามของเจ้า ที่จะช่วยเหลือข้า มันเป็นเรื่องจริงทั้งหมด” เมื่อเห็นว่า ชูเฟิง ฟื้นขึ้นมานั่น จื่อ หลิง ก็โผเข้ากอด ชูเฟิง ด้วยร่างกายอันทรงเสน่ห์ของนาง



     “นี่ ……” ชูเฟิง ผงะตัวเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยคาดคิดว่า จื่อ หลิง จะทำเช่นนี้



     อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ เขาผายมือของเขาออก และกอดไปที่เอวของนางอย่างแนบแน่น



     “เจ้าจะทำอะไร !!”



     ใครจะไปคิดล่ะว่า เมื่อ ชูเฟิง สัมผัสกลับไปที่ร่างกายของนาง นางจะผละออกจาก ชูเฟิง ละยกมือขึ้นหมายที่จะตบไปที่ใบหน้าของ ชูเฟิง



     แต่โชคดี ที่ฝ่ามือนั้นหยุดห่างจากใบหน้าของ ชูเฟิง เพียงนิ้วเดียวเท่านั้น จึงทำให้ ชูเฟิง รอดตัวไปได้



     นางจ้องมองไปที่ ชูเฟิง ด้วยใบหน้าเอียงอาย จากนั้นนางก็ยืนขึ้น และก้าวเดินไปที่ทางเหนือของพระราชวัง จากนั้นนางก็ยื่นมือออกไป และกระโดดขึ้นไปเอาตำราทักษะระดับเก้าลงมา



     “จื่อ หลิง นี่เจ้า……” เมื่อเห็นเหตุการณ์นั้น ชูเฟิง ได้แต่บ่นในใจว่า “ผู้หญิงคนนี้สนใจทรัพสมบัติมากกว่าชีวิตอีก หลังจากที่ผ่านพ้นอันตรายมาได้ แต่นางกลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย”



     ***** พรึ่บ *****



     หลังจากที่นางได้รับทักษะระดับเก้ามาแล้วนั้น นางก็ค่อยๆ ลอยลงมาที่ด้านล่าง



     นางเดินมาที่ด้านหน้าของ ชูเฟิง พร้อมกับจับมือซ้ายของเขาขึ้น และส่งตำราทักษะระดับเก้าให้เขา พร้อมกับกล่าวออกมาว่า “นี่สำหรับเจ้า”


////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Abhisit Siriroop