วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 385 - คาดไม่ถึงว่าจะมี ยอดยุทธภัณฑ์


         "เมื่อพวกเจ้าได้แผนที่นี้จากเจ้าคางคกนั่น พวกเจ้าเคยคิดว่ามันจะเป็นหลุมฝังศพพวกเจ้าหรือไม่"



         "ฮ่า ๆ ๆ ๆ เจ้ามนุษย์ไร้ยางอาย! เจ้าคิดหรือว่าเจ้าคางคกดำนั่นจะขายพวกเรา พวกเจ้าไม่สงสัยหรือว่าทำไมเจ้าคางคกนั่นถึงยอมบอกทุกอย่าง แสดงว่าพวกเจ้าต้องการส่งตัวเองไปสู่ความตายอย่างนั้นสินะ "



         "อ่าสิ่งที่จุดนี้เพื่อบอกพวกเขาหรือไม่ นี่คือกลุ่มของพวกโง่ที่เชื่อว่าตัวเองฉลาด พวกเขาสามารถได้อาจจะเข้าใจความรู้สึกระหว่างเราห้าพี่น้อง. "



         "แม้ว่า ลูกชายของเจ้าคางคกนั่นจะสำคัญมากสำหรับมัน แต่พี่น้อง อสูรมหึมานับล้านของพวกเราสำคัญกว่าสำหรับมัน "



ในเวลานั้นเสียงหัวเราะที่แสบแก้วหูก็ดังเข้ามาจากใกล้ๆ และปรากฏเป็นร่าง ของอสูรมหึมา 4 ตัว



ทั้ง 4 นั้นใส่ชุดเกราะทั้งหมดทุกตัว ตัวหนึ่งเป็นหัวแหม่งป่อง ตัวหนึ่งเป็นตะขาบ ตัวหนึ่งเป็นแมงมุม และอีกตัวหนึ่งเป็นอสรพิษ แน่นอนพวกมันคือ ราชันย์อสูรมหึมา



         "บัดซบ เจ้าสัตว์ประหลาดถ้าพวกเจ้าแน่จริง ก็ปล่อยให้พวกข้าออกไป แล้วมาสู้กันตัวต่อตัว " ผู้นำ สำนัก หยุนกัง พูด



         "เจ้าพวกน่ารังเกียจ เจ้าใช้วิธีลวงพวกข้า ถ้าพวกเจ้าสู่หนึ่งต่อหนึ่งกับข้าพวกเจ้าก็ไม่สามารถเอาชนะข้าได้ " ผู้นำนิกายไป๋ พูด



4 ราชันย์อสูรมหึมา ไม่ได้สนใจพวกเขา พวกมันหัวเราะและพูดว่า " ในเรื่องความน่ารังเกียจนั้น ข้าสู้พวกเจ้าไม่ได้หรอก ถ้าเจ้าจะโทษ ก็ โทษความโลภของตนเองเถอะ "



         "เจ้าไม่ต้องพูดอะไรไร้สาระหรอก ทางที่ดีที่สุดรีบฆ่าพวกมันซะ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ตามมา "ราชันย์แมงป่องกระตุ้น



          "ไม่!!! ข้าอยากจะทรมารพวกมันก่อนแล้วค่อยบดขยี้พวกมันให้เป็นเศษเนื้อ " ราชันย์ตะขาบ พูด



          "พี่ใหญ่ พี่รองพูดถูกแล้ว รูปแบบนี้ถูกวางไว้โดยเจ้านายของเรา ด้วยพลังของยอดยุทธภัณฑ์ ทำให้รูปแบบนี้แข็งแกร่งมาก"



          "ไม่พูดถึงพวกเขา แม้เป็นเจ้านายของเราก็ยากที่จะหลบหนีเช่นกัน นั่นคือสิ่งที่เจ้านายพูดไว้ " ราชันย์แมงมุม พูด



          "ใช่ พวกมนุษย์ชั่วร้ายนี้ ไม่ควรตายดี ควรจะทรมานมันจนตายถึงจะดีที่สุด " ราชันย์อสรพิษ พูด



          "ยอดยุทธภัณฑ์ อย่าบอกนะว่า นี่คือพลังของยอดยุทธภัณฑ์น่ะ " หลังจากที่ได้ยิน ชูเฟิง ตื่นเต้นมากเขารีบปล่อยอำนาจวิญญาณของเขา และมันได้ทะลุผ่านประตู และครอบคลุมหินทรงกลมนั่นและปล่อยแสงประหลาดออกมา



          "จื่อ หลิงด้านบนนั่นมียอดยุทธภัณฑ์อยู่ สวรรค์ดูเหมือนว่าเราจะโชคดีจริงๆ. " ชูเฟิงมีความสุขมาก



          "แสดงว่ายอดยุทธภัณฑ์เป็นแหล่งกำเนิดพลังประหลาดนี่ ถ้ามันถูกดึงออกมันจะหายไป "



อำนาจวิญญาณของจื่อ หลิง แข็งแกร่งกว่าชูเฟิง ไม่เพียงแต่พบว่ามี ยอดยุทธภัณฑ์อยู่บน แท่นหินทรงกลม และยังพบว่า ยอดยุทธนั้นยังเป็นจุดศูนย์กลางของพลัง



         "จริงหรือ นั่นหมายความว่าตราบใดที่ยอดยุทธภัณฑ์นั่นถูกเอาออกมันก็สามารถช่วยพวกเขาได้อย่างนั้นสินะ " ชูเฟิงพูด



          "อะไรนะ เจ้าต้องการช่วยพวกเขาหรือ " จื่อ หลิง ตกใจเล็กน้อย



          "ข้าเป็นหนี้บุญคุณของคนที่มาจาก นิกายโลกวิญญาณดังนั้นข้าจึงไม่สามารถปล่อยให้เขาตายที่นี่ได้ นอกจากนั้น ถ้ารองหัวหน้านิกายโลกวิญญาณ ตายไป ก็จะมีผลกระทบต่อนิกายโลกวิญญาณมาก ข้าไม่สามารถนิ่งดูพวกเขาตายโดยไม่สามารถทำอะไรได้ "ชูเฟิง พูด



เขาไม่ได้สนใจชีวิตคนอื่น เขาสนใจแต่ชีวิตของผู้มีพระคุณของเขา เพราะคนจากนิกายโลกวิญญาณนั้น ช่วยเหลือเขามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง



จากปัญหาที่ หอคอยอสูรฟ้า ถ้าชูเฟิงไม่ถูกนิกายโลกวิญญาณคุ้มครองไว้ เขาอาจจะถูกฆ่าโดยคนตระกูล เจี่ย ก็เป็นได้ เขาจึงตั้งใจที่จะช่วยพวกเขา



         "เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันอันตรายแค่ไหน ถ้าเราต้องเผชิญกับ 4 ราชันย์ที่มีพลังระดับ 5 อาณาจักรสวรรค์วิญญาณ "



         "เจ้าเคยเผชิญกับ คางคกดำมาก่อน เจ้าก็รู้มันแข็งแกร่งแค่ไหน เจ้ารู้หรือไม่ว่าคางคกดำนั้นอ่อนแอที่สุดในบรรดาราชันย์ทั้ง 5 "



         "นั่นก็หมายความว่าถ้าเจ้าต้องการช่วยพวกเขาเจ้าต้องเจอกับอสูรมหึมาที่แข็งแกร่งกว่าเจ้าคางคกถึง 4 ตัว " จื่อ หลิง พูดอย่างจริงจัง



         "จื่อ หลิง พ่อบุญธรรมเจ้าอยู่ในนั้นนะ เจ้าจะดูเขาตายโดยไม่ช่วยเขาเลยหรือ นี่ใจเจ้าทำด้วยอะไร " ชูเฟิง พูด



         "เขาเป็นพ่อบุญธรรมของข้าเพียงเพราะเขาต้องการที่จะผูกมัดคุณปู่ของข้าให้ทำงานให้นครอันทรงเกียรติ ข้าไม่เคยคิดว่าเขาคือครอบครัว " จื่อ หลิงพูดพร้อมขด ริมฝีปากเล็กน้อย



         "ชูเฟิง ถ้าเรารอให้พวกเขาตายทั้งหมดและหลังจาก 4 ราชันย์อสูรมหึมา ออกไป เราก็จะได้รับ ยอดยุทธภัณฑ์ โดยไม่เสียแรงเลย เจ้ามีเหตุจำเป็นที่ต้องยอมรับความเสี่ยงนี้หรือ"



         "เจ้าสามารถรับประกันได้หรือไม่ว่าถ้าพวกเขาตายไปแล้ว พวกมันจะไม่เอายอดยุทธภัณฑ์ออกไปจากที่นี่"



         "ถ้าข้าเป็นพวกมัน ข้าจะไม่ปล่อยสมบัติเช่นนี้ไว้ ข้าจะนำมันออกไปพร้อมตัวเองด้วย "



         "นอกจากนี้ความสามารถของสมบัติชิ้นนี้นั้นดีมากไม่มีความจำเป็นที่เขาจะทิ้งไว้ที่นี่ "ชูเฟิง พูด



ในตอนนั้นตาของจื่อ หลิง ประกายเล็กน้อย และก็ค่อยๆก้มหัวและลมไปกับความเงียบ



" ... .. "



เห็นสภาพของ จื่อ หลิง ชูเฟิงก็ตกใจและคิดว่าเขาพูดแรงเกินไป เขาจึงจะพูดปลอบเธอ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูด จื่อ หลิงก็ เงยหน้าขึ้นมาแล้ว พูดกับเขาว่า



          "โอเค งั้นข้าจะออกไปล่อความสนใจให้เมื่อได้เจ้ารีบไปเอายอดยุทธภัณฑ์ซะ แต่ถ้าเจ้าไม่สามารถเอามันมาได้ให้หันกลับและทิ้งข้าไปซะ "



         "นั่นไม่ได้หรอก ความเร็วของข้ามากกว่าเจ้า ข้าจะไม่หนีไปหลังจากที่เอามันมาได้ ต่อให้ข้าเอามันมาไม่ได้ข้าก็จะไม่หนี "



         "ใครบอกว่าเจ้าเร็วกว่าข้า" ในตอนนั้น จื่อ หลิงก็สะบัดชุดคลุมสีม่วงของเธอ และในตอนนั้น ควันสีม่วงก็กระจายออกมาจากเธอ



ควันสีม่วงนั้น แข็งแกร่งและน่าเกรงขามมาก หลังจากที่มันกระจายออกมานั้นทำให้ชูเฟิงถอยออกไปและเกือบล้มลงสู่พื้นดิน



           "เจ้า ... เจ้าใช้พลังนั่นหรือ เจ้าอยากให้พวกเขารุ้ว่าเจ้ามีกายศํกดิ์สิทธิ์หรือยังไง " เมื่อเห็นภาพนั้นใบหน้าของชูเฟิงก็กังวลมาก ในตอนนี้ จื่อ หลิงนั้นแข็งแกร่งมาก และยังแข็งแกร่งกว่าผู้เชี่ยวชาญระดับ 2 อาณาจักรสวรรค์วิญญาณ แต่พลังของเธอก็ยังห่างกับ 4 ราชันย์อสูรมหึมาอยู่ดี สิ่งที่ชูเฟิงกังวลมากที่สุดคือ ถ้า เรื่องที่ จื่อ หลิงมีกายศักดิ์สิทธิ์ นั้นถึงหูราชวงศ์เจียง จะทำให้พวกมันไล่ล่าเธอ



/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Haridsada