วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 386 - ขวานอสูรฟ้า



      " เรื่องที่ข้ามีกายศักดิ์สัทธิ์ข้าสามารถปกปิดจากทุกคน ด้วยอำนาจพลังของข้าได้ "



จื่อหลิงค่อยๆยิ้ม จากนั้นควันสีม่วงก็ลอยออกมาจากเท้าที่อยู่บนพื้นของนางเบาๆ ด้วยแรงกระแทกนางก็สามารถฝ่ารูปแบบอำนาจฯที่โปร่งใสด้วยความรวดเร็วของนาง ความเร็วนั้นน่ากลัวไม่ต่างจากตอนที่ชูเฟิงใช้มังกรทะยานผ่านเก้าสวรรค์เลยแม้แต่น้อย



       " ท่านพ่อบุญธรรม ข้ามาช่วยท่านแล้ว " จากนั้นจื่อหลิงก็รีบเขาไปยังพระราชวัง นางตะโกนเสียงดังราวกับเสียงฟ้าคำราม เสียงนั้นดังสะท้านไปทั่วทั้งวัง



       " นี่มันน . . . ผู้หญิงคนนี้โผล่มาได้ยังไง ? " เห็นแบบนั้นสี่ราชันย์ปีศาจก็ตกใจอย่างมาก เพราะพวกเขาพบว่า จื่อหลิงโดดออกมาจากผนังที่แข็งแกร่ง พวกเขาเข้าใจได้อย่างดีว่านั้นเป็นสิ่งที่พวกสัตว์มหึมาไม่อาจทำลายได้ แล้วเหตุใดถึงมีมนุษย์ผ่านมาจากผนังนั้นได้ ?



       " จื่อหลิง อย่าเข้ามา!!! เจ้าพวกนี้มันไม่ธรรมดา รีบหนีไป!!! " เมื่อเห็นจื่อหลิง ฉิน เล่ยสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก เขารีบตะโกนเสียงดัง อาจเห็นได้ว่าเขายังคงเป็นห่วงจื่อหลิงอยู่ไม่น้อย



       " พ่อบุญธรรม อย่าได้วิตก ข้ายังมีสมบัติที่ปู่ให้ข้าติดตัวมา มันสามารถทำลายการก่อตัวทุกรูปแบบในโลกนี้ และสามารถสังหารสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้อย่างง่ายดายแม้กระทั้งพวกสัตว์มหึมา ต่อหน้าของสมบัติชิ้นนี้ ไม่มีอะไรต้านทานมันได้ " จื่อหลิง ยิ่มออกมาพร้อมกับควักเอาสมบัติจากถุงจักรวาล ยื่นไปยังทุกทิศทาง



สมบัติของจื่อหลิงที่นางหยิบออกมาอยู่ภายในมือและทุกคนสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน แสงสีเขียวเข้มสว่าง จนแทบจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในริศมี 100 เมตร



จื่อหลิงยกมันสูงขึ้น สูงขึ้น อย่างมั่นอกมั่นใจ จนไม่แม้แต่จะเหลียวมองมันเลยด้วยซ้ำ นางพุ่งเข้าไปหาฉิน เล่ย และคนอื่นๆ ด้วยท่าทางเหมือนกับว่า สิ่งที่อยู่ภายในมือนางมันสามารถช่วย ฉิน เล่ยและคนอื่นๆได้จริงๆ




       " บัดซบ!!! รีบไปจับผู้หญิงคนนั้นเร็ว!!! "



เห็นแบบนั้น สี่ราชันย์ปีศาจ ดวงตากลายเป็นสีแดงฉาน ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็พุ่งเข้าใส่แม่นางจื่อ หลิง พร้อมๆกัน พวกเขาปล่อยออร่าที่ทรงอนุภาพของพวกเขาห้อมล้อมจื่อ หลิง เพื่อต้องการที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของนาง



แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ถึงแม้ว่าแรงดันของพวกเขาจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่มีทางจับจื่อ หลิงที่กำลังใช้พลังจากกายศักดิ์สิทธิ์ได้ ด้วยแรงดันพื้นๆเพียงแค่นั้น จึงไม่อาจหยุดยั้งนางเอาไว้ได้



        " ไอ้เจ้าปีศาจทั้ง 4 หากพวกเจ้ากล้าเขามาใกล้ครั้งอีกครั้ง ข้าจะใช้สมบัตินี้ฆ่าพวกเจ้าทุกตัว " จื่อหลิง หันไปตวาดพร้อมกับพุ่งไปยังอีกฝากของพระราชวัง



       " ยัยตัวแสบ ข้าจะกินเจ้าทั้งเป็น " สี่ราชันย์ปีศาจถูกขู่โดยชื่อหลิง ดังนั้นพวกมันจึงกระหนาบ รอบ จื่อหลิง ทั้ง 4 ด้าน



      " แม่นางจื่อหลิง เล่ห์เหลี่ยมไม่เบา ต่อไปก็ถึงทีข้าบ้างแล้ว "



เห็นจื่อหลิงทำให้สี่ราชันย์ปีศาจหน้าเสีย ชูเฟิงแสนจะยินดี จากนั้นเขามังกรน้อยที่ปรากฏอยู่ใต้เท้าบินไปด้วยความเร็วแสง พุ่งทะยานเข้าไปบนแท่นศิลา



       " บ้าเอ้ย!! ยังมีอีกคนงั้นหรอ!!! " ขณะที่ ชูเฟิงพุ่งเข้ามาในวัง สี่ราชันย์ปีศาจก็สัมผัสถึงชูเฟิงได้ จากนั้นพวกเขาสองตัวก็เคลื่อนย้ายไปที่ ชูเฟิง



       " ปีศาจเฒ่าทั้ง 4 วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้ตาย!!! " เห็นเช่นนั้นจื่อหลิงคิดอย่างชาญฉลาด จากนั้นนางก็โยนสมบัติในมือของนางออกไปกลางวงราชันย์ปีศาจทั้ง4 จากนั้นแสงที่เจิดจ้าก็แผ่ขยายออกไปรอบๆอย่างรวดเร็ว



       " อันตราย!!! " เมื่อจื่อหลิงตะโกนแบบนั้น มันก็ทำให้ภายในใจของราชันย์ปีศาจทั้งสี่เกิดหวาดกลัว พวกเขา 4 ตนไม่รอช้า รีบพุ่งเข้าโจมตีวัตถุที่ส่องแสงประกายไปทั่วอย่างชุลมุน



อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกเขาจะเข้ามาโจมตีถึงเป้าหมาย วัตถุนั้นกับไม่ให้ความรู้สึกกดดันหรือทำให้พวกเขาแหลกเป็นผุยผง มันแค่แผ่แสงสีเขียวไปรอบๆอากาศขณะที่ค่อยๆดับลง



        " นี่มันไม่ใช่สมบัติหนิ " ตอนนั้น สี่ราชันย์ปีศาจฉุกคิดขึ้นมาได้ เพราะภายในวัตถุสีเขียวนั้นไม่ทำให้พวกเขารู้สึกถึงภัยคุกคามเลยแม้แต่น้อย แล้วมันจะเป็นสมบัติที่สามารถปลิดสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้ยังไง มันก็แค่ขยะดีๆชิ้้นหนึงเท่านั้น



       "ฮ่าๆๆ เจ้าโง่ทั้งสี่ พวกเจ้ากลัวแค่มุกราตรีธรรมดางั้นหรอ!!!  " เห็นใบหน้าตกใจของพวกนั้น ใบหน้าของจื่อหลิงก็เบิกบานจนนางอดหัวเราะออกมาไม่ได้ขณะนั้นนางสะใจอย่างมากจนนางแทบยืนไม่อยู่    .


      " ยัยเด็กบ้า!!! ข้าจะทรมานเจ้าไปจนกว่าเจ้าจะตาย!!! " หลังจากที่รู้ว่าพวกเขาโดนหลอก สองราชันย์ปีศาจก็โดดขึ้นบนยอดผนังสูง ขณะนั้นพวกมันกระโจนใส่จื่อหลิงอีกครั้ง



       " ชูเฟิง ที่เหลือขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว!!! " จื่อหลิงตวาดเสียงออกไปยังทิศทางของแท่นศิลาจากนั้นร่างกายของนางก็กลายเป็นเส้นแสงและพุ่งออกไป ขณะนั้นนางยังคงยั่วยุพวกมันโดยตะโกนไปว่า " มาสิ   ตามข้ามา หากเจ้าจับข้าได้ เจ้าจะได้รางวัล!!! "



ในเวลาเดียวกัน ชูเฟิงก็มาถึงบนแท่นศิลาสูง และปัจจุบันภายในใจเขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะเขาพบว่าสัญลักษณ์พิเศษปรากฏเต็มบนแท่นศิลา ซึ่งสัญลักษณ์รูปแบบการก่อตัวของมันงดงามอย่างมาก



อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดึงดูดสายตาของชูเฟิงมากที่สุดก็คือ การก่อตัวของสัญลักษณ์ที่สดใส ขณะกำลังล่องลอยอยู่รอบๆตัวของวัตถุอยู่วางอยู่ใจกลางของการสร้างรูปแบบฯ



ในสถานที่แห่งนั้น มีด้ามขวานขนาดใหญ่ปักอยู่ภายในนั้น ขวานนั้นยาวสองเมตรและมีสีดำสนิท อย่างไรก็ตามหากมองดีๆแล้วจะพบว่าบนตัวขวานที่เป็นสีดำนั้น มันคือสีแดงโลหิตที่จับตัวหนาแน่น มันไม่ใช่สีดำแต่เป็นการรวมตัวของโลหิตที่ไร้ขีดจำกัด



รูปร่างของขวานนั้นแปลกประหลาด ส่วนด้านหน้าเป็นขวานยักษ์ทั่วๆไปแต่ดูคมกริบ มันสามารถตัดผ่านวัตถุใดๆก็ได้ ต่อให้เป็นช้างขนาดใหญ่ ขวานนี้ก็สามารถตัดหัวของมันได้ภายในฉับเดียว



อีกข้างของมันมีรูปทรงเหมือนพระจันทร์เสี้ยว มันดูเหมือนง้าวทรงพระจันทร์ที่เป็นขวาน แต่ก็คล้ายกับตะขอที่สามารถเกี่ยวอวัยวะภายในของสิ่งมีชีวิต



ขวานยักษ์นี้เป็นอาวุธสำหรับสังหารโดยแท้ และขณะนั้น ชูเฟิง ยังเฝ้าวิเคราะห์มันจนเขาพบว่าในช่วงกลางของขวานยักษ์ มีอักษรสามคำใหญ่ๆเขียนไว้บนนั้น " ขวาน อสูรฟ้า "



       " ขวานอสูรฟ้า เจ้าต้องมาเป็นของข้า!!! " ชูเฟิงมาถึงหน้าขวานยักษ์พร้อมกับขยายมือของเขาไปคว้ามัน เขาจับไปที่ด้ามของขวานอสูรฟ้า แต่ขณะที่เขาออกแรงดึงขวานอสูรฟ้า สีหน้าของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยน



ในตอนนั้น ชูเฟิง รู้สึกว่าเขาไม่สามารถดึงเจ้าขวานอสูรฟ้านั้นออกมาได้ จนดูเหมือนกับว่าขวานยักษ์นี้เป็นหนึ่งเดียวกับแท่นศิลาโดยไม่มีทางขยับมัน



        " ฮ่าฮ่าฮ่า โง่บรมเลย!!! เจ้าคิดว่าเจ้าจะดึงขวานอสูรฟ้าออกอย่างงั้นหรอ "



ในตอนนั้น ก็มีเสียงหัวเราะระเบิดดังขึ้นมาด้านหลังของชูเฟิง และเมื่อเขาหันหน้าไปมองก็พบว่า ราชันย์อสรพิษกำลังยืนอยู่ด้านหลัง โดยที่มันค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆชูเฟิง และในตอนนั้นมันก็ใช้แรงดันของมันปิดผนึกทางหนีของชูเฟิงเอาไว้



* ฟิ้วววว *



ในเวลาเดียวกัน ราชันย์แมงป่องก็รีบตรงมายังแท่นศิลา เพื่อปิดทางหนีของ ชูเฟิง ขณะที่ปรากฏขึ้นมาด้านหน้า เขาค่อยๆเดินมาที่ ชูเฟิง พร้อมกับกล่าว



          " นี่คือขวานอสูรฟ้าที่ติดอยู่กับแท่นศิลานี้เป็นเวลาหลายร้อยปี แม้แต่ประมุขของข้าและราชันย์ปีศาจตนอื่นๆในปีนั้นก็ยังไม่มีใครสามารถดึงมันออกมาได้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถดึงมันออก และได้ครอบครองมันงั้นหรอ "


  

         " ช่างน่าขันสิ้นดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า . . . . . . . "


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


A : เราว่ายังไงก็ออก!!!

B : มันมีเคล็ดอยู่ เราเชื่อว่าใครๆก็รู้ ก็ดูชื่อของมันดิ ???

A : ขวานอสูรฟ้า แล้วจะมีใครอีกล่ะที่จุะดึงมันออกมาได้ 

B : ใช่ๆ ใครไม่รู้ นี่ต้องพิจารณาตัวเองได้แล้วนะ 

A : แต่จะว่าก็ว่าเหอะ อาวุธพระเอกให้เป็นขวานดีแล้วหรอ ส่วนใหญ่อาวุธของพระเอกนิยายแนวๆนี้้จะต้องเป็นอาวุธแปลกๆ ที่เทพๆแบบโกงโครตพ่อโครตแม่ไม่ใช่หรอ

B : ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ขวาน แต่เป็นความลับของมันต่างหาก ส่วนหลักๆนั้นมันก็ช่วยเพิ่มอำนาจพลังวิญญาณให้แก่ผู้ใช้

A : ก็เห็นๆอยู่ว่ายอดยุทธภัณฑ์ส่วนใหญ่เปนแบบนั้น ของไอ้เจี่ยกระหนามก็เปนออร่าสีแดง ส่วนพี่ สู่ จงหยู เกราะแน่นแน่นนะหน่อยนะน้องนะ เป็นออร่าสีทอง ส่วนขวานนี้จะพิเศษหน่อย จะดำก็ไม่ดำจะออกโทนสีเลือดหมูแบบเข้มๆ แต่ยังไม่หมดแค่นั้นของพี่เขายังเป็นยอดยุทธภัณฑ์พิเศษใส่ไข่ดาว แต่จะเป็นอะไรนั้นต้องไปรอดูกัน. . . . . . . 

B : ถ้าแปลงร่างเป็น หญิงได้ล่ะแจ่มเลย!!!

A : ขวานนะเว้ย!!! แต่ท่าแปลงได้นายจะเอา มิยาบิหรืออาโออิ ??? 

B : ใครก็ได้ชั่วโมงนี้!!!