วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 390 - เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง


ภายในที่พักของชูเฟิง ที่นครอันทรงเกียรติ ชูเฟิงได้ปล่อยอำนาจวิญญาณออกมาจากตัวเขา และใจกลางของอำนาจวิญญาณนั้นถูกหุ้มด้วยแสงไว้



ใจกลางของรูปแบบนั้น คือขวานอสูรฟ้า



ชูเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านหน้าขวานนั้น คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยและบางครั้งมันเขาผ่อนลง ใบหน้านิ่งหงบของเขาก็พบการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง



       "ฮ่า ๆ สำเร็จแล้ว ต้านต้านเจ้าทำได้ ในที่สุดเจ้าก็ดึงพลังพิเศษออกมาจากขวานนี้จนได้ " ชูเฟิงดีใจกระโดดโลดเต้นไปรอบห้อง



มันเป็นอย่างที่ต้านต้านพูด ขวานอสูรฟ้านั้นถูกผูกมัดด้วยรูปแบบพลังวิญญาณของต้านต้านทำให้อำนาจวิญญาณในตัวนั้นเชื่อมต่อกับบางอย่างในขวานและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอำนาจวิญญาณ



      "รูปแบบนี้ในตอนนี้เป็นเพียงแค่รูปแบบชั่วคราว แต่หลังจากจบงานชุมนุมแล้ว รีบไปหาพื้นทีกว้างๆและลับตาคนจากนั้น ก็บ่มเพาะมันซะ แล้วข้าจะวางรูปแบบที่สมบูรณ์ให้อีกที " ต้านต้านพูด



       "ขอบใจมากต้านต้าน ถ้าไม่ได้เจ้า ข้าคงไม่สามารถรู้ถึงความสามารถของขวานนี้ได้แน่นอน และก็ไม่รู้ว่าเจ้านี่สามารถใช้บ่มเพาะอำนาจวิญญาณได้ด้วย " ชูเฟิง พูด เขารู้สึกขอบคุณต้านต้านจากใจจริง



       "แน่นอน! จะมีใครที่จะเฉลียวฉลาดและมีความรู้มากไปกว่าข้าอีกล่ะ "



       "แต่เจ้าเองก็ไม่ได้โง่ แม้ข้าจะไม่ได้แนะนำเจ้า ข้าก็เชื่อว่าเจ้าจะเรียนรู้ด้วยตัวเองได้และแน่นอนเรื่องพวกนี้เจ้าก็น่าจะรู้ด้วยเช่นกัน "ต้านต้าน ยิ้มหวาน พูดชมชูเฟิง



       "เมื่อข้าได้กลายเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดฟ้า ข้าจะสามารถช่วย อสูรวานร ในหอคอย อสูรฟ้าได้ และในเวลานั้นก็จะสามารถช่วย ซูรู่ และซูเหม่ยได้ นอกจากนี้ ข้าจะเปิดประตูโลกวิญญาณและคืนเสรีภาพให้กับเจ้า "



ใบหน้าชูเฟิงเต็มไปด้วยความหวัง เพราะเขารู้สึกว่า ขวานอสูรฟ้านั้น ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นและสามารถก้าวไปสู่จุดนั้นได้ในเร็ววัน



        "ความคิดของเจ้ามันง่ายเกินไป การเป็นผู้เชื่อมต่อชุดฟ้านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากร่างกายเจ้าไม่แข็งแกร่งพอ จิตของเจ้าก็ไม่แข็งแกร่งด้วยเช่นกัน "



       "อย่างที่เขาพูดกัน ถ้าเจ้ายังไม่สามารถก้าวเข้าไปสู่อาณาจักรสวรรค์วิญญาณได้ เจ้าก็ไม่สามารถรับแรงกดดันของอำนาจวิญญาณระดับสีฟ้าได้หรอก " ต้านต้านพูด



       "อะไรนะ อาณาจักรสวรรค์วิญญาณ แต่ข้าคิดว่ามันมีโอกาสที่ข้าจะสามารถไปถึงระดับชุดฟ้าได้ก่อนก้าวเข้าไปในระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณ "



ชูเฟิงเชื่อมั่นในตนเองมาก แต่เขาไม่ได้คิดว่าเขาจะสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ไปได้



อย่างไรก็ตาม จื่อ หลิงนั้น ยังอยู่ในระดับแก่นแท้วิญญาณ และสามารถเป็นผู้เชื่อมต่อชุดฟ้าได้ มันเป็นไปได้ว่าร่างกายของเขาจะด้อยกว่ากายศักดิ์สิทธิ์ของจื่อ หลิง



         "ร่างกายของเจ้าแข็งแกร่งมาก และบางที อาจจะแข็งแกร่งกว่าจื่อ หลิงด้วยซ้ำ "



        "แต่มันก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเทียบอาณาจักรสวรรค์วิญญาณได้ ในเส้นทางของการบ่มเพาะอำนาจวิญญาณนั้น มีขีดจำกัดอยู่เสมอ "



        "แน่นอน บางคนสามารถทำลายขีดจำกัดนั้นได้ แต่ก็ยังมีช่วงที่ถึงทางตัน "



        "ตามการคำนวณของข้าแล้ว ถ้าเจ้าต้องการเป็นผู้เชื่อมต่อชุดฟ้า เจ้าต้องมีพลังอย่างน้อย ระดับ 7 แก่นแท้วิญญาณ ถ้าเจ้าก้าวไปถึงขั้นนั้นแล้ว เจ้าจะสามารถเชื่อมต่อกับอำนาจวิญญาณระดับสีฟ้าได้ " ต้านต้าน พูด



         "มันต้องอยู่ในระดับ 7 เลยหรือ ถ้าข้าไปถึงระดับ 5 แล้วใช้พลังของสายฟ้า เลื่อนเป็นระดับ 7 ล่ะจะสามารถทำได้หรือไม่ " ชูเฟิงถาม



         "แน่นอนว่าไม่ เพราะสายฟ้าศํกดิ์สิทธิ์ถึงจะสามารถเพิ่มพลังให้กับเจ้า แต่ว่ามันไม่ได้ทำให้ร่างกายเจ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างถาวร เจ้าต้องบ่มเพาะตนเองไปถึงระดับ 7 เท่านั้นถึงจะทำได้ " ต้านต้าน พูด



         "ข้ายังห่างกับระดับ 7 ถึง 4 ระดับ และมันต้องใช้ทรัพยากรในการบ่มเพาะเยอะมาก และ ยิ่งระดับมากขึ้นช่องว่างนี้ก็จะมากขึ้น ข้าคิดว่าอาจจะต้องใช้เวลา 2 ปีถึงจะก้าวไปถึงขั้นนั้นได้ "



ชูเฟิง ขมวดคิ้วแน่น เขารุ้สึกกดดันมากเพราถ้าเขาทำไม่สำเร็จ ซูรู่ และ ซูเหม่ยอาจจะถูกส่งไปยังหลุมศพก็เป็นได้



         "เจ้าจะต้องทำได้ เชื่อมันในตัวเองซะ เพราะข้าก็เชื่อในตัวเจ้าเช่นกัน " ต้านต้าน ปลอบ



         "ขอบใจเจ้ามากต้านต้าน กำลังใจจากเจ้าทำให้ข้าคิดว่าข้าจะทำได้ " ชูเฟิง พูด



ทางเดินของชูเฟิงนั้น ถ้าไม่ได้ต้านต้าน ชูเฟิงอาจตายไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน แต่เขาก็ยังเป็นเด็กหนุ่มประสบการณ์ของเขานั้นยังมีน้อย ที่เขารอดมาได้เพราะเขาได้ต้านต้านช่วยสอน และทำให้เขาเติบโตขึ้น



           "ชูเฟิง ชูเฟิง ข้ารู้เจ้าอยู่ที่นี่ รีบเปิดประตูเร็ว!! " ในตอนนั้นมีเสียงคนมาเคาะประตูและตะโกนเรียกเขา



ชูเฟิงก็หยิบขวานขึนมาและ กระจายพลังวิญญาณออกไปด้านหน้าที่พัก และเปิดประตู



และในตอนที่ประตูเปิดขึ้น กู๋ โบ่ ก็รีบวิ่งเข้ามาหาชูเฟิง



ในตอนนั้น การแสดงออก ของกู๋ โบ่ นั้น มีท่าทางแตกตื่น และมีเหงื่อไหลเต็มตัว หลักจากเข้าที่พักมา เขารีบปิดประตูและวางรูปบบอำนาจวิญญาณ แล้วจับไหล่ชุเฟิงและพูดว่า



          "ชูเฟิง เกิดเรื่องแล้ว เจ้าต้องรีบหนีอย่างรวดเร็ว ถ้าเจ้าไม่หนี เจ้าอาจจะตายก็เป็นได้นะ"



          "กู๋ โบ่ เกิดเรื่องอะไรขึ้น? " ชูเฟิงถาม



          "เรื่องมันยาว ไม่นานมานี้ข้ารู้ว่าเจ้าได้รับขวานอสูรฟ้ามาจากท่านรอง เกา "



          "ตอนนี้ เขาให้ข้ารีบมาบอกเจ้าให้รีบหนีไป เพราะมหาอำนาจ 7 ใน 8ต้องการชิง ขวานอสูรฟ้าจากเจ้าไป "



          "จริงหรือ แม้ว่าข้าจะเป็นคนของนิกายโลกวิญญาณเนี่ยนะ? พวกเขากล้าเมินนิกายโลกวิญญาณด้วยหรอ " ชูเฟิง ขมวดคิ้ว แล้วพูดด้วยความสงสัย



         "ความจริงแล้ว เจี่ย หยาน ได้สร้างเรื่องขึ้นมาบอก ว่าขวานอสูรฟ้า ไม่ใช่ยอดยุทธภัณฑ์ ทั่วไปแต่มันยังมีทักษะเร้นลับในนั้นและพลังของมันยังไม่มีวันหมดอีกด้วย "



         "เขาบอกว่าถ้าคนใดคนหนึ่งที่จะสามารถเข้าใจความลับเหล่านั้นได้ จะทำให้ได้รับพลังมหาศาล และบางทีอาจจะทะลวงผ่านระดับอาณาจักรสวรรค์วิญญาณเข้าไปยังระดับเจ้าแห่งสงครามเลยก็เป็นได้ "



         "เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ มหาอำนาจอื่นๆก็เคลื่อนไหว ตอนนี้พวกเขาได้สาบานว่า พวกเขาจะต้องเอาขวานอสูรฟ้ามาจากเจ้าให้ได้ และ ทำความเข้าใจสมบัติชิ้นนั้น ในตอนนี้ นิกายโลกวิญญาณไม่มีพลังพอ ถ้าหากพวกเขาร่วมมือกันโจมตีนิกาย" กู โบ๋ พูด



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


แปลโดยคุณ#Haridsada Karakete