วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 391 - เงื่อนไข


       " ไร้สาระที่สุด!!! ภายในขวานอสูรฟ้ามันไม่มีสมบัติอะไรหรอก!!! " ชูเฟิง กัดฟันด้วยความโกรธ



       " ข้ารู้ดีว่า รองประมุขเกา และ เจี่ย หยาน ก็รู้ พวกเราทุกคนรู้ดีว่าภายในยุทธภัณฑ์ชั้นยอดนี้ ไม่ได้มีสมบัติซ่อนอยู่ "


  

       " แต่ผู้คนจากมหาอำนาจหลายฝ่าย ถูก เจี่ย หยาน เป่าหู และพวกเขาก็เชื่อในคำพูดนั้นโดยไม่ต้องสงสัย "



       " เป้าหมายของ เจี่ย หยาน จริงๆ คือต้องการปุกปั่นหกมหาอำนาจโดยใช้เจ้าเป็นเหตุ หากนิกายโลกวิญญาณกล้าเข้ามายุ่ง เจี่ย หยานก็จะยืมมือ 6 มหาอำนาจร่วมกันทำลายนิกายโลกวิญญาณ "



       " เนื่องจากตระกูลเจี่ยและนิกายโลกวิญญาณต่างมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ราชวงศ์เจียง หากตระกูลเจี่ยได้หกมหาอำนาจมาอยู่ฝ่ายมัน ต่อให้พวกเขาโจมตีนิกายโลกวิญญาณ ราชวงศ์เจียงก็ทำอะไรไม่ได้ " กู๋ โบ่ กล่าวอย่างมีน้ำโห น้ำเสียงและสีหน้าต่างกระวนกระวาย เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธและกังวลไปพร้อมๆกัน



ในตอนนั้นเอง ชูเฟิง ก็ถึงกับขมวดคิ้วลง พร้อมกับปล่อยกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกออกมาจากดวงตาของเขา จากนั้นก็กล่าวอย่างเย็นชา " ไอ้ชาตหมา เจี่ย หยาน วันหนึ่งข้าจะให้มันได้ชดใช้!!! "



*** ตูมมม *** ในตอนนั้น ประตูตำหนักก็เปิดออกด้วยแรงระเบิดที่รุนแรง จนทำให้อากาศพัดผ่านเข้ามา   อีกทั้งรูปแบบที่กู๋ โบ่วางไว้ยังถูกทำลาย



     " ระวัง!!! " เห็นแบบนั้น ชูเฟิงรีบคว้าไหล่ของ กู๋ โบ่ พร้อมกับโดดถอยออกไป เพื่อทำการหลบกระแสลมที่พัดเข้ามา เขาเกรงว่าด้วยพลังวิญญาณของเขาและกู๋ โบ่ในตอนนี้ หากโดนมันเข้าไปจังๆ พวกเขาคงได้รับบาดเจ็บสาหัส



* พรึบ พรึบ พรึบ พรึบ พรึบ พรึบ พรึบ พรึบ . . . . . . *



หลังจากนั้น ก็มีบุคคลทั้ง 7 ปรากฏขึ้นมา อยู่ใจกลางของตำหนัก



รองผู้นำ ตระกูล เจี่ย



เจ้าสำนัก หยวนกัง



เจ้าสำนัก เทพอัคคี



ประมุขนิกายไป๋



ผู้นำที่ราบหุบเขาไร้ใจ



เจ้าหุบเขาเทพกระบี่



และเจ้านครอันทรงเกียรติ



หลังจากที่พวกเขาก้าวเข้าประตูตำหนักมา พวกเขาก็ปิดทางหนีของ ชูเฟิง ไว้ทั้งหมด



        " เจ้าหนูสกปรก รีบมาที่นี่เพื่อแจ้งข่าวสินะ ? " เจี่ย หยาน หลี่ตาลงอย่างเย็นชา ขณะที่จ้องมอง กู๋ โบ่



        " บ้าจริง!!! รองประมุขนิกายโลกวิญญาณ เกา ฉีซือ ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี คิดอยู่แล้วว่าเขาต้องเปิดเผยเรื่องที่เราคุยกัน พวกเราไม่น่าให้เขาได้ยินเรื่องนี้เลย!!! " เจ้าสำนักหยวนกัง กัดฟันกล่าวด้วยความโกรธ



        " อ่า ทำไมท่านต้องกังวล ในเมื่อคนที่เราต้องการยังอยู่ที่นี่ " เจ้าสำนักเทพอัคคี หันมองหน้า ชูเฟิง พร้อมกับยิ้มอย่างชั่วร้าย



        " ท่านจะทำอะไร ? ! ! ! " กู๋ โบ่ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ชูเฟิง ตะโกนถามเจ้าสำนักเทพอัคคี ขณะที่จ้องหน้าเขาเขม็ง



       " สหาย ชูเฟิง อย่าได้กลัว ไม่ว่าสิ่งที่เด็กนั้นพูดจะเป็นความจริง แต่เราไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ "



       " ข้าก็แค่สงสัยว่าขวานอสูรฟ้าที่ผนึกไว้ในหุบเขาพันปีศาจ เคยมีผู้เชี่ยวชาญระดับจักรพรรดิแห่งทักษะได้นำสมบัตินานาชนิดทิ้งไว้ภายในขวานอสูรฟ้า ก็แค่นั้น "



       ." ดังนั้น พวกเราจึงอยากจะขอยืมขวานอสูรฟ้าของเจ้าไปตรวจดูสักหน่อย " เจี่ย หยาน ยิ้มและกล่าว



        " ไร้สาระ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะนำสมบัติมาทิ้งไว้ภายในยุทธภัณฑ์นี้ได้ ตอนนี้มันก็ยอมรับข้าเป็นผู้ใช้ของมันแล้ว เมื่อมันมาอยู่ในฝ่ามือข้า ข้าก็เข้าใจเรื่องของมันเป็นอย่างดี นี่เป็นเพียงอาวธทำลายล้าง ไม่ใช่ที่เก็บสมบัติ " ชูเฟิงกล่าวอย่างโมโห



        " สหาย ชูเฟิง คำพูดนั้นก็แค่ลมปาก แม้ว่าขวานอสูรฟ้าจะยอมรับเจ้าเป็นนายของมัน แต่นั้นก็ไม่ได้แปลว่ามันเป็นของเจ้า เรื่องนี้พวกเราทุกคนได้ตกลงกันแล้ว และทุกคนต่างเห็นพ้องกัน "



        " เจ้าสามารถพูดได้ว่ามันยอมรับเจ้าในฐานะเจ้านายของมัน ดังนั้นมันจึงเป็นของเจ้างั้นหรอ? แต่พวกเรานั้นไม่ควรได้อะไร กับที่เราต้องเสียผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรสวรรค์ไปหลายคน ? " เจี่ย หยาน กล่าว



***** บูม *****



ในเวลานั้น ประตูที่ปิดตาย ก็เปิดออกอีกครั้ง จากนั้นก็มีคนหลายคนพุ่งเข้ามา เขาคือรองประมุขของนิกายโลกวิญญาณ เกา ฉีซือ และคนอื่นๆของนิกายโลกวิญญาณ ที่อยู่ภายในนครอันทรงเกียรติ แม้แต่ สู่จงหยู ก็มาด้วย



        " พวกเจ้าคิดจะทำอะไร ? หรือพวกเขาคิดจะปล้นคนของนิกายโลกวิญญาณ กลางวันแสกๆ!!!" เกา ฉีซือ ตะหวาดใส่พวกเขาหลังจากที่เข้ามา สำหรับคนอื่นๆของนิกายโลกวิญญาณ อย่าง สู่ จงหยู ต่างมีทาทีที่หยาบกระด้างอีกทั้งยังตั้งท่าเตรียมโจมตี



        " รองประมุข เกา หรือว่าท่านต้องการสมบัตินั้น ถึงได้ปกป้องชูเฟิงเช่นนี้ ? "



        " ใช่แล้วๆ แม้แต่รองผู้นำเจี่ยยังรู้ว่ามีสมบัติอยู่ภายในขวานอสูรฟ้า แล้วท่านที่เป็นผู้เชื่อมต่อฯชุดฟ้า มีหรือจะไม่รู้ "



         " หืม ท่านที่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญอาวุโส แต่ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะหน้าด้านถึงเพียงนี้!!! "



ก่อนที่ เจี่ย หยาน ก็พูด ผู้นำทั้งหลายหรือแม้แต่เจ้าสำนักชั้นแนวหน้าก็เริ่มโวยวายอย่างเย็นชา ดูจากท่าทีของพวกเขาดูไม่สนใจเลยที่กำลังโดนเจีย หยาน หลอก พวกเขานั้นเอาแต่จดจ่อที่จะได้ครอบครอง ขวานอสูรฟ้า ของชูเฟิง



เพื่อสมบัติภายในขวานอสูรฟ้านั้น พวกเขานั้นไม่สนว่าใครหน้าไหนจะเป็นศัตรู ต่อให้เป็นขุมอำนาจอย่าง นิกายโลกวิญญาณ



          " ไร้สาระ!!! มันจะมีสมบัติอยู่ในยุทธภัณฑ์ชั้นยอดได้ยังไง พวกเจ้ายังมีสมองอยู่หรือเปล่า ? " เกา ฉีซือ หน้ากลายเป็นสีฟ้าด้วยความโกรธ เขาจึงได้แต่สาปแช่งคนพวกนั้นที่เง่าเขลา



เมื่อเห็นว่าผู้เชี่ยวชาญหลายคนยืนเถียงกันต่อหน้าเขาอย่างไม่จบไม่สิ้น ชูเฟิงได้แต่หลี่ตาลงพร้อมกับขบคิดบางอย่างภายในใจ จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นมา



        " ดูเหมือนว่าทุกคนอยากจะได้ขวานอสูรฟ้าของข้ามากสินะ แต่ข้าชูเฟิงนั้นไม่ใช่คนไร้เหตุผล และข้าเองก็ไม่อยากทำเรื่องยากให้กับพวกท่าน "



        " เมื่อท่านบอกว่ามันมีสมบัติอยู่ภายในขวานอสูรฟ้าและท่านก็ต้องการจะนำมันไปเพื่อจะหาทางเอาสมบัติออกมา ไม่เป็นไรข้าชูเฟิงจะสนองต่อความอยากของพวกท่าน แต่พวกท่านต้องยอมรับเงื่อนไขของข้า "



        " เงื่อนไขอะไร ? " ได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปทันที พวกเขาไม่สามารถหยุดยั้งความอยากรู้นั้นได้เลย จึงได้แต่เข้าไปถามชูเฟิงอย่างใกล้ชิด



พวกเขาทั้งหมดล้วนมุ่งหมายไปที่ ขวานอสูรฟ้าของชูเฟิง หลังจากที่ ชูเฟิง เคยช่วยชีวิตพวกเขา ดังนั้นไม่ว่าอารมณ์อยากพวกเขาจะอยู่เหนือเหตุผลแต่พวกเขาก็ไม่สามารถไปขู่เข็ญหรือปล้นเอาจากคนอื่นได้ นอกจากนี้ยังมีนิกายโลกวิญญาณเป็นโล่ป้องกันเขา ดังนั้นพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องรู้จักประมาณสถานการณ์



จริงๆแล้ว มีหลายคนไม่ต้องการให้เรื่องนี้เลยเถิด แม้ว่ามันจะมีสมบัติดึงดูด แต่พวกเขาก็ต้องแลกด้วยการทำสงคราม และหากมันพอมีหนทางอืนในการหาทางออกเรื่องนี้ ทุกคนก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอนั้นของชูเฟิง




          " หากมีใครที่ยอมให้ ลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณล้านเม็ด ข้าจะมอบขวานอสูรฟ้าให้ ไม่ว่าท่านอยากจะตรวจสอบมันยังไง ข้าก็จะไม่ขอไปเกี่ยวข้อง " ชูเฟิงกล่าว



          " อะไรนะ ? ล้านลูกแก้วแก่นแท้ เจ้าไม่โลภไปหน่อยหรอ!!! " ได้ยินคำของชูเฟิง หลายคนทำหน้าตกตะลึง



ไม่ว่าพวกเขาจะยิ่งใหญ่มาจากไหน แต่ล้านลูกแก้วแก่นแท้นั้นไม่ใช้จำนวนน้อยๆ แม้ต่อให้ 7 มหาอำนาจรวบรวมมาอย่างน้อยๆพวกเขาจะต้องควักลูกแก้วแก่นแท้ออกมาเป็นหลักแสน นั้นก็นับว่ามากโขทีเดียว



         " ทุกคน เคยพูดไม่ใช่หรอ ว่าภายในขวานอสูรฟ้าของข้า มีสมบัติที่เป็นของผู้เชี่ยวชาญระดับจักรพรรดิแห่งทักษะทิ้งไว้ สมบัตินั้นแน่นอนว่า ลูกแก้วแก่นแท้ล้านเม็ดก็ไม่อาจเทียบได้ จริงหรือไม่ ? "



        " ตราบใดที่ท่านมอบลูกแก้วแก่นแท้ล้านเม็ดให้แก่ข้า ขวานอสูรฟ้านี่ก็จะเป็นของพวกท่าน ไม่ว่าสมบัติที่พวกท่านเจอจะเป็นอะไร ข้าก็ไม่ต้องการมันแม้แต่ชิ้นเดียว " ชูเฟิงกล่าว



       " นี่เจ้า . . . . " ในเวลานั้นผู้คนก็เริ่มลังเล แน่นอนว่าหากเป็นดั่งที่ เจี่ย หยาน กล่าว ว่ามันมีทักษะเร้นลับและสมบัติที่ไม่มีที่สิ้นสุดอยู่ภายในขวานอสูรฟ้า ลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณล้านเม็ดก็นับว่าไม่มากเกินไป



       " ก็ได้ ข้าตกลง!!! " ทันใดนั้น เจี่ย หยาน ยอมตกลง อย่างไรก็ตามเขายังพูดต่อไปอีกว่า " แต่เพื่อให้ได้สมบัติในขวานอสูรฟ้ามา ข้าต้องการให้มันตัดขาดกับนายของมัน ดังนั้น ข้าจึงต้องการแขนขวาของเจ้าด้วย!!! "



       " เจ้ากล้าเหรอ!!!!!! " หลังจากได้ยินคำพูดของ เจี่ย หยาน ชูเฟิงยังไม่ตอบอะไร เกา ฉีซือ สู่ จงหยู กู๋ โบ่ และคนอื่นๆจากนิกายโลกวิญญาณ ก็เลือดขึ้นหน้า การตัดแขนอัจฉริยะอย่างชูเฟิงนั้นเท่ากับทำลายอนาคตของเขา



อย่างไรก็ตาม ตอนนั้น ชูเฟิงได้แต่หัวเราะออกมา พร้อมกับตอบสนองความต้องการของ เจี่ย หยาน แต่สายตาที่เขาจ้องมอง เจี่ย หยาน นั้นแสนจะเย็นชาขณะที่กล่าว " วางลูกแก้วแก่นแท้ล้านเม็ดต่อหน้าข้า แล้วแขนขวานี้จะเป็นของท่าน " 



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ชูเฟิง : ข้าตัดแขนของข้าให้ท่านก็ได้ แต่ยังมีข้อแม้อื่นอีก 

เจี่ย หยาน : ยังจะมีข้อแม้อะไรอีก 

ชูเฟิง : ท่านต้องตัดไอจู๋ของท่าน . . . . . 

เจี่ย หยาน : เจ้า . . . . . . 

6 มหาอำนาจ : เพื่อสมบัติในขวานอสูรฟ้า ท่านก็ยอมเสียสละหน่อยก็แล้วกัน . . . .

เจี่ย หยาน : พวกมึงงงง . . . . . . 

ชูเฟิง : หากท่านไม่ยอมก็ไม่เป็นไร ถือซะว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น 

6 มหาอำนาจ : ท่าน เจี่ย หยาน กระเจี้ยวเด๋วก็งอกใหม่ได้ . . . . . 

เจี่ย หยาน : เจี้ยวนะเว้ย!!! ไม่ใช่เล็บ ทำไมพวกเอ็ง คนใดคนหนึ่่ง ไม่ตัดมันแทนข้า

6 มหาอำนาจ : ก็ท่าน เป็นคนเสนอให้เขาตัดแขน เป็นท่านนะดีที่สุดแล้ว ในการเสียสละข้างนี้ของท่านพวกเราจะไม่มีวันลืม 

เจี่ย หยาน : พวกมืงงงง . . . . . . เลวมากกกก

ชูเฟิง : เป็นอันตกลงนะ งั้นท่าน เจี่ย หยาน ยื่นไอจู๋ท่านออกมา 

' ตัดจู๋แม่งเสร็จ กูฉิ่งแม่งเลย '