วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 392 – ห่วงเงินมากกว่าชีวิต



    "ฮ่า ๆ ดี ตรงไปตรงมาดี!"


     "ทุกคน มันก็แค่ 1 ล้านเม็ด จากพวกเราแปดมหาอำนาจช่วยกันออกคนละ 125000 เม็ดก็ครบแล้ววไม่มีใครคัดค้านใช่หรือไม่ "เจี่ย หยานกล่าวว่า


     "ไม่คัดค้าน." ผู้นำของสำนักอื่นๆพูดขึ้น มีแต่สมาคมโลกวิญญาณเท่านั้นที่บอกว่าไม่ แล้วเขาก็หันไปมองชูเฟิง จึงทำให้ชูเฟิงรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร


     "ไม่ เพียงเจ็ดมหาอำนาจของเจ้าเท่านั้น." แต่อยู่ๆชูเฟิงก็พูดขึ้นมา


     "เจ้าหมายความว่ายังไง”  ผู้นำสำนัก หยวน กัง ถาม


     "ในฐานะที่ข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาคมโลกวิญญาณ ข้าจะเอาทรัพยากรของฝ่ายตัวเองไปทำไม นอกจากนี้ สมาคมโลกวิญญาณ ไม่ต้องการแขนขวาข้า และในทำนองเดียวกันข้าเชื่อว่า เขาไม่ต้องการ สมบัติใน ขวานอสูรฟ้าของข้า "


     "ดังนั้นการแลกเปลี่ยนครั้งนี้จึงเกิดขึ้นระหว่างข้า และมหาอำนาจทั้ง 7เท่านั้น " ชูเฟิง ยิ้มและพูด


      "เจ้า .. " หลังจากที่ได้ยินชูเฟิงพูดใบหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนแปลง เพราะคำพูดของชูเฟิงนั้นเป็นเรื่องจริง


      "ทุกคน นี่ก็แค่จ่ายลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณเพิ่มขึ้นแค่นั้นเอง หรือว่าเราไม่สามารถจ่ายมันได้ล่ะ "


      "เราก็แค่เพิ่มเป็นคนละ 150000 และอีก 5 หมื่นสำหรับมือของเขา "


      "จากที่ทุกท่านทราบดี ต่อให้เป็นอัจฉริยะแต่ถ้าเสียมือไปข้างนึงก็จะมีผลกระทบอย่างมากในอนาคต " เจี้ย หยานพูด และยิ้มด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยการเหยียดหยาม


      "ถูกต้อง. มันก็แค่จ่ายลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณเพิ่งขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น พวกเราะไม่มีปัญญาจ่ายงั้นหรือ ชูเฟิง 1 ล้าน 5หมื่นนเหม็โคงพอที่จะทำใหเจ้าใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสบายๆเลยใช่หรือไม่ ฮ่าๆๆๆ... "


ตอนนั้น ผู้นำคนอื่นๆก็หัวเราะเช่นกัน ในการหัวเราะของเขามีการเยาะเย้ยดูถูกชูเฟิงอยู่ ว่าเขาเห็นเงินมากกว่าชีวิต


ชูเฟิง ยิ้มเล็กน้อย เขาสะบัดมือขวาและนั่นทำให้ขวานอสูรฟ้าปรากฏอยู่บ้านมือเขา เขามองไปที่ฝูงชน กล่าวว่า  พวกท่านไม่ต้องกังวลหรอก ว่ามันจะพอสำหรับการใช้ชีวิตที่เหลือของข้าหรือไม่ "


     "ดังนั้น ถ้าพวกท่านจ่ายมาเมื่อใด ขวานนี้ก็จะเป็นของพวกท่านทันที "


      "นี้…"


เจี้ย หยานและคนอื่นๆ ถูกคุมเกมส์โดยชูเฟิง ด้วยคำพูดแค่นั้น ใครจะบ้าพก ลูกแก้วแก่นแท้นับแสนเม็ดในตัวโดยไม่มีเหตุผล แม้รวบรวมทั้งหมด ของพวกเขาด้วยกันอย่างมากกว่าก็แสนเม็ด


      "เจ้านคร ฉิน  ... " ในตอนนั้น พวกเขามองด้วยสายตา ขอร้องไปยังเจ้านครอันทรงเกียรติ ฉิน เล่ย


      "โฮ่ ... ทุกคนนี่มันเกินข้อจำกัดของนครอันทรงเกียรติแล้ว และ ข้าก็ไม่มีเพียงพอที่จะสนับสนุนพวกท่านหรอกนะ "


เห็นเยี่ยงนั้น ฉิน เล่ย รีบยิ้มและกล่าวขอโทษขอโพย ต่อให้เขามีพอมันก็ต้องขายหลายอย่างไป และเขาก็ไม่โง่ที่จะให้คนเหล่านั้นยืม เพราะจำนวนล้านเม็ดมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลย มันอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักให้นครอันทรงเกียรติ


      "อะไรนะ พวกท่านไม่สามารถจ่ายได้หรือ ผู้นำสำนักอย่างพวกท่านนี้ข้าคิดว่าจะรวยกว่านี้อีกนะเนี่ย "ชูเฟิงพูด พร้อมยิ้มเย้ยหยัน


      "ไร้สาระ ใครจะบ้าพก ลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณขนาดนั้นโดยไม่มีเหตุผลล่ะ "ผู้นำ สำนัก หยวนกังพูด


      "ฮึ่ม นี่มันก็เรื่องของพวกท่าน ข้าให้เวลาพวกท่าน 10วัน พวกท่านต้องเอา ลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณ 1 ล้านเม็ดมาให้ข้า หลังจากนั้นพวกท่านไม่สามารถโทษข้าได้เมื่อข้าออกจากที่นี่ " ชูเฟิงเสียงแค่นเสียงอย่างเย็นชาแล้วพูดออกมา


       "อะไรนะ สิบวัน มันไม่น้อยไปอย่างนั้นหรือ"


       "นั่นคือปัญหาของท่านไม่ใช่ของข้า "


       "เจ้า ... " หลังจากที่ได้ยินคำพูดชูเฟิง เจ้าสำนักทั้งหลายถึงกับโกรธเล็กน้อย


เจี้ย หยาน ยังคงนิ่งสงบ เขายิ้มเบาๆและพูดว่า " ชูเฟิง ในอีก 10 วัน เราจะมาพบกันที่นี่ แล้วจงจำไว้ว่าอย่างเล่นตุกติกใดๆ เพราะไม่มีใครช่วยเจ้าได้ "


หลังจากที่พูดเสร็จ เจี้ย หยาน เดินจากไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับฝูงชนที่พวกเขากำลังเดินออกเช่นกัน


       "ท่านเจ้านคร ฉิน นี่คือการตอบแทนของท่านที่ข้านั้นได้ช่วยชีวิตท่านไว้อย่างนั้นหรือ " ชูเฟิงพูดพร้อมแฝงเจตนาฆ่าไปในสายตาของเขา


เมื่อได้ยินคำพูดชูเฟิง ใบหน้าของ ฉิน เล่ย เปลี่ยนทันที มันแฝงไปด้วยความโกรธและความอับอาย หลังจากลังเลสักพักเขาก็รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว


      "ชูเฟิง เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เจ้าจะให้ขวานอสูรฟ้ากับพวกมันจริงหรือ " กู โป๋ ยิงคำถามใส่ชูเฟิงด้วยใบหน้าที่สับสน


      "ขวานอสูร ฟ้าเป็นยุทธภัณฑ์ชั้นยอดและในอนาคตเจ้าคิดว่าเจ้าจะได้รับของเช่นนี้อีกหรือ "


      "น้องชายชูเฟิง เจ้ายินดีเสียแขนไปข้างนึงเพื่อนแลกกับลูกแก้ว 1 ล้านเม็ดจริงๆหรือ เจ้าช่างใจร้อนเหลือเกิน "สู จงหยู พูดพร้อม ส่ายหัว


       "ตระกูลเจี้ยนั้นไม่พอใจเจ้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะที่หาจับตัวได้ยาก ต่อให้ไม่มีเรื่องขวานพวกมันจะต้องหาทางกำจัดเจ้าแน่นอน "


       "มันก็แค่นั้นแหละ ...ชูเฟิงเจ้าเป็นพรรคพวกของเรา การที่เห็นเจ้าต้องโดนตัดแขน มัน ... "ใบหน้าของรองประมุข เกา ก็ซีดลงเล็กน้อย


        "รองประมุขอย่างพูดเรื่องนั้นเลย ข้าชูเฟิงซาบซึ้งในน้ำใจของสมาคมโลกวิญญาณจริงๆ และเรื่องวันนี้มันเริ่มต้นโดยข้าและข้าไม่ต้องการลากสมาคมไปลงนรกด้วย และทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะข้า " ชูเฟิง พูด


       "อ่า ... " รองประมุข เกา ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และถามชูเฟิงว่าว่า " ชูเฟิงมีอะไรที่ข้าพอจะช่วยเจ้าได้ไหม"


ชูเฟิงมองไปรอบๆหลังจากไม่พบอะไรก็ไปกระซิบที่หูของท่านรองเกา ว่า


       "ข้าต้องการยาต้องห้ามที่สามารถยกระดับการบ่มเพาะของข้า ที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลกระทบ "


       "ข้าต้องการยันต์ทะลวงวิญญาณไม่ต่ำกว่า 10 อันเพื่อทะลวงไปยังรูปแบบวิญญาณระดับสีฟ้า ท่านรองท่านจะช่วยข้าเรื่องนี้ได้หรือไม่ "


      "ชูเฟิงนี่เจ้าจะ ... " หลังจากที่ได้ยินชูเฟิง พูดเขาเบิกตากว้างและเขาคิดว่าชูเฟิงจะทำบางอย่าง


และเมื่องมองที่ชูเฟิง และเห็นว่ามีรอยยิ้มบนหน้าของเขา และชูเฟิงกำลังรอคำตอบจากท่านรองเกาอยู่


      "อ่า บางทีวิธีนี้อาจจะดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพียงแต่ข้ากลัวว่าเจ้าจะทะลวงมันได้ไม่ทันวันนั้นน่ะสิ เพราะมันเป็นเรื่องยากจริงๆที่จะเข้าไปสู่ระดับสีฟ้า "


ใบหน้าของรองประมุข เกา ตอนนี้นั้นบอกได้ว่าเขานั้นทำอะไรไม่ถูกเลย หลังจากนั้นเขาก็พูดว่า " ชูเฟิงไม่ต้องกังวลภายใน10วันข้าจะให้คำตอบที่น่าพอใจแก่เจ้าแน่นอน "


หลังจากนั้นท่านรอง เกา และคนอื่นๆจากสมาคมก็พูดคุยกับชูเฟิงสักพัด


อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยของชูเฟิง สู จงหยู และ กูโป๋ มาเป็นบอดี้การ์ดให้ชูเฟิง เพราะเขาไม่แน่ใจว่าใน10วันนี้จะมีคนกล้าโจมตีชูเฟิง


แน่นอนว่า เจีย หยาน และคนอื่นๆ ไม่ค่อยไว้ใจชูเฟิงเท่าไหร่นัก พวกเขาต้องสั่งให้คนคอยจับตาดูชูเฟิงแน่นอน หากชูเฟิงมีท่าทีที่จะหนี พวกเขาจะโจมตีชูเฟิง และ ปิดชีวิตของเขา


แปลโดยท่าน#ฮาย Haridsada