วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 394 - อำนาจของขวานอสูรฟ้า

บทที่ 394 – อำนาจของ ขวานอสูรฟ้า

     แผนการของ ชูเฟิง นั้นง่ายมาก


     เมื่อเขาพบว่า เจี่ย หยาน และคนอื่นๆ ยอมจ่ายตามราคาที่เขาเรียกร้อง เขาจึงทำตามแผนของเขาได้อย่างง่ายดาย


     เขาวางแผนหลอกลวงว่าจะทำการแลกเปลี่ยน โดยใช้ความโลภของพวกเขาที่มีต่อยอดยุทธภัณฑ์ แต่ความจริงนั้น เขาไม่ต้องการแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด เขาต้องการเพียงลูกแก้วแก่นวิญญาณทั้งหนึ่งล้านเม็ด เพื่อเพิ่มการบ่มเพาะพลังของเขา


     เมื่อเขาได้ลูกแก้วแก่นวิญญาณแล้วนั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องตัดแขนของตัวเอง แม้แต่ขวานอสูรฟ้า เขาก็จะไม่ยอมยกมันให้กับผู้ใด เขาจะชิงทุกอย่าง และหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็วที่สุด


     อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเตรียมการของ ชูเฟิง จะพร้อมแล้วนั้น แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่มาก หากแผนการของเขาล้มเหลว เขาต้องเผชิญหน้ากับความตาย และไม่มีผู้ใดที่จะสามารถช่วยเขาได้


     ในเช้าวันถัดมา ชูเฟิง ตื่นแต่เช้า เขากินยาเม็ดต้องห้าม และอมมันไว้ภายในปาก พร้อมกับนั่งลงอยู่ภายในตำหนัก เพื่อรอการมาถึงของ เจี่ย หยาน และคนอื่นๆ



     รองผู้นำนิกายโลกวิญญาณ เกา ซู ซ่งหยู กู๋โบ่ และสมาชิกคนอื่นๆ ของนิกายโลกวิญญาณมาถึงเป็นกลุ่มแรก พวกเขามาเพื่อดูการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ และยืนรออยู่ที่ด้านหลังของ ชูเฟิง


     ***** ตูม *****


    ในเวลานั้น ปะตูก็ถูกระเบิดออก ร่างทั้งเจ็ดก็ทะยานเข้ามาภายในตำหนัก พวกเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เจี่ย หยาน ฉิน เล่ย และคนอื่นๆ


     ***** ตุ่บ *****


     เมื่อพวกเขาเข้ามานั้น เจี่ย หยาน ไม่ยอมให้เสียเวลาแม้แต่น้อย เขาโยนถุงจักรวาบทั้งเจ็ดถุงมาที่ด้านหน้า และกล่าวว่า ลูกแก้วแก่นวิญญาณหนึ่งล้านเม็ด ไม่ขาดแม้แต่เม็ดเดียว และแถมให้อีกห้าหมื่นเม็ดฟรีๆ


     “ตรวจสอบให้ดี หากไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ จงตัดแขนขวาของเจ้า และมอบมันมาพร้อมกับขวานอสูรฟ้า


     หลังจาก เจี่ย หยาน กล่าวจบ ฉิน เล่ย และคนอื่นๆ ได้กระโดดเข้าไปล้อมรอบ ชูเฟิง จากทุกทิศทาง เห็ได้ชัดว่า พวกเขาต่างกลัว ชูเฟิง จะเชิดลูกแก้วแก่นวิญญาณและหนีไป พวกเขาจึงเข้ามาล้อมรอบ ชูเฟิง เพื่อปิดกั้นทางหนีทั้งหมด


     ภายในพระราชวังใต้ดินของหุบเขาพันปิศาจนั้น พวกเขาได้เกห็พลัง ชูเฟิง แล้ว พวกเขาจึงระมัดระวังตัวกันเป็นอย่างดี เพื่อรับมือกับความเร็วของ ชูเฟิง


     ชูเฟิง ไม่ได้ตื่นตกใจแต่อย่างใด เขาสะบัดแขนของเขาออก และดูดเอาถุงจักรวาลทั้งเจ็ดถุงเข้ามาที่เขา เมื่อเขาใช้อำนาจพลังวิญญาณตรวจสอบนั้น เขาพบว่าภายในถุงจักรวาลทั้งเจ็ด มีลูกแก้วแก่นวิญญาณอยู่ทั้งหมดหนึ่งล้านห้าหมื่นเม็ด และทั้งหมดนั่นก็เป็นของจริงอย่างแน่นอน


     ในตอนนั้น ชูเฟิง รู้สึกมีความสุขอย่างมาก เมื่อเขามีลูกแก้วแก่นวิญญาณทั้งหนึ่งล้านเม็ดในมือ ด้วยจำนวนลูกแก้วขนาดนี้ จะต้องทำให้เขาเพิ่มระดับการบ่มเพาะพลังได้หลายระดับอย่างแน่นอน


     หลังจากเก็บ ลูกแก้วทั้งหมดแล้วนั้น ชูเฟิง ก็ลุกขึ้น พร้อมกับปล่อย ขวานอสูรฟ้า ออกมาจากฝ่ามือ เขากวาดสายตาไปที่บุคคลทั้งเจ็ด พร้อมกับกล่าวว่า ทุกๆ ท่าน ข้าจะทำตามข้อตกลง


     “เอื้อก !!


     หลังจากเห็น ขวานอสูรฟ้า ในมือของ ชูเฟิง นั้น ทุกๆ คนต่างจ้องมองไปที่มันด้วยแววตาที่เป็นประกาย ช่วยไม่ได้เลยที่พวกเขาจะกลืนน้ำลายอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะพวกเขารู้ดีถึงอำนาจของยอดยุทธภัณฑ์ หากผู้ใดได้ครอบครองยอดยุทธภัณฑ์แล้วนั้น คนเหล่านั้นย่อมเป็นผู้ที่อยู่เหนือคนอื่นๆ อย่างแน่นอน


     “ข้าจะนำยอดยุทธภัณฑ์ชิ้นนี้กลับตระกูลของข้า และมอบมันให้กับท่านผู้นำตระกูล ท่านจะเป็นคนวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเพื่อตรวจสอบ และไขความลับของมันเอง” ในขณะนั้น เจี่ย หยาน กล่าวออกมา


     คนอื่นๆ ต่างไม่มีท่าทีใดๆ ต่อคำกล่าวของ เจี่ย หยาน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต่างตกลงกันแล้วว่า จะจัดการเช่นไรกับ ขวานอสูรฟ้า


     “ไม่เป็นไร ผู้อาวุโส เจี่ย หยาน” ชูเฟิง กล่าวออกมาพน้อมกับยิ้มบาง เขาแกว่งแขนของเขา และขว้างขวานอสูรฟ้าออกไป แต่ทิศทางที่เขาข้างขวานออกไปนั้น คืนพื้นที่ว่างเปล่าในอากาศด้านบน


     ในตอนนั้น สายตาของทุกคนถูกดึงดูดโดยขวานอสูรฟ้า และในเวลาเดียวกันนั้น ชูเฟิง ได้กลืนยาเม็ดต้องห้ามในปากของเขาอย่างรวดเร็ว พลันยาต้องต้องห้ามนั้นก็ถูกหลอมรวมอย่างรวดเร็ว


     กระแสเลือดภายในร่างกายของ ชูเฟิง สว่างขึ้น ออร่าพลังมหาศาลพรั่งพรูออกมารวดเร็วราวกับสายฟ้า


     ในเวลานั้น ระดับพลังของ ชูเฟิง ก็พุ่งสูงขึ้น ระดับ 4 , ระดับ 5 ……………………………. ระดับ 9 ระดับพลังวิญญาณของ ชูเฟิง พุ่งเขาสู่ระดับ 9 อย่างรวดเร็ว


     ในขณะนั้น ชูเฟิง รู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงพลังมหาศาลภายในร่างกาย มันแทบจะเกินจากขีดจำกัดของร่างกายของเขา ราวกับว่ามันจะเบิดออกมาสู่ภายนอก


    ***** ปัง *****


     ชูเฟิง ทะยานตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้หลบหนีออกทางประตูของตำหนัก แต่เขาหลบหนีออกไปทางด้านบนของตำหนักแทน


     “ฮึ !! เขากำลังจะหนี


     ในขณะนั้น สายตาของทุกคนกำลังจับจ้องไปที่ขวานอสูรฟ้า เมื่อพวกเขารู้สึกตัวอีกทีนั้น ชูเฟิง ก็ทะลวงผ่านเพดาน และทะยานออกไปไกลแล้ว


     เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของเจี่ยหยานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เขาสะบัดมือของเขาออก แรงดึดดูดมหาศาลพลันปรากฏขึ้น เขาดูดขวานอสูรฟ้าของ ชูเฟิง เข้ามาสู่มือของเขา


     ในเวลาเดียวกันกับที่ขวานอสูรฟ้าอยู่ในมือของเขานั้น เขารีบวางรูปแบยอำนาจพลังวิญญาณอย่างรวดเร็ว เพื่อตัดการเชื่อมต่อของขวานอสูรฟ้าจาก ชูเฟิง



       ***** พรึ่บ *****


อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาวางรูปแบยอำนาจพลังวิญญาณเสร็จสิ้น ขวานอสูรฟ้าภายในมือของเขา ก็เปลี่ยนเป็นลำแสงและหายไป


     “ฮ่าๆ !! เจ้าเฒ่าเอ๊ย !! เจ้าติดเหรอว่าจะตัดการเชื่อมต่อของข้าจากอสูรฟ้าได้ ขวานนี้ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับข้า ปรากฏออกมา และทำลายได้ดั่งใจของข้า หากไม่ใช่ข้า ไม่ว่าผู้ใดก็ไมาอาจคุบคุมมันได้


     ในช่วงเวลานั้น เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของ ชูเฟิง ก็ดังขึ้นมาจากท้องฟ้า


     เมื่อพวกเขาแหงนหน้าขึ้นไปมอง พวกเขาก็พบว่า ชูเฟิง ทะลวงชั้นเพดานของตำหนักออกไป และทะยานอยู่บนท้องฟ้าแล้ว ยิ่งกว่านั้นในมือของเขายังมีขวานอสูรฟ้าปรากฏอยู่ด้วย


     “ฆ่าเขาซะ !! อย่าปล่อยให้เขาหนีไปได้” เจี่ย หยานตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้น เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า การเตรียมการของเขาจะถูก ชูเฟิง ทำลายลง


     “เจ้าหนูนี่มันกล้าเล่นตุกติกกับพวกเรา ในวันนี้มันจะต้องพบกับความพินาศ มันจะต้องไม่รอดออกไป ดังนั้น อย่าได้โกรธแค้นพวกเรา กับเส้นทางชีวิตที่เจ้าเลือกเลย



     ในขณะนั้น บุคคลทั้งกัดฟันของพวกเขาแน่นด้วยความโกรธ เพียงพริบตาเดียวนั้น พวกเขาก็ออกไล่ล่า ชูเฟิง ไปอย่างรวดเร็ว


        อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง ไม่ได้หยุดชะงักแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ จะสามารถประมือกับผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์ได้ก็ตาม แต่เมื่อเขาตั้งเผชิญหน้าผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์ถึงเจ็ดคน และในจำนวนนั้นยังมีผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมฟ้าอยู่ด้วย เขาจึงไม่อาจประมาทได้ ดังนั้น หนทางเดียวของเขาคือการหลบหนีให้เร็วที่สุด


      ***** พรึ่บ *****


     อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ ชูเฟิงง จะได้ทะยานออกไปไกลนั้น ในอากาศด้านหน้าของเขา พลันปรากฏรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณสีฟ้าขึ้นปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของเขา


     มันคือรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ เห็นได้ชัดว่า มีใครบางคนวาวพวกมันอยู่ก่อนแล้ว ในกรณีที่ ชูเฟิง ไม่ทำตามข้อตกลงนั้น พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้เปิดใช้รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณตรงนี้ได้


     “ชูเฟิง เจ้าจะหนีไปไหน !!


     ในเวลาเดียวกันนั้น ได้มีผู้เชี่ยวชาญสองคนทะยานขึ้นมาจากด้านล่าง พวกเขาคือ ผู้อาวุโสจากตระกูลเจี่ย และพวกเขามีพลังระดับหนึ่ง ขั้นแดนสวรรค์


     “เหมาะมาก !!


     “ข้าจะใช้โอกาสนี้ในการทดสอบพลังของขวานอสูรฟ้า” ในเวลานั้น ชูเฟิง ไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด เขาฟาดขวานอสูรฟ้าในมือของเขาออกไปอย่างรวดเร็ว พลันปรากฏลำแสงออกไปราวกับพระจันทร์เสี้ยว


     ลำแสงนั้นยาวหลายเมตร และมีสีดำ อีกทั้งยังมีออร่าสีดำแผ่กระจายออกมา เสียงของมันดังราวกับการคำรามของฝูงหมาป่า ทุกๆ ที่ ที่มันเคลื่อนผ่านไปปรากฏรอยแตกร้าวออกมาทั่วบริเวณ


     “อึ้ก !!


     ในขณะนั้น ใบหน้าของสองผู้อาวุโสจากตระกูลเจี่ย เปบี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พวกเขารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย ที่แผ่กระจายออกมาจากลำแสงสีดำนั่นอย่างชัดเจน


     แต่เมื่อพวกเขารู้สึกตัวก็สายไปเสียแล้ว ลำแสงสีดำนั้นดังพาดผ่านร่างกายของพวกเขาไป จนร่างกายของพวกเขาถูกตัดครึ่ง โดยที่พวกเขาไม่ทันรู้สึกตัวแม้แต่น้อย พวกเขาได้ตกเข้าสู่ห้วงแห่งความตายเป็นที่เรียบร้อย

แปลโดยคุณ#Abhisit Siriroop