วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 395 – ทำลายรูปแบบ


     “ฮ่าๆ ขวานนี่แข็งแกร่งจริง ด้วยพลังวิญญาณของข้าในตอนนี้ และขวานอสูรฟ้านี่ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับสาม ขั้นแดนสวรรค์ก็ไม่อาจต้านทานข้าได้” ชูเฟิง รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ในขณะที่เขายืนอยู่บนขอบฟ้า



     ในการฟันไปเมื่อครู่นั้น เขาไม่ได้พลังทั้งหมดของเขาออกไป หากเขาใช้พลังทั้งหมดของเขาออกไปล่ะก็ ก่อนที่ลำแสงจะไปถึงตัวของสองผู้เชี่ยวชาญ พวกเขาจะต้องกลายเป็นเนื้อบดกองอยู่บนพื้นอย่างแน่นอน



     “ไหนมาดูกันซิว่า เจ้าจะทำลายรูปแบบนาจพลังวิญญาณได้หรือไม่



     อย่างไม่รอช้า ชูเฟิง ทะยานตัวออกไปด้านหน้า พร้อมกับกวัดแกว่งขวานในมือของเขาอย่างนวดเร็วอีกครั้ง



     ในครั้งนี้นั้น ใบมีดสีดำที่ปรากฏออกมา มีความความยาวมากกว่าเดิมหลายเมตร และอัดแน่นไปด้วยพลังที่มากกว่าเดิม บรรยากาศโดยรอบบิดจนเป็นเกลียว ชั้นอากาศถูกแยกออกจากกัน แม้แต่พลังวิญญาณโดยรอบก็ไม่อาจต้านทานได้



     ***** ตูมมมมมม *****



     เมื่อใบมีดสีดำเข้าปะทะกับรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณสีฟ้านั้น มันได้เกิดคลื่นพลังจำนวนมากแผ่กระจายออกมา กระแสลมทั่วทั้งบริเวณถูกกระแสพลังกวาดออกไปอย่างบ้าคลั่ง



     “เกิดอะไรขึ้น !!



     เหล่าผู้คนในนครอันทรงเกียรติต่างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจึงแหงนหน้ามองไปยังต้นเสียงนั้นทันที



     “นะ………นั้นมัน ชูเฟิง !! เขากำลังทำอะไรน่ะ !?”



     “แล้ว…………ในมือของเขานั่นมันคืออะไรกัน !?”



     แม้ว่าระยะห่างจะไกลมาก แต่หลายคนก็มองได้อย่างชัดเจนว่านั่นคือ ชูเฟิง และพวกเขาต่างถูกดึงดูดด้วยสิ่งที่อยู่ในมือของ ชูเฟิง นั่นคือ ขวานอสูรฟ้า



     แม้ว่าพวกเขาจะไม่รับรู้ถึงพลังของขวานอสูรฟ้า เพราะด้วยระยะห่างในตอนนี้ แต่พวกเขาก็ไม่อาจละสายตาไปจากมันได้เลย ด้วยออร่าพลังที่มันแผ่ออกมานั้น หลายๆ คนต่างคิดว่ามันไม่ใช่ยอดยุทธภัณฑ์ธรรมดาๆ อย่างแน่นอน



     “เจี่ย หยาน แข็งแกร่งมาก ด้วยรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของเขาที่วางไว้นั้น ข้าไม่อาจทำลายมันได้ด้วยพลังของข้า



     ในขณะที่คลื่นพลังยังแผ่กระจายออกมานั้น ชูเฟิง รับรู้ได้ว่า ขวานอสูรฟ้า ไม่อาจทำลายรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนี้ได้ นั่นหมายความว่า รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของ เจี่ย หยาน นั้นแข็งแกร่งมาก



     ชูเฟิง เชื่อมั่นว่า หากรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนี้ถูกวางโย จื่อ หลิง เขาจะสามารถทำลายมันได้อย่างง่ายดาย แต่ในตอนนี้เขายังไม่วามารถทำลายรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของ เจี่ย หยานได้



     นั่นหมายความว่า พลังอำนาจของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้านั้น ยังถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับ และความสามารถในการพัฒนานั้น ก็ขึ้นอยู่กับทักษะการต่อสู้ของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณคนนั้นๆ



     “ชูเฟิง !! ข้าได้ปิดกั้นทางออกจากที่นี่ทั้งหมดแล้ว เจ้าไม่มีทางหนีออกจากที่นี่ได้หรอก” ในขณะนั้น มีเสียงที่ดังราวกับฟ้ารอง ดังขึ้นมาจากขอบฟ้าด้านหลังของ ชูเฟิง นั่นคือเสียงของ เจี่ย หยาน



     “หนีไม่รอดเช่นนั้นรึ !! ข้าจะทะลวงผ่านมันทั้งหมดออกไปให้ดู” เมื่อกล่าวจบ ชูเฟิง สูดหายใจเข้าอย่ารวดเร็ว พร้อมทั้งขยับมือคว้าไปที่ถุงจักรวาลข้างเอวของเขาและเปิดออก พลันปรากฏยันต์โจมตีขึ้นมาในมือของเขา



     “ไป !!” ชูเฟิง กล่าวเบาๆ พร้อมกับสะบัดนิ้วของเขา ยันต์โจมตีเหล่านั้น ก็พุ่งออกไปที่รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณทันที เมื่อมันเข้าปะทะก็เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง จนทำให้รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนั้นเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่


     เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิง หัวเราะออกมาเสียงดัง เขากระตุ้นมังกรสีฟ้าที่ใต้ฝ่าเท้าของเขา และทะยานผ่านหลุมนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว


     “แม่วเอ๊ยยย !! ไอ้แก่จากนิกายโลกวิญญาณคอยช่วยเหลือไอ้เด็กนี่หรือเนี่ย” ในขณะนั้น ด้วยสายตาที่เฉียบคมของ เจี่ย หยาน เมื่อเขาเห็นวิธีการที่ ชูเฟิง โจมตีนั้น เขาก็เข้าใจได้ทันที เพราะวิธีนี้บุคคลทั่วไปไม่อาจทำได้


     เพราะยันต์โจมตีในเก้าอาณาจักรนั้น มีเพียงสามมหาอำนาจเท่านั้นที่มี นั่นคือ ราชวงศ์เจียง ตระกูลเจี่ย และนิกายโลกวิญญาณ เท่านั้น


     สองมหาอำนาจแรกนั่น ไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ชูเฟิง อย่างแน่นอน มันจึงชัดเจนอยู่แล้วว่า ผู้ที่ช่วยเหลือ ชูเฟิง คือ เกา ฉีจื่อ


     “หืมมม….จากที่ข้าเห็นนั่น ยันต์โจมตีเหล่านี้ไม่สามารถทำลายรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณได้ทั้งหมด” อย่างไรก็ตาม เจี่ย หยาน ไม่ได้หวาดวิตกมากนัก เขาสังเกตได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะการสร้างยันต์โจมตีเหล่านี้ จะต้องใช้อำนาจพลังวิญญาณเป็นจำนวนมาก


     ก่อนหน้านี้นั้น เกา ฉีจื่อ จะไม่สร้างยันต์โจมตีโดยไร้เหตผล หากเป็นการสร้างเพื่อช่วยให้ ชูเฟิง หลบหนีได้ อย่างน้อยเขาจะต้องเตรียมการกว่าสิบวัน เพื่อสร้างยันต์โจมตีเหล่านี้


     ภายในสิบวันนั้น หากว่า เกา ฉีจื่อ สร้างยันต์โจมตีออกมาจำนวนมาก มันจะมีผลต่ออายุขัย และการบ่มเพาะพลังวิญญาณของเขาในอนาคต


     แม้ว่ายันต์โจมตีจะสามารถทำลายรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณได้ แต่ในช่วงเวลาสิบกว่าวันที่ผ่านมานั้น เจี่ย หยาน ได้วางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ โดยมีตำแหน่งของ ชูเฟิง เป็นศูนย์กลาง กว่าสิบสามอัน เพื่อปิดกั้นเส้นทางหลบหนี แม้ว่า ชูเฟิง จะใช้ยันต์โจมตีได้ แต่ก็ไม่อาจหลบหนีออกไปได้อยู่ดี


     “อืมมมมมม…..”


     หลังจากนั้น เจี่ย หยาน ตะโกนออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว ผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลเจี่ย ต่างเริ่มกระตุ้นการทำงานของ รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณสีฟ้า ที่ถูกวางไว้ก่อนหน้านี้ขึ้น


     พลันรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณทั้งสิบสองอันก็ปรากฏขึ้น พวกมันปิดกันทั้งท้องฟ้าของนครอันทรงเกียรติ เหล่าผู้คนภายในนครอันทรงเกียรติที่เห็นเหตุการณ์นี้ต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน


     ***** ตูม ตูม ตูม *****


     อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง ยังคงทำลายรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง และทะยานผ่านออกไปอย่างรวดเร็ว


     “มันเป็นไปได้ยังไง ที่เจ้านั่นจะมียันต์โจมตีมากมายเช่นนี้


     เมื่อเห็นว่า ชูเฟิง สามารถทะลวงผ่านรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณทั้งสิบสามอันไปได้ ใบหน้าของ เจี่ย หยาน ที่เคยสงบก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ใบหน้าของเขามีแต่ความตกตะลึงปรากฏอยู่


     ส่วนสำคัญที่สุดคือ ด้วยความเร็วของ ชูเฟิง ในตอนนี้ที่ไม่มีอุปสรรคใดๆ ขวางกั้นเขาเอาไว้ แม้แต่ เจี่ย หยาน ก็ไม่อาจจับเขาได้ พวกเขาเห็นเพียงแค่ ชูเฟิง ขี่มังกรน้อยสีฟ้า พร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา และหายไปที่ปลายขอบฟ้าราวกับหมอกควัน


     “แม่งเอ๊ย !!........เจ้านั่นมันหนีไปได้แล้ว


     “สวรรค์ นั่นมันลูกแก้วแก่นวิญญาณตั้งล้านห้าหมื่ยเม็ด !! ล้านห้าหมื่น…….”


     เจ้าสำนักอัคคี เข้าสำนักหยวนกัง และตนอื่นๆ ต่างกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ


     “ท่านเจี่ย หยาน ไหนท่านบอกว่า ท่านได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว และยังรับประกันอีกว่า ชูเฟิง ไม่อาจหนีรอดออกจากที่นี่ไปได้ แล้วเหตุการณ์บ้าๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้หวามความยังไง” บางคนถึงกับควบคุมความโกรธไม่ไหว เขาระบายมันออกมาสู่ เจี่ย หยาน อย่างนวดเร็ว


     ปกตินั้น พวกเขาจะไม่กล่าวกับ เจี่ย หยาน เช่นนี้ แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนกับที่ผ่านๆ มา พวกเขาต่างสูญเสียกันไปมาก พวกเขาจึงระบายความโกรธของพวกเขาออกมา



     “หืม…..การเตรียมการของข้าสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ต้องพูดถึง ชูเฟิง แม้แต่พวกท่านก็ไม่อาจทำลายรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเหล่านี้ได้


     “ยังไงก็ตาม ข้าจะทำอะไรได้ กับผู้ที่คอยช่วยเหลือ ชูเฟิง โดยการให้ยันต์โจมตีเหล่านั้นแก่เขา” ในขณะที่ เจี่ย หยาน กล่าวนั้น เขาได้จ้องมองไปที่ ด้านบนของตำหนักที่ ชูเฟิง เคยพักอยู่ ที่ด้านบนนั้น มีคนยืนอยู่เพียงไม่กี่คน และคนเหล่านั้นก็เป็นคนของนิกายโลกวิญญาณ


     “นิกายโลกวิญญาณจะต้องได้รับผล ที่มาขัดขวางพวกเราเช่นนี้


     “เวรเอ๊ย……พวกเขาใช้อำนาจเพื่อข่มเหงผู้อืานเช่นนี้ สำนักอัคคี จะไม่ของญาติดีกับ นิกายโลกวิญญาณอีกต่อไป


     “หืม…..ข้าจะทำให้พวกเขารับรู้ สักวันหนึ่ง พวกเขาจะต้องชดใช้กับสิ่งที่พวกเขาทำในวันนี้


     หลังจากได้ยินคำกล่าวของ เจี่ย หยาน ในทันทีนั้น ฉิน เล่ย และคนอื่นๆ ต่างจ้องมองไปที่ เกา ฉีจื่อ และสมาชิกของนิกายโลกวิญญาณ อย่างโกรธแค้น หลังจากวันนี้ พวกเขาจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับนิกายโลกวิญญาณอีกต่อไป
//////////////////////////////////////////////
แปลโดยคุณ#Abhisit siriroop TeamMGA