วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 400 - จื่อหลิงปรากฏ



ถูกตัอง. คนรุ่นเยาว์ของ ทวีปเก้าอาณาจักรไม่ได้มีเพียง สู จงหยู และ เจีย ชิงหมิง



         "และคนที่แม่นางจื่อ หลิง หลงรัก ไม่ใช่สองคนนั้นแต่เป็นข้า มู่ หรงยู่! "



ท่านใดนั้นร่างของชายแบกกระบี่ไม้ ก็เดินเข้ามาเขาคนนั้นคือ นายน้อยของ หุบเขาเทพกระบี่ มู่หรง ยู่



         "ฮึ่ม ข้าเคยเห็นคนไร้ยางอายมามากแล้ว แต่ข้ายังไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายเช่นเจ้ามาก่อน. " หลังจากที่ ได้ยิน มู่หรงยู่พูด ซ่ง ฉิงเฟิง และเดอะแก๊งก็แค่นเสียงอย่างเย็นชา พวกเขามีอดีตที่ล้ำลึกกับมู่หรง ยู่ ทำให้พวกเขาไม่พอใจมู่หรง ยู่



         "อะไร เจ้าคันอย่างนั้นหรือ อยากเจ็บอย่างนั้นสินะ " มู่หรง ยู่ มองเดอะแก๊งด้วยสายตาเหยียดหยัน



         "เจ้าอาศัยแต่ยอดยุทธภัณฑ์ ของเจ้า ถ้าเจ้าไม่มียอดยุทธภัณฑ์นั่นเจ้าก็ไม่อาจเทียบข้าได้ " ถัง ยี่ซิว พูด



          "ช่างโง่เง่ายิ่งนัก มียอดยุทธภัณฑ์ก็เหมือนกับมีทักษะเพิ่ม นี่อะไรกันข้ามียอดยุทธภัณฑ์แต่ห้ามใช้อย่างนั้นหรือ อย่างนั้นเจ้าก็ห้ามใช้ทักษะที่ข้าไม่มี " มู่หรง ยู่ พูดเหยียดหยัน



         "เจ้าขยะ เจ้าคิดว่าเจ้าได้รับกระบี่ไม้ศํกดิ์สิทธิ์มาด้วยตัวเองงั้นหรือ เจ้าก็แค่อาศัยปู่ของเจ้าแค่นั้นเอง " ไป่ หยุนเฟย พูด



        "การที่ข้ามีปู่ดีนั้น ก็หมายความว่าข้ามีบุญมากมายในชีวิตก่อนหน้า ดังนั้นในชาตินี้ข้าถึงมีโชคถึงเพียงนี้".



         "ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะอิจฉาหรือจะชื่นชมข้า แต่อย่าทำชั่วในชาตินี้ละกันเพราะบางทีเจ้าอาจจะมีโชคเมื่อเกิดใหม่ชาติหน้าก็เป็นได้.... แต่ถ้าเจ้ากำลังมองหาความยุติธรรมละก็ ข้าเกรงว่าแม้แต่ชีวิตต่อไปของเจ้าก็ไม่สามารถหามันได้ "มู่ หรงยู่ พูดเย้ยหยัน



         "ใช่ในเรื่องของโชค ปู่ของเจ้าก็คงมีโชคเท่าขี้หมาเหมือนกัน เขาโชคที่ไม่ตายตอนตกหน้าผาและสามารถหยิบ ยอดยุทธภัณฑ์มาได้ แต่ว่าหลังจากนั้นเขาก็เจ็บหนักจนเป็นอัมพาต และ2ปี ต่อมาเขาก็ตาย ตายอย่างอนาถ ฮ่าๆๆๆ... "หลิว เสี่ยวเหยา เยาะเย้ย



        "หลิว เซี่ยวเหยา เจ้ากำลังรนหาที่ตาย “หลังจากได้ยิน คำพูดของหลิว เสี่ยวเหยา มู่หรง ยุ่ ก็หันมาพร้อมชักกระบี่ และจะฟาดใส่ หลิว เสี่ยวเหยา



* ตูม *



ก่อนที่ดาบจะสัมผัสกับ หลิว เซียวเหยา ก็เกิดคลื่นระเบิดระหว่างกลาง และหลังจากนั้นก็ปรากฏตัวของชายวัยกลางคนถือพัดและยืนอยู่หน้า หลิว เสี่ยวเหยา เขาคือ ผู้นำของที่ราบหุบเขาไร้ใจ



        "ผู้นำหุบเขากระบี่ มู่ หรง โปรดสั่งสอนลูกชายของท่านด้วย ตอนนี้เรากำลังปรองดองกัน แล้วมีเหตุอันใดที่จะต้องมาตีกันตอนนี้ "



ผู้นำที่ราบหุบเขาไร้ใจนั้นแทรกตัวเข้ามารับการโจมตีของ มู่ หรงยู่ และตะโกนใส่ ผู้นำหุบเขาเทพกระบี่ด้วยความโกรธ



        "ยู่ เอ๋อ ตอนนี้เราเป็นพันธมิตรกับพวกเขา เจ้าอย่าได้สร้างปัญหาให้กับข้า และคนอื่นๆอีก มิเช่นนั้น ข้าจะยึด กระบี่ไม้ของเจ้าคืน " ผู้นำหุบเขาเทพกระบี่พูด



        "ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว" เห็นได้ชัดว่า มู่ หรงยู่กลัวพ่อของเขามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพ่อของเขาจะยึดกระบี่ไม้ศํกดิ์สิทธิ์คืน



เมื่อง เดอะแก๊ง เห็นเยี่ยงนี้ ก็ยิ้มเยาะอยู่ข้างๆ



         "พวกเจ้าด้วย ทั้งๆที่พวกเจ้าอายุมากกว่า มู่ หรงยู่แท้ๆ ในฐานะศิษย์พี่ ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับศิษย์น้องเสียบ้าง “ ผู้นำที่ราบหุบเขาไร้ใจ หันไปพูดใส่ เดอะแก๊งทั้ง 4



เมื่อได้ยินคำพูดของผู้นำที่ราบหุบเขาไร้ใจ เดอะแก๊ง ก็เงียบไม่กล้าพูดใดๆ



        "ข้าไม่เคยคิดเลยว่า หุบเขาเทพกระบี่ ที่เกลียด สำนักหยวนกัง สำนักเทพอัคคี สำนักไป๋และที่ราบหุบเขาไร้ใจนั้น จะยอมจำนนต่อผลประโยชน์ " ในตอนนั้น สู จงหยูที่เห็นฉากนี้จึงขมวดคิ้ว เพราะสำหรับสมาคมโลกวิญญาณแล้วมันไม่ได้เป็นสถาณการณ์ที่ดีซักเท่าไหร่



         "อ่าทั้งหมดเพราะ ตระกูล เจีย อยู่เบื้อหลังต่อจากนี้ข้าเกรงว่าไม่ช้าก็เร็วตระกูลเจีย ต้องเข้ามาสู้กับสมาคมโลกวิญญาณของเราแน่นอน " ผู้อาวูโสจากสมาคมโลกวิญญาณพูดขึ้น



         "ไม่ว่ายังไง พวกเราก็ต้องทนไปอีก 1 ปีและเมื่อเวลานั้นมาถึงพวกมันจะต้องชดใช้อย่างสาสม " เกา ฉีซือ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา



หลังจากได้ยินคำพูดนั้น สู จงหยู และคนอื่นๆที่ได้รับข้อความทางจิต ก็ผงะโดยเฉพาะ กู โป๋ เขาพูดเบาๆว่า "หรือว่าในอีก1ปี ท่านปรมาจารย์อาวุโส จะปรากฏตัวขึ้น ข้าอยากเห็นความแข็งแกร่งของเขาจริงๆ " (T/N ตอนนี้นิกายโลกวิญญาณนั้นได้พูดคุยกันทางจิตนะครับ)



         "แต่ว่าชูเฟิง จะทนได้ถึง 1 ปีหรือ “ กู โป๋ พูดด้วยความเป็นห่วงชูเฟิงอย่างมาก



          "ดูนั่น! แม่นางจื่อ หลิง มาแล้ว " ในตอนนั้นจู่ๆ มีเสียงตะโกนมาจากฝูงชน จึงดึงดูดสายตาผู้คนให้มองตามไปเ



ในตอนนั้น หัวใจทุกคนเต้นอยางรุนแรง เพราะเกี้ยวที่ถูกแบกโดยผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรสวรรค์วิญญาณทั้ง4 กำลังขยับเข้ามาใกล้



ในตอนนั้นมีคนเห็น ผู้ที่ถูกแบกอยู่บนเกี้ยว เธอคือ จื่อ หลิงนั่นเอง เพราะจื่อ หลิงมีพ่อบุญธรรมเป็นฉิน เล่ย เจ้านครอันทรงเกียรติเพราะฉะนั้นตำแหน่งของเธอในนครอันทรงเกียรติจึงสูงส่งมาก



นอกจากนี้ ปู่ของจื่อ หลิงนั้น ก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน อาจบอกได้ว่า ปู่ของเธอนั้นอาจแข็งแกร่งกว่าฉิน เล่ย ด้วยซ้ำไป



เพราะเหตุผลพวกนี้ทำให้ ทุกคนนั้น ต้องการที่จะครอบครองหัวใจของจื่อ หลิง และแต่งงานกับเธอ



สุดท้ายเกี่ยวก็ถูกวางลงและ ปรากฏร่างของจื่อ หลิงเดินออกมาจากเกี้ยว อย่างค่อยเป็นค่อยไป ต่อจากนั้นร่างของเธอก็ปรากฎสู่สายตาผู้คน



จื่อ หลิงในวันนี้นั้น สวยมาก ใบหน้าของเธอนั้นดึงดูดผู้คนมากมายให้หันมามองทันที ไม่ต้องพูดอะไรมากใบหน้าที่สมบูรณ์แบบพ้อมด้วยริมฝีปาก สีชมพู พร้อมกับผิวที่ขาวราวกับหิมะ และสวมชุดสีม่วง นั้นทำให้เธอโดดเด่นเป็นอย่างมาก



          "หวา งดงามจริงๆ สาวงามเช่นนี้ ควรจะปรากฏเฉพาะในฝันเท่านั้น แต่ข้าไม่คิดว่าจะพบเจอกับเธอในโลกความเป็นจริง "



          "ข้ารู้สึกว่าตัวเองเหมือนกำลังฝันอยู่เลย หากข้าได้แม่นางมาเป็นภรรยาในชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว? "



          "อ่า ข้านั้นสงสัยจริงๆว่าใครกันนะที่เป็นผู้กุมหัวใจของแม่นางจื่อ หลิง เอาไว้ "



          "ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ครอบครองสาวงามเช่นแม่นางจื่อ หลิง พวกเขานั้นก็เหมือนกับว่าพวกเขาโชคดีมากราวกับบ่มเพาะโชคลาภมา และ สามารถพูดได้ว่า เหมือนมี ‘ควันสีเขียวลอยขึ้นมาจากหลุมศพของตระกูลเลยทีเดียว'." 

[T/N = ควันสีเขียวหมายถึงความโชคดี ควันสีเขียวลอยขึ้นมาจากหลุมศพของตระกูลก็เหมือนเปรียบได้ว่า เป็นการเสริมบารมีให้กับตระกูล]



หลังจากจื่อ หลิง ปรากฏตัวขึ้น ฝูงชนนั้นก็จดจ่อกับความงามของเธอ ในตอนนี้ทุกคนนั้นมีจื่อ หลิงสลักไว้ในใจของพวกเขาแล้ว


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

แปลโดยท่าน#ฮาย

A : ไอ้พวกบ้าผู้หญิงเอ้ยยย!!!

B : นั้นดิๆ สมองวันๆมีแต่คิดเรื่องอย่างว่า

A : ใช่!! คนพวกนั้นแม่งไม่เจริญหรอก

B : กูว่ามึงแหละ!!!

A : สาบานว่ามืงไม่เคยคิด!!! หากคิดขอให้มืง โดนเสือแดก เหมือนที่ข่าวประเทศจีน

B : เอ้ยไอ้ห่าหนิ กูยังไม่บอกเลยว่าจะสาบาน แต่ว่าข่าวที่โดนเสือลากไปแดกนี้ก็เหลือเกินนะ ทะเลาะกันที่ไหนไม่ทะเลาะ ทะเลาะกันในซาฟารี โมโหเพื่อนลงจากรถนำเที่ยว ลืมไปว่าอยู่ในสวนสัตว์ เสือลากไปแดกซะงั้น แต่อีคนลงจากรถมาดันไม่ตาย!!! คนลงมาช่วยนี้สิตายแทน

นิทานเรื่องนี้ พี่ B สอนให้รู้ว่า อย่าทะเลาะกันในสวนสัตว์เปิด