วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 411 – ยาต้องห้ามสีเลือด


*** อืม *** หลังจากที่พูดจบที่ฝ่ามือของชูเฟิงก็ได้เกิดประกายแสงและปรากฏขวานขนาดใหญ่ยาวสองเมตรออกมา



หลังจากที่ ขวานอสูรฟ้า ปรากฏออกมาบรรยากาศของชูเฟิงก็ได้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขาถูกปกคลุมด้วยควันสีดำและมันก็ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับขวาน



       “หรือว่านั้นจะเป็นยุทธภัณฑ์ชั้นยอดที่อยู่ในใบประกาศจับ ขวานอสูรฟ้า! ซึ่งมันได้ถูกค้นพบโดยขุมพลังอำนาจทั้ง 6 ในพระราชวังโบราณ?” พอเห็น ขวานอสูรฟ้า ปรากฏออกมามันถึงกับทำให้ผู้คนนั้นตกอยู่ในความประหลาดใจ



โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถัง ยี่ซิว และคนอื่น ๆ พวกเขาขมวดคิ้วแน่นและรู้สึกได้ถึงความกลัวเข้าไปภายในดวงตาของพวกเขาเพราะกลิ่นอายที่พวกเขาสัมผัสได้จาก ขวานอสูรฟ้า นั้นมันเป็นกลิ่นอายของความตาย และพวกเขายังมั่นใจอีกว่า ขวานอสูรฟ้า จะต้องยิ่งน่ากลัวกว่าทักษะพยัคฆ์ขาวสังหารของชูเฟิงอีกอย่างแน่นอน หากพวกเขาได้ถูกฟันโดยตรงจากขวานเล่มนั้นล่ะก็แน่นอนว่านั้นไม่ใช่สิ่งที่โชคดีนักและพวกเขาจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย



        “พี่ชายข้า, วิธีการต่อสู้ของไอ้สารเลวนี่มันแปลกประหลาดเกินไปโดยเฉพาะขวานอสูรฟ้าของมันพวกเราไม่สามารถที่จะคาดเดาความสามารถของมันได้เลย ตอนนี้พวกเราไม่ควรที่จะประมาทอีกต่อไปแล้วนะท่านพี่ พวกเราต้องออกไปจากที่นี่และไปแจ้งท่านรองผู้นำตระกูลเจี่ยและคนอื่น ๆ ไม่เช่นนั้นแล้วล่ะก็พวกเราจะถูกฆ่าตายที่นี่จริง ๆ เป็นแน่ในวันนี้”



ทันใดนั้น หลิว เสี่ยวเหยา ก็ได้ส่งข้อความจิตไปยังอีกสามคน ในขณะที่เขาพูดเขาก็ได้พลิกฝ่ามือของเขาออกมาและปรากฏเม็ดยาสีเลือดออกมามันเป็นเม็ดยาที่มีรูปแบบพิเศษเป็นเม็ดยาต้องห้าม



มันเป็นเม็ดยาต้องห้ามที่แตกต่างจากเม็ดยาอื่น ๆ เพราะความจริงที่ว่ามันสามารถที่จะขยับได้และมันยังได้ส่งเสียงที่น่ากลัวออกมาราวเหมือนกับว่ามันเป็นสิ่งที่มีชีวิต



หลังจากที่ หลิว เสี่ยวเหยา ได้นำเม็ดยาต้องห้ามออกมาโดยไม่คาดคิดเขาก็ได้กลืนมันลงไป แทบในทันทีกลิ่นอายของเขาจู่ ๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 1 แดนสวรรค์วิญญาณเข้าไปสู่ระดับที่ 2 ของแดนสวรรค์วิญญาณ



       “ขอให้ทวนเทพจงสาปแช่งไอ้เวรเอ๊ยเราถูกบังคับให้ใช้เม็ดยาต้องห้ามจริงโดยไอ้สารเลวบัดซบนี่” ซง ฉิงเฟิง และคนอื่น ๆ มองไปที่เม็ดยาต้องห้ามในมือของพวกเขาและให้ความรู้สึกที่พวกเขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ เขากลืนน้ำลายไปอึกหนึ่งและใบหน้าของเขาปรากฏออกมาด้วยลักษณะของความหวาดกลัวบางอย่าง



แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่เต็มใจกับมันมากนักแต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้พวกเขาก็ไม่ลังเลแม้แต่คนเดียวที่จะใช้มันพวกเขาทั้งหมดได้กลืนเม็ดยาต้องห้ามลงไปในที่สุด



หลังจากที่พวกเขาได้ใช้เม็ดยาต้องห้ามเช่นเดียวกับ หลิว เสี่ยวเหยา กลิ่นอายของพวกเขาก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเพียงแค่ไม่กี่วินาทีพลังวิญญาณของพวกเขาก็ได้ก้าวขึ้นไปในระดับ 2 ของแดนสวรรค์วิญญาณในทันทีนอกจากนี้ยังได้มีควันสีแดงเหมือนกับงูเล็ก ๆ ขึ้นขดตัวแล้วหมุนวนรอบ ๆ ร่างกายของพวกเขา แม้แต่เส้นผมของพวกเขาก็เริ่มที่จะสั่นและสยายออกเสื้อผ้าของพวกเขาก็เริ่มที่จะกระพือ



       “ทุกคนดูนั้น! สิ่งที่พวกเขาได้กินมัน? มันคือยาต้องห้ามใช่หรือไม่? ยาต้องห้ามชนิดใดกันที่สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงถึงขึ้นข้ามระดับได้แม้แต่แดนสวรรค์วิญญาณ?”



ผู้ที่สังเกตการณ์ที่ได้เห็นทุกอย่างต่างตระโกนออกมาด้วยความประหลาดใจเพราะพวกเขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ เพราะต่อให้เม็ดยาต้องห้ามนั้นจะมีฤทธิ์แรงมากแค่ไหนมันก็สามารถเพิ่มก้าวข้ามสูงสุดได้แค่ในระดับแดนแก่นแท้วิญญาณเท่านั้นที่พวกเขาได้รับรู้มา



และถึงแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญแดนสวรรค์จะใช้มันพวกเขาก็จะได้รับพลังวิญญาณเพิ่มมาอยู่ในระดับหนึ่งแต่มันก็ไม่อาจที่จะที่จะทำให้พวกเขาสามารถตัดผ่านไปสู่ระดับต่อไปได้ แต่ในตอนนี้การที่ หลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่น ๆ สามารถเพิ่มความรุนแรงได้เช่นนี้รับรองเลยว่าเม็ดยาต้องห้ามที่เขาใช้นั้นรับรองได้เลยว่าจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน



       “ยาต้องห้ามชนิดนี้นั้นได้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้เชื่อมต่อฯชุดม่วงเท่านั้นและในตอนนี้ภายในทวีป 9 อาณาจักรไม่ควรจะมีผู้เชื่อมต่อฯชุดม่วงอื่นอีกนอกจากคนของราชวงศ์เจียงเท่านั้น.”



        “ดังนั้นเม็ดยาต้องห้ามที่พวกเขาทั้งสี่ใช้มันจะต้องนับเป็นสมบัติอันล้ำค่าอย่างแน่นอน และเมื่อมันเป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในตอนนี้พวกมันทั้งสี่ได้พยายามที่จะเดิมพันทั้งหมดกับการต่อสู้กับเจ้าในครั้งนี้” ต้าน ต้าน กล่าว



        “ฮื่ม ระดับ 2 แดนสวรรค์วิญญาณ? แต่ก็นะ พวกมันยังคงอ่อนแอเกินไปที่ข้านั้นจะต้องหวาดระแวงอย่างน้อยในตอนนี้ข้าก็ยังรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าข้าจะไม่ถูกปราบปรามโดยพวกมันอย่างแน่นอน” ชูเฟิง กล่าวแล้วยิ้มออกมาเบา ๆ หลังจากนั้นเขาก็ได้รีบฟันขวานของเขาออกไปอย่างรวดเร็วในรูปแบบของจันทร์เสี่ยวและลักษณะเป็นแสงสีดำพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วต่อ หลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่น ๆ (3B : ก็นึกถึงเท็ตสึกะเท็นโชว!!!!! เข้าไว้)



        "ทุกคนระวัง!"



ความเร็วของใบมีดสีดำนั้นเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก แต่ถึงอย่างนั้น หลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่น ๆ ที่มียุทธภัณฑ์ชั้นยอดและระดับวิญญาณที่อยู่ในระดับ 2 แดนสวรรค์วิญญาณพวกเขาจึงสามารถหลบได้ไม่ยากมากนัก



*** บูมมม *** ใบมีดสีดำของเขานั้นได้พลาดเป้าและมุ่งหน้าไปสู่พระราชวังที่ห่างไกล ทันทีที่เข้าปะทะพระราชวังก็ได้ระเบิดกระจุยกระจายด้วยพลังของใบมีดสีดำในทันที



        “ข้าได้ยินมาว่ายุทธภัณฑ์ชิ้นนี้สามารถรับรู้นายของมันได้ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอย่างที่เขาลือมาจริง ๆ และที่สำคัญมันยังดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่า ดาบไม้แห่งเทพ ของ มู่หรง หยู่ อีกด้วย.”



       “พี่ชาย! ตอนนี้พวกเราไม่จำเป็นต้องถอยอีกแล้วพวกเราจะเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างกับไอ้เด็กเวรนี่และสอนมั่นให้รู้ซึ้งถึงพลังสี่พี่น้องของพวกเรา!” หลิว เสี่ยวเหยา ตะโกนออกมาด้วยความโกรธทันทีหลังจากนั้นร่างกายของเขาก็กลายเป็นประกายและภาพเบลอเป็นสีเลือดและพุ่งเข้าใส่ชูเฟิง



        “มาถึงเวลาที่จะต้องลองของจริงกันหน่อยแล้ว”



ชูเฟิงเหวี่ยงแขนของเขาอย่างต่อเนื่องและใบมีดสีดำก็ได้ถูกปล่อยออกไปจนเต็มไปทั่วอากาศ แต่มันก็ยังไม่สามารถทำอะไรต่อ หลิว เสี่ยวเหยา ที่ใช่พลังของเม็ดยาต้องห้ามได้ ไม่เพียงแต่ระดับพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นความเร็วของพวกเขาก็ยังเพิ่มขึ้นมาอย่างมากอีกด้วยฉะนั้นเขาจึงสามารถหลบใบมีดสีดำของชูเฟิงได้หมด เพียงแค่ระยะเวลาอันสั้นเขาก็ได้มาโพล่ข้างหน้าของชูเฟิงอย่างรวดเร็ว



ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ชูเฟิงอดไม่ได้ที่จะต้องมรอาการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของเขา เขาจึงได้รีบเร่งมังกรฟ้าใต้ฝ่าเท้าของเขาอย่างรวดเร็วและหลบไปด้านข้าง



         “บัดซบ ข้าต้องการพลังวิญญาณอีกแค่เพียงแค่สองระดับเท่านั้นที่เหมือนกับวันที่ได้หนีออกมาจากนครอันทรงเกียรติตอนนั้นมันได้มีความแตกต่างในการใช้ขวานอสูรฟ้าจากตอนนี้เป็นอย่างมาก มันได้ยอมรับข้าเป็นนายของมันและได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันกับข้าจนถึงขั้นแยกไม่ออกในระดับพลังวิญญาณของข้าและทำให้ข้าสามารถที่จะใช้พลังที่เต็มทีของมันได้”



ในทันทีชูเฟิงจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสงสัยในพลังอำนาจของ ขวานอสูรฟ้า อีกต่อไปว่าทำไมมันถึงได้มีความเร็วที่ช้าลง เมื่อหันหน้าไปยัง หลิว เสี่ยวเหยา ที่ใช่เม็ดยาต้องห้ามและยุทธภัณฑ์ชั้นยอด ขวานอสูรฟ้า ของชูเฟิงจึงไม่สามารถที่จะทำอะไรกับเขาได้อย่างแท้จริง



(3B //:// คือ คือ เหมือนกับว่าชูเฟิงในตอนนี้อยู่เพียงแค่ในระดับ 7 แดนแก่นแท้ รวมพลังสายฟ้าแล้ว และในตอนที่หนีออกมาจากนครอันทรงเกียรติชูเฟิงนั้นอยู่ในระดับ 9 แดนแก่นแท้จึงเป็นสาเหตุว่าทำใมขวานอสูรฟ้าของชูเฟิงในตอนนี้จึงได้ดูกาก ๆ กว่าตอนนั้นและไม่สามารถโจมตีพวกมันโดนได้)



        “ชูเฟิงขวานอสูรฟ้าของเจ้านั้นอาจแข็งแกร่งมากก็จริง แต่มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่มันได้กลายเป็นอาวุธที่ไร้ค่าเมื่อมันอยู่ในมือของเจ้า ฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องงายที่พวกเราจะได้จัดการเจ้า” ในขณะเดียวกัน ซง ฉิงเฟิง และคนอื่น ๆ อีกสองคนก็ได้รอบโจมตี



เห็นเช่นนั้นก็เกิดประกายสีฟ้าขึ้นมาใต้ฝ่าเท้าของชูเฟิงและทำการหลบหลีกในทันที



เมื่อพวกเขาได้อยู่ในระดับ 1 ของแดนสวรรค์เขาก็สามารถที่จะทำลายทักษะเกราะเต่าทมิฬของชูเฟิงได้แล้ว



แต่ตอนนี้พวกเขาได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับที่ 2 ของแดนสวรรค์ฉะนั้นมันจึงเป็นที่แน่นอนว่าเขาสามารถที่จะทำลายเกราะเต่าทมิฬได้อย่างแน่นอนและบางทีมันอาจสามารถสร้างความบาดเจ็บที่ร้ายแรงกับชูเฟิงได้และบางทีก็อาจถึงตาย ในการที่ชูเฟิงได้มาท้าสู้กับพวกเขานั้นนับได้ว่าชั่งเป็นการกระทำที่โง่เง่า



แต่โชคดีที่ชูเฟิงได้ฝึกทักษะมังกรเดินทางผ่านเก้าสวรรค์มันเป็นทักษะการต่อสู้ที่ไร้เทียมทานระดับ 9 ฉะนั้นมันจึงเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างแน่นอนในเรื่องของความเร็ว แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเอาชนะได้แต่ก็ไม่มีเจ้าสำนักคนไหนเช่นกันที่จะสามารถตามความเร็วในการหลบหนีของเขาได้



นอกจากนี้ในความเป็นจริงแล้ว แม้ความเร็วของพวก หลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่น ๆ จะเพิ่มมากขึ้นแต่มันก็ยังไม่อาจที่จะสามารถนำมาเปรียบเทียบกับชูเฟิงได้ แม้แต่ เจี่ย หยาน ที่อยู่ในระดับ 5 แดนสวรรค์ก็ยังไม่สามารถตามความเร็วของเขาได้ทัน



        “บัดซบชูเฟิงนี่เจ้าเป็นลิงหรือยังใงถึงได้หลบเก่งนัก? หากเจ้าไม่เข้าใจทักษะเร้นลับ? หากเจ้าไม่ได้มียุทธภัณฑ์ชั้นยอด? เจ้าจะสามารถฆ่าพวกเราได้หรือไม่ แล้วยังพยายามคิดที่จะต่อสู้กับพวกเราอีก!” ซง ฉิงเฟิง และคนอื่น ๆ กล่าวดูถูกออกมาอย่างเสียงดัง



       “เหอะแล้วไอ้สี่โง่ที่ไหนที่มันไม่อาจที่จะสามารถเอาชนะข้าได้และยังพึ่งเม็ดยาต้องห้ามอีก นี่เจ้าไม่ได้มีความละอายใจใด ๆ เลยใช่หรือไม่ คนที่อยู่ในระดับ 1 แดนสวรรค์กับไม่สามารถเอาชนะข้าที่อยู่เพียงแค่ระดับ 7 แดนแก่นแท้ได้นี่? พวกเจ้ายังคิดว่ามีใบหน้าหลงเหลืออยู่อีกอย่างนั้นหรือไม่?”



ในขณะนั้นชูเฟิงยังคงที่จะดูถูกกลับไปอย่างผ่อนคลาย และกล่าวอย่างสบายใจ ชูเฟิงสามารถที่จะใช้มังกรเดินทางผ่านเก้าสวรรค์เคลื่อนไหวไปที่ไหนก็ได้อย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายวันและหลายคืนนั้นอาจจะเรียกได้ว่าดีเยี่ยมอย่างสมบูรณ์ มันเป็นเพียงแค่สิ่งที่สะดวกสบายในการเคลื่อนยายอย่างรวดเร็วที่สุดของชูเฟิง



ถ้าเขาสามารถใช้เดินทางผ่านเก้าสวรรค์หลบหลีก หลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่น ๆ ไปเลื่อย ๆ จนยาต้องห้ามหมดฤทธิ์แน่นอนเลยว่ามันจะทำให้พวกเขาต้องพบจุดจบอย่างแน่นอนหลังจากที่พวกเขาไม่ได้มีอำนาจใด ๆ หลงเหลือแต่สำหรับชูเฟิงที่มีอำนาจแก่นแท้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดแล้วนั้นแน่นอนว่าชูเฟิงจะได้กลายเป็นผู้ที่จะกุมชัยชนะในครั้งนี้



ซึ่งหลิว เสี่ยวเหยา และคนอื่น ๆ นั้นไม่ได้มีแหล่งพลังงานที่มหาศาลอย่างชูเฟิง แน่นอนว่าการที่เขาใช้เม็ดยาต้องห้ามในครั้งนี้นั้นก็เพื่อที่จะไรจับชูเฟิง แต่ถ้าหากเม็ดยาต้องห้ามหมดฤทธิ์แล้วเมื่อไหร่นั้นก็ย่อมเป็นสิ่งที่แน่นอนเลยว่าพวกเขาจะต้องหมดสภาพลงเลยในทันทีและไม่ต้องกล่าวถึงการแลกหมัดกับชูเฟิงแม้แต่จะยืนพวกเขาก็จะไม่มีเรี่ยวแรงพวกเขามีทางเลือกเดียวเพียงแค่ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของชูเฟิงเท่านั้น




#################################################################################################



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B1 : ใงสกิลพระเอกเข้าไปถึงจะสู้ไม่ได้กูก็หลบหลีกได้เว้ยยยยยย

B2 : 555555 เดะรอให้ยาหมดฤทธิ์ก่อนเดะรู้เหลืองเลยบักเสี่ยวเหยา 555555

B1 : รู้สึกสบายปากเมื่อไม่มี B3 โพลมารู้สึกเหมือนว่าผู้แปลจะแบนมันไป 10 บท

B2 : 10 บทนี่ไม่ได้หมายถึง 1-10 นะ แต่หมายถึงจำนวนตอนที่ผู้แปลรับแปล

B1 : หรืออาจพูดง่ายก็คือมันจะหายไปเป็นอาทิตใง 555555 สุขใจจริงๆๆๆๆ

B2 : ว่าแต่ B1 เห็นว่าบนหน้าเป็นต้นไปผู้แปลจะเอาคนใหม่มาทำงานแทน B3 จนกว่า B3 จะกลับเข้ามารับงาน

B1 : ใช่หรอ B2 นายไปรู้มาได้ยังใง

B2 : ก็ไปได้ยินคนแปลเขาบ่น ๆ มาน่ะดิ แต่เห็นเขาบอกว่าแตกต่างกับ B3 เหมือนกับเป็นคนละขัวเลย!!!

B1 : จริงดิอย่างนี้ก็แสดงว่าพวกเราน่ะเส่!!!!!!

B2 : ไม่รู้เหมือนกานนนนน ต้องรอดูในบทหน้าแหละ B11111111111111

B1 : งั้นเราก็มารอด้วยกัน B222222222222222222222

******************************(นอกบท)*****************************************

B3 : เห้ออออ สัสเอ้ยโดนพักงานแบบนี้กูจะเอาไรแดกล่ะเนี่ย เอ้อ!! จริงด้วยกูไปอ่านชูเฟิงล่าสุดก็ได้ว่า เห็นว่าตอนนี้รวบรวมพลังสายฟ้าทั้ง 9 ครบไปแล้วนิแต่เหมือนว่าก็ยังดูกาก ๆ อยู่แถมยังโดนตบเกรียนมาอีก 55555 ยังนี้ต้องไปดูตัวร้ายสักหน่อยและ

#################################################################################################

…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..