วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 424 – ร่างกายศักดิ์สิทธิ์


    “โอ้วสวรรค์! นี่เจ้า…เจ้าคือชูเฟิง ?!”



หลังจากที่ได้เห็นใบหน้าของชูเฟิงจากอาการที่โกรธ ๆ อยู่ก็กลายเป็นใบหน้าที่ซีดขาวในทันทีเพราะว่าชูเฟิงในตอนนี้นั้นได้เปิดใช้พลังสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองและยกระดับพลังวิญญาณของเขาขึ้นมาเป็นระดับที่ 8 แดนแก่นแท้วิญญาณ



และด้วยระดับพลังวิญญาณของชูเฟิงในตอนนี้นั้นเขาสามารถต่อกรกับผู้เชียวชาญแดนสวรรค์ที่อยู่ในระดับ 2 ได้อย่างสบายฉะนั้นจะนับประสาอะไรกับผู้อาวุโสที่อยู่เพียงแค่ระดับ 1 แดนสวรรค์ ทันทีชูเฟิงได้ยืนมือออกไปและบีบกะโหลกของผู้อาวุโสพร้อมกับดูดซับพลังชีวิตให้กับ ต้าน ต้าน ในทันที



    “อ่า ~~~~~~~~~~” ท้ายที่สุดแล้วผู้อาวุโสก็ได้ร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดและดิ้นอย่างทุลนทุลายกับการโดนดูดพลังชีวิตโดยชูเฟิงและในท้ายที่สุดเมื่อพลังชีวิตหมดลงเขาก็ล่วงลงมาที่พื้นและตายในทันที



    “สำนักเทพอัคคีพวกเจ้ากล้าที่จะสร้างใบประการจับข้าอย่างนั้นใช่หรือไม่? เหอะงั้นก็ดีวันนี้พวกเจ้าทุกคนจะต้องตายที่นี่!”ด้วยการที่เขาได้ใช้พลังอำนาจของสายฟ้าชูเฟิงได้คำรามเสียงของเขาขึ้นไปบนท้องฟ้าภายในรัศมีหลายกิโลเมตรไม่ว่าจะเป็นนกหรือสัตว์หรือแม้แต่สัตว์ยักษ์บางตัวต่างก็ตกใจกลัวต่อเสียงนั้นพวกมันต่างหนีกันหัวซุกหัวซุนออกไปคนละทิศละทาง



    “ชูเฟิง! มันเป็นชูเฟิง! เร็ว! ไปจับมันเร็วเข้า!” ในทันทีคนจากสำนักเทพอัคคีได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ต่างก็ได้วิ่งเข้าไปรายล้อมชูเฟิงส่วนเหล่าผู้เชื่อมต่อแดนแก่นแท้วิญญาณก็ได้เริ่มต้นวางอำนาจการก่อตัวของอำนาจวิญญาณเอาไว้เพื่อหวังที่จะจับตัวชูเฟิง



     “เหอะพวกขยะไร้ค่าเช่นพวกเจ้าต้องการที่จะจับข้า?” ทันทีชูเฟิงได้กวาดฝ่ามือของเขาออกไปและสร้างละลอกคลื่นของพลังอย่างไม่มีที่สิ้นสุดระเบิดเหล่าผู้เชื่อมต่อแดนแก่นแท้ถึงสามคนพวกเขาตายไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่นิดเดียวโดยฝีมือของชูเฟิง



     “พวกท่านเรารีบรวมตัวกันแล้วออกไปสั่งสอนเจ้าเด็กเวรนี่กันเถอะ” พอเห็นเช่นนั้นเขาก็ได้ปล่อยกลิ่นอายระดับ 3 แดนสวรรค์ออกมาและกวาดอำนาจสวรรค์ทั้งหมดเข้าไปทางชูเฟิง



     “เหอะ แม้แต่ตาเฒ่าร้อยหน้าก็ยังไม่อาจเอาชนะข้าได้ แล้วพวกเจ้าคิดว่าจะสามารถต่อสู้กับข้าได้อย่างนั้นหรือ”



ชูเฟิงกล่าวออกมาอย่างเย็นชาและใช้ทักษะมังกรเดินทางผ่านเก้าสวรรค์กลายเป็นภาพเบลอแล้วหายไปเขาได้หลบการโจมตีทุกรูปแบบของเหล่าผู้อาวุโส และในเวลาเดียวกันเขาก็ได้เคลื่อนย้ายไปอยู่ด้านหลังของผู้อาวุโสแล้วชัก ขวานอสูรฟ้า ขึ้นมาและสับลงไปที่หลังของผู้อาวุโสอย่างไม่ลังเล



     “เจ้าพลาดแล้วชูเฟิง ข้าไม่เคยบอกว่าจะฆ่าเจ้าข้าเพียงแค่ต้องการจะจับเจ้าเท่านั้น” เพียงในขณะที่ขวานของชูเฟิงกำลังจะสับลงผู้อาวุโสกลับแสดงรอยยิ้มออกมาราวกับว่าเขาได้ประสบความสำเร็จต่อแผนการของเขาแล้ว เขายกรอยยิ้มขึ้นมาบนมุมปากและปรากฏเป็นกระจก8ทิศ อยู่ในมือของเขามันทั้งมีรูปทรงที่แปลกและกลิ่นอายที่พิเศษ



*** ฟืบ *** หลังจากที่กระจก8ทิศ ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของเขามันก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วและปกคลุมร่างของชูเฟิงจนล่วงลงสู่พื้นดิน



     “เร็ว! รีบไปแจ้งเจ้าสำนักเร็วเข้า! บอกไปว่าตอนนี้ชูเฟิงได้ถูกจับแล้วโดยข้าในขณะที่ข้ากำลังใช้กระจก8ทิศ อยู่นั้นข้าจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจสวรรค์เป็นอย่างมากฉะนั้นข้าอาจจับกุมเขาได้ไม่นานนัก เจ้าจงรีบไปแจ้งท่านเจ้าสำนักโดยเร็วและให้นำกำลังเสริมมาที่นี่!”



หลังจากที่ใช้สิ่งที่เรียกว่ากระจก8ทิศ ขั้นสูงเพื่อปกคลุมชูเฟิงมันทำให้ใบหน้าของเขานั้นอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้เลยทีเดียว แม้ว่าอำนาจของกระจก8ทิศ ขั้นสูงนั้นจะแข็งแกร่งมากแต่มันก็จำเป็นจะต้องใช้อำนาจสวรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนไม่น้อยเลยทีเดียว



แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงมีความสุขที่สามารถจับชูเฟิงได้ เพราะเป็นที่แน่ชัดว่าเขาจะได้รับความดีความชอบและรางวัลชิ้นใหญ่จากเจ้าสำนักอย่างแน่นอน



     “ผู้อาวุโส เชา ข้าจะอยู่ข้างหลังท่านและคอยช่วยเติมอำนาจสวรรค์ให้กับกระจก8ทิศ ขั้นสูงแทนท่านเอง”ผู้อาวุโสอีกคนพูด



     “ไม่จำเป็น ข้ายังไหวอยู่ แต่เจ้าจงรีบกลับไปที่สำนักและแจ้งท่านเจ้าสำนักให้เร็วไวก่อนที่อะไร ๆ มันจะสายเกินไป.”ผู้อาวุโสไม่ยอมให้ช่วย



หลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นผู้อาวุโสที่อยู่เพียงแค่ระดับ 1 แดนสวรรค์จึงทำได้แค่กัดฟันของเขาและกระโดดขึ้นไปในอากาศแล้วมุ่งหน้าไปยังสำนักเทพอัคคีโดยที่ไม่มีความลังเลอีกต่อไป



     “ท่านผู้อาวุโสและพวกเราล่ะ…”



ในทันทีผู้เชื่อมต่ออีกสิบเจ็ดคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นพวกเขาทำได้แต่ยืนนิ่งและไม่รู้ว่าเขาควรทำสิ่งใดต่อไป



มันเป็นเพราะว่าถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในแดนแก่นแท้วิญญาณแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของชูเฟิงแล้วนั้นมันคือความจริงที่พวกเขานั้นอ่อนแอเกินไปชูเฟิงนั้นคือของจริงเขามีความแข็งแกร่งดังกับตำนานที่มีชีวิต แม้แต่ผู้เชียวชาญที่อยู่ในระดับที่ 3 ของแดนสวรรค์ยังจะเป็นที่จะต้องทุ่มพลังสุดตัวเพื่อที่จะปราบปรามเขา



      “พวกเจ้าทั้งหมดคอยระวังหลังให้ข้า เพราะข้าจำเป็นต้องใช้พลังงานทั้งหมดเพื่อที่จะเสริมสร้างอำนาจของกระจก8ทิศ สูง ถึงแม้ว่าชามนี้มันจะเป็นสมบัติที่พิเศษมาก แต่มันก็ยังจำเป็นต้องใช้อำนาจสวรรค์จำนวนมากเช่นกันหากเราประมาทแม้แต่นิดเดียวชูเฟิงก็อาจใช้ยุทธภัณฑ์ชั้นยอดของมันทำลายกระจก8ทิศ และหนีออกมาได้.”ผู้อาวุโสกล่าวอย่างจริงจัง



     “ได้ครับ” เมื่อเห็นเช่นนั้นเหล่าผู้เชื่อมต่อทั้งสิบเจ็ดคนจึงไม่กล้าที่จะลังเลอีกต่อไปเขาจึงได้รีบสร้างการก่อตัวของอำนาจวิญญาณและจัดตั้งโดยให้ท่านผู้อาวุโสเป็นจุดศูนย์กลางของการก่อตัว



หลังจากที่สถานที่แห่งนี้เป็นที่ชุมนุมของเหล่าสัตว์ยักษ์แม้ว่ามันจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าหุบเขาพันปีศาจและไม่มีสัตว์ยักษ์ตัวไหนที่อยู่ในระดับแดนสวรรค์ สัตว์ยักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกมันก็อยู่เพียงแค่ระดับจุดสูงสุดของแดนแก่นแท้เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้อยู่ในระดับแดนสวรรค์แต่มันก็ยังคงสร้างความหนักใจให้แก่พวกเขาไม่น้อย



เขายังไม่อาจที่จะใช้อำนาจสวรรค์ในการเสริมสร้างกระจก8ทิศ ขั้นสูงได้ชำนาญมากนักเขาจึงจำเป็นต้องมีผู้เชื่อมต่อที่อยู่ในจุดสูงสุดของแดนแก่นแท้วิญญาณถึงเจ็ดคนมาคอยสร้างการก่อตัวให้เขาอีกชั้นหนึ่ง



จนเมื่อเวลาได้ผ่านไปจากกลางวันสู่กลางคืนแต่เพียงแค่ในเวลานั้นจู่ ๆ ชูเฟิงก็ได้พูดออกมา “ยังไม่คิดที่จะออกมาอีกอย่างนั้นหรือ? หากเจ้ายังไม่คิดที่จะออกมาข้าคงจะเบื่อตายในกระจก8ทิศ กะโหลกกะลานี้แล้วนะ”



ในตอนแรกที่เขาได้ยินคำพูดที่เห่าหอนของชูเฟิงมันทำให้ผู้คนจากสำนักเทพอัคคีนั้นตกอยู่ในความประหลาดใจเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่อาจเข้าใจความหมายที่อยู่ในเบื่องหลังคำพูดของชูเฟิงได้



     “น่ารำคาญจริง ๆ.” แต่เพียงในขณะนั้นก็ได้มีร่างของสาวสวยรูปงามปรากฏออกมาจากบริเวณป่าใกล้เคียงเพียงแค่การเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายเธอได้ปล่อยอำนาจพัฒนาจิตวิญญาณออกมาและฆ่าเหล่าผู้เชื่อมต่อที่อยู่ในจุดสูงสุดของแดนแก่นแท้ทั้งสิบเจ็ดคนในทันทีโดยที่เธอยังไม่แสดงสีหน้าหรืออาการใด ๆ ออกมาพวกเขาทั้งหมดได้ถูกหลอกโดยชูเฟิง นี่เป็นกับดักที่ชูเฟิงได้วางไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว



     “นี่เจ้า! คือแม่นาง จือ หลิง ใช่หรือไม่?” เขาได้ตรวจสอบแล้วว่าแม่นางที่อยู่ในด้านหน้าของเขาผู้นี้นั้นคือแม่นางจือหลิงที่เดินออกไปจากนครอันทรงเกียรติในวันนั้นแต่เขาก็คิดไม่ถึงเลยว่า จือหลิงที่มีพลังวิญญาณเพียงแค่ระดับ 9 แดนแก่นแท้วิญญาณเท่านั้นแต่กับแข็งแกร่งได้มากถึงขนาดนี้ และความจริงคือนางได้ตั้งใจฆ่าเหล่าผู้เชื่อมต่อของสำนักเทพอัคคีของเขาจริง



สิบเจ็ดผู้เชื่อมต่อนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้เชื่อมต่อที่ดีที่สุดในสำนักเทพอัคคีพวกเขาทั้งหมดได้รับการบ่มเพาะและปลูกฝังมาเป็นเวลาหลายสิบปีประสบการณ์ในการต่อสู้ของพวกเขานั้นก็นับว่ายอดเยี่ยมโดยเฉพาะความสามารถในด้านการพัฒนาจิตวิญญาณของพวกเขา แต่เพียงแค่ในเวลานี้พวกเขาไม่อาจตอบโต้การโจมตีของ จือหลิง ได้เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว



      “ใช่แล้ว ข้าคือ จือหลิง แต่อันที่จริงแล้วข้ายังสามารถบอกความลับบางอย่างให้เจ้าได้อีกอย่างหนึ่ง” จือหลิงกล่าวเบา ๆ พร้อมก้าวออกไปข้างหน้าและขณะที่เธอได้ก้าวเดินออกไปเธอก็แสดงร้อยยิ้มหวานบนใบหน้าของเธอ



     “ความลับ? เจ้าหมายถึงอะไร?” แม้ว่า จือหลิง จะเป็นเพียงผู้เชียวชาญระดับ 9 แดนแก่นแท้แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างมันทำให้เขารู้สึกถึงกลิ่นอายที่อันตรายและความน่ากลัวจากร่างกายของเธอ



     “อันที่จริงข้าคือผู้ที่มีอำนาจร่างกายศักดิ์สิทธิ์” ทันใดนั้นร่างกายของ จือหลิง ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงและร่างกายของเขานั้นก็ได้กลายเป็นสีม่วงในทันที



และในเวลาเดียวกัน, ชั้นของเปลวไฟสีม่วงก็ได้พรั่งพรูออกมาจากร่างกายของ จือหลิง มันเป็นบรรยากาศที่น่ากลัวที่ส่งมาจากท้องฟ้า กลิ่นอายของเธอนั้นกล่าวได้ว่าแข็งแกร่งมากแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญแดนสวรรค์ระดับ 3 ก็ยังไม่อาจที่จะสามารถต่อกรกับมันได้



     “ไอ้บ้าเอ้ย.” ในทันทีผู้อาวุโสได้ตะโกนออกมาด้วยความตกใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเขายังได้ค้นพบอีกว่า จือหลิง นั้นนอกจากเป็นสาวน้อยที่งดงามแล้วนางยังเป็นสัตว์ประหลาดที่แจนจะน่ากลัวอีกด้วย



ร่างกายศักดิ์สิทธิ์นั้นมันเปรียบเสมือนกับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตในตำนาน พวกเขานั้นมีร่างกายที่ถูกมอบให้โดยเทพเจ้าที่อยู่บนชั้นฟ้าทั้งหลายพวกเขาเหล่านั้นต่างได้รับอำนาจจากสวรรค์ พลังอำนาจของพวกเขานั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนธรรมดาจะสามารถต่อกรได้



เมื่อคิดถึงจุดนี้ผู้อาวุโสยังมีความต้องการที่จะจัดการกับชูเฟิงอยู่อีกอย่างนั้นรึไม่? เขาได้เร่งรีบอย่างรวดเร็วในการควบคุมกระจก8ทิศ และโยนใส่ จือหลิง ในทันที




#################################################################################################



เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ



B4 : เห้อจงไปสู่สุขติเถอะนะเหล่าผู้เชื่อมต่อทั้งหลายมันคงเป็นความซวยของพวกเจ้าจริง ๆ ที่ได้มาเจอกับนางมารร้ายเช่นนางการที่จะเป็นนางเอกได้นั้นต้องมีจิตใจที่บริสุทธิ์และไม่ฆ่าผู้อื่นอย่างพล่ำเพื่อ

B1 : เห้อพูดซะเอานางเอกกูเป็นตัวร้ายไปเลย….นี่หลวงพี่นี่มันนิยาย โหด ฆ่าฟัน และดิบเถื่อนน่ะครับผมมม ไม่ใช่นิยายเจ้าหญิงกับทุ่งราเวนเดอร์นะเว้ยจะได้มาจิตใจบริสุทธ์อะไรขนาดนั้น…ถ้าพี่จะมาผิดเรื่องขนาดนี้ล่ะก็เชิญกลับไปเรื่องเกาที่พี่สังกัตอยู่ได้เลยครับ

B2 : ใจเย็นน่า B1 ให้เกียรติเขาหน่อยคนเราต่างคนต่างนิสัย ความคิดเห็นของคนเราย่อมไม่หมือนกันอยู่แล้วล่ะน่าและก็อีกอย่างพี่เขาเป็นฝ่ายเดียวกับเรานะ ธรรมม่ะ น่ะ ธรรมม่ะ

B1 : ธรรมม่ะอย่างนั้นหรอ เหอะเดี้ยวกูจะเปลี่ยนเป็นอธรรมก็วันนี้แหละรู้สึกไม่ชอบมันเลย

B4 : เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร!!

B1 : เวรพ่องมึงอะกูเกียจมึงไอ้ B4 โลกสวย

B2 : ใจเย็นน่า B1

B1 : ไม่เย็นเว้ยว่าแต่แล้วอีกนานไหมเนี่ยกว่า ท่านผู้แปลจะกลับมา

B2 : ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับมาตอนไหนเห็นเหมือนว่าช่วงนี้จะไปอ่าน MGA ตอนล่าสุดอยู่นะเห็นว่ากำลังมัน

B1 : อะไรนะ!! ไปอ่าน MGA ตอนล่าสุดอะไรมันจะชิวอะไรได้ขนาดนั้นว่ะ!! แล้วไอ้ B3 ล่ะ??

B2 : ……มันก็….ไปอ่านพร้อมกันกับท่านผู้แปลน่ะ

B1 : ห่ะแม้แต่มันก็ด้วย….โอ้วว…. WTF รู้งี้กูน่าจะใส่ร้ายตัวเองแทนจริง ๆ จะได้หยุดไป 10 บทและไปอ่าน MGA ล่าสุดกับเขามั่งไม่ใช่มาอยู่กับไอ้หลวงพี่เวรนี่

B2 : เอาน่าอยู่กันไปเดี้ยวก็ชิน

B4 : จงเป็นสุขเถอะนะเหล่าผู้เชื่อมต่อทั้งหลาย….&#^!%#&@

B1 : …..[- -*]

#################################################################################################



…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..