วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 428 - สายเลือดสืบทอด


     “ ความกระหายในทรัพยากรกรของเจ้ามันช่างสาหัสยิ่งนัก ก่อนหน้าที่เจ้าจะหนีออกจากนครอันทรงเกียรติ เจ้าได้ลูกแก้ววิญญาณมาเป็นจำนวนมหาศาล “



     “ไม่กี่วันหลังจากที่เจ้าได้ลูกแก้วแก่นแท้ วิญญาน ไปเป็นจำนวนมาก แต่พลังวิญญาณของเจ้ากับเพิ่มขึ้นในระดับที่น้อยนิดอย่างไม่สมเหตุสมผล”



     “ หากข้าเดาไม่ผิด การบ่มเพาะพลังของเจ้า จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าเจ้า จะไม่ได้มีกายศักสิทธิ์และพลังศักดิ์สิทธิ์ งั้นก็เหลือแค่อย่างเดียว คือ เจ้ามีสายเลือดที่แข็งแกร่งมากไหลเวียนอยู่.” จื่อหลิงกล่าว



      “สายเลือด?” หลังจากที่ ชูเฟิงได้ยินคำพูดเหล่านั้น เขาประหลาดใจอย่างมากเพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าสายฟ้าศักสิทธิ์ ในร่างกายของเขาจะเป็นประเภทของสายเลือดสืบทอด มิใช่ กายศักสิทธิ์



มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ตอนที่เขาอายุ 10 ขวบ ดังนั้นเขามักจะคิดเสมอว่าเขาคือกายศักดิ์สิทธิ์ [ T/N ชูเฟิงไม่รู้ว่าเขามีสายเลือดนี้อยู่แต่กำเนิด เขานึกว่ามันเกิดขึ้นตอนที่ถูกฟ้าผ่า”



      “ใช่แล้ว ในโลกนี้นอกเหนือจาก อำนาจพลังพิเศษ ของ กายศักสิทธิ์ ก็ยังมีคนที่ ครอบครองสายเลือดที่แข็งแกร่งอยู่และพวกเขาก็มีอำนาจพลังพิเศษด้วยเหมือนกัน”



     “ตัวอย่างเช่น ราชวงศ์ เจียง สิ่งที่พวกเขามีคือ สายเลือดที่สืบทอดต่อๆกันมาในตระกูล และในยามที่พวกเขาบ่มเพาะพลังวิญญาณ พวกเขาจะต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมาก”



     “แต่เจ้านั้นแตกต่างจากพวกเขา” จือหลิงยังคงกล่าว



     “ข้าต่างจากพวกเขายังไง ?” ชูเฟิงถาม



     “หากจำไม่ผิด เจ้าน่าจะมีลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณมากกว่าล้านเม็ด ตอนแรกเจ้ามีพลังวิญญาณอยู่ในระดับ 3 แก้นแท้ แต่ตอนนี้เจ้าเข้าสู่ระดับ 6 แก่นแท้ หากเจ้าใช้ลูกแก้ววิญญาณจำนวนมากขนาดนั้นหมด นั้นหมายความว่าจำนวนทรัพยากรที่เจ้าต้องการเป็นสิ่งที่น่ากลัว นี้คือสิ่งที่ต่าง หากจะเทียบกับคนราชวงศ์เจียง”



    “สิ่งที่เป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าเป็นแบบนี้ มีอยู่ 2 ประการ “



     “ประการแรก คือเจ้าต้องการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ประการที่สอง เจ้าจะต้องใช้ทรัพยากรได้อย่างไร้ขีดจำกัด ตราบใดที่ทรัพยากรมากพอเจ้าก็จะสามารถทะลวงอาณาจักรพลังวิญญาณ”



     “ข้าพูดถูกไม๊ล่ะ” จือหลิงกล่าว



     “นี่ . . . .เจ้ารู้ได้ยังไง ?” ชูเฟิงขมวดคิ้วแน่น เขาไม่เคยคิดว่า สาวน้อย อย่างจื่อหลิงจะมองเขาทะลุปรุโปร่ง ทั้งยังเข้าใจวิธีการพัฒนาพลังวิญญาณและกฏในการตัดผ่านของเขา



     “มันเป็นเรื่องจริง อย่างที่ข้าพูดใช่ไม๊ ?” จื่อหลิง ยิ้มพร้อมกับถามกลับ



     “นี้เจ้ากำลังหลอกถามข้าสินะ!!! “ เมื่อชูเฟิงเห็นท่าทางของจื่อหลิง เขาก็อดไม่ได้ที่จะโมโหนิดหน่อย



     “ที่จริงแล้ว ข้าลองเดาดู เพราะในตอนแรกข้าเคยประมือกับเจ้าในหุบเขาพยัคฆ์ขาว หลังจากที่ข้ากลับไปข้าก็ถามปู่ ว่านอกจากกายศักดิ์สิทธิ์แล้วมีอะไรที่ทำให้คนนั้นแข็งแกร่งเป็นพิเศษ “



     “ผู้ที่ฝึกฝนทักษะลับต้องห้ามจะเหมือนกับผู้ที่มีกายศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาสามารถได้รับพลังพิเศษเหมือนกับกายศักดิ์สิทธิ์และการฝึกฝนทักษะลับต้องห้ามเท่านั้นที่ไม่ต้องใช้ทรัพยากรในการเพาะปลูกจำนวนมาก"



     “อย่างไรก็ตาม สำหรับการฝึกฝนทักษะลับต้องห้ามนั้นอันรับอันตรายอย่างมาก ในช่วงเวลาที่ฝึกฝนมันก็จะได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสกล่าวได้ว่าเป็นการลงทัณฑ์ของสวรรค์ “



     "การลงทัณฑ์ของสวรรค์ยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากพวกเขาสามารถแบกรับมันได้โดยที่ฝึกสำเร็จ พวกเขาก็จะไม่ตาย แต่เจ้าดูไม่เหมือนกับคนที่เคยฝึกฝนมัน “



     “ดังนั้น เจ้าน่าจะเป็นคนที่สืบทอดสายเลือด แต่เจ้าดูแตกต่างจากคนของราชวงศ์เจียงไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ว่า เจ้าเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์เจียง ปู่ของข้ายังกล่าวอีกว่า . . . .“



     “ ปู่เจ้ากล่าวว่า ? “ ชูเฟิงถามใกล้ๆอย่างรีบร้อน



      “ ท่านปู่ของข้ายังบอกอีกว่า สายเลือดนั้นต่างจากกายศักดิ์สิทธิ์ กายศักดิ์สิทธิ์เป็นพลังจากสวรรค์ประทาน ส่วนสายเลือดคือผู้สืบเชื้อสายโดยตรงจากสวรรค์ . . . . . . ส่วนพลังการต่อสู้ของพวกเขามาจากพลังวิญญาณ ส่วนพลังวิญญาณเกิดจากความมานะของพวกเขาเอง”



      “ สายเลือดยังสามารถพัฒนา ถ่ายทอดสู่รุ่น ลูก หลาน และ เหลนไปเรื่อยๆ ยังสามารถได้รับพลังอำนาจพิเศษที่คล้ายๆกัน ดังนั้น สายเลือดมันจึงมีระดับที่แตกต่างกันออกไป”



      “ ระดับ แล้วมันระดับไหนบ้าง “ ชูเฟิงยังคงรีบร้อนถามอย่างใกล้ชิด เพราะเขาได้รู้ในสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน นอกจากนี้สิ่งที่นางกำลังพูดมามันตรงกับเขาทุกๆอย่าง



      “ ท่านปู่ของข้าไม่รู้ระดับของมัน เห็นเขาบอกว่าเขาเคยเห็นมาในหนังสือโบราณ ไม่ว่าจริงหรือเท็จ เขาก็ไม่อาจจะยืนยันได้ “



     “ แต่ปู่ข้าบอกว่า ระดับต่ำสุดของสายเลือดสืบทอด คือ สายเลือดแห่งราชวงศ์ “



     “ ดังเช่น คนในตระกูลเจียงที่ต่างได้รับสายเลือดแห่งราชวงศ์ นั้นคือเหตุผลที่พวกเขา เรียกตัวเองว่า ราชวงศ์เจียง “



      “ ท่านปู่ยังบอกข้าว่ามีการรับสมัครเข้าพรรคพวกผู้ที่มีสายเลือดสืบทอดในภาคทะเลตะวันออก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถตั้งตัวเป็นใหญ่ในดินแดนนั้นได้ พวกเขาจึงกล่าวได้ว่า เป็นตระกูลที่อยู่อาศัยที่นั้นมายาวนาน “



     “ นี้เป็นเหตุผลว่าทำไมราชวงศ์ เจียง ถึงมาสถานที่แห่งนี้ เช่นทวีปเล็กๆ ของอาณาจักรทั้งเก้า และแต่งตั้งตัวเองขึ้นเป็นประมุข เพราะในภาคทะเลตะวันออก เป็นดินแดนที่มีคนระดับนั้น ไม่เหมือนกับที่นี่ ที่พวกเขาสามารถตั้งตนเป็นประมุขปกครองและเพื่อรักษารากฐานในการพัฒนา “



      “ จริงๆแล้วตระกูลที่แข็งแกร่งเหมือนราชวงศ์เจียง มีค่อนข้างน้อย แต่พวกเขาส่วนหนึ่งก็ล้วนมีเป็นตระกูลที่มีสายเลือดแห่งราชวงศ์ เพราะสายเลือดในร่างกายที่แข็งแกร่งนั้น แม้จะทำให้พวกเขาแข็งแกร่ง แต่มันก็ยังไมเพียงพอที่จะได้ครอบครองพื้นที่ของดินแดนภาคทะเลตะวันออก “



     “ ยังไงก็ตามอย่างน้อยที่สุดในทะเลภาคตะวันออก ท่านปู่ของข้าก็ไม่เคยเห็นตระกูลไหนที่มีสายเลือดมากกว่าระดับราชวงศ์ ซึ่งหมายความว่าในทะเลภาคตะวันออก สายเลือดที่แข็งแกร่งกว่าระดับราชวงศ์ ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน “



      “ แต่นั้นไม่ใช่จุดสำคัญ ส่วนสำคัญของมันจริงๆก็คือระดับของสายเลือดของเจ้ามันต่างจากราชวงศ์เจียง ท่านปู่เคยบอกว่าระดับสายเลือดที่แข็งแกร่งมากน้อยให้สังเกตุจากแหล่งพลังวิญญาณ ในการใช้ทรัพยากรที่หนักหนา “



     " เพราะผู้ที่มีสายเลือดที่มีประสิทธิภาพมักจะมีความยากที่สูงขึ้นเดินบนเส้นทางแห่งการต่อสู้ ดังนั้น ทรัพยากรที่พวกเขาต้องการที่จะใช้นั้นมหาศาลยิ่งนัก “



     “ นี่คือราคาที่เรียกว่า สายเลือด ไม่เหมือนกับ กายศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับพลังจากสวรรค์ประทาน “



      “ สำหรับผู้ที่มีสายเลือดสืบทอด หากพวกเขาต้องการที่จะได้รับพลังอำนาจพวกเขาก็ต้องแลกด้วยการจ่ายราคาที่มากกว่า และพวกเขายังต้องพึ่งพาอาศัยตัวเอง “



     “ ยิ่งสายเลือดระดับสูงมากเท่าไหร่ ข้อจำกัดของพวกมันก็จะมากเท่านั้น นั่นหมายความว่า ตราบใดที่มีทรัพยากรที่เพียงพอพวกเขาจะตัดผ่านระดับพลังวิญญาณขึ้นไปได้ “



     “ นั้นคือข้อสังเกตุคนที่มีสายเลือดระดับสูง สัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดในสังเกตุอีกอย่างคือ การที่พวกเขาสามาระตัดผ่านระดับได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเข้าใจกฏ นั้นเป็นเพราะพลังของสายเลือดพวกเขาที่แข็งแกร่ง ทำให้ตัดขาดจากพันธะเหล่านั้น “



     “ อย่างเช่น หากเป็นคนปกติ อยากจะก้าวขึ้นสู่อีกระดับ 1 หลังจากที่สะสมพลังวิญญาณมากพอพวกเขายังต้องทำความเข้าใจกับมัน ใหม่ทั้งหมด แต่ผู้ที่มีสายเลือดระดับสูงนั้นไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจอะไรใดๆ “



     “ มันเป็นเพราะความสามารถที่สูงของพวกเขาแบบนั้น ทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่ง พวกเขาที่ไม่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฏ พวกเขาจึงสามารถทะลวงพลังวิญญาณได้ทุกอาณาจักร “



     “ แน่นอนว่าความสามารถแบบนั้นจะต้องถูกจำกัด ตัวอย่างเช่น คนอยู่อาณาจักรสวรรค์ ที่มีสายเลือดระดับสูง หลังจากที่ไปถึงขั้นนั้นพวกเขาจะต้องทำความเข้าใจซะก่อน แล้วความยากของมันจะค่อยๆเพิ่มขึ้นไป ในระดับอาณาจักรที่สูงขึ้น “ จื่อหลิงพูด
ReadMGA