วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 430 - เจ้าสำนักเทพอัคคีรุ่นก่อน

     “แย่แล้ว !! มีคนโจมตีสุสานบรรพชนของสำนีกเทพอัคคี !!”



     “บัดซบ !! ใครมันกล้าอวดดี มาโจมตีสุสานบรรพชนสำนักเทพอัคคีของเรา !!”



     การโจมตีของ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง ดึงดูดเหล่าลูกศิษย์ และผู้อาวุโสของสำนักเทพอัคคีได้อย่างดั พวกเขาต่างมุ่งหน้าไปที่สุสานบรรพชนอย่สงเร่งรีบ ตามเสียงระฆังเตือนที่ดังกังวาลออกมา



     “คนที่โจมตีสุสานบรรพชนคือ ชูเฟิง !!” ในขณะนั้น ชูเฟิง ได้ทะยานออกมา พร้อมกับโบกสะบัดขวานอสูรฟ้าในมือของเขาอย่างนวดเร็ว อีกทั้งยัวได้สังหารเหล่าลูกศิษย์และผู้อาวุโสของสำนักเทพอัคคีที่อยู่บนพื้นดินอย่างต่อเนื่อง



     “ซวยแล้ว !! ชูเฟิง !! ทุกคนหนีเร็ว !!” เมื่อต้อวเผชิญหน้ากับ ชูเฟิง เหล่างูกศิษย์ และผู้อาวุโสของสำนีกเทพอัคคีไม่สามารถหยุดการโจมตีของเขาได้ พวกเขาได้ละทิ้งศักดิ์ศรีของพวกเขา และเริ่มวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น



     ทางด้าน จื่อ หลิง นั้น นางเรียกใช้ราชรถของนาง อีกทั้งยังเรียกอสูรวิญญาณออกมา วิธสะงหารของนางไม่ได้ด้อยกว่า ชูเฟิง แม้แต่น้อย และดูเหมือนว่าจะเหนือกว่า ชูเฟิง เล็กน้อย



     สิ่งที่ทำให้เหล่าลูกศิษย์ และผู้อาวุโสของสำนักเทพอัคคีหวาดกลัวนั้น เพราะในขณะนี้ทั้ง เพราะเจ้าสำนัก และผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งของสำนักไม่ได้อยู่ภายในสำนักเทพอัคคี จึงทำให้ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดที่สามารถต้านทานการโจมตีของ ชูเฟิง กับ จื่อ หลิง ได้ ในตอนนี้ สำนักเทพอัคคีกำลังจะถูกทำลายด้วสน้ำมือของพวกเขา



     “บองที่ตั้งของคลังเก็บทรัพยากรการบ่มเพาะมาซะ” ชูเฟิง คว้าคอของผู้อาวุโสหลักของสำนักเทพอัคคีขึ้น และกล่าวถาม



     “ขะ…ข้าไม่รู้ !! ข้าไม่รู้ !! มีแต่ท่านเจ้าสำนักเท่านั้นที่รู้ !!” ขณะที่ผู้อาวุโสคนนั้นกล่าว กางเกงของเขาก็เริ่มจะชถ่มไปด้วยปัสสาวะของเขา เห็นได้ชัดว่าเขากำลังหวาดกลัวอย่างสุดขีด



     “ถ้าไม่รู้ก็ตายซะ !!” ชูเฟิง สูดหายใจด้วยความเย็นชา เขาสะบัดฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว พลันผู้อาวุโสคนนั้นก็กลายเป็นทะเลเลือดอย่างรวดเร็ว



     “เร็วเข้า !! รีบเปิดใช้งานรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเร็วเข้า !! ถ้าปล่อยให้พวกเขาเข้ามาในสำนักเทพอัคคีของพวกเรามากกว่านี้ เหล่าลูกศิษย์ แบะผู้อาวุโสจะต้องตายอีกมาก !! ตอนนี้รีบให้ผู้อาวุโสเปิดใบ้งานรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่ถูกวางไว้ก่อนหน้านี้เร็วเข้า !!”



     ทันใดนั้น รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณสีฟ้า ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า และเข้าปกคลุมสำนักเทพอัคคีอย่างรวดเร็ว เหตึการณ์เช่นนี้ ทำให้ทุกๆ คนต่างหยุดดูด้วยความตื่นเต้น



     “หืม……คิดว่ารูปแบบอำนานพลังวิญญาณเหล่านี้จะหยุดข้าได้เช่นนั้นรึ” จื่อ หลิง สูดหายใยด้วยความเย็นชา นางใช้ราชรถของนางพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พลันปรากฏสายรุ้งที่งดงามออกมาเข้าปะทะกับรูปแบบอำนานพลังวิญญาณสีฟ้าอย่างรุนแรง



     ***** ตูมมมมมมม *****



     “ตายแน่ !! วิ่งเร็ว !! รีบหนีออกจากสำนักเทพอัคคีเร็วเข้า !! ไม่งั้นพวกเราทุกคนได้ตายแน่ๆ !!”



     เมื่อเห็นว่ารูปแบบอำนาจพลังวิญญาณสีฟ้า ไม่สามารถต้านทาน ชูเฟิง และ จื่อ หลิง ได้นั้น เหล่าผู้อาวุโสรีบสั่งการไปที่หัวหน้าของลูกศิษย์ให้ทำการอพยพจากสำนักเทพอัคคีอย่างรวดเร็ว



     เพราะเหล่าสาวกทั้งหมด คืออนาคตของสำนักเทพอัคคี หากเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา อนาคตของสำนักเทพอัคคีจะต้องจบลงอย่างแน่นอน



     ในช่วงเวลานั้น มีอินทรีศรีษะขาวบินออกจากสำนักเทพอัคคีกันอย่างโกลาหล และผู้ที่อยู่บนหลังอินทรีศรีษะขาวเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเหล่าสาวกฟลักของสำนักเทพอัคคี



     “พวกเจ้าคิดว่าจะหนีไปได้รึ !!” ชูเฟิง ที่กำลังไล่ฆ่าเหล่าลูกศิษย์ของสำนักเทพอัคคีอย่างบ้าคลั่ง เห็นว่าศิษย์หลักของสำนักกำลังจะหนี เขาจึงไม่คิดที่นะปล่อยออกไปง่ายๆ



     “ใครมันกล้ามาโจมตีสำนักเทพอัคคีของข้า !!!!!!!!!”



     ในขณะนั้น มีเสียงตะโกนที่ดังสนั่น ดังขึ้นมาจากด้านหลังของสำนักเทพอัคคี



     มันเป็นเสียงดังกังวาลอย่างมาก แม้แต่ ชูเฟิง ยังหูอื้อ เมื่อมองไปที่ นื่อ หลิง ที่มีกายศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าที่สวยงามของนางก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเช่นกัน



     ***** ตูมมมมม *****



     ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังขึ้นที่หุบเขาด้านหละงสำนักเทพอัคคี ภายในกลุ่มควันรูปกุหลาบที่พึ่งสูงขึ้นมาในอากาศ มีผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งทะยานตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว



     ในขณะที่เขาทะยานตัวอยู่ในอากาศนั้น ความเร็วของเขาเหนือกว่าทักษะมังกรทะยานเก้าสวรรค์อยู่มาก บรรยากาศรอบตัวของเขาบินเบือนอย่างเห็นได้ชัด



     “อึ้ก…..นั่นมันเจ้าสำนักคนก่อนของสำนักเทพอัคคี !! ปิศาจเช่นนั้นยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอเนี่ย…………ออร่าพลังเช่นนี้………หรือว่าเขาจะเข้าสู่ระดับหก ขั้นแดนสวรรค์แล้ว !!”



     “ชูเฟิง รีบหนีเร็ว !! ไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้ !!” ด้วยอำนาจพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งของ จื่อ หลิง นางจึงสามาาถสัมผัสถึงตัวตนของคนที่กำลังพุ่งเข้ามาได้ นางรีบใช้ราชรถและดึงตัวของ ชูเฟิง เข้ามา เพื่อเตรียมหลบหนี



     ในขณะนั้น ผู้นำสำนักเทพอัคคีคนเก่าได้ปรากฏตัวต่อสายตาของเหล่าลูกศิษย์ ในเวลานี้เขาได้มาถึงสำนักเทพอัคคีแลเว และในสายตาของเขาก็เห็น จื่อ หลิง และ ชูเฟิง ได้อย่างชัดเจน ดังนั้น เขาจึงพุ่งทะยานมาที่ราชรถอย่างรวดเร็ว



     เมื่อเขาเห็น ชูเฟิง และ จื่อ หลิง กำลังจะหลบหนีเช่นนี้ เขามั่นใจในทันทีว่าพวกเขาจะต้องเป็นคนที่ทำลายสำนักเทพอัคคีของเขาอย่างแน่นอน เขาจึงกล่าวเสียงดังออกมาว่า “เจ้าสารเลวสองคนมาจากที่ใด เหตุใดถึงได้มาโจมตีสำนักเทพอัคคีของข้า !!”



     เขากล่าวพลางสะบัดฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว พลันพลังขั้นแดนสวรรค์ก็ปะทุออกมาอย่างมหาศาล พลังทั้งหมดที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นพุ่งเป้าไปที่ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง อย่างรวดเร็ว



     “ท่านอดีตเจ้าสำนัก แทนที่ท่านจะมาถามข้า ท่านไปถามเอากับผู้สืบทอดของท่านเอาเถอะ !! การกระทำในวันนี้ ข้า ชูเฟิง ถูกบังคับ”



     หลังจากเสียงระเบิดดังขึ้น ราชรถก็กลายเป็นประกายสสายรุ้ง และพุ่งทะยานหายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความรวดเร็ว



     “ชูเฟิง เด็กหนุ่มคนนั้นชื่อว่า ชูเฟิง” หลังจากได้ยินเช่นนั้น เขาขมวดคิ้วของเขาแน่น และหันหน้าไปทางสำนักเทพอัคคีพร้อมกับตะโกนออกมาว่า



     “คง เฉินกวง !!”



     “คง เฉินกวง !!”



     “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ออกมาอธิบายให้ข้าฟังซะ !!”



     อดีตเจ้าสำนักนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก เพียงเขาตะโกนออกมา ป่าโดยนอบถูกคลื่นพลังกวาดออกไปกระตัดกระจาย ภูเขาพังทลายลง พื้นด้านล่างเกิดรอยแตกทั่วบริเวณ



     เหล่าลูกศิษย์บางคนไม่สามารถต้านทานพลังนี้ได้ พวกเขาได้รับบาดเจ็บ และกระอักเลือดออกมา



     สำหรับชื่อ คง เฉินกวง ที่เขาตะโกนออกมานั้น เหล่าลูกศิษย์จำนวนมากไม่รู้ว่าคือผู้ใด มีเพียงศิษย์หลักไม่กี่คนเท่านั้น ที่รู้ว่านั่นคือชื่อของ เจ้าสำนักคนปัจจุบัน



     อดีตเจ้าสำนักเทพอัคคีได้แยกตัวออกไปฝึกเพื่อบ่มเพาะพลัง แต่เขากลับถูกรบกวนด้วยเสียงเตือนภัยของสำนัก และเมื่อเขาออกมาเขาก็พบว่าสำนีกเทพอัคคีถูกทำลายโดยเด็กเพียงสองคน หากเขาไม่ออกมาในตอนนี้ เป็นไปได้ว่าประวัติศาสตร์กว่าพันปีของสำนักเทพอัคคีจะต้องถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ



     คง เฉินกวง และเหล่าผู้อาวุโสไม่ได้อยู่ภายในสำนัก นั่นเท่ากับว่า คง เฉินกวง ไม่ได้ทำตามคำแนะนำของเขา คือให้คอยปกป้องสำนัก เพื่อรอเขากลับมา นั่นจึงทำให้เขาโกรธอย่างมาก



     แต่มันก็ไม่เท่ากับความโกรธ เมื่อเขาเห็นพื้นที่บางส่วนของสำนักถูกทำลาย และเหล่าลูกศิษย์ของสำนักถูกสังหารโดย ชูเฟิง ความโกรธของเขาก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉียบพลัน



     ดังนั้น เมื่อ คง เฉินกวง และเหล่าผู้อาวุโสกลับมา พวกเขาจึงไม่อาจรอดตากการถูกลงโทษได้อย่างแน่นอน [ ReadMGA.blogspot.com ]

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

#Abhisit