วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 431 – เรื่องที่น่าตกตะลึงภายในเก้าอาณาจักร



     เจ้าสำนักเทพอัคคี คง เฉินกวง ได้ถูกปลดออกจากตำแหน่งเจ้าสำนัก หลังจากที่โดนทำโทษอย่างรุนแรง เขายังขังตัวเองอยู่ภายในสำนัก และอดีตเจ้าสำนักคนก่อนก็ได้กลับมาควบคุมสำนักเทพอัคคีอีกครั้ง



     เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะเขาไม่มีหน้าที่จะไปเผชิญต่อผู้คนอีก หลังจากที่ ชูเฟิง บุกมาโจมตีสำนักเทพอัคคี ความโกรธแค้นก็อัดแน่นอยู่ภายในหัวใจของเขา



     ข่าวที่ ชูเฟิง ได้บุกโจมตีสำนักเทพอัคคี และได้ฆ่าเหล่าลูกศิษย์ของสำนักไปอีกมาก อีกทั้งยังสามารถบีบให้เจ้าสำนักคนก่อน ที่เก็บตัวเพื่อบ่มเพาะพลังอยู่ออกมา ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว



     หลังจากข่าวแพร่กระจายออกไปนั้น ผู้คนทั่วทั้งเก้าอาณาจักรต่างพากันตกตะลึง



     เพราะการกระทำของ ชูเฟิง นั้นเกินกว่าสิ่งที่ทุกคนจะสามารถจินตนาการได้ เขาสามารถบุกโจมตีสำนักเทพอัคคี ทำลายสุสานบรรพชน ฆ่าลูกศิษย์ของสำนัก ทำลายตำหนักต่างๆ และแม้แต่การป้องกันของสำนักเทพอัคคีก็ไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา



     ถ้าอดีตเจ้าสำนักเทพอัคคีไม่ได้ปรากฏตัวออกมานั้น รับรองได้เลยว่าสำนักเทพอัคคีคงจะหายไปจากพื้นทวีปเป็นแน่



     และไม่ใช่เพียง ชูเฟิง เท่านั้น ที่มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้น แต่มีอีกบุคคลหนึ่ง นั่นคือ จื่อ หลิง



     เมื่อกล่าวถึงหญิงสาวที่สวมเสื้อผ้าสีม่วง มีระดับพลังอยู่ในระดับเก้า ขั้นแก่นวิญญาณ และความสามารถที่เกินจากสามัญสำนึก ทุกคนต่างรู้ว่านั่นคือ สาวงามที่ประกาศว่าจะขอติดตาม ชูเฟิง ภายในงานชุมนุมแต่งงาน ที่นครอันทรงเกียรติ



     ชายหนุ่มอายุสิบหกปี กับหญิงสาวอายุสิบห้าปี สามารถบุกโจมตีขุมอำนาจที่มีมากว่าพันปีจน้กือบย่อยยับ ไม่ได้หมายความว่า สำนักเทพอัคคีอ่อนแอแต่อย่างใด แต่หมายความว่าบุคคลทั้งคู่นั้นแข็งแกร่งอย่างมาก



     ชูเฟิง กลายเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจอย่างมาก มันเป็นเรื่องที่ทุกคนในเก้าอาณาจักรต่างให้การยอมรับ



     ด้วยความที่ ชูเฟิง มีความสามารถเกินกว่าสามัญสำนึกคนทั่วไป อีกทั้งด้วยความบ้าคลั่ง หากเมื่อมีใครทำให้เขาโกรธแค้น เขาจะตอบโต้คืนด้วยความบ้าเลือดอย่างถึงที่สุด



     ชายหนุ่มอายุเพียงสิบหกปี ชูเฟิง ชื่อของเขาได้กลายเป็นตัวแทนของความชั่วร้ายอย่างรวดเร็ว



     เพราะเมื่อมีเด็กเล็กๆ ในตระกูลต่างๆ ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน พวกเขาจะกล่าวว่า “หากไม่เชื่อฟัง ชูเฟิง จะมาจับเจ้า !!” และเมื่อกล่าวเช่นนั้น เด็กๆ ก็จะว่านอนสอนง่ายขึ้น



     อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้คนจำนวนมากที่คิดว่า ชูเฟิง นั้นกล้าหาญ และเด็ดเดี่ยวอย่างแท้จริง เพราะขุมอำนาจต่างๆ ในเก้าอาณาจักรต้องการให้เขาตาย แต่เขากลับไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย



     เขาสามารถรอดพ้นเงื้อมมือของเหล่ามหาอำนาจ และยังสามารถตอบโต้กลับ จนเกือบจะทำให้พวกเขาถูกลบหายไปจากพื้นทวีปอีกด้วย



     อาจกล่าวได้ว่า ชูเฟิง กลายเป็นต้นแบบของคนรุ่นหลุ่มสาว และมีอีกหลายคนที่ศึกษาชีวะประวัติของเขาเพื่อเป็นแบบอย่าง



     ที่พวกเขาทำเช่นนั้น เพราะพวกเขาชื่อว่า ชูเฟิง เป็นบุคคลที่สามารถทำให้โลกสั่นสะเทือนได้ อีกทั้งความสามารถของเขา ยังเหนือล้ำกว่าผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้า เขาจึงกลายเป็นตำนานอีกบทหนึ่งของเก้าอาณาจักรไป



     สาวงามมากมายต่างต้องการเป็นคนรักของ ชูเฟิง พวกนางยอมที่จะติดตามเขาไปทุกหนแห่ง เพียงเพื่อให้เขายอมรับพวกนาง



     สำหรับเหล่าชายหนุ่ม มีบางคนที่ต้องการจะเป็นมิตรสหายของเขา หรือแม้กระทั่งเป็นพี่น้องร่วมสาบาน ที่ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่ามหาอำนาจ ไปพร้อมกับ ชูเฟิง



     เรื่องราวทั้งหมดนี้คือสถานการณ์ในปัจตุบันของทั้งเก้าอาณาจักร เรื่องที่ทุกๆ คนให้ความสนใจมากที่สุดคือ เรื่องของ ชูเฟิง และหกมหาอำนาจ



     เมื่อข่าวได้แพร่กระจายจนทั่วทั้งทวีป เรื่องสำนักเทพอัคคีถูกบุกโจมตีจนเกือบจะพังพินาศนั้น ผู้ที่ตกอยู่ในความตะลึงมากที่สุดคือ สำนักหยวนกัง , หบเขาไร้ใจ , หุบเขากระบี่ , นิกายไป๋ และ ตระกูลเจี่ย



     แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ตระกูลเจี่ยจะวิตกกังมากนัก เพราะนอกจาก เจี่ย ชิงเผิง ที่คอยควบคุมดูแลตระกูลแล้วนั้น พวกเขายังมีผู้อาวุโสที่เป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีอยู่อีกด้วย



     อีกทั้งตระกูลเจี่ยยังมีผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ที่ได้วางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณป้องกันอาณาเขตของตระกูลเจี่ยไว้แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กังเรื่องของ ชูเฟิง นัก หาก ชูเฟิง เข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับพวกเขา นั่นเท่ากับว่า ชูเฟิง ส่งตัวเองเข้าสู่ความตายอย่างแน่นอน



     แต่สำหรับ สำนักหยวนกัง , หุบเขาไร้ใจ , นิกายไป๋ และหุบเขากระบี่ พวกเขาต่างกังวลเรื่องของ ชูเฟิง อยู่ไม่น้อย เพราะพวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งอย่างตระกูลเจี่ย และพวกเขาก็หวาดกละวที่จะได้รับความเสียหายเช่นเดียวกับสำนักเทพอัคคี



     ดังนั้น ทั้งสี่มหาอำนาจจึงขอร้องไปทางผู้อาวุโสของพวกเขา ที่แยกตัวออกไปเพื่อบ่มเพาะพลัง เพื่อให้พวกเขาช่วยดูแลสถานการณ์ในปัจจุบันของพวกเขา



     เมื่อบรรพบุรุษทั้งห้าออกมาจากการฝึกฝน พวกเขาได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ และรู้สึกว่าผู้สืบทอดของพวกเขาได้ทำอย่างถูกแล้ว พวกเขาจึงมีคำสั่งให้สามารถฆ่า ชูเฟิง ได้



     เมื่อบรรพบุรุษทั้งห้าร่วมมือกัน จึงรายงานเรื่องต่อราชวงศ์เจียง เพื่อขอกำลังสนับสนุนในการจัดการกับ ชูเฟิง



     ในความเป็นจริงนั้น ราชวงศ์เจียงเป็นผู้รับผมประโยชน์เท่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะเป็นนายเหนือหัวของทั้งเก้าอาณาจักร นอกเหนื่อจากอาณาจักรฮั่นที่พวกเขาครอบครองนั้น ในทุกปี ราชวงศ์เจียงจะเก็บภาษีจากอาณาจักรอื่นๆ โดยที่พวกเขาไม่เคยลงมือจัดการเรื่องราวอะไรเองเลยแม้แต่น้อย



     ด้วยความที่ สำนักหยวนกัง , หุบเขาไร้ใจ , นิกายไป๋ , หุบเขากระบี่ และสำนักหยวนกัง เป็นขุมอำนาจในหลายอาณาจักร



     เมื่อเหล่าบรรพบุรุษของพวกเขาร่วมมือกันร้องเรียนมายังราชวงศ์เจียง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียการปกครอง ราชวงศ์เจียงจึงต้องลงมือเอง



     ดังนั้น ราชวงศ์เจียงจึงมีคำสั่งให้องค์หญิง ที่เป็นหนึ่งในอัจฉริยะรุ่นใหม่ของราชวงศ์เจียง ที่ชื่อว่า “เจี่ย ยี่หนี่” พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์หนึ่งร้อยคนออกตามหา ชูเฟิง และยังให้กล่าวคำสัตย์ว่าจะจัดการ ชูเฟิง ภายใต้กฏระเบียบของทั้งเก้าอาณาจักร



     เมื่อข่าวของราชวงศ์เจียง ที่ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์หนึ่งร้อยคนออกมาจัดการได้แพร่กระจายออกไป ทุกๆ คนต่างตกตะลึงในความแข็งแกร่งของราชวงศ์เจียง



     หากมามองผิวเผินนั้น การกระทำของราชวงศ์เจียง คือการรักษาความปลอดภัยของหกมหาอำนาจ และความมั่นคงของทั้งเก้าอาณาจักร



     แต่ในความเป็นจริงนั้น ราชวงศ์เจียงต้องการแสดงความแข็งแกร่งออกมา เพื่อให้ทุกๆ คนรู้ว่าราชวงศ์เจียงนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด



     หากพวกเขาต้องการจะทำสิ่งใดมันย่อมสามารถทำสำเร็จได้โดยง่าย พวกเขาแสดงให้เห็นว่า ความมั่นคงของราชวงศ์เจียงจะไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าทั้งเก้าอาณาจักรจะร่วมมือกัน ก็ไม่อาจต้านทานราชวงศ์เจียงได้



     ไม่ว่าจะเป็นขุมอำนาจใด พวกเขาก็เป็นได้เพียงเนินดินเล็กๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าราชวงศ์เจียง เพราะพวกเขาสามารถเปรียบได้กับภูผาที่สูงชันไม่อาจสั่นไหวหรือพังทลายได้



     เรื่องราวการกระทำของราชวงศ์เจียงได้แพร่สะพัดออกมาอย่างรวดเร็ว จนกลบเรื่องของ ชูเฟิง อย่างรวดเร็ว



     ในความเป็นจริงนั้น หลังจากที่ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง ได้ก่อความวุ่นวายในสำเทพอัคคี พวกเขาก็ได้ออกจากอาณาจักรฉิน และมายังอาณาจักรหยวน ที่อยู่ติดกับอาณาจักรมังกรฟ้า



     อาณาจักรหยวนเป็นสถานที่ตั้งของนิกายไป๋ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง ต้องการที่จะทำเช่นเดียวกับที่สำนักเทพอัคคี นั่นคือเข้าไปเอาแหล่งอำนาจพลังวิญญาณภายในสุสานบรรพชน ที่ซ่อนอยู่ในนิกายไป๋



     แต่ข่าวของสำนักเทพอัคคีนั้นแพร่กระจายออกมาเร็วเกินไป หลังจาดที่ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง มาถึงนิกายไป๋นั้น พวกเขาก็พบว่า บรรพชนของนิกายไป๋ได้ออกมาจากการเก็บตัว อีกทั้งนิกายไป๋ยังได้เรียกตัวเหล่าศิษย์ และผู้อาวุโสที่ออกไปด้านนอกกละบมา เพื่อเตรียมรับมือกับการมาของ ชูเฟิง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



     ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง จึงมีเวลาพอที่พวกเขาจะทำการบ่มเพาะพลังของพวกเขาในที่ที่ห่างไกลออกมา



     จื่อ หลิง ยังคงพยายามทะลวงเข้าสู่ระดับแดนสววรค์ ในขณะที่ ชูเฟิง ใช้เวลาของเขาทั้งหมดในการปรับแต่งลูกแก้ววิญญาณกว่าล้านเม็ดที่เขารวบรวมมาได้

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
#Abhisit
 ReadMGA.blogspot.com