วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 436 - เทพสังหารมาเยือน


       " เพร้ง!!! " ในตอนนั้นชายวังกลางคนเขวี้ยงถ้วยสุราภายในมือ จากนันก็ลุกขึ้นตะโกนเสียงดัง " ชูเฟิงมันเป็นแค่เด็กหนุ่ม เขาจะมีปัญญาทำเรื่องต่างๆน่ากลัวแบบนั้นได้ยังไง ไหนเจ้าลองบอกมาสิว่าเขาทำได้ยังไง มันบ้าชัดๆหากเขาจะไปบุกนิกายขาว ช่างเป็นอะไรเพ้อฝัน "



      " จากที่ข้าได้ยินมา เกี่ยวกับข่าวลือของชูเฟิง มันเป็นเรื่องไร้สาระชัดๆ ข้านี่ล่ะที่ไม่เชื่อคำพูดพวกนั้น"



       " เด็กหนุ่มอายุ 16 ปี กับ หญิงสาว อายุ 15 ปี สามารถเข้าสำนักเทพอัคคีได้ง่ายแบบนั้นเลยหรอ และยังปล้นสุสานบรรพชนของสำนักเทพอัคคีจนหมดเกรี้ยง ? นี้ทั้งหมดนี้มันเรื่องไร้สาระสิ้นดี " ชายวัยกลางคนที่ดูเมามาย ทำให้เขาพูดออกมาอย่างโผงผาง 



       " ถูกต้อง เอ๋อนิ๋ว ท่านพูดถูก เจ้าชูเฟิงมันก็แค่เด็กเหลือขอ จะมาเทียบความสามารถเท่ากับ เอ๋อนิ๋วของเราได้งั้นหรอ มาเชิญดื่ม เชิญดื่ม "



เมื่อเผชิยญหน้ากับสถานการณ์นั้นทุกคนก็ยังดื่มเหล้าและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่เดิมพวกเขาเป็นกลุ่มคนเล็กๆแม้ว่าพวกเขาจะพอมีพลังวิญญาณที่ไม่เลว พวกเขาก็มีนิสัยทีน่ารังเกียจ แล้วแต่ละคนจัดว่าเลวแบบไร้ที่ติ



พวกเขาไม่สนใจคุณธรรมหรือใดๆ พวกเขาสนใจแค่ความสุขตัวเองเท่านั้น พวกเขามักจะทำทุกอย่างที่พวกเขาต้องการ ดังนั้นเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่โต้เถียงเรื่อง ชูเฟิง จึงได้แต่เห็นด้วยกับ เอ๋อนิ๋ว พร้อมกับเริ่มดูถูก ชูเฟิง



       " ถูกต้อง หากชูเฟิงมันกล้ามาปรากฏต่อหน้าข้า เด๋วข้าจัดการมันเอง ข้าจะอัดมันให้หนัก จนจำพ่อตัวเองไม่ได้เลยทีเดียว ฮ่าๆๆๆ!!!! "



       " ให้ตายเถอะ!! เป็นแค่เด็กแท้ๆจะมีความแข็งแกร่งที่ท้าทายสวรรค์ได้ยังไง ? " ผู้คนก็เห็นด้วยกับผู้ชายที่ชื่อ เอ๋อนิ๋ว เขามีความมั่นใจอย่างมากขณะที่ยืนอยู่บนโต๊ะพร้อมกับส่งเสียงโอ้อวด



       " มีใครเคยเห็น ชูเฟิงมาก่อนบ้าง!!! " ในตอนนั้น หยาน หยางเทียน ที่นั่งอยู่บนหัวโต๊ะที่เงียบมานานก็พูดขึ้นมา



       " เอ๊ ไม่เคยสักครั้ง " ฝูงชน ได้แต่ส่ายหัวพร้อมๆกัน



      " ประมุขพรรคหยาน ท่านคงไม่เคยพบเขามาก่อนหรอกนะ? "



       " ใช่! ! ! ! ! ! ประมุขหยาน ข้าได้ยินว่าท่านมาจาก อาณาจักรมังกรฟ้าหนิ ? อาจเป็นไปได้ที่ท่านจะเคยพบ ชูเฟิง ? " พวกเขาซอกแซกถาม



        " แน่นอน ว่าข้าเคยพบเขามาก่อน ครั้งแรกที่ข้าพบตอนนั้น ชูเฟิง ยังอยู่ในอาณาจักรกำเนิดวิญญาณ แต่เวลานั้นเขากับสังหารคนที่อยู่จุดสูงสุดของอาณาจักรแก่นแท้ได้ "



       " ดังนั้น ข้าจึงไม่พูดเรื่องนี้กับพวกเจ้าหรือดูถูก ชูเฟิง เพราะเขานั้นมีความสามารถที่เหนือสามัญสำนึกดั่งในข่าวลือ "



        " ไอ้เจ้านั้นมันโหดร้ายอย่างมาก เขากล้าทำทุกอย่างให้ศัตรูได้รับความทรมาน และผู้คนที่ทำให้เขาโกรธล้วนแต่มีจุดจบที่ไม่ดี ตัวอย่างคำพูดพวกเจ้า หากเขาได้ยินมัน ต่อให้พวกเจ้ามีกี่ชีวิตก็ไม่พอ "



หยาน หยางเทียน กล่าวอย่างจริงจัง ขณะที่สายตาสั่นระลัว บอกได้เลยขณะที่เขาพูดก็แสดงความกลัวออกมาให้เห็น



ทันใดนั้น ผู้คนที่ได้ยิน ก็ตกใจอย่างมาก ทุกคนต่างเกิดความหวาดกลัว แม้แต่ เอ๋อนิ๋ว ที่ยืนอยู่บนโต๊ะก็ถึงกับนิ่งไปโดยไม่กล้าจะขยับ



เพราะทุกคนที่อยู่ในนั้น หยาน หยางเทียน อาจกล่าวได้ว่าเป็นคนที่น่าเกรงขามมากที่สุด อีกทั้งเขายังมากจากอาณาจักรมังกรฟ้า ดังนั้นคำพูดของเขาทุกคนจึงเชื่อถือ หากเขาบอกว่า ชูเฟิง แข็งแกร่ง ทุกคนก็เชื่อว่า ชูเฟิง แข็งแกร่ง



      " ฮ่าๆๆ ล้อเล่น ข้าจะเคยพบชูเฟิงได้ยังไง ? แม้ว่าอาณาจักรมังกรฟ้าจะไม่กว้างใหญ่นัก แต่ก็ไม่ใช่อาณาจักรเล็กๆ เมื่อตอนที่ข้าอยู่ในอาณาจักรมังกรฟ้า ข้านั้นเก็บตัวฝึกฝนทั้งวัน และข้าก็ไม่ได้มีชื่อเสียง ข้าจึงไม่เคยพบกับ ชูเฟิง มาก่อน " เห็นว่าบรรยากาศเริ่มอึมครึม หยาน หยางเทียน ก็หัวเราะเสียงดัง



       " ฮ่า ฮ่า ประมุขพรรคหยาน มุขของท่านทำพวกเรา ขี้หด ตดหายเลยทีเดียว!!! "



      " พี่น้องทุกท่าน มา มา ดื่มต่อกันเถอะ วันนี้ ไม่เมา ไม่เลิก!!! " ฝูงชนก็พากันระเบิดเสียงหัวเราะ พร้อมกับชนแก้ว



ขณะที่พวกเขาดื่มสารุจนเมาได้ที่ความคิดจังไรก็แล่นเข้ามาในหัว บางคนเริ่มหยุดการควบคนตนเองและปล่อยตัวไปตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าออกมาภายในตำหนัก บางคนก็เริ่มขยายมืออันชั่วร้ายไปที่ หญิงสาวชาวบ้าน



หญิงสาวบางคนที่รู้ว่าคนเหล่านั้นมีประสิทธิภาพ บางคนจึงยอมเต็มใจปรนิบัติตามความต้องการของพวกเขา เพราะว่ามันอาจช่วยให้ชีวิตพวกนางดีขึ้นในวันข้างหน้า และได้เพลิดเพลินความมั่งคั้งอันยิ่งใหญ่ แต่หญิงบางคนที่ไม่ต้องการจะสูญเสียความบริสุทธิ์พวกนางจึงทำทุกอย่างเพื่อขัดขืน แต่พวกนางก็ไม่อาจเอาชนะกำลังคนพวกนั้นได้ ดังนั้น ฉากภายในตำหนัก เป็นเต็มไปด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อน



เอ๋อนิ๋ว เป็นคนที่เหล่าสตรีไม่อยากจะเข้าใกล้มากที่สุด เพราะเขามักจะใช้กำลัง บางคนก็ทุกเขาทุบตีจนตาย แต่นั้นก็ยังไม่สามารถตอบสนองความอยากของเขาได้ ในที่สุดเขาก็ทิ้งสายตาไปที่หญิงสาวชาวบ้าน ที่น่าตาล้ายกับ เออหย๋า



       " ฮ่าๆ ที่รักมาหา ท่าน เอ๋อนิ๋วเร็ว ข้าจะแสดงความลูกผู้ชายที่แท้จริงให้เห็น " เอ๋อนิ๋ว กระโจนเข้าใส่หญิงสาวที่น่าตาคล้ายคลึงกับ เออหย๋า


      " ไม่นะ!!!! ข้าร้องล่ะ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ " หญิงสาวร้องไห้อ้อนวอน ใบหน้าของนางขณะนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา



       " บัดซบ!!! กล่าขัดขืนข้างั้นหรอ!!!! " เอ๋อนิ๋ว ถลึงตาใส่ด้วยความโกรธ จากนั้นก็เหวี่ยงแขนออกไป หักแขนสองข้างของหญิงสาวผู้นั้น



       " อ่า ~~~~~ " นางร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมาน ใบหน้าของนางกลายเป็นสีดำขาวจนนางแทบจะหมดสติ



      " ฮ่าๆๆ งดงาม มานี่ที่รักของข้า " ยังไรก็ตาม เสียงร้องของหญิงสาวมันกับทำให้ เอ๋อนิ๋ว คึกครึ้นเข้าไปใหญ่ จากนั้นเข้าก็เริ่มลงมือฉีกเสื้อผ้าของหญิงสาว



เมื่อเห็นสถานการณ์แบบนั้น หยาน หยางเทียน ได้แต่นั่งทำเป็นไม่สนใจ เขาทำอย่างนั้นเพราะรู้ว่าบอกคนไร้ศีลธรรมแบบนั้นก็เปล่าประโยชน์ ไม่มีใครในที่นี่เป็นคนดีสักคน แล้วเหตุผลที่เขาก่อตั้งพรรคขึ้นมา ก็เพื่อครอบครองพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมด เพื่อได้เสพสุขต่อไป



* ตูมมมมม * ทันใดนั้นหลังคาก็แตกลงมาจากด้านบน ทำให้พื้นในตำหนักเต็มไปด้วยเศษหินที่แตกกระจัดกระจาย จนพวกเขาตกใจลุกขึ้นดู หญิงสาวบ้านขณะนั้นได้แต่วิ่งหนีพร้อมกับกรีดร้อง



       " มันเกิดอะไรขึ้น ? " เพดานตำหนักที่เพิ่งสร้างขึ้น กับแตกกระจายจนเป็นหลุมขนาดใหญ่ นั้นทำให้ ประมุขพรรค แสงส่องนภา โกรธอย่างมาก



ตอนนั้น ชายหนุ่มและหญิงสาว ก็ค่อยๆลอยลงมาตรงหลุมขนาดใหญ่ที่เป็นช่องโหว่ ที่สุดเขาก็เข้ามาถึงภายในตำหนัก 2 คนนั้น ไม่ใช่ใคร เขาก็คือ ชูเฟิง และ จื่อหลิง



หลังจากที่ผู้คนเห็น ชูเฟิง และ จื่อหลิง ทุกคนตกใจอย่างมาก



พวกนั้นตกใจมากจนอ้าปากค้าง แต่ตอนนั้นชูเฟิงได้เปลี่ยนรูปลักษร์ภายนอก จึงไม่มีใครสามารถจำ ชูเฟิง ได้



เหตุผลที่พวกเขาตกใจนั้น เป็นธรรมดา เพราะความงามของ จื่อหลิง ที่งดงามราวกับเทพธิดา จนสะกดสายตาของเหล่าบุรุษเอาไว้



      " โว้ว ให้ตายสิ นี่เป็นสิ่งที่งดงามที่สุดในโลกเลย ข้าไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไม๊ ? " หลังจากเห็นจื่อหลิง สายตาของ เอ๋อนิ๋ว ก็เป็นประกายขณะที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของหญิงสาว น้ำจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากภายในปากเขา ขณะนั้นเขาลุกขึ้นยืน และขยายมือที่ชั่วร้ายมาที่จื่อหลิง



      " บ้าเอ้ย!!! เราเกือบมาไม่ทันการณ์ "



ในตอนนั้น สายตาของชูเฟิง เฉียบคมอย่างมาก เขามองออกทันทีว่าหญิงสาวข้างๆ เอ๋อนิ๋ว นางมีน่าตาคล้ายกับ เออหย๋า 



ปัจจุบัน หญิงสาวผู้นั้นใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาและเสื้อผ้าของนางทั้งหมดถูกฉีกกระจุย แม้แต่แขนทั้งสองข้างของนางก็ยังถูกหัก นางในตอนนั้นได้แต่ร้องไห้อย่างเจ็บปวด แต่โชคยังดีที่พรหมจรรย์ของนางยังคงอยู่ ทั้งหมดนี้ล่วนเป็นฝีมือของ เอ๋อนิ๋ว



ซึ่งการกระทำของ เอ๋อนิ๋ว ทำให้ประกายโทสะของชูเฟิง ถูกจุดขึ้น



* โพล๊ะ* .



ชูเฟิงไม่พูดพล่ำทำเพลง เขาในตอนนั้น วิ่งไปที่ เอ๋อนิ๋ว พร้อมกับใช้เท้า เตะอัดเข้าไปที่หว่างขาของ เอ๋อหนิ๋ว



พลังของเท้าชูเฟิงอัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจ จนทำให้ขาที่สามของ เอ๋อนิ๋ว แตกกออกเป็นชิ้นๆ



        " อ้าาาา ~~~~~ " ความเจ็บปวดที่ไข่หำทำให้ เอ๋อนิ๋ว ร้องไห้ออกมาอย่างทรมาน พร้อมกับเริ่มดิ้นทุรนทุรายกับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลเต็มพื้นไปทั่ว จนทำให้คนที่เห็นแบบนั้นเกิดความกลัวจนสุดจะพรรณนา 
ReadMGA.blogspot.com

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

A : เป็นไงมึง ไข่หำแตกเลยล่ะสิ ซ่าดีนัก!!!!

B : สมควรแล้ว สมควรแล้ว สารเลวแบบนั้น น่าจะโดนยิ่งกว่านี้เลยด้วยซ้ำ

A : เป็นนายจะทรมานมันยังไง

B : ใช้อำนาจพลังถ่างตา มันไว้ แล้วใช้ธนูร้อยแปลง สร้างเข็มยาวๆเล่มหนึ่ง แล้วค่อยๆจิ้มเข้าไปที่ลูกตามันฝังเอาไว้ ส่วนไอจู๋มัน ให้ปลอกเปลิอกออกให้หมดใช้ยันต์โจมตี แปะไว้ จากนั้นก็ทำให้มันระเบิด ใช้อำนาจพลังวิญญาณยิ้อชีวิตมันไว้ จากนั้นถอนเล็บมันออกทีละนิ้วแล้วใช้ตะปู ตอกลงไปกับพื้นทีละนิ้ว ทีละนิ้วกันมันดิ้น แล้วเอาศพที่ผู้หญิงที่มันฆ่า ทุบมันจนตาย

A : นี้มันนิยายจีน ไม่ใช่นิยายฆาตกรโรคจิต!!! สำหรับกูแค่หำแตก ก็เหมือนตายอยู่แล้วยังจะทรมานอีก มืงแม่งโหดดดด!!!