วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 437 - เริ้มการสังหารหมู่


      " เจ้าเป็นใคร ??? พรรคแสงส่องนภาและเจ้าไม่เคยมีความแค้นอะไรต่อกัน ทำไมเจ้าถึงบุกเข้ามาและยังทำร้ายคนของข้า " ในตอนนั้น หยาน หยางเทียนพูดในฐานะที่เขาเป๋นประมุขพรรค ดังนั้นเขาจึงต้องออกหน้าในเวลาแบบนี้




ทันในนั้น คนทั้งตำหนักก็วิ่งไปล้อมชูเฟิงและจื่อหลิง ถึงแม้ว่า ชูเฟิงจะแข็งแกร่งอย่างมาก แต่ภายนอกพลังวิญญาณของเขาก็อยู่แค่ระดับ 6 แก่นแท้วิญญาณ แต่ไม่ว่ายังไงพวกนั้นก็ยังคงไม่คิดจะประมาท โดยเห็นว่าเขาเป็นแค่เด็กหนุ่ม โดยเฉพาะ หยาน หยางเทียน ที่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์ระดับ 1 เพื่อรักษาหน้าและจุดยืนเขาจึงไม่คิดที่จะกลัว ชูเฟิง




แต่ภายในหัวใจของพวกเขาไปจดจ่ออยู่ที่ จื่อหลิง เพราะความงามนั้นได้มาอยู่ต่อหน้า เพื่อไม่ให้ ชูเฟิง และ จื่อหลิง ออกไปจากที่นี่ พวกเขาจึงคิดจะต้อนนางให้จนมุม




       " เสียงนี้มัน!!! " ในเวลาเดียวกันที่เขาได้ยินเสียง หยาน หยางเทียน ชูเฟิงก็ดึงหน้าขมวดคิ้ว อย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็ยิงสายตาไปที่ หยาน หยางเทียน จากนั้นดวงตาของเขาก็ลุกวาว และดูมีความสุขภายในจิตใจ ความแค้นที่เขาเก็บไว้มานานตอนนี้มันได้พวยพุ่งออกมาอีกครั้ง 




เป็นเพราะ ชูเฟิง รู้ได้ทันที ว่า หยาน หยางเทียน ผู้นี้ คือเจ้าสำนัก หลิงหยุน ที่ทำลายสำนักมังกรฟ้าจนพินาศ และเกือบจะฆ่าเขา




       " หยาน หยางเทียน เจ้าจำข้าได้มั้ย ? " ชูเฟิงตะโกนใส่เสียงดัง




      " อ้า . . . . .แล้วเจ้าเป็นใคร ? " หลังจากได้ยินเสียงของ ชูเฟิง สีหน้าของ หยาน หยางเทียน ก็ได้แต่เปลี่ยนไปเดิมใบหน้าที่สงบเยือกเย็นตอนนี้กับเต็มไปด้วยความตกใจ



จากนั้นเขาก็เริ่มมอง ชูเฟิงอีกครั้ง หลังจากที่ได้ยินเสียงของชูเฟิง เพราะเขารู้สึกว่ามันคุ้นๆมาก คับคล้ายคับคลากับคนที่เขาเคยรู้จักมาก่อน และคนๆนั้นยังเป็นคนที่เขาหวาดกลัวที่สุด และยังเป็นคนทีเขาไม่อยากเจอมากที่สุด




       " อะไร ? เจ้าจำข้าไม่ได้งั้นหรอ หรืออยากให้ข้าเตือนความจำเจ้า " ชูเฟิงถาม และขณะที่เขาพูดเขาก็แสยะยิ้มให้กับ หยาน หยางเทียน




      " นี่เจ้า!!! เรื่องแบบนี้เป็นไปได้ยังไง ? เจ้าสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้งั้นหรอ!! " ในที่สุด หยาน หยางเทียน ก็ยืนยันได้ จากสัญชาตญาณ เขาบอกได้เลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคือ ชูเฟิง




ตอนนั้น  ความกลัวภายในจิตใจของเขาก็เริ่มก่อตัวขึ้น ขาของเขาอ่อนปวกเปียกแทบจะล้มลงกับพื้น ในไม่ช้า เขาก็รีบพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และต้องการจะหนีผ่านช่องโหว่ที่ ชูเฟิง และ จื่อหลิง สร้างไว้




       " เจ้าคิดว่าจะหนีไปได้งั้นหรอ ? " เห็นแบบนั้น ออร่าของชูเฟิงเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 8 แก่นแท้วิญญาณอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็สร้างรูปแบบอำนาจฯผนึกรอบๆจนครอบคลุมทั้งตำหนัก




*** ตูมม **** หยาน หยางเทียน ที่ไม่สามารถพบการวางรูปแบบฯของชูเฟิง เขาตอนนั้นจึงทุ่มพลังทั้งหมดไปในการหลบหนี โดยไม่คิดว่าเขาจะพบกับอุปสรรค์ ตอนนั้นเขาเอาหัวชนกับรูปแบบอำนาจฯอย่างจัง จนสมองแทบจะไหลทะลัก ตอนนั้นเขาล่วงลงกับพื้นขณะที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส




       " วิ่ง!!!!! ทุกคนวิ่งหนีเร็ว!!!! " หลังจากที่ล้มลงบนพื้น หยาน หยางเทียน รู้ว่าวันนี้หายนะคงมาถึงแล้ว อีกทั้งชูเฟิงก็ยังเป็นเหมือนดั่งในข่าวลือ ดังนั้นเขาจะได้แต่ทำท่าทางพร้อมกับตะโกนบอกคนที่อยู่ภายในตำหนัก




       " ประมุขหยาน มันเกิดอะไรขึ้น ? " ผู้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว สงสัยว่าทำไม หยาน หยางเทียนถึงได้กลัวแบบนั้น




      " ประมุขหยาน ไม่มีอะไรที่เราต้องกลัว พวกเขาก็แค่สวะสองตัว ท่านไม่ต้องทำอะไรเลย แค่พวกเราก็สามารถจับมันได้ "




       " ถูกต้อง ไอ้เด็กบ้านี่มันช่างโอหังยิ่งนัก บังอาจทำให้ เอ๋อนิ๋ว บาดเจ็บและยังทำลายไอ้จู๋ของเขา!!! เราจะทำให้มันทรมานยิ่งกว่าตาย "




      " ส่วนแม่นางคนนั้น . . . . เหตุใดเราต้องฆ่า เสียดายความงดงามของนางเปล่าๆ เราต้องให้นางมีชีวิตอยู่พร้อมกับค่อยๆสนุกกับเรือนราง ตอนนี้นางยังเด็ก แล้วหากวันหน้านางโตขึ้น นางจะยิ่งน่ากินกว่านี้!!! "




กลุ่มของเดรัจฉานยังไม่รู้ตัวว่าวันสุดท้ายมาถึง พวกเขายังคิดว่าจะสามารถฆ่า ชูเฟิงแล้วเล่นสนุกกับจื่อหลิง




       " ไอ้พวกโง่ยอมเชื่อที่ข้าบอกแล้วไปซะ ตอนนี้ยังไม่รู้อีกว่าความตายมาถึงแล้ว เจ้ารู้จักมันไม๊ มันนั้นแหละ ชูเฟิง !!! " หยาน หยางเทียน ตะโกนออกมา




       " อะไรนะ ? ชูเฟิง ? "



      

       " ฮ่าๆ ประมุขหยานท่านที่ชอบพูดอะไรตลกๆอยู่เรือย หน้าตาเขาเหมือนกับ ชูเฟิง ที่ไหน ?? "



       " ฮ่าๆๆๆ!!!! มุขนี้ของท่านมันเก่าแล้ว หามุขใหม่ดีกว่านะท่าน " ผู้คนต่างพากันหัวเราะเสียงดัง เพราะพวกเขาคิดว่า หยาน หยางเทียน กำลังล้อเล่น พวกเขาทั้งหมดเคยเห็นภาพในประกาศจับ และดูยังไงเขาก็ไม่เหมือน ชูเฟิง 




       " ฮ่าาาๆๆ!!! ประมุขหยาน มุขของท่านมันตลกจริงๆ ดูยังไงข้าถึงได้ไปเหมือน ชูเฟิง ? ทุกคนดูสิ ข้า เหมือน ชูเฟิง ที่ไหน? "ชูเฟิงหัวเราะอย่างบ้าคลั้งร่วมกับผู้คน แต่เสียงหัวเราะเขานั้นดูไม่ปกติ




ในเวลาเดียวกัน ใบหน้าของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยน จากนั้นไม่นานมันก็กลับไปเป็นใบหน้าเดิมของเขา ที่เหมือนกับภาพประกาศจับ ไม่มีผิดเพี้ยน



      " สวรรค์!! จะ . . . .เจ้า . . . . . เจ้า "



หลังจากที่เห็นหน้าปัจจุบันของ ชูเฟิง ผู้คนที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งตอนนี้กับสงบปากสงบคำโดยที่สีหน้าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จาก ขาว เป็นสีดำ จากดำกลายเป็นม่วง จากม่วงกลายเป็นเขียว จากเขียวกลายเป็นฟ้า ทั้งหมดล้วนแต่ทำสีหน้าแปลกๆ เห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาไม่อยากจะยอมรับว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขาคือ ชูเฟิง



* ฮือออ ฮือออ * ในตอนนั้น จื่อหลิงเกิดความสงสารอย่างมาก เมื่อเห็นพี่สาวของเอ่อหย๋าและผู้หญิงมากมายที่ต้องมลทินบางคนก็ทุกทุบตีจนตาย ขณะที่ภายในตำหนักเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ระงม จื่อหลิงที่เป็นสตรีเหมือนกันจึงไม่อาจระงับความโกรธเอาไว้ได้



* * * บูม * * *




จื่อหลิงที่แสนจะแข็งแกร่งและทรงพลัง นางได้ฆ่ากลุ่มคนที่อยู่ในระดับ 4 แก่นแท้วิญญาณ ได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าบี้มด



พลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ฝูงชนกลายเป็นเนื้อบด คนเหล่านั้นยังไม่ทันได้แม้แต่จะอ้าปาก พวกเขาก็ต้องกลายเป็นแอ่งเลือด



*** พรึบบบ *** ในเวลาเดียวกัน ชูเฟิง ก็เข้าโจมตี ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้แรงดันวิญญาณในการฆ่า แต่เขาใช้ทักษะในการเข่นฆ่าศัตรู



จากนั้นเขาก็ก้าวมาถึง เอ๋อนิ๋ว พร้อมกับกระทึบหัวของเขา *** โผ๊ละ ***



*** พรึบบบ *** ต่อจากนั้น ชูเฟิง ก็พุ่งเข้าไปที่ชายฉกรรย์คนอื่นๆ แขนของเขาคมกริบดั่งกระบี่ ทิ้มแทงไปที่หน้าออกของผู้ชายคนหนึ่่ง แล้วก็หยุดชะงักชั่วคราวจากนั้นเขาก็ง้างแขนออกฉีกร่างของชายผู้นั้นกลายเป็น สอง ท่อน



คนที่ถูก ชูเฟิง ฆ่ามีพลังวิญญาณอยู่ในระดับ 8 แก่นแท้วิญญาณ แต่ต่อหน้าชูเฟิงแม้แต่หมัดเดียวเขายังทำไม่ได้ อีกทั้งยังถูกชูเฟิงแยกออกเป็นสองส่วน



      " อัยหย่า!!! เขาคือ ชูเฟิงจริงๆ เขาต้องเป็น ชูเฟิง แน่ๆ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่น่ากลัวถึงขนาดนี้ หนีเร็ว ไม่งั้นเราทั้งหมดจะต้องตายที่นี้ !!! " ในตอนนั้นพวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า ชายหนุมที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาคือ ชูเฟิง และหญิงสาวชุดม่วงก็คือ จื่อหลิง


ตราบที่พวกเขาเคยได้ยินทุกประเภทเกี่ยวกับข่าวลือของ ชูเฟิง ว่าการกระทำของเขาราวกับเป็นปาฏิหาริย์ ความกลัวก็พวยพุ่งเข้ามาภายในจิตใจของเขาและเริ่มแพร่กระจายไปทั่วร่าง จนพวกเขาไมสามารถแม้แต่จะเดิน


ตอนนั้น คนน้อยคนที่จะกล้าหาญพอลุกขึ้นยืนได่ แต่คนหลายคนขาอ่อนละทวยเพราะความกลัว พวกเขาได้แต่นั่งแผละลงกับพื้น และสูญเสียการควบคุมในการเคลื่อนไหว



ผู้คนที่กล้าหาญเหล่านั้นเริ่มวิ่งไปยังประตูทางออกเพื่อต้องการที่จะหนีไป แต่รูปแบบอำนาจที่ครอบคลุมนั้นถูกวางโดยรอบบริเวณจากชูเฟิง พวกเขาที่ไร้อำนาจพลังวิญญาณคงไม่มีปัญญาเปิดผนึกรูปแบบอำนาจฯออกไปได้ วิธีเดียวที่พอจะทำได้คือพังมันออกไป แล้ววิธีนั้นก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้



ทุกคนที่ติดอยู่ในนี้ ทำอะไรไม่ได้เลย พวกเขาทำได้แค่รอจื่อหลิงหรือชูเฟิงสังหารอย่างโหดร้ายเท่านั้น มันจึงทำให้ภายในใจพวกเขาเกิดความหวาดกลัวจนวิญญาณของพวกเขาสั่นสะท้าน



แต่การแสดงออกที่ซับซ้อนมากที่สุดในกลุ่มจะเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจาก หยาน หยางเทียน เขานั่งเหี่ยวเฉาลงบนพื้น เลือดสดๆยังคงไหลจากศีรษะของเขาขณะที่จ้องมอง ชูเฟิง สังหารลูกน้องของเขาด้วยวิธีที่โหดร้ายต่างๆนาๆ มีความคิดนับพันนับหมื่นหลั่งไหลเข้ามาภายในใจของเขา



มันเป็นเพราะเขาเคยนึกไว้แล้วว่าชูเฟิงจะกลับมา แน่นอนว่าเขาคงพัฒนาขึ้นจนทำให้เขากลายเป็นคนที่น่ากลัวอย่างหาใดเปรียบ จนเขาเองไม่สามารถต่อกรได้



แต่เขาไม่นึกเลยว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ชูเฟิงนั้นพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว นำซ้ำยังมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาก่อนที่เขาจะได้ใช้ชีวิตให้คุ้ม

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

A : ลาก่อน ไอ้หยาน หยางเทียน ก่อนจะตายลื้อมีอะไรจะสั่งเสีย

หยาน : ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ไม่เนื้อ ไม่ชิ้น . . . . . 

หยาน : ไม่หมู ไม่ผัก ไม่เลือด ไม่น้ำ ไม่เส้น ไม่เอา . . . . .ไม่แดก

A : ถ้าจะกวนตีนแบบนี้!!! 

หยาน : เปลี่ยนเป็นส้มตำได้ไม๊ ไม่ใส่มะเขือเทศ ไม่เอาปลาร้า ไม่ใส่ปูนา ไม่เอาชูรส . . . . .

A : มึงจะไม่แดกอีกแล้วใช่ไม๊ เรื่องมาก นี้!!! เอาตีนกูไปแดรกกกก!!!

B : A กูช่วยมืงเอาตีนยัดปากมัน!!! นี้แน๊ะ ไอสาดด กวนตีนนัก!!!!

B4 : เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

A - B : หรือมึงจะแดรกกับมัน!!!!

B4 : อัตมากลับเส้าหลินล่ะ เชิญพวกโยมตามสบาย