วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 440 - วิธีหาเส้นชีพจร


        “โอ้ชูเฟิงนี่เจ้าไม่รู้ถึงเหตุผลอย่างนั้นหรือว่าทำใมข้าถึงได้ตามหาตัวเจ้า หรือว่าเจ้าคิดว่าการที่ข้าหาตัวเจ้านั้นก็เพื่อที่จับเจ้าในข้อหากบฏอย่างนั้นหรือ?” ทันที เจียง ยี่หนี่ อดไม่ได้ที่ต้องเอามือของเธอมาปิดปากเพื่อกั้นเสียงหัวเราะเอาไว้



       “หมายความว่าไม่ใช่?” ชูเฟิงขมวดคิ้วเบา ๆ และดวงตาของเขากลายเป็นรุนแรง จับจ้องไปที่รูปร่างหน้าตาของเธอที่ดูเหมือนจะไม่มีเป้าหมายอื่นใดแอบแฝง



       “แน่นอนว่าไม่ใช่ เจ้าคิดว่าแค่เพียงขุมพลังอำนาจเล็ก ๆ มันจำเป็นที่จะต้องทำให้ข้าต้องรวบรวมผู้เชียวชาญมามากมายขนาดนี้เลยอย่างนั้นหรือ?”



       “จริง ๆ เหตุผลที่ข้าได้ตามหาตัวเจ้าในครั้งนี้นั้นก็เพื่อที่จะมาขอบคุณเจ้า.” เจียง ยี่หนี่ กล่าว



       “ขอบคุณ ข้า?” ชูเฟิงรู้สึกสับสนอย่างรุนแรงกลับคำพูดของเธอ เขาเป็นคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องใด ๆ กับราชวงศ์เจียงเลยแม้แต่นิดแล้วเหตุใดทำใมพวกเขาถึงต้องการที่จะมาขอบคุณ? นอกจากนี้จริงต้องรวบรวมคนมามากมายขนาดนี้ก็เพื่อที่จะขอบคุณเขา?



       “วันนั้นที่หุบเขาพันปีศาจ, เจ้าได้ช่วยเหลือน้องชายของข้าเอาไว้เขาคือ เจียง หวู่ฉาง ถ้าไม่ได้สำหรับเจ้าที่ได้ช่วยเขาไว้แน่นอนว่าราชวงศ์เจียงจะต้องได้พบกับการสูญเสียครั้งใหญ่อย่างแน่นอนเพราะผ่านมานับพันปีเขานั้นคืออัจฉริยะที่มีสายเลือดเข้มข้นมากที่สุดในราชวงศ์เจียง.”



        “น้องชายของข้า เจียง หวู่ฉาง เป็นความหวังเดียวของราชวงศ์เจียงของข้า นอกจากนี้เขายังเป็นความภาคภูมิใจของข้าอีกด้วยและการที่มันมีอันตรายใดเกิดขึ้นกับเขาแล้วได้มีคนอื่นมาช่วยเขาเอาไว้มันก็เหมือนกับเขาได้ช่วยข้าด้วยเพราะฉะนั้นแล้วข้า เจียง ยี่หนี่ ขอขอบคุณเจ้าอย่างแท้จริง”



         “แล้วข้าก็ต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ต้องใช้วิธีการรุนแรงแบบนี้เพื่อจะได้พูดคุยกับเจ้า เพราะด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าและ ตระกูล เจี่ย รวมถึงขุมพลังอำนาจอื่น ๆ และด้วยความสัมพันธ์ของรางวงศ์เจียงของข้าและตระกูลเจี่ยรวมถึงขุมพลังอำนาจอื่น ๆ ข้าจึงไม่สามารถประกาศออกไปให้โลกรับรู้ได้ว่าเจ้าคือผู้ที่มีพระคุณต่อราชวงศ์เจียงของข้าฉะนั้นแล้วนี่จึงเป็นทางเดียวที่ข้าจะสามารถค้นหาตัวเจ้าได้”



         “แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปแม้ว่าราชวงศ์เจียงของข้าได้สัญญากับตระกูลเจี่ยและขุมพลังอำนาจอื่น ๆ เอาไว้ว่าจะฆ่าเจ้าแต่จงไว้วางใจพวกเราจะไม่ทำแบบนั้นกับเจ้าอย่างแน่นอน”



        “แล้วสิ่งนี้คือแทนคำขอบคุณของข้า โปรดรับมันเอาไว้.” ขณะที่เธอพูด เธอก็ได้โยนถุงจักรวาลออกไปให้ชูเฟิง



หลังจากนั้น เจียง ยี่หนี่ ได้หันไปรอบ ๆ แล้วออกไปอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากที่เธอเหาะไปได้ไม่กี่เมตรเธอก็ได้หันหลังกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มแล้วกล่าวกับ ชูเฟิงและจือหลิง. “แม่นาง จือหลิง นั้นคือของจริงสิ่งที่งดงามในแง่ของความงามแล้วนั้นยากที่จะหาผู้ใดเปรียบ อาจพูดได้ว่าเธอนั้นผู้หญิงที่งดงามที่สุดใน 9 อาณาจักรและในอนาคตอย่างแน่นอนว่าเธอนั้นจะหาที่เปรียบมิได้และจะการเป็นที่หมายปองของทุกคน”



        “น้องชายชูเฟิงเจ้าจงอย่าลืมดูแลห่วงใยหญิงงามเช่นนั้นเอาไว้ข้างกายเจ้าล่ะ”



        “ช้าก่อน จริงหรือไม่ที่ราชวงศ์เจียงของเจ้าจะไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้? หลังจากที่เหล่าขุมอำนาจเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของราชวงศ์เจียงของเจ้าดังนั้นถ้าหากข้าได้ข้าเหล่าศิษย์ของพวกมันมันก็เท่ากับฆ่าคนของเจ้าหรือไม่?”ทันทีชูเฟิงได้ถามอย่างเจาะจง



หลังจากที่ได้ยินคำพูดของชูเฟิงเธอก็ได้แสดงรอยยิ้มออกมาและกลายเป็นสง่ามากขึ้นพร้อมกล่าวออกไป “นั้นเป็นเพียงแค่สิ่งที่เจ้าคิด ความจริงในสายตาของราชวงศ์เจียงนั้นมีเพียงแค่ตระกูลของเราเท่านั้นที่เป็นพรรคพวกของเรา ส่วนคนอื่น ๆ นั้นคือบุคคลภายนอกไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”



หลังจากที่ได้พูดคำเหล่านั้นออกมา เจียง ยี่หนี่ ก็ได้กระโดดออกไปพร้อมกับกระโปรงยาวสีทองของเธอที่โผบินไปในของฟ้า



และในทันทีชูเฟิงก็ได้เห็นเหล่าผู้เชียวชาญราชวงศ์เจียงที่ยืนอยู่ในที่ห่างไกลได้ไล่ตาม เจียง ยี่หนี่ ออกไปพวกเขาทั้งหมดในตอนนี้ได้ออกไปแล้วอย่างแท้จริง



        “พวกเขาส่งคนออกมาเป็นจำนวมมากอย่างกับกองทัพและตามค้นหาเราแทบจะพริกแผ่นดินเพื่อมาขอบคุณเนี่ยนะ?” จือหลิง มองไปที่ชูเฟิงด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ได้ยอมรับว่าการที่พวกเขาได้ช่วย เจียง หวู่ฉาง เอาไว้นั้นชั่งเป็นสิ่งที่ดีและมั่นเหมาะต่อสถานการณ์แบบนี้อย่างแท้จริง



        “ถ้าเป็นเจ้าที่กำลังพบกับอันตรายแล้วมีคนมาช่วยเจ้าเอาไว้ข้ามั่นใจอย่างแน่นอนว่าเจ้าจะต้องชอบเขาและคิดหาวิธีที่จะค้นหาเขาและขอบคุณเขาอย่างแน่นอน”



ชูเฟิงยิ้มแล้วก็ได้เปิดถุงจักรวาลออกมา หลังจากที่เปิดมันออกมาชูเฟิงอดไม่ได้ที่จะต้องตะลึง ตาและปากของเขานั้นได้รับการเปิดกว้างและประหลาดใจ อาจกล่าวได้ว่าถึงขั้นตกอยู่ในอาการช็อค . “นี่มัน?”



พอเห็นการแสดงออกของชูเฟิงที่อยู่ในอาการตกใจ จือหลิงจึงได้รีบเดินเข้ามาและจ้องมองไปที่ถุงจักรวาลและเมื่อเธอได้เห็นในสิ่งที่ชูเฟิงเห็นก่อนหน้านี้มันทำให้เธอรู้ว่านี่คือดอกไม้สีขาวราวกับหิมะและมีลักษณะเป็นวงกลมและมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งนิ้วแม้แต่ จือหลิง ก็ยังปลื้มปิติและตกอยู่ในอาการตื่นเต้น



         “เป็นไปได้ว่านี่คือยาสวรรค์! ยาสวรรค์ที่มีคุณภาพสูง! นี่เป็นสิ่งที่มีค่าและหายากมาก! จากสิ่งที่ข้าเคยได้ยินมาในทวีปเก้าอาณาจักรมีเพียงแค่ราชวงศ์เจียงเท่านั้นที่จะสามารถเพาะปลูกยาสวรรค์และมีคุณภาพเช่นนี้ได้ อำนาจและคุณภาพของยาสวรรค์นั้นเปรียบได้กับลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณนับพันเม็ด!”



         “เจ้าพูดจริง? ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าการที่ข้าได้ช่วยชีวิตของ เจียง หวู่ฉาง เอาไว้มันทำให้ข้าได้รับลูกแก้วแก่นแท้วิญญาณถึงล้านเม็ดเลยอย่างนั้นหรือ?” หลังจากที่เขาได้ยินคำของ จือหลิง มันทำให้เขามีความสุขอย่างแท้จริงเพราะภายในถุงจักรวาลนั้น มันมียาสวรรค์คุณภาพสูงถึงหนึ่งพันเม็ด



         “ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอย่างนั้น” แม้ว่าตัวของ จือหลิง เองนั้นจะยังไม่อยากที่จะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้แต่เธอก็ทำได้เพียงแค่ยอมรับมันเท่านั้น



หลังจากนั้นชุเฟิงและจือหลิงก็ได้กลับไปยังหุบเขาที่พวกเขาได้อาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ หลังจากที่พวกของราชวงศ์เจียงได้ออกไปแล้วแน่นอนว่าพวกเขานั้นก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกเลย



ชูเฟิงได้กลั่นยาทั้งหมดเข้าไปในดันเถียนของเขาเป็นจำนวนมาก แต่มันก็ยังคงมีระยะทางที่มากเกินไปที่จะบุกฝ่า



หันหน้าไปทางผลลัพธ์ดั่งกล่าวชูเฟิงทำได้เพียงแค่สบถออกมาเท่านั้น เพราะนี่ก็เกือบปาไปสองล้านเม็ดแก่นแท้วิญญาณแล้วที่เขาได้รับการกลั่นเข้าไปในดันเถียนของเขา แต่มันก็ยังคงมีระยะห่างที่มากเกินไปในการบุกฝ่าเข้าไปยังระดับ 7 แดนแก่นแท้วิญญาณ ตามประมาณการณ์ที่เขาได้คาดเอาไว้อย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้อีกถึงสามล้านลูกแก้วแก่นแท้เพื่อบ่มเพาะพลังวิญญาณของเขา



บัดซบนี่มันจะไร้สาระเกินไปแล้วที่จะต้องใช้ถึงห้าล้านลูกแก้วแก่นแท้! นี่อาจกล่าวว่าเป็นทรัพย์สินที่เทียบเท่าได้กับยอดสำนักในทวีปเก้าอาณาจักรที่สะสมมานับพันธ์ปีได้เลย!



มันสามารถพัฒนาเหล่าผู้เชียวชาญแดนสวรรค์ออกมาได้มากมายนับไม่ถ้วน แต่ด้วยจำนวนที่มากมายขนาดนี้มันกลับไม่สามารถที่จะทำให้ชูเฟิงบุกฝ่าเข้าไปสู่ระดับที่ 7 ของแดนแก่นแท้ได้ และเพียงแค่การคำนวณถึงจำนวนที่เขาจะต้องใช้ในการก้าวไปสู่แดนสวรรค์นั้นมันแถบที่จะทำให้เขาถึงกับบ้าตาย



มันเป็นไปได้ว่าแม้แต่ราชวงศ์เจียงก็ยังไม่มีทรัพยากรที่มากพอที่จะทำให้เขาบุกฝ่าไปแดนสวรรค์ได้เพราะจำนวนลูกแก้วแก่นแท้ที่จำเป็นต้องใช้นั้นเป็นจำนวนที่น่ากลัวมาก เพียงแค่คิดมันก็ถึงกับทำให้ชูเฟิงปวดหัวได้เลย



เมื่อเห็นชูเฟิงเป็นเช่นนั้นจาก จือหลิง ที่เป็นคนที่ก้าวร้าวก็กลายเป็นน่ารักและอ่อนโยนขึ้นในทันที เธอพูดกับชูเฟิงว่า “ปู่ของข้าน่ะเคยกล่าวเอาไว้ว่าสำหลับพลังทางสายเลือดนั้นจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากถึงจะเสริมสร้างและบ่มเพาะพลังวิญญาณของพวกเขาให้แข็งแกร่งขึ้นมาได้ ในอนาคตผู้คนเหล่านี้จะต้องประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอนเพราะฉะนั้นแล้วเจ้าควรที่จะมีความสุขกับมันเพราะมันเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสายเลือดของเจ้าที่ได้รับสืบทอดมานั้นมันคงจะเป็นอะไรที่สูงส่งมากไม่เช่นนั้นแล้วมันคงไม่ใช้ทรัพยากรมากมายขนาดนี้ และบางทีในอนาคตของเจ้าอาจจะยิ่งใหญ่กว่าข้าก็เป็นได้!”



หันหน้าไปทางคำพูดของ จือหลิง แล้วนั้นชูเฟิงรู้ว่าเธอกำลังปลอบใจเขาแม้ว่าปู่ของเธอนั้นจะถือครองตำราโบราณและทำให้เขารับรู้ข้อมูลบางอย่างแต่มันก็ไม่ได้บอกว่ามันจะเป็นอย่างในตำราถึงร้อยเปอร์เซ็นเพราะมันยังไม่ได้รับการพิสูจน์ใดในข้อเท็จจริงนั้น ๆ



นอกจากนี้ถึงแม้ว่าสิ่งที่บันทึกอยู่ในตำรานั้นจะกล่าวออกมาเป็นความจริงเขาก็ยังคงไม่มีความสามารถพอที่จะเก็บรวบรวมทรัพยากรจำนวนมหาศาลขนาดนั้นได้เขาคิดว่าการบ่มเพาะพลังวิญญาณของเขานั้นคงจะต้องหยุดยอยู่ดินแดนไหนสักอย่างแน่ ๆ และเมื่อถึงตอนนั้นความแข็งแกร่งที่เขามีมันจะมากสักแค่ไหนกัน?



ในช่วงเวลาเช่นนี้ ต้าน ต้าน รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในหัวใจของชูเฟิงเสมอเธอได้โพล่ออกมาในเวลาเช่นนี้และตะโกนออกไปว่า “ไอ้เด็กโง่เอ้ยนี่เจ้ากำลังเป็นกังวลถึงอะไรอยู่? โลกใบนี้นั้นมันมีขนาดใหญ่มากนักและยังมีทรัพยากรอีกตั้งมากมายในทุก ๆที! และนอกจากนี้เจ้าเป็นอะไรห่ะ! เจ้าเป็นผู้เชื่อมต่อฯไม่ใช่หรือยังใง!”



         “นอกจากนี้เจ้ายังเป็นผู้เชื่อมต่อฯที่สามารถทำสัญญากับข้าได้เชียวนะ! สำหรับผู้เชื่อมต่อแล้วทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังวิญญาณนั้นมันหาได้เป็นอุปสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ไม่? ผู้เชื่อมต่อฯนั้นสามารถหาทรัพยากรได้เองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด”



ตราบใดที่เจ้าสามารถบุกฝ่าไปยังระดับ 7 แดนแก่นแท้และกลายเป็นผู้เชื่อมต่อฯชุดฟ้าได้ล่ะก็แน่นอนเลยว่าข้าจะสอนเจ้าถึงทักษะหาเส้นชีพจรสมบัติเพื่อค้นหาวัตถุทางธรรมชาติที่สามารถบ่มเพาะพลังวิญญาณให้กับเจ้าได้วัตถุเหล่านี้นั้นมันได้ถูกซ่อนเอาไว้อย่างมากมายในซอกหลืบของโลกฉะนั้นแล้วข้ารับประกันได้เลยว่าเจ้าจะไม่พบปัญหาเรื่องการขาดทรัพยากรอย่างแน่นอน”



         “แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะถึงวันนั้นข้าเป็นห่วงว่าเจ้าจะเบื่อตายเอาเสียก่อนซะมากกว่า เพราะตอนนี้ระดับพลังวิญญาณของเจ้านั้นยังไม่ได้เป็นที่น่าพอใจนักฉะนั้นแล้วข้าจึงรู้สึกเสียดายที่จะสอนเจ้าในตอนนี้ฉะนั้นแล้วเจ้าจะต้องมีระดับพลังวิญญาณที่น่าพึ่งพอใจเสียก่อนไม่เช่นนั้นข้าจะไม่สอนมันให้แก่เจ้า.”


#################################################################################################

เอาละในช่วงท้ายก็มาพบกับเราเหล่าพี่น้อง 3B หัวดอที่จะมาเผาชูเฟิงไปพร้อมกลับคุณ


B1 : เอาว่ะเกมพลิก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

B2 : ฮ่า เอาซะตกใจเลยนึกว่านางจะมาจับพี่เฟิงทำผัวซะแล้ว

B3 : แต่มันเป็นอะไรที่กูรู้สึกเสียใจมากเลยนะการที่มันพลิกล็อกแบบนี้คือแบบอยากเห็นมันโดนอัดบ้างไรบ้างเงี้ย

B2 : ฝันไปก่อนล่ะกันนะ B3

B3 : เหอะรอไปก่อนแล้วกันวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่มึงจุ๊งกันแน่

B1 : เออพวกมึงจะพูดไรก็ชั่งเถอะนะแต่รู้สึกว่าข้ามีข้อสงสัยว่ะ ตอนแรก็ไม่คิดหรอกนะแต่พอมาอ่านตอนนี้แล้วคิดเลยว่าผู้หญิงในเรื่องนี้มันใส่กระโปรงกันทุกคนเลย

B2 : อ่าวทำใมคิดงั้นล่ะ ผู้หญิงใส่กระโปรงมันผิดตรงไหน

B1 : มันก็ไม่ผิดหรอก B2 แต่นายลองคิดนะเวลาตอนบินหรือเหาะกระโปรงมันไม่เปิดหรอและในยุคนั้นกางเกงในเริ่มมีลายรึยัง?? คือแบบลายคิดตี้เงี้ยคงจะหวานแหววหน้าดู

B2 : เอิ่ม….เหมือนพักนี้นายดูมกหมุ่นไปหน่อยนะ

B3 : กูคิดว่าไม่หน่อยแล้วมั้ง B2 กูรู้กูสัมผัสถึงกลิ่นคาว ๆ แถวนี้ได้

B2 : กลิ่นคาว??

B1 : หุบปากไป B3 รู้สึกมาได้แค่ 2 บทและจะพูดมากจังนะ!!

#################################################################################################

…..####เอาล่ะก็ขอจบสาระเร้าใจ BY: นายกระทิข้น ไว้เท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับสำหรับผู้อ่านทุกท่าน####…..