วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 443 - จาง เทียนยี่


ความเร็วของชายหนุ่มคนนี้เร็วมาก ในเวลาอันสั้นเขาก็มาอยู่ในสายตาของทั้ง 2 แล้ว



เขายืนอยู่บนอากาศโดยไขว้มือไว้ที่หลังของเขา เขามองไปที่ชูเฟิง และ จื่อ หลิง แล้วพูดว่า



       "ข้ารอพวกเจ้าทั้ง 2 มาตั้งนาน."



       "เจ้าเป็นใคร" ชูเฟิงตะโกนถาม



      "ข้าเชื่อว่าเจ้าเคยได้ยินชื่อข้ามาบ้างแล้ว ข้าคือศิษย์สำนักมังกรฟ้า จาง เทียนยี่. " จาง เทียนยี่ พูด



      "จาง เทียนยี่ ศิษย์พี่ จาง งั้นหรือ" หลังจากที่ได้ยิน ชูเฟิงก็รู้สึกดีใจไม่น้อย เพราะเขาเป็นศิษย์จากสำนักเดียวกันแสดงว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกับชูเฟิง



      "ศิษย์พี่จาง เจ้าคิดว่าเจ้าควรเรียกข้าด้วยชื่อนั้นหรือ " จาง เทียนขมวดคิ้วแน่น และเผยจิตสังหารออกมา



      "ศิษย์พี่จาง ข้าไปทำอะไรให้ท่านโกรธเคืองเช่นนั้นหรือ" ชูเฟิง ถามด้วยความสับสนเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบกับจาง เทียนยี่ ดังนั้น เขาไม่น่าจะมีความบาดหมางอะไร



       "ฮึ่ม เจ้าไปยั่ว สำนัก หลิง หยุน และทำให้ สำนักมังกรฟ้าของข้าต้องพินาศ ประวัติของสำนักกว่าพันปี ต้องถูกทำลายเพราะเจ้า เจ้ายังมีหน้าพูดว่าเจ้าเป็นศิษย์สำนักมังกรฟ้าอีกหรือ เจ้ารู้สึกละอายบ้างหรือไม่ที่เรียกข้าว่าศิษย์พี่ "



        "ข้า จาง เทียนยี่ จะกำจัดขยะให้กับสำนักมังกรฟ้า และจะ ลบ ศิษย์ที่ล้มเหลวเช่นเจ้า "



ในขณะที่พูดในตาเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร มือซ้ายของเขาสะบัดและเกิดคันธนูในมือเขา เขาใช้มืออีกข้างทำท่าดึงธนูและเกิดลูกศพในมือเขา และเขายิงมันออกมา และเล็งไปที่ชูเฟิง ทักษะ ที่จาง เทียนยี่ใช้เป็นทักษะจากสำนักมังกรฟ้า ธนูร้อยแปลง



ธนูร้อยแปลงนั้นไม่ได้เป็นทักษะ ที่แข็งแกร่งอะไร แต่เมื่อ จาง เทียนยี่ใช้มัน อำนาจการทำลายของมันก็เยอะมาก



ลูกศรบินอยู่บน อากาศรอบตัวพวกเขา และเกิดเส้นสีดำบนอากาศที่พวกมันบินผ่าน ทำให้พลังนั้นไม่สามารถดูถูกได้เลย



       'ทำไมพลังของเขาถึงแข็งแกร่งแบบนี้'



ในตอนนั้นตาชูเฟิง นั้นเกิดประกายขึ้นและขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพบว่าพลังของ จาง เทียนยี่ นั้นน่ากลัวมาก แม้ว่าจะเป็นทักษะอย่าง ธนูร้อยแปลงแต่เมื่อเขาใช้ มันกลับน่ากลัวมาก



ถ้ามีคนบอกว่า ผู้เฒ่าร้อยหน้าที่อยู่ในระดับ 3 อาณาจักรสวรรค์นั้น นับเป็นผู้แข็งแกร่งแล้ว แต่ จาง เทียนยี่ในตอนนี้ที่พลังระดับเดียวกัน แต่ว่าเขานั้นเหนือกว่า ผู้เฒ่าร้อยหน้าเสียอีก



       "กำจัดขยะหรือ เจ้าดูมั่นัใจเสียจริงนะ จากประสบการณ์ของข้า แสดงว่าเจ้ามีดีบางอย่างถึงกล้าพูดออกมา "



ในตอนนั้น จื่อ หลิงได้เคลื่อนไหว อำนาจวิญญาณสีฟ้าของเธอ ไหลออกมาเหมือนน้ำ และ บางส่วนถูกควบแน่นเป็นกำแพงบนอากาศ



กำแพงวิญญาณโปร่งใส่มีสีฟ้าเล็กน้อย เมื่อถูกแสงแดด ก็เกิดประกายเงาดั่งผลึก ทำให้มันสวยงามมาก และที่สำคัญที่สุดคือมันแข็งแกร่งมากเช่นกัน



* ปัง ปัง ปัง *



แต่ลูกศรของ จาง เทียนยี่ นั้นบินมาอย่างรวดเร็ว พุ่งใส่กำแพงวิญญาณของจื่อ หลิง อย่างต่อเนื่อทำให้กำแพงนั้นถูกทำลายลง



        "เป็นไปได้อย่างไร เขาสามารถทำลายอำนาจวิญญาณของเราได้ยังไง "



ไม่ต้องพูดถึงชูเฟิง แม้แต่จื่อ หลิง ในตอนนี้ ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความตกใจเช่นกัน



จื่อ หลิง นางคือคนที่มีกายศักดิ์สิทธิ์ และโดยเฉพาะเมื่อนางได้ก้าวเข้าสู๋อาณาจักรสวรรค์ มันคนละเรื่องกับนางตอนอยู่ในระดับ 9 แก่นแท้วิญญาณ



ตามการคำนวณของเธอ เธอนั้นสามารถเอาชนะ ผู้ที่ อยู่ระดับ 4 อาณาจักสวรรค์ได้ ถ้าเธอเอาจริงก็สามารถเอาชนะ ผู้ที่อยู่ระดับ 5 ได้ แม้แต่ระดับ 6 ก้ไม่ใช่ผู้ที่จะโค่นเธอลงได้ง่ายๆ นั่นคือความแข็งแกร่งของเธอในตอนนี้ พลังการต่อสู้ของเธอนั้นไม่ได้น้อยกว่าชูเฟิงเลย



แต่สิ่งที่เกิดขึ่นในสายตาเขา จาง เทียนยี่ ที่อยู่ในระดับ 3 อาณาจักรสวรรค์ กลับทำลายเกราะของจื่อ หลิง ได้นี่หมายความว่า ความสามารถของ จาง เทียนยี่ก็น่ากลัวเช่นกัน มันรุนแรงกว่า ผู้เชี่ยวชาญระดับ 4 อาจจะเทียบเท่ากับระดับ 5 ด้วยซ้ำไป



        "เจ้าน่าจะทำได้มากกว่านี้นะ." จาง เทียนยี่พูดขึ้นมา ทำให้ จื่อ หลิงไม่มีทางเลือก เธอพลิกฝ่ามือของเธอ และเรียกราชรถที่งดงามออกมา จากนั้นก็โยนขึ้นไปบนอากาศ ทำให้มันขยายตัวขึ้นด้านหน้าของ ทั้ง 2



อาจพูดได้ว่า การโจมตี ของจาง เทียนยี่นั้นแข็งแกร่งมาก ถึงแม้จะมีราชรถที่งดงามมาขวางเอาไว้ แต่มันก็ทำให้เกิดเสียงดังเหมือนตีเหล็กและทำให้ ราชรถนั้น ถอยกลับมาได้



       "ไป ~~~~~~"



จื่อ หลิง ตะโกนออกมา และจู่ๆ ราชรถ ก็พุ่งเข้าหา จาง เทียนยี่



       "โอ้ว ช่างเป็นพาหนะที่ดูดียิ่งนัก ข้ากำลังขาดพาหนะอยู่พอดีเลย งั้นข้าจะเอามันไปล่ะรวมไว้กับยอดยุทธภัณฑ์ของข้า ช่างเอาออกมาได้ถูกเวลายิ่งนัก "



เมื่อเขาเห็นราชรถ เขาก็หัวเราะขึ้นมา จากนั้นก็สะบัดมือ จากนั้นมือของเขาก็กลายเป็นกรงเล็บอินทรี และขยายใหญ่ขึ้น พลังระดับอาณาจักรสวรรค์ไหลออกมาไม่มีสิ้นสุดและไปรวมอยู่ที่มือของเขา และรับ ราชรถที่งดงามนั่นเอาไว้



ในตอนนั้น จื่อ หลิง ก็บ่นในใจเล็กน้อย เพราะเธอพบเรื่องที่น่าตกใจว่า พลังของจาง เทียนยี่ มันเยอะกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก



ในตอนนั้น จาง เทียนยี่ กำลังสู้กับ ราชรถที่งดงาม และต้องการที่จะควบคุมมันให้เป็นของตนเอง



        "อสูรวิญญาณ ไป ~~~~" ในตอนนั้น จื่อ หลิง เรียกอสูรวิญญาณของเธอออกมา พิภพนางฟ้าวิญญาณปรากฏตัวขึ้นจากประตูโลกวิญญาณที่จื่อ หลิงสร้างไว้



หลังจากการดูดซับของ พลังงานที่ผ่านมา ในตอนนี้อสูรวิญญาณของเธอนั้นมีพลังเพิ่มขึ้นมาและมีพลังอยู่ที่ ระดับ 3 อาณาจักรสวรรค์



นอกจากนี้ พลังของอสูรวิญญาณนั้นพิเศษกว่าปกติมาก มันแข็งแกร่งกว่าผู้บ่มเพาะปกติ พลังของมันนั้นเทียบได้กับ คนที่มี ระดับ 4 อาณาจักรสวรรค์เลยทีเดียว มันบินออกมาพร้อมถือ ดาบยาวสีทอง และโจมตีเพื่อฆ่า จาง เทียนยี่



         "นี่คืออสูรวิญญาณงั้นหรือ เป็นสิ่งที่น่าสนใจจริงๆ นี่เป็นโอกาสที่ดี ที่ข้าจะได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตนตำนาน ที่เรียกว่า อสูรวิญญาณ "



ทางอสูรวิญญาณที่กำลังโจมตี จาง เทียนยี่ แต่ จาง เทียนยี่ ก็ไม่กลัวแม้แต่น้อย มือของเขา ยังคงเรียกพลังระดับอาณาจักรสวรรค์ และพยายามควบคุมราชรถที่งดงาม ที่อยู่กลางอากาศ ส่วนมืออีกข้างกำแน่น และใช้ธนูร้อยแปลงรวมตัวกัน ไปรับการโจมตีจากดาบยาวสีทองนั่น


ReadMGA.blogspot.com
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

A : บักจาง จะกวนตีนก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยยยย

B : ไปว่าพี่จางกวนตีน ได้ไง๊เขาออกจากเก่งกาจปานฉะนั้น

A : เก่งก็จริง เด๋วถ้า ชูเฟิง เอาต้านต้าน ออกมาบู้ล่ะ สนุกเลยนะ

B : ก็จริง!!! ฝ่ายไหนบาดเจ็บรังแต่มีผลเสีย ศัตรูไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่ควรจะเป็น หุบเขาเทพกระบี่มากกว่า

A : ใช่!!! มันขู่ว่าจะนำกระดูกบรรพชนตระกูลชูและบรรพชนอาวุโสสำนักมังกรฟ้า ไปโยนลงบ่อขี้ด้วยล่ะ

B : นั้นสินะ ยิ่งเป็นคนจีนก็ยิ่งให้ความสำคัญกับบรรพชนซะด้วย นั้นถือเป็นการเหยียดหยามอย่างมากเลยล่ะ แล้วหากลูกหลานปล่อยให้บรรพชนเจอเรื่องแบบนั้นโดยไม่ทำอะไร นั้นเท่ากับเป็นการอกตัญญูต่อบรรพชนที่ตาย