วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 449 – เปิดฉากการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่

     “เขา…เขา…..เขามาจริงๆ !!”



     หลังจากที่ ชูเฟิง และคนอื่นๆ ได้ปรากฏตัวออกมานั้น มีเพียงบุคคลภายนอกเท่านั้นที่ตื่นเต้น แต่เหล่าผู้อาวุโสและลูกศิษย์ของหุบเขากระบี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อ่อนแอ พวกเขาค่อนข้างหวาดกลัว ชูเฟิง อยู่มาก



     ตลอดระยะเวลาที่มาช่วงนี้ ได้มีข่าวเกี่ยวกับ ชูเฟิง ออกมาอย่างต่อเนื่อง ผู้คนที่ถูกเขาสังหารก็มีอยู่จำนวนมาก ดังนั้น เหล่าผู้อาวุโสและลูกศิษย์ของหุบเขากระบี่จึงเกิดความหวาดกลัว



     “ชูเฟิง และ จาง เทียนยี่ พวกเจ้าทั้งสองคนช่างชั่วร้ายยิ่งนัก บาปของพวกเจ้าที่ได้ทำการสังหารผู้คนไปจำนวนมากนั้น พวกเจ้าต้องได้รับโทษ”



     ในขณะนั้น เสียงที่ดังและทรงอำนาจก็ดังขึ้นมา มันเป็นเสียงบองอดีตผู้นำของหุบเขากระบี่



     ในทันทีนั้น เหล่าผู้อาวุโส และลูกศิษย์ที่รู้สึกหวาดกลัวก็พากันสงบลง เพราะด้วยความแข็งแกร่งที่อดีตผู้นำหุบเขาได้แสดงออกมานั้น ทำให้เขามันใจขึ้นมาก



     แต่สำหรับผู้ที่ต้องการมารับชมการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้นั้น พวกเขาต่างขมวดคิ้วแน่น เพราะเมื่อผู้นำหุบเขากระบี่แสดงความแข็งแกร่งออกมานั้น ดูเหมือนว่าความคาดหวังของพวกเขาจะห่างไกลออกไปยิ่งกว่าเดิม



     “ท่านคงรู้อยู่แก่ใจ ว่าเหตุใด ข้า ชูเฟิง ถึงได้โจมตีหุบเขากระบี่ และคงรู้เช่สกันว่าใครที่เป็นผู้กระทำผิดกันแน่”



     “วันนี้ ข้าไม่ได้มาเพื่อถกเถียงปัญหาแต่อย่างใด ข้าขอแนะนำว่า เหล่าผู้อาวุโส และลูกศิษย์ ควรออกจากหุบเขากระบี่ซะ เพราะข้าจะทำการสังหารหมู่ในวันนี้ แต่หากมีใครที่จะอยู่ ก็อย่าได้หาว่าไร้ความปราณีในภ่ายหลัง” ชูเฟิง กล่าว



     “ฮ่าๆ คำพูดของเจ้ามันใหญ่โตนัก ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมข่าวลือถึงได้บอกว่าเจ้าเป็นคนหยิ่งผยอง เพราะเมื่อข้าได้ยินคำพูดของเจ้า ข้าก็ได้เข้าใจจริงๆ เสียที”



     “ไม่ต้องเป็นกังวลไป เจ้านะไม่มีโอกาสได้สังหารหมู่ผู้ใดในสถานที่แห่งนี้ เพราะสถานที่แห่งนี้จะเป็นหลุมฝังศพของเจ้า” อดีตผู้นำหุบเขากระบี่ กล่าวอย่างมั่นใจพลางยิ้มบางๆ และเมื่อเขามองไปที่ จื่อ หลิง ที่ยืนอยู่ข้างๆ ชูเฟิง เขาก็กล่าวออกมาอีกว่า



     “แม่นาง จื่อ หลิง เจ้า และหุบเขากระบี่ ไม่ได้มีความแค้นใดๆ ต่อกัน เจ้าควรออกไปจะดีกว่า หากว่าไม่แล้วนั้น ก็อย่าได้โทษที่ข้าไร้ความปราณี”



     อดีตผู้นำของหุบเขากระบี่นั้นแข็งแกร่งอย่างมาก แต่เขาก็รู้ดีว่า ปู่ของ จื่อ หลิง นั้น ไม่ใช่บุคคลที่สามารถจีดการได้ง่ายๆ ดังนั้น เขาจึงเกรงใจ จื่อ หลิง อยู่บ้าง



     และนั่นก็คือเหตุผลที่ว่า ทำไมตอนที่ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง โจมตีสำนักเทพอัคคีนั้น มีเพียงประกาศจับของ ชูเฟิง ออกมาคนเดียวเท่านั้น



     “ข้าคือคู่หมั้นของ ชูเฟิง ศัตรูของเขาก็คือศัตรูของข้า ท่านได้ใช้บรรพบุรุษของสำนัก และตระกูชู มาข่มขู่เช่นนี้ ท่านยังกล่าวออกมาอีกเหรอว่า เราไม่ได้มีความคับแค้นต่อกัน”



     “กล่าวกันตามตรง เหตุผลที่ข้า จื่อ หลิง มาที่นี่ ก็เหมือนกับ ชูเฟิง ข้าจะสังหารหมู่หุบเขากระบี่”



     ***** วูบบบบ *****



     ในขณะที่นางกล่าวนั้น แววตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และเพียวชั่วพริบตาเท่านั้น ราชรถที่งดงามซึ่งอยู่กลางอากาศ ก็ได้ร่วงลงมาอย่างรวดเร็วในกละมของผู้อาวุโสและศิษย์ของหุบเขากระบี่



     ด้วยความเร็วเช่นนั้น จึงทำให้ผู้อาวุโส และลูกศิษย์ไม่สามารถตอบสนองได้ทัน มีมากกว่าสิบคนที่ถูกราชรถที่งดงามบดขยี้จนตาย



     ในเวลาเดียวกันนั้น ออร่าสีทองก็แผ่กระจายออกมาจากราชรถที่งดงาม และกวาดผ่าน้หล่าสมาชิกของหุบเขากระบี่กว่าพันคนอย่างรวดเร็ว



     ผู้คนที่ถูกออร่าสีทองเหช่านั้นกวาดผ่าน ล้วนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน และเวลาเพียงไม่นาน พวกเขาก็ตายลงอย่างรวดเร็วโดยคลื่นพลังของราชรถที่งดงาม



     “ดูเหมือนว่า จื่อ ซวนหยวน จะเลี้ยงเจ้ามาไม่ดีพอ จึงทำให้เจ้าเป็นปิศาจเช่นนี้”



     “วันนี้ ข้าจะให้บทเรียนแก่ปิศาจเช่นเจ้า ถึงผลของการสร้างความวุ่นวาย และสังหารเหล่าผู้บริสุทธิ์”



     หลังจากเห็นเหล่าลูกศิษย์กว่าพันคนถูกสังหารถภายในพริบตา ใบหน้าของอดีตผู้นำหุบเขากระบี่ก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขาทะยานตัวไปในอากาศและเริ่มโจมตีใส่ ชูเฟิง , จื่อ หลิง และ จาง เทียนยี่



    เขาไม่ได้ทักษะการต่อสู้แต่อย่างใด เขาใช้เพียงแรงกดดันของพลังวิญญาณระดับหก ขั้นแดนสวรรค์เท่านั้น แต่นั่นก็สามารถให้มวลอากาศรอบๆ ตัวของเขาบิดตัวอย่างรุนแรง



     เมื่อเห็นเช่นนั้น ทุกคนต่างแตกตื่นทันที คนที่ไม่ใช่สใาชืกของหุบเขากระบี่รีบหลบออกจากหุบเขาอย่างรวดเร็ว เพราะในขณะที่อดีตผู้นำหุบเขากระบี่โจมตีนั้น จื่อ หลิง ยังคงใช้ราชรถที่งดงามฆ่า เหล่าผู้อาวุโสและลูกศิษย์ของหุบเขากระบี่อย่างต่อเนื่อง



     “เจ้ามีพลังเพียงระดับหก ขั้นแดนสวรรค์ แต่กลับกล้าพูดจ้าโอหังเช่นนี้ วันนี้ข้า จาง เทียนยี่ จะมอบบทเรียนแก่เจ้า”



     ขณะที่ จาง เทียนยี่ กล่าวนั้น เขาได้ชักดาบไม้ศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากกลางหลังของเขา และฟันไปที่ออร่าพลังของอดีตผู้นำหุบเขากระบี่อย่างรวดเร็ว



     หลังจากที่ จาง เทียนยี่ ฟันออกไปนั้น ประกายแสงจำนวนมากก็พุ่งเข้าใส่ อดีตผู้นำของหุบเขากระบี่อย่างรวดเร็ว

     “หึ…..เจามีพลังเพียงระดับสาม ขั้นแดนสวรรค์เท่านั้น เจ้าคิดว่าเจ้าจะไร้เทียมทานเช่นนั้นรึ วันนี้พวกเจ้าทั้งสามคนจะต้องตายที่นี่” อดีตผู้นำหุบเขากระบี่ กล่าวอย่างเย็นชา เขาสูดหายใจเข้าเล็กน้อย ก่อนที่ฝ่ามือของเขานะปรากฏดาบสีเงินเล่มใหญ่ออกมา



     ใบดาบนั้นกว้างกว่าสองฟุต และยาวกว่าสามเมตร ถึงแม้มันจะไม่ใช่ยอดยุทธภัณฑ์ แต่ก็ถูกสร้างมาด้วยวัสดุที่พิเศษอย่างมาก อีกทั้งมันยังเป็นดาบไร้คมที่ไม่ค่อยพบเห็นมากนัก



     ดาวใหญ่นั้นมีน้ำหนักอย่างมาก แต่เมื่ออยู่ในมือของอดีตผู้นำของหุบเขากระบี่ มีนกลับดูราวไร้น้ำหนักไปอย่างนั้น เพราะเขาสามารถใช้ดาบใหญ่ได้อย่างคล่องแคล่วด้วยความเร็วที่ไม่ได้ด้อยไปกว่า ชาง เทียนยี่ ที่ใช้ดาบไม้ศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย



     “จาง เทียนยี่ เจ้าฆ่าลูกชายของข้า เจ้าจงมอบชีวิตของเจ้ามาซะ !!”



     ในขณะนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามดังขึ้นจ่กพื้นดิน มันเป็นเสียงของผู้นำของหุบเขากระบี่ ที่พุ่งจู่โจมมาด้วยความเกลียดชังต่อ จาง เทียนยี่ เข้ากระดูกดำ เพราะบุตรชายของเขาถูกสังหารโดย จาง เทียนยี่ แม้แต่ยามหลับฝัน เขาก็ต้องการที่จะฆ่า จาง เทียนยี่



     ในตอนนี้ จาง เทียนยี่ ก็ได้มาปรากฏตัวต่อหน้าเขา ดังนั้น เขาจึงไม่สามารถสะกดความแต้นบองเขาเอาไว้ได้อีกต่อไป เขาระเบิดพลังระดับห้า ขั้นแดนสวรรค์ออกมา และกำลังจะพุ่งเข้าไปในการต่อสู้ของบิดาของเขากับ จาง เทียนยี่ 



     ***** พรึ่บ *****



     ก่อนที่เขาจะได้เข้าไปใกล้ จาง เทียนยี่ นั้น ก็ได้มีสาวงามปรากฏตัวต่อหน้าของเขา นั่นคือ จื่อ หลิง อย่างรวดเร็ว



     “พวกเขากำลังสู้กันอยู่ !! เจ้าไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย” ในขณะนั้น ร่างกายของ จื่อ หลิง ถูกปลกคลุมไปด้วยออร่าสีม่วง มันคือพลังของกายศักดิ์สิทธิ์ที่ปะทุออกมา แม้ว่าใบหน้าของนางยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน แต่แววตาของนางปรากฏจิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน



     “อ๊ากกกกกกกก….!!” ในขณะที่ผู้นำหุบเขากระบี่กำลังสับสนอยู่นั้น เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และทรมาน ก็ได้ดังขึ้นมาจากบริเวณพื้นที่ส่วนกลางของหุบเขากระบี่



     นั่นคือฝีมือของ ชูเฟิง เขามุ่งหน้าเข้าไปยังซากบรรพชนของสำนัก และตระกูลชูของเขา อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางของหุบเขากระบี่



     อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง ไม่ลงมาจากท้องฟ้าแม้แต่น้อย ตลอดเวลาที่เขามุ่งหน้าไปสู่พื้นที่ส่วนกลางของหุบเขากระบี่ ตลอดเส้นทางที่เขาผ่านไปนั้น สมาชิกของหุบเขากระบี่ถูกสังหารอย่างหฤโหด โดยฝีมือของเขา

ReadMGA.blogspot.com
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยคุณ#Abhisit Siriroop