วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 456 - นี่คือภัยธรรมชาติ


ในอาณาจักรทั้ง 9 อาณาจักรซุ่ย นั้นอยู่ภายใต้การปกครองของหุบเขาเทพกระบี่ ขณะนั้นมีเมฆสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น จากนั้นไม่นานเมฆสีดำที่ปรากฏก็ระเบิดขึ้นอย่างน่ากลัว



ระเบิดนั้นทำให้คนทั้ง 9 อาณาจักรตกใจอย่างมาก แม้แต่คนที่อยู่นอกทวีปก็ยังได้ยินเสียงระเบิดนั้น ส่วนคนที่อยู่ในอาณาจักรซุ่ยต่างเห็นกับตาตัวเองว่ามันเป็นระเบิดที่เกิดขึ้นจาก สายฟ้าสีทองและสายฟ้าสีฟ้า ที่แพร่กระจายไปทั่วทุกทิศบริเวณหุบเขาเทพกระบี่



หลังจากที่ประกายแสงเจิดจ้า หุบเขาเทพกระบี่ก็ราบเป็นน่ากอง ถ้าจะระบุให้ชัดเจน ต้องบอกว่าพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆดำกลายเป็นหลุมกว้างขนาดใหญ่และลึกมาก ซึ่งในช่วงของหุบเขาที่เป็นหลุมนั้นต่างไม่เหลือสิ่งมีชีวิตหรืออาคารใดๆอยู่เลย



แม้แต่ราชวงศ์เจียงยังส่งผู้เชี่ยวชาญสูงสุดไปยังอาณาจักรซุ่ย เพื่อตรวจสอบความจริงของเหตุการระเบิดที่น่าตกใจ ภายในหุบเขาเทพกระบี่



ในที่สุดราชวงศ์เจียงก็ได้บทสรุปว่า การระเบิดที่น่ากลัวนั้นคือภัยพิบัติจากธรรมชาติ มันคือหายนะจากธรรมชาติที่ปรากฏขึ้นอย่างกระทันหัน ซึ่งคนของราชวงศ์เจียงไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้นได้



และเมื่อเขาไปยังหุบเขาเทพกระบี่ แล้วพบกับสภาพของหุบเขาเทพกระบี่ ราชวงศ์เจียงก็ได้ยืนยันข้อสรุป ว่าที่พวกเขาสันนิษฐานนั้นถูกต้อง



เพราะว่ามนุษย์คงไม่สามารถมีพลังทำลายล้างที่น่ากลัวถึงขนาดนี้ อย่างน้อยๆในทวีปเล็กๆอย่าง 9 อาณาจักรก็ไม่มีใครทำแบบนั้นได้



เวลา 2 เดือนผ่านไป ไวเหมือนพริบตา นับตั้งแต่มีการระเบิดน่ากลัวครั้งใหญ่ แต่ผู้คนต่างยังคงพากันตื่นเต้นกับเหตุการณ์นั้นไม่ลืม ซึ่งมันได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาของทุกๆคนในยามที่เขาใช้เวลาพักผ่อน



ภายในเวลาสองเดือนก็มีการเปลี่ยนแปลงกับหลุมลึกขนาดใหญ่ เนื่องจากมันเป็นหุบเขาที่ลึกเกินไป จึงเหมาะที่จะเป็นแหล่งเก็บน้ำ อีกทั้งยังมีเส้นทางลำเลียงน้ำไหลมาบรรจบกับหลุมลึกขนาดใหญ่



ดังนั้นหลังจากที่เวลาผ่านไปสองเดือน บวกกับน้ำที่ไหลมาสะสม มันจึงเกิดเป็นทะเลสาบที่กว้างใหญ่ไพรศาล อีกทั้งยังมีคนตั้งชื่อให้มันว่า ทะเลสาบหายนะฟ้าดิน



และชื่อเสียงของทะเลสาบหายนะฟ้าดินก็ได้ขยายตัวไปอย่างต่อเนื่อง แต่เดิมที่เต็มไปด้วยที่อยู่อาศัยและผู้คนของหุบเขาเทพกระบี่ที่มีประวัติยืนยาวมากว่าพันปี บัดนี้ได้หายไปจากสายตาของผูู้คนอย่างชั่วนิรันดร์



ณ อาณาจักรมังกรฟ้า ภายในสุสานพันกระดูก ติดกับรูปแบบอำนาจของซูรู่และซูเหม่ย ก็มีร่างของ ชูเฟิง นอนอยู่ข้างๆ ขณะที่ จื่อหลิง กำลังคอยเฝ้ามอง



        " น้องสะไภ้ ศิษย์น้องชูเฟิง เป็นยังไงบ้าง ? " เสียงของจาง เทียนยี่ ค่อยๆดังเข้ามา



        " ผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้าได้มาดูอาการเขาแล้ว เขาบอกว่าร่างกายของชูเฟิงค่อนข้างดีเลยล่ะ และเขาก็บอกว่าหลังจากนี้ไม่กี่วัน ชูเฟิง คงจะตื่นขึ้นมา " จื่อหลิงพูดพร้อมกับยิ้มเบาๆ ขณะที่สายตายังคงจอดจ้องไปที่ร่างของ ชูเฟิง



        " ยอดเลย!!! หากวันนั้นไม่ได้น้องชูเฟิงพวกเราคงตายอยู่ที่นั้น " จาง เทียนยี่ พูดพร้อมกับมองดู ชูเฟิง และเมื่อใดที่เค้าย้อนนึกไปถึงฉากน่ากลัวเมื่อสองเดือนก่อน ณ หุบเขาเทพกระบี่ ความรู้สึกกลัวที่มีต่อชูเฟิงก็ปะทุขึ้นมา



เพราะเขาที่เป็นผู้ฝึกฝนทักษะลับต้องห้าม ยังรู้สึกถึงภัยคุกคามที่ร้ายแรง โดยเฉพาะในตอนหลังที่เกิดการระเบิดครั้งนั้น เมื่อเขานึกภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นแม้แต่ดวงวิญญาณภายยังสั่นเทาไปด้วยความกลัวอย่างแท้จริง



ภายในรอบๆรัศมีพันไมล์ ควันหนากัดกลืนบดขยี้ไปทั่วพื้นที่ เขาไม่สามารถสัมผัสถึงร่องรอยของชีวิตได้เนื่องจากมันน่ากลัวเกินไป[ T/N ประมาณว่าน่ากลัวจนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ] และเขาที่มักเห็นตัวเองเป็นคนพิเศษ จึงไม่เคยคาดคิดว่าจะมีคนที่สามารถสร้างพลังทำลายที่น่ากลัวแบบนั้นได้ ต้องบอกว่าความแข็งแกร่งของเขา เปรียบดั่งพลังที่สามารถทำลายพิภพและสวรรค์



        " ศิษย์พี่จาง ท่านยังไม่ได้บอกใครเรื่องชูเฟิง ใช่มั้ย? " จื่หลิงยิ้มเบาๆและถาม



        " เปล่า ข้ารู้ว่าข้อมูลที่น่าเหลือเชื่อและสำคัญแบบนั้น หากมีคนรู้เข้ามันจะดึงดูดปัญหาเข้ามาหาศิษย์น้องชูเฟิงอย่างมาก เป็นเรื่องธรรมดาที่ข้ายังไม่บอกใคร ตอนนี้ มีเพียงเจ้าและข้าที่รู้เรื่องนี้ เกียวกับ ศิษย์น้อง ชูเฟิง นอกนั้นคนที่อยู่ภายในหุบเขาเทพกระบี่ก็ตายกันหมดแล้ว "



       " จริงๆแล้ว หากคิดอย่างรอบคอบ ต้องบอกว่ามันเป็นปาฏิหาริย์สำหรับข้าที่สามารถเอาตัวรอดจากพลังทำลายล้างที่น่ากลัวแบบนั้นออกมาได้ " จาง เทียนยี่ ยิ้มและกล่าว



       " ข้าว่าคงเป็นฝีมือชูเฟิงที่ทำนั้นแหละ หากเขาไม่ได้ทำเพื่อต้องการปกป้องพวกเรา พลังระดับนั้น เราจะรอดมามาได้ยังไง ? "  จื่อหลิงอมยิ้มและกล่าวออกมา



       " ถูกต้อง " จาง เทียนยี่ พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็ก้าวออกไปด้านนอก



ในตอนนั้นเมื่อยามที่พลังในร่างกายของ ชูเฟิง พุ่งพล่านออกมา แม้แต่จื่อหลิงและจาง เทียนยี่ ยังต้องอึ้ง เพราะพวกเขาเริ่มตระหนักได้ว่า พลังทำลายของ ชูเฟิง มีมากเกินไป



ซึ่งประเภทของพลังนั้นก็ไม่มีใครรู้จักเลยสักคน แต่อย่างหนึ่งที่รับรู้ได้อย่างชัดเจนคือ ชูเฟิงนั้นมีโชคหรือภัยพิบัติติดตัวมา



จื่อหลิงเคยได้ยินพูดบอกว่าในภาคทะเลตะวันออก นั้นมีพลังที่น่ากลัวอยู่ พวกเขามักจะใช้วิธีดึงพลังผู้อื่นออกมา และเพิ่มให้กับร่างกายของพวกเขาเอง



แต่พลังนั้นนับเป็นความชั่วร้าย แน่นอนว่าพลังทำลายของมันมหาศาล พวกเขาเหล่านั้นคือผู้ปกครองของดินแดนโดยรอบ และไม่มีใครกล้าทำให้พวกเขาโกรธ



ดังนั้น จื่อหลิงและจาง เทียนยี่ จึงตัดสินใจที่จะไม่บอกใครเกี่ยวกับความลับที่อยู่ในร่างกายของ ชูเฟิง ต่อให้เป็นคนในครอบครัวหรือผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้า พวกเขาก็ไม่อาจบอกให้รู้ได้



จริงๆแล้ว โดยนิสัยของจื่อหลิง นางคงย้อนกับไปฆ่า จาง เทียนยี่ เพื่อความปลอดภัยของชูเฟิง นั้นจึงเหมาะสมที่สุด



แต่นางไม่สามารถทำอะไรแบบนันได้ เพราะ หนึ่งความแข็งแกร่งของนางยังด้อยกว่า จาง เทียนยี่ และแม้นางจะสามารถฆ่าจาง เทียนยี่ได้ โดยดุลยพินิจแล้ว นางเกรงว่า ชูเฟิง จะไม่ยกโทษให้ ดังนั้นนางจึงไม่สามารถทำเรื่องแบบนั้นได้



ยิ่งไปกว่านั้น คือเขาได้นำพวกเขาทั้งสองทีร่างกายอ่อนแอ อีกทั้งชูเฟิงยังสลบ กลับมาที่นี่



จนถึงตอนนี้ ชูเฟิงได้รับการรักษามานานกว่า 2 เดือนแล้ว แต่ ชูเฟิง ก็ยังคงไม่ได้สติ



หลังจากนั้นไม่กี่วัน จื่อหลิง ก็ยังคงเฝ้าดูแล ชูเฟิง อยู่ข่างๆ แม้ว่านางจะรู้ว่า ชูเฟิง นั้นค่อยยังชั่วขึ้นมาก ตราบใดที่ ชูเฟิง ยังไม่ได้สติ ใบหน้าของนางก็ยังคงเต็มไปด้วยความกังวลไม่เปลี่ยน



         " อืม ~~~~~~ " ในที่เปลือกตาของชูเฟิงก็ค่อยๆเปิดขึ้นเล็กน้อย ในเวลาเดียว ก็มีเสียงดังออกมาจากปากของเขา



        " ชูเฟิงฟื้น ชูเฟิงฟื้นได้แล้ว!!! " เห็นแบบนั้นจื่อหลิงก็รีบเรียก ชูเฟิง อยู่ตลอดเวลา ลึกๆนางกลัวว่าเขาจะกลับไปหมดสติอีกครั้ง



แน่นอนว่าหลังจากได้ยินเสียงหวานๆของจื่อหลิง ดวงตาของชูเฟิงก็ค่อยๆลืมตาตื่น หลังจากที่เขาเห็นใบหน้าของจื่อหลิง รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาตรงมุมปากของเขา แต่เมื่อเขาสังเกตุสภาพแวดล้อมรอบๆ เขาก็รู้ได้ในทันทีผ่านดวงตา เขาจึงถามจื่อหลิง



         " จื่อหลิง . . . . . ทำไมพวกเราถึงกลับมาที่สุสานพันกระดูกได้ ตอนนั้นเราอยู่หุบเขาเทพกระบี่ไม่ใช่หรอ ? "



        " ชูเฟิง เจ้าจำไม่ได้หรอว่าเกิดอะไรขึ้น " เห็นความสับสนของชูเฟิง จื่อหลิงก็ขมวดคิ้วลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าความกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง



หลังจากทั้งหมด ตอนที่ชูเฟิงระเบิดพลังที่น่ากลัวออกมา ร่างกายองเขาก็อ่อนแอลงอย่างมาก ตอนนั้นจื่อหลิงได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญหลายต่อหลายครั้ง เพราะร่างกายของ ชูเฟิง นั้นอ่อนแรงลงอย่างมาก



หากอ่อนแรงแบบนั้น เขาจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่แปลก แม้ว่าปัจจุบัน ชูเฟิงจะหายแล้ว นางก็ยังเป็นห่วงชูเฟิงอยู่ดี นางกลัวว่า ชูเฟิงจะได้รับผลกระทบที่เป็นอันตราย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น

ReadMGA.blogspot.com
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

A : โหดชะมัดเลยไอ้เฟิง !!!

B : โหดเหี้ยๆเลยล่ะ เสียดายแหล่งพลังวิญญาณพวกนั้นเป็นบ้า มันทำลายจนไม่เหลือซากแล้วสุสานบรรพชนของหุบเขาเทพกระบี่จะไปเหลืออะไร

A : แหม๋ๆ ชั่วโมงนั้นมึงยังจะมาห่วงสมบัติ

B : ไม่ได้หรอก ไอ้เฟิงมันใช้เปลือง เล็กๆน้อยๆก็สำคัญทั้งนั้น แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะช่วยซูรู่ ซูเหม่ยได้สักที

A : เป้าหมายที่มึงรีบๆให้ซูรู่และซูเหม่ยฟื้น เพราะกลัวชูเฟิงไม่มีที่ลงสินะ

B : ป๊าววววววววววววววว

A : เสียงสูงเชียวมึง . . . . . . .