วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 460 - เผชิญอันตราย


นอกจากอาณาจักรฮั่นแล้วนั้น อาณาจักรวิญญาณถือว่าเจริญมากที่สุดในเก้าอาณาจักร



ไม่ต้องกล่าวถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีจำนวนมาก แม้แต่ประชาชนทั่วไปก็มีอยู่มาก อีกทั้งมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอย่างมาก



แต่ในตอนนี้ ทั่วทุกพื้นที่ของอาณาจักร ได้ถูกไฟแห่งสงครามลุกลามไปทั้งอาณาจักร



เพราะในตอนนี้นั้น ตระกูลเจี่ย ได้จับมือกับอีกสี่ขุมอำนาจคือ สำนักหยวนกัง นิกายไป๋ หุบเขาไร้ใจ และสำนักเทพอัคคี เข้าโจมตีนิกายโลกวิญญาณอย่างรุนแรง



สงครามครั้งยิ่งใหญ่ได้แผ่ขยายออกไปทั่วทุกเก้าอาณาจักร จุดเริ่มต้นเป็นเพียงเพราะความขัดแย้งระหว่างนิกายโลกวิญญาณ กับตระกูลเจี่ยเท่านั้น



ไม่ว่าใครจะเป็นผู้กำชัยชนะ แต่ผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุดคือเหล่าประชาชนทั้งหมด ที่โดนลูกหลงจากการต่อสู้ของเหช่าผู้เชี่ยวชาญ



แม้ว่าสองขั้วอำนาจที่มีผลโดยตรงต่อโครงสร้างของทวีปเก้าอาณาจักร แต่ผู้นำของทั้งเก้าอาณาจักร ราชวงศ์เจียง กลับไม่ได้สอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด



พวกเขาเพียงเฝ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ ไม่มีแม้แต่การแสดงท่าทีใดๆ ออกมา ราวกับว่าสงครามในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องพวกเขาแต่อย่างใด 



ในตอนแรกนั้น แม้ว่าตระกูลเจี่ยจะร่วมมือกับอีกสี่มหาอำนาจ พวกเขาก็ยังไม่อาจกำราบนิกายโลกวิญญาณลงได้



แต่เมื่ออดีตผู้นำตระกูลเจี่ยปรากฏตัวออกมานั้น เขาผู้ซึ่งเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีของเก้าอาณาจักร ด้วยพลังระดับเจ็ด ขั้นแดนสวรรค์ เขาได้นำกองทัพกว่าล้านคนเข้ากวาดล้างนิกายโลกวิญญาณ



ในปัจจุบันนิกายโลกวิญญาณได้สูญเสียพื้นที่ส่วนใหญ่ไป และถูกบีบบังคับให้ถอยร่นเข้าสู่พื้นที่หลักของนิกาย พวกเขาได้วางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งไว้ป้องกันโดยรอบ และรอคอยเวลาที่จะโต้กลับตระกูลเจี่ย



แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าอดีตผู้นำของตระกูลเจี่ย แม้ว่ารูปแบบอำนาจพลังวิญญาณจะแข็งแกร่งเพียงใด การจะเปิดมันออกได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับเพียงเวลาเท่านั้น



ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้น อดีตผู้นำนิกายโลกวิญญาณก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมา และนี่ก็เป็นอีกผลหนึ่ง ที่ทำให้หลายๆ คนพากันกังวล



ขณะที่พวกเขาเผชิญหน้ากับอันตราย ที่พวกเขาไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็นหรือตายนั้น พวกเขาก็ยังได้ฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ของนิกาย โดยให้สมาชิกรุ่นใหม่ของนิกายค่อยๆ หลบหนีออกไป

   

อย่างน้อยถ้าเหล่าสมาชิกรุ่นใหม่รอดชีวิตไปได้ นิกายโลกวิญญาณก็ยังสามารถพลิกสถานการณ์ได้ แต่หากพวกเขาตายไปทั้งหมด ก็เท่ากับว่า นิกายโลกวิญญาณได้ถูกทำลายอย่างแท้จริง



อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเพียงความพยายามที่ไร้ประโยชน์ แม้ว่าตระกูลเจี่ยจะมุ่งเน้นไปที่การเปิดรูปแบบอำนาจพละงวิญญาณ แต่พวกเขาก็ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก คอยเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ อย่างรอบคอบ



ดังนั้น หลังจากที่พวกเขาหลบหนีออกมาได้ไม่นานนั้น พวกเขาก็ได้พบกับกองทัพของตระกูลเจี่ย และถูกกดดันจนพวกเขาต้องเข้าตาจน



     “ท่านผู้นำสำนักหยวนกัง นิกายไป๋ หุบเขาไร้ใจ และสำนักเทพอัคคี พวกท่านไมาเคยมีเรื่องบาดหมางกับนิกายโลกวิญญาณมาก่อน เหตุใดพวกท่านถึงได้ทำเช่นนี้” ในขณะที่รองผู้นำนิกายโลกวิญญาณกล่าวนั้น ใบหน้าของเขาก็ซีดขาว ร่างกาย และเสื้อผ้าของเขา เต็มไปด้วยบาดแผล และเลือด 



ที่ด้านหลังของเขาคือ ซู ซ่งหยู , กู๋โบ่ และเหล่าอัจฉริยะรุ่นใหม่ของนิกายโลกวิญญาณ ความหวังและอนาคตของนิกายโลกวิญญาณขึ้นอยู่กับพวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึงไม่อาจเป็นอันตรายได้



แม้ว่ารองผู้นำนิกายโลกวิญญาณจะเป็นถึง ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้า แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าทั้งสี่ผู้นำนั้น เขาก็ไม่อาจเอาชนะได้



     “ฮ่าๆ ท่ารองเกา พวกเราจะไม่พูดอ้อมค้อม”



     “พวกเรามาที่นี่เพื่อจับตัว ชูเฟิง และทำลายนิกายโลกวิญญาณ เหตุผลเพราะว่าพวกเราเกลียดนิกายโลกวิญญาณ อีกทั้งหากพวกเราทำสำเร็ง ตระกูลเจี่ยยังจ่ายค่าแรงอย่างมหาศาล พวกเราถึงได้มาที่นี่” ในขณะนั้น ผู้นำสำนักเทพอัคคีกล่าว และหัวเราะออกมาเสียงดัง



     ในขณะเดียวกันนั้น อีกสามคนก็หัวเราะออกมา เพราะพวกเขาล้วนเกลียดชังนิกายโลกวิญญาณ ในอดีตที่ผ่านมานั้น พวกเขาได้แต่คล้อยตามด้วยความหวาดกลัว แต่ในตอนนี้ พวกเขากลับไม่ได้หวาดกลัวนิกายโลกวิญญาณอีกต่อไป



       " ท่านเจ้าสำนัก อย่าได้เสียเวลาเลย รีบไปนำศีรษะมันมาไวๆ แล้วกลับไปรายงาน ผู้นำของข้า เขาจะต้องตอบแทนท่านอย่างงาม "



ในตอนนั้น ชายหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มคนก็พูดออกมา ชายผู้นั้นจะเป็นใครอื่นไม่ได้ นอกซะจาก ผู้นำตระกูลเจี่ยในอนาคต เจี่ย ฉิงหมิง นั้นเอง



        " เจี่ย ฉิงหมิง เจ้าก็มาสู้กับข้าตัวต่อตัวเอาไม๊!!! หรือเจ้าทำได้แค่ขอความช่วยเหลือจากคนภายนอก ? " ซู่ จงหยู ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด



        " หืม ซู่ จงหยู่ อย่าไร้เดียงสาไปหน่อนเลย เจ้าต้องการจะสู้กับข้าตัวต่อตัว ? คิดว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้หรือไง ? "



        " ถึงเราสู้กันมานานหลายปี และผลก็ออกมาเสมอเกือบจะทุกครั้ง แม้ว่าจะไม่สามารถตัดสินได้ แต่เจ้าและข้าก็ไม่มีใครเหนือไปกว่ากัน "



        " นี่มันคือการสู้ที่แท้จริง ตระกูลเจี่ยของข้านั้นต้องการเอาชนะอย่างเด็ดขาด ดังนั้นอย่าคิดเกี่ยวกับเรื่องความถูกต้อง ตอนนี้สี่ผู้นำสามารถฆ่าพวกเจ้าได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องให้ข้า เจี่ย ฉิงหมิง สู้กับเจ้าตัวต่อตัว " เจี่ย ฉิงหมิง ยิ้มอย่างเย็นชาขณะที่ใช้สายตาหันไปมอง สี่ผู้นำและกล่าว



        " ท่านผู้นำทั้ง 4 ทำไมพวกท่านไม่ลงล่ะ มันคงจะดีถ้าพวกท่านไม่รอช้า หากไม่รีบละก็ บรรพบุรุษของข้าจะโกรธเอานะ แม้แต่ข้าก็จะถูกลงโทษ "



        " นี่ . . . . . . . "



หลังจากได้ยินชื่อของ บรรพบุรุษของตระกูลเจี่ย แม้แต่ 4 ผู้นำยังมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาได้พบกับบรรพบุรุษรุ่นก่อนมาแล้ว



พลังของบรรพบุรุษเขานั้นไม่ธรรมดา แม้พวกเป็นผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรสวรรค์ระดับ 6 แต่พวกเขาก็ยังห่างกับพลังวิญญาณของบรรพบุรุษเจี่ย ที่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์ระดับ 7 ถึงจะห่างกันแค่ 1 ระดับ แต่มันก็อยู่ห่างไกลกันอย่างมากหากเทียบกับอาณาจักรสวรรค์ระดับ 6



         " รองประมุขเกา อย่าได้โทษข้าหากจะโทษก็โทษความสามารถของท่านและคนของท่าน ในตอนแรกท่านดูถูกทุกคน ดังนั้นตอนนี้ก็อย่าได้ตำหนิเราว่าไร้หัวใจ " ผู้นำทั้ง 4 ระเบิดเสียงตะโกน พร้อมกับเริ่มโจมตี นิกายโลกวิญญาณ



         " ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด " เห็นแบบนั้นรองประมุขเกาก็ตะโกน พร้อมกับระเบิดพลังอาณาจักรสวรรค์ระดับ 5 เข้าต่อสู้กับ สี่ผู้นำ



เมื่อผู้นำสองฝ่ายเข้าห่ำหั่น ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆของสี่มหาอำนาจที่อยู่ภายใต้คำสั่งของ เจี่ย ฉิงหมิง ก็มุ่งหน้าตรงไปที่ ซู่ จงหยู่ กู๋ โบ่ และ รุ่นเยาว์คนอื่นๆ พร้อมกับเริ่มโจมตี



ในสถานการณ์นั้น คนที่สามารถเข้าต่อสู้กับฝ่ายนั้นมีแค่ ซู่ จงหยู่ ขณะที่เขาถือพัดที่เป็นยุทธภัณฑ์ชั้นยอดพร้อมกับปล่อยออร่าอาณาจักรสวรรค์ระดับ 2 ออกมา และเขาก็สามารถทำหน้าที่ได้สมกับชื่อของอัจฉริยะ



แต่มันก็ไร้ประโยชน์ เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับเจี่ย ฉิงหมิง และผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจากสี่มหาอำนาจอีกทั้งยังมีอาวุโสของตระกูลเจี่ย ดังนั้นเขาก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย

ReadMGA.blogspot.com
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยคุณ#Abhisit+ReadMGA