วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 462 – บุคคลผู้แข็งแกร่งในรุ่นหนุ่มสาว


     เมื่อ ซู จงหยู่ เห็นสภาพของ เจี่ย ฉิงหมิง เขาก็สามารถจินตนาการได้ทันที หากเขาต้องต่อสู้กับ ชูเฟิง



     ในหนึ่งปีก่อนหน้านี้ ความแข็งแกร่งของเขาอยู่เหนือกว่า ชูเฟิง อย่างเห็นได้ชัด แต่เพียงเวลาแค่ปีเดียวผ่านไป เขากลับถูกทิ้งห่างไว้ด้านหลังของ ชูเฟิง



     อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันเป็นความจริงที่ยากจะยอมรับ แต่คนจากนิกายโลกวิญญาณก็ยังคงมีความสุข กับการมีตัวตนของ ชูเฟิง



     เพราะไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็ยินดีที่มียอดอัจฉริยะอย่าง ชูเฟิง ปรากฏตัวขึ้นมาในนิกายโลกวิญญาณ



     ในตอนนี้ ผู้ที่นึกเสียใจมากที่สุด คือ สี่ผู้นำมหาอำนาจ เพราะพวกเขามีความแค้นอย่างลึกซึ้งกับ ชูเฟิง และจากที่พวกเขาได้เห็นนั้น มีเพียงแค่คำว่า “ตายกับตาย” เท่านั้น ในหัวของพวกเขา เนื่องด้วยความสามารถของ ชูเฟิง ที่พัฒนาได้รวดเร็วจนทำให้พวกหวาดวิตก



     “อืม…..ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินความทนทานของเกราะหนามพลาด ข้าคงต้องเพิ่มแรงอีกหน่อยซินะ” หลังจากกล่าวจบ ชูเฟิง ได้สะบัดแขนของเขาอีกครั้ง จามขวานอสูรฟ้าลงไปบนร่างของ เจี่ย ฉิงหมิง อีกครั้ง จนทำให้ เจี่ย ฉิงหมิง กระอักเลือดออกมาอีก



     “ชูเฟิง !! เจ้าสารเลว !! อย่าคิดแม้แต่จะแตะต้องนายน้อย เจี่ย ฉิงหมิง”



     ผู้นำของทั้งสี่มหาอำนาจ ได้ตะโกนออกมาเมื่อพวกเขาเห็น ชูเฟิง กำลังจะสังหาร เจี่ย ฉิงหมิง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจี่ย ฉิงหมิง ได้มากับพวกเขา หากเกิดอะไรขึ้นกับ เจี่ย ฉิงหมิง พวกเขาคงจะไม่สามารถรอดพ้นจากการคาดโทษได้



     ***** ตูมมมมม *****



     ในขณะนั้น คลื่นพลังที่รุนแรงได้ระเบิดขึ้นที่ด้านข้างของ ชูเฟิง มันเป็นออร่าพลังเปลวไฟสีฟ้าของ จาง เทียนยี่



     ในเวลาเดียวกันนั้น จาง เทียนยี่ ก็ทะยานออกไปที่ สี่ผู้นำอย่างรวดเร็ว เขาโจมตีจนทำให้ทั้งสี่ผู้นำลงไปกองกับพื้น และไม่อาจลุกขึ้นมาได้



     “เวลาที่คนอื่นกำลังประมือกันอยู่ พวกเจ้าไม่ควรยื่นมือเข้าไปสอด พวกเจ้าเป็นถึงผู้นำ แต่กลับไม่รู้จักรมารยาทที่ดีในการต่อสู้แม้แต่น้อย”



     จาง เทียนยี่ กล่าวอย่างเหยียดหยันไปที่สี่ผู้นำ เพราะแม้แต่อดีตผู้นำของหุบเขากระบี่ก็ไม่อาจเอาชนะเค้าได้ จะนับประสาอะไรกับสี่ผู้นำเช่นนี้



     “จาง เทียนยี่ …….จะ…….จะ….เจ้าฝึกฝนทักษะลับต้องห้าม !!”



     ในขณะนั้น ทั้สี่ผู้นำไม่ใช่ผู้ที่อ่อนประสบการณ์ จากการโจมตีที่รุนแรงนั้น พวกเขาสามารถรับรู้ได้ทันทีว่า จาง เทียนยี่ จะต้องใช้พลังของทักษะลับต้องห้ามอย่างแน่นอน



     “ทักษะลับต้องห้าม !! นั่นมันไม่ได้เป็นเพียงแค่ตำนานรึ !! ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีอยู่บนโลกใบนี้ด้วย !!” ในทันทีที่พวกรุ่นใหม่ของนิกายโลกวิญญาณได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็พากกันตกใจอย่างยิ่ง



     เพราะว่า ชูเฟิง นั้นก็น่ากลัวสำหรับพวกเขามากอยู่แล้ว พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า จาง เทียนยี่ จะแข็งแกร่งกว่า ชูเฟิง จนสามารถทำให้ทั้งสี่ผู้นำลงไปกองกับพื้นได้



     “ศิษย์พี่จาง อย่าได้มัวเสียเวลาคุยกับพวกเขาเลย มันเป็นเพราะพวกเขาที่ออกประกาศจับมาเช่นนั้น จนทำให้คนจำนวนมากออกไล่ล่า ชูเฟิง วันนี้ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำแล้ว”



     ในขณะนั้น จื่อ หลิง ค่อยๆ เดินออกมา โดยที่ร่างกายของนางปกคลุมไปด้วยออร่าพลังสีม่วง



     ***** ตูมมมมม *****



     ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า ออร่าพลังสีม่วงของนางเปลี่ยนแปลงเป็นสัตว์ร้าย และเข้าขย้ำที่ผู้นำของสำนักหยวนกังอย่างรวดเร็ว



     “อ้ากกกกกกกก…..!!”



     เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทุรนทุรายดังออกมาอย่าเด่นชัด เพียเวลาแค่ไม่นาน ออร่าพลังสีม่วงที่มีลักษณะคล้ายสัตว์ร้ายก็ได้จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงซากโครงกระดูก และคราบเลือดที่เปรอะไปทั่วบริเวณ ไร้ซึ่งสัญญาณชีวิตของผู้นำสำนักหยวนกัง



     “เจ้า !! เจ้า !! นังแม่มด !!” เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ผู้นำสำนักหยวนกัง อีกสามผู้นำก็พากันตะโกนสาปแช่งออกมาด้วยความหวาดกลัว



    “น้องสาว ศัตรูของ ชูเฟิง ก็คือศัตรูของข้าเช่นกัน ปล่อยที่เหลือให้ข้าจัดการเถอะ”



     จาง เทียนยี่ กล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มบาง เปลวไฟสีฟ้าที่ล้อมรอบร่างกายของเขาก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรง และเข้าไปล้อมรอบกลุ่มของสามผู้นำ และผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามพวกเขามาอย่างรวดเร็ว



     เปลวไฟสีฟ้าเหล่านั้นได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ภายในเปลวไฟเหล่านั้นมีเสียกรีดร้องอย่างโหยหวนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปลวไฟสีฟ้าหายไป ทุกอย่างก็กลับสู่ความว่างเปล่า



     “อึ้ก….” ในขณะนั้น เจี่ย ฉิงหมิง ที่เห็นการตายของทุกคน พลันเกิดความกลัวขึ้นมาจับใจ ใบหน้าของเขาอาบไปด้วยเหงื่อที่เย็นเยียบ เพราะแม้แต่สี่ผู้นำยังไม่อาจรอดไปได้ แล้วเขาจะรอดไปได้อย่างไร



     ในเวลาเดียวกันนั้น ชูเฟิง ก็ได้ยกขวานอสูรฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง ออร่าพลังสีดำได้เข้าห่อหุ้มขวานอสูรฟ้าไอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่าจะมากกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา



     “เจี่ย ฉิงหมิง ถึงเวลาต้องปิดฉากแล้ว !!”



     ***** ฉวัวะ *****



     เพียงแค่เสี้ยวพริบตานั้น ขวานอสูรฟ้าได้ฟันลงไปบนร่างของ เจี่ย ฉิงหมิง ผู้ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่ในเก้าอาณาจักร ได้ตายลงภายใต้เงื้อมมือของ ชูเฟิง



     “สวรรค์ !! นี่มัน……….”



     เมื่อเห็นเช่นนั้น สมาชิกรุ่นใหม่ของนิกายโลกวิญญาณก็โพล่งออกมาได้เพียงแค่คำเดียว พวกเขาพากันหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อเห็นถึงวิธีการของ ชูเฟิง , จื่อ หลิง และ จาง เทียนยี่ พวกเขาถึงได้เข้าใจถึงความแข็งแกร่งของ ผู้ที่เป็นยอดในคนรุ่นหนุ่มสาว



     ในความเป็นจริงนั้น ผู้ที่แข็งแกร่งจะไม่ยกยอตัวเอง แต่เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่ง พวกเขาจะเขาปะทะอย่างเยือกเย็น และจัดการได้อย่างเฉียบขาด



     ชูเฟิง , จื่อ หลิง และ จาง เทียนยี่ คือ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นหนุ่มสาว



     ***** วืดดด *****



     หลังจากสังหาร เจี่ย ฉิงหมิง ลงแล้วนั้น ชูเฟิง ได้ยื่นมือของเขาออกไป พลันประกายแสงสองดวงก็พุ่งเข้ามาในมือของเขา มันคือถุงจักรวาล และเกราะหนาม



     เกราะหนามนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก แต่มันมีความงดงามอย่างเห็นได้ชัด



     ถึงแม้บนพื้นผิวของเกราะจะมีร่องรอยของความเสียหายปรากฏอยู่ แต่มันก็กำลังฟื้นฟูสภาพของมันอย่างรวดเร็ว สมกับที่เป็นยอดยุทธภัณฑ์อย่างแท้จริง



     ชูเฟิง เก็บถุงจักรวาล และเกราะหนามของ เจี่ย ฉิงหมิง อย่างรวดเร็ว และหน้าไปทาง รองผู้นำเกา , ซู ซ่งหยู , กู๋โบ่ และคนอื่นๆ พร้อมกับกล่าวว่า “สถานการณ์ในปัจจุบันเป็นเช่นไร เหตุใดพวกท่านถึงมาอยู่ตรงนี้”



     “อ่า…..มันก็ค่อนข้างที่จะอธิบายยาก” ใบหน้าของ รองผู้นำเกา เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ขณะที่เขาทุกๆ อย่างให้กับ ชูเฟิง ฟัง



     “อ่า….อดีตผู้นำของตระกูลเจี่ย ออกมานี่เอง มิน่าล่ะ นิกายโลกวิญญาณถึงได้ถูกบีบบจนต้องถอยร่นมาอยู่ในสภาพเช่นนี้” หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด แม้แต่ ชูเฟิง ก็ขมวดคิ้วแน่น เขารับรู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ยากที่จะแก้ไข



     ***** ตูมมมม *****



     ในขณะนั้น เสียงระเบิดก็ดังขึ้น มาจากจากทิศทางของที่มั่นสุดท้ายของนิกายโลกวิญญาณ แม้แต่พื้นดินโดยรอบยังสั่นสะเทือนจนสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน



     “ไม่ดีแน่…..อดีตผู้นำของตระกูลเจี่ยแข็งแกร่งมาก อีกไม่นานรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่นิกายวางไว้ ต่องถูกเขาทำลายลงได้อย่างแน่นอน” รองผู้นำเกา กล่าวด้วยใบหน้าที่วิตกกังวลยิ่งกว่าเดิม



     เหล่าสมาชิกรุ่นใหม่ของนิกายโลกวิญญาณพากันหวาดวิตกไปตามๆ กัน เพราะคนที่กำลังสู้รบอยู่นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นญาติพี่น้องของพวกเขาทั้งสิ้น



     ***** ฉวัวะ *****



     ในเวลาเดียวกันนั้น ชูเฟิง ได้สะบัดขวานอสูรฟ้าในมือของเขาตัดศรีษะของ เจี่ย ฉิงหมิง ออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจับมันขึ้นมาด้วยมือของเขาเอง



     หลังจากนั้น เขาก็กล่าวกับ รองผู้นำเกา แบะคนอื่นๆ ว่า “ท่านรองผู้นำเกา พาทุกๆ คนออกไปก่อน ทางด้านนิกายโลกวิญญาณ ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องเอาไว้”



     ***** ฟิ้ว *****



     หลังจากที่เขากล่าวจบ ชูเฟิง ก็ทะยานขึ้นไปในอากาศ โดยที่มี จื่อ หลิง และ จาง เทียนยี่ ติดตามไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาพุ่งเข้าไปในราชรถที่งดงาม และมุ่งหน้าตรงไปยังนิกายโลกวิญญาณอย่างรวดเร็ว



     เมื่อเห็น ชูเฟิง จากไปนั้น ใบหน้าของ รองผู้นำเกา เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อนยากจะอธิบาย เขาคิดที่จะกลับไปช่วยเหลือ เพราะในตอนที่ ชูเฟิง ตกอยู่ในอันตรายนั้น นิกายโลกวิญญาณไม่สามารถช่วยเหลือ ชูเฟิง ได้



     แต่ในตอนนี้ เมื่อนิกายโลกวิญญาณตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่อันตราย ชูเฟิง กลับเข้ามาช่วยเหลือโดยที่ไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองแม้แต่น้อย ในบางครั้ง นิกายโลกวิญญาณก็ไม่อาจเข้าใจถึงความรับผิดชอบ หรือความนึกคิดของเขาได้


ReadMGA.blogspot.com
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยคุณ#Abhisit ReadMGA