วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 467 - กำลังใจที่เพิ่มพูน


ในตอนนั้น เจี่ย ฉื่อ จ้อง กู๋ เทียนเซิน ขณะที่ยืนอยู่บนอากาศพร้อมกับขมวดคิ้วแน่นโดยที่ไม่พูดใดๆต่อ แต่ใช้อำนาจพลังวิญญาณตรวจดู เจี่ย ฉื่อ ก็พอเข้าใจ เพราะเขาคำนวณไว้แล้วว่านิกายโลกวิญญาณจะต้องส่งคนหนีไป



ในตอนนี้เขารู้เลยว่า ขวัญกำลังใจของนิกายโลกวิญญาณนั้นได้ถูกทำลาย และพวกเขาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบกับสงครามครั้งใหญ่ที่กำลังจะเริ่มขึ้น



        " เจ้าเฒ่า เจี่ย ฉื่อ พูดถูก เขานั้นรู้ทางหนีทีไล่ของรองประมุขเกา ศิษย์พี่ซู่ และคนอื่นๆ นอกจากนี้เขายังได้ส่ง เจี่ย ฉิงหมิง และ ผู้นำคนปัจจุบันของ4มหาอำนาจกับผู้เชี่ยวชาญอีกบางส่วนเพื่อหยุดพวกเขา "ในตอนนั้น ชูเฟิงก็พูดขึ้น



       " ชูเฟิง เจ้าพูดเรื่องจริงงั้นหรอ!!! " หลังจากได้ยินที่ชูเฟิงพูด คนของนิกายโลกวิญญาณก็ตกใจอย่างมาก โดยเฉพาะประมุขนิกายโลกวิญญาณ ตลอดจนถึงผู้จัดการอาวุโส ร่างกายของพวกเขานั้นสั่นสะท้านราวกับว่าเป็นวันสุดท้าย



        " ข้า ชูเฟิงไม่เคยโกหก อย่างไรก็ตาม ในตอนที่พวกเขากำลังจะฆ่ารองประมุขเกาและคนอื่นๆ ข้า จื่อหลิง และศิษย์พี่จาง ได้ขัดขวางพวกเขา "



       " ในฐานะที่ข้าเป็นสมาชิกคนหนุึ่งของนิกายโลกวิญญาณ ศัตรูของนิกายก็คือศัตรูของข้า ใครที่มันกล้าคิดร้ายทำลายนิกายโลกวิญญาณ เป็นธรรมดาที่ข้าชูเฟิงจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง ตอนนั้นข้าได้ฆ่าเจี่ย ฉิงหมิงรวมทั้งผู้นำทั้ง 4 " ชูเฟิงยังคงพูด



       " เจ้าโกหก ! ! "



หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าของคนจาก ตระกูลเจี่ย และ 4 มหาอำนาจ ก็เปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขาทั้งหมดเริ่มส่งเสียงดัง ด่าทอ ชูเฟิง ต่างๆนาๆ



เพราะไม่ว่าจะเป็น เจี่ย ฉิงหมิง หรือ ผู้นำทั้ง 4 ล้วนแต่เป็นกำลังสำคัญของพวกเขา ซึ่งไม่อาจสูญเสียได้ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาจริงๆ นั้นนับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่



พวกเขาจึงไม่รู้สึกว่า ชูเฟิง จะพูดความจริง พวกเขาคิดว่า ชูเฟิง พูดหลอกล่อพวกเขาให้ผู้คนฝ่ายเขานั้นเสียขวัญกำลังใจ



         " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่เชื่อข้างั้นเหรอ " ชูเฟิง หัวเราะสนั่นกับคำพูดของพวกเขา จากนั้นเขาค่อยๆยื่นมือหยิบถุงจักรวาลออกมา พร้อมกับล้วงมือเข้าไปในถุงหยิบหัวของคนคนหนึ่งขึ้นมาในมือ จากนั้นเขาก็ยกขึ้น พร้อมกับพูดเสียงดัง " ดูซะ ว่านี่ใคร ?!!! " 



         " ฉิงหมิง!!!! "



หลังจากได้เห็นหัวคน ทีอยู่ในมือของ ชูเฟิง การแสดงออกของผู้นำคนปัจจุบันของตระกูล เจี่ย เจี่ย ฉิงเผิง ก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ปากของเขาขยับอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว่างขึ้นด้วยความโกรธที่ทะลักออกมา พร้อมกับกรีดร้องไปบนท้องฟ้า



เพราะเขาที่เป็นผู่เชื่อมต่อฯ สามารถตรวจสอบหัวที่อยู่ในมือของชูเฟิงได้ชัดเจนว่านั้นคือหัวจริงๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคือหัวของ เจี่ย ฉิงหมิง ที่เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำในอนาคต ที่พวกเขาตั้งความหวังไว้ บัดนี้ได้ถูกฆ่าด้วยน้ำมือของ ชูเฟิง



         " ชู เฟิง ข้าจะฆ่าเจ้า ! "



ตอนนั้นทุกคนในตระกูลเจี่ย โกรธอย่างมาก เลือดภายในร่างกายพวกเขาเดือดพล่าน เพราะไม่ว่ายังไงคนที่มีประสิทธิภาพอย่าง เจี่ย ฉื่อ ก็มีขีดกำจัดของอายุ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ไม่สามารถดูแลเรื่องภายในตระกูลเจี่ย ได้แล้ว ทุกคนจึงรู้สึกว่า จื่อ ฉื่อ บรรพบุรุษรุ่นก่อนอาจจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี



แต่เจี่ย ฉิงหมิงนั้นต่างกัน แม้ว่าปัจจุบัน เจี่ย ฉิงหมิงอาจจะยังแข็งแกร่งไม่เทียบเท่า แต่วันข้างหน้าเขาอาจจะเทียบกับ เจี่ย ฉิงเผิง หรือ เจี่ย ฉื่อ ได้ อาจกล่าวได้ว่าปัจจุบัน เจี่ย ฉิงหมิง นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าตอนที่ เจี่ย ฉื่อ ยังหนุ่ม ซึ่งเขาเปรียบดั่งอนาคตของตระกูลเจี่ย ที่พวกเขาต่างคาดหวัง



แต่ปัจจุบัน ความหวังของเขาได้ถูกทำลายโดยฝีมือใครบางคน แล้วคนตระกูลเจี่ยเหตุใดจึงจะทนได้ พวกเขาในตอนนั้นกัดฟันแน่นด้วยความเกรี้ยวโกรธ หวังจะสับ ชูเฟิง ให้เป็นหมื่นๆชิ้น



         " ชูเฟิง ไอ้สารเลว  ข้าจะให้เจ้าชดใช้ในสิ่งที่เจ้าได้ทำ "




ไม่เพียงแต่คนตระกูลเจี่ย แม้แต่คนจากสำนักหยวนกัง, นิกายไป๋, ทีราบหุบเขาไร้ใจ และสำนักเทพอัคคี ที่เต็มไปด้วยความโกรธจนเลือดภายในร่างสูบฉีดเพราะหากเจีย ฉิงหมิง ถูกฆ่า พวกเขาก็รู้เลยว่าผู้นำทั้ง 4 ก็คงมีชะตาที่ไม่ต่างกัน



       " ไอ้เลวชูเฟิง เจ้ากล้ามากนะ เด๋วเจ้าจะได้ตายสมใจ!!! "



       " ข้า เจี่ย ฉื่อ สาบานว่าข้าจะทำให้เจ้าอยากอยู่ก็ไม่ได้อยู่ อยากตายก็ไม่ได้ตาย ข้าจะทรมานเจ้าแม้แต่ตอนที่เจ้าตาย เจ้าจะต้องเสียใจไปตลอดกาล !!! "



ในความเป็นจริงแม้แต่ เจี่ย ฉื่อเองก็โกรธอย่างมาก เขาได้ออกมาโลกภายนอกได้หลายวัน ดังนั้นเขาจึงเข้าใจสถานการณ์ของตระกูลเจี่ยในปัจจุบันเป็นอย่างดี นอกจากนี้เขาเองก็ชอบเจี่ย ฉิงหมิงไม่น้อยจนถึงกับเตรียมตัวที่จะพัฒนาเขา ซึ่งเขาไม่เคยคาดคิดว่า ฉิงหมิง จะถูกฆ่าตาย



ในตอนนั้นเขาไม่รอช้า รีบนำกำลังพล นับล้าน ทำลายรูปแบบฯของนิกายโลกวิญญาณที่แข็งแกร่ง บัดนี้สงครามได้เข้าสู่ภาวะตรึงเครียดอย่างสมบูรณ์แบบ



         " ฮ่าๆๆ เจี่ย ฉื่อ ดูเหมือนร้อยปีมานี้ คนรุ่นเยาว์ของนิกายโลกวิญญาณจะเหนือกว่าคนรุ่นเยาว์ของตระกูลเจี่ย ของเจ้านะ "



         " วันนี้คนที่ถึงคราวตายคงไม่ใช่นิกายโลกวิญญาณ แต่เป็นตระกูล เจี่ย!!! " ก่อนหน้านี้ กู๋ เทียนเซิน ที่เต็มไปด้วยความกังวลก็เปลียนเป็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข



หลังจากมอง ชูเฟิง อย่างลึกซึ้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม เขาก็หัวเราะเสียงดังพร้อมกับโดดเข้าใส่ เจี่ย ฉื่อ



***  บูม บูม บูม ***



ภายในพริบตาที่สองผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรสวรรค์ระดับ 7 เข้าปะทะกัน พื้นที่รอบๆก็เต็มไปด้วยคลื่นที่รุนแรงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในตอนนั้นไม่มีใครสามารถเข้าไปใกล้ได้ หากพลาดเข้าไปมีหวังการเป็นเศษเนื้อเพราะพลังทำลายของพวกเขา ซึ่งหากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรสวรรค์คนธรรมดาคงไม่อาจทนได้



       " สหาย ชูเฟิง นำใจของเจ้าไม่อาจตอบแทนด้วยแค่คำพูด ต่อจากนี้ ข้าและนิกายโลกวิญญาณขอสาบานว่าจะมีชีวิตอยู่และตายไปพร้อมกับเจ้า ตราบใดที่นิกายโลกวิญญาณยังอยู่ เราจะปกป้องเจ้าด้วยชีวิต หากใครทำร้ายเจ้า นั้นกับพวกเขาทำร้ายนิกายโลกวิญญาณของเรา "



ตอนนั้นประมุขคนปัจจุบันของนิกายโลกวิญญาณได้ส่งข้อความผ่านจิตให้กับ ชูเฟิง ด้วยความรู้สึกที่ตื้นตัน แม้ว่าเขาจะกำลังสู้กับ เจี่ย ฉิงเผิง แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะแสดงความกตัญญูต่อ ชูเฟิง เพราะไม่เพียงแค่ ชูเฟิง จะช่วยชีวิตของผู้คนจากนิกายโลกวิญญาณ ตอนนี้เขายังเป็นความหวังที่สำคัญเทียบเท่ากับนิกายโลกวิญญาณ



ในความเป็นจริงก็มีอาวุโสหลายๆท่านในนิกายโลกวิญญาณที่รู้สึกขอบคุณ ชูเฟิง บางคนส่งข้อความทางจิต บางคนก็ตะโกนเสียงดัง เพื่อแสดงความขอบคุณแก่ ชูเฟิง



มันเป็นเพราะการกระทำของ ชูเฟิงนั้นได้ทำให้ขวัญกำลังใจของสมาชิกนิกายโลกวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม แม้ว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับกองทัพนับล้าน ที่นำโดย ตระกูลเจี่ย และสี่มหาอำนาจ พวกเขาก็ไม่กลัวแม้แต่น้อยอีกทั้งยังเผชิญหน้าอย่างหาญกล้า



ในเวลาเดียวกัน จาง เทียนยี่ ก็เริ่มเข้าร่วมการต่อสู้ ในตอนนั้นเขาถือดาบไม้ศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับปล่อยเปลวเพลิงสีฟ้า แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นสามารถกำราบรรพบุรุษเฒ่าของสี่มหาอำนาจ ตอนนั้น นิกายโลกวิญญาณเป็นผู้ครอบครองความได้เปรียบของสงคราม



        " ชูเฟิง ตอนนี่เราจะเอายังไง ? เราจะช่วยนิกายโลกวิญญาณสู้จนกว่าจะชนะ หรือมุ่งหน้าเข้าหอคอยอสูรฟ้า ? " จื่อหลิง นางยังคงไม่เคลื่อนไหว นางยืนอยู่ข้างๆโดยที่รอการตัดสินใจของ ชูเฟิง



ตอนนั้น ชูเฟิงกวาดตามองสภาพโดยรวม และเห็นสนามรบที่กำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย เขาจึงกล่าวว่า " ผลของสงครามครั้งนี้คงยึดเยื้อ ด้วยพลังวิญญาณของเราตอนนี้ก็ไม่อาจเปลี่ยนสถานการณ์ได้มากนัก การเข้าสู่สนามรบโดยไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง ทำไมเราไม่ลองหาทางอื่นให้เราได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาดล่ะ "



        " จื่อหลิง มากับข้าในหอคอยอสูรฟ้า ข้าจะซ้่ำกับเจ้าสองต่อสอง ตราบใดที่เราช่วยสัตว์มหึมาตนนั้นออกมา ไม่ว่า เจี่ย ฉือ มันจะแน่สักแค่ไหนก็ต้องตายในวันนี้ " ชูเฟิง พูดขณะที่พุ่งทะยานเป็นเส้นแสงตรงไปยังทางหอคอยอสูรฟ้า จากนั้นจื่อหลิงก็รีบพุ่งตามชูเฟิงออกไป

ReadMGA.blogspot.com
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
A : พี่เฟิงความคิดในหัวมืง ออกมาหมดเลยนะ!!!

B : กูว่า ไม่ใช่ความคิดของชูเฟิงหรอก ของไอ้คนที่แปลตั้งหาก!!!

A : . . . . . . . . . .