วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่ 468 – พบสัตว์ยักษ์อีกครั้ง


     หอคอยอสูรฟ้านั้นมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากว่าหมื่นปี ตำนานกล่าวว่า ที่ด้านในนั้นมีสบมบัติอยู่มากมาย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดเคยพบมาก่อน



     รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่อยู่ภายในหอคอยอสูรฟ้านั้น นับได้ว่าเป็นสมบัติที่หาได้ยาก เพราะมันมีแรงกดดันมหาศาล ที่สามาาถเพิ่มอำนานพลังวิญญาณให้กับบุคคลๆ หนึ่งได้



     และเหตุผลที่นิกายโลกวิญญาณก่อตั้งขึ้นที่นี่ เพราะพวกเขาต้องการครอบครองหอคอยอสูรฟ้า ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า หอคอยอสูรฟ้า คือสิ่งสำคัญที่สุดของนิกายโลกวิญญาณ



     แม้ว่าสถานการณ์ของสงครามในปัจจุบัน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญของนิกายโลกวิญญาณต้องคอยปกป้องตามจุดต่างๆ แต่เมื่อ ชูเฟิง ปรากฏตัวมานั้น เขาได้ขอร้องให้นิกายโลกวิญญาณส่งผู้เชี่ยวชาญไปปกป้องหอคอยอสูรฟ้า พวกเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธคำขอนั้นแต่อย่างใด



     เพราะเมื่อ ชูเฟิง ปรากฏตัวออกมานั้น เขาได้ให้ความช่วยเหลือเหล่าสมาชิกรุ่นใหม่ของนิกายโลกวิญญาณ ทำให้นิกายโลกวิญญาณไม่อาจปฏิเสธคำขอเพียงเล็กน้อยของเขาได้



     ดังนั้น ชูเฟิง และ จื่อ หลิง จึงได้เข้าไปภายในหอคอยอสูรฟ้า ด้วยความสามารถของ จื่อ หลิง นั้น การขึ้นไปยังชั้นหกที่เป็นตำนาน ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนาง และอาจกล่าวได้ว่า เป็นเรื่องง่ายสำหรับนางก็ว่าได้



     อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ชูเฟิง และ จื่อ หลิง มาถึงที่ทางเข้าชั้นที่เจ็ด จื่อ หลิง ก็พบว่านางไม่สามารถไปต่อได้ แต่อุปสรรค์สำหรับนางไม่ได้เป็นปัญหาแม้แต่น้อยสำหรับ ชูเฟิง



     “ชูเฟิง ข้าไม่อาจไปต่อได้ ข้าต้องแก้อักขระผนึกของผนึกนี่ เจ้าต้องไปคนเดียวแล้วหล่ะ ระวังตัวให้มากด้วยล่ะ”



     จื่อ หลิง ที่อยู่ในชั้นที่หกนั้น กำลังมองแผ่นหลังของ ชูเฟิง ที่กำลังก้าวขึ้นสู่ชั้นที่เจ็ด ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แต่แววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความกังวล



     นางได้ยิน ชูเฟิง เล่าให้ฟังว่า ที่ชั้นเจ็ดนั้น มีสัตว์ยักษ์ถูกขังอยู่ภายในนั้น ในอดีตเมื่อร้อยปีก่อน สัตว์ยักษ์ตนนี้ได้เคยเอาชนะอัจฉริยะของนิกายโลกวิญญาณ กู๋ เทียนเซิน และอัจฉริยะจากตระกูลเจี่ย เจี่ย ฉือ ลงได้ สัตว์ยักษ์นั้นมีความสามารถของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีม่วง และเป็รไปได้ว่า ในร้อยปีที่ผ่านมานั้น มันจะแข็งแกร่งมมกกว่าเมื่อก่อน



     นอกจากนี้ สัตว์ยักษ์ยังได้บอก ชูเฟิง อีกว่า เขาสามารถเพิ่มอำนานพลังวิญญาณได้ หากเขาไปที่หุบเขาพันปิศาจ แต่กลับไม่ได้บอกว่าสถานที่แห่งนั้น ถูกปกครองโดยห้าราชันย์ และมีกับดักอีกมากมายถูกซ่อนอยู่ และนั่นเกือบทำให้ ชูเฟิง ได้ไปเข้าเฝ้ายมบาล ดังนั้น จื่อ หลิง จึงยังไม่อาจไว้ใจสัตว์ยักษ์ตนนี้ได้



     “ไม่ต้องเป็นห่วง ข้ามีแผน” ชูเฟิง กล่าวพลางยิ้มบาง และหันหน้ามุ่งสู่ชั้นที่เจ็ด



     โดยปกตินั้น ชูเฟิง จะไม่ยอมเชื่อถือสัตว์ยักษ์โดยเด็ดขาด และเหตุผลที่ทำไมเขาถึงได้เข้ามาช่วยเหลือสัตว์ยักษ์นั้น เพราะว่าเขาได้เตรียมการทุกอย่างมาอย่างดี



     เมื่อเขาเดินผ่านเส้นทางที่ถูกสร้างขึ้นโดยผลึกวิญญาณ ที่ปลายเส้นทางนั้น เขาก็ได้พบกับกรงขังขนาดใหญ่ ที่ภายในมีสัตว์ยีกษ์ที่ดวงตามีสีแดง ฟันที่แหลมคม และใบหูที่เรียวแหลม



     จากสภาพในตอนนี้ สัตว์ยักษ์ตนนี้ดูอ่อนแรงลงมาก ออร่ารอบกายของมันแผ่วบางลง ราวกับว่ามันกำลังจะสิ้นลมหายใจ แต่ ชูเฟิง รู้ดีว่า สัตว์ยักษ์ที่เขากำลังจะช่วยเหลือนั้น เป็นอันตรายอย่างมาก



     “ฮ่าๆ !! เจ้าหนุ่ม !! ในที่สุดเจ้าก็กลับมาหาข้า !!”



     “ฮ่าๆ !! น่าประทับใจจริงๆ !! ด้วยเวลาเพียงสองปี เต้าก็สามารถเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้าแล้ว”



     “เจ้าได้ไปเอาขวานอสูรฟ้ามาแล้วซินะ ลูกศิษย์ทั้งห้าของข้า และเหล่าสมาชิกของหุบเขาพันปิศาจเป็นเช่นไรบ้าง” สัตว์ยักษ์ตนนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก หลัฝจากที่มันพบ ชูเฟิง อีกครั้ง มันก็รัวคำถามมากมายออกมาใส่เขา



     “ถึงแม้ว่าด้วยคำแนะนำของเจ้า จะทำให้ข้าเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้าได้ แต่โดยรวมแล้ว ข้าก็ยังเป็นได้เพราะพึ่งพาความสามารถของข้าเอง”



     “ในตอนนั้น เจ้าบอกข้าว่า ข้าจะพบกับบางสิ่งบางอย่าง ที่สามารถเพิ่มอำนาจพลังวิญญาณของข้าได้ แต่เจ้าไม่ได้บอกว่า หุบเขาพันปิศาจนั้นเป็นสถานที่อันตราย ข้าเกือบจะตายเพราะความประมาท” ใบหน้าของ ชูเฟิง เต็มไปด้วนความเย็นชา ขณะที่เขากล่าวออกมา



     “ฮี่ฮี่ !! ตอนนี้เจ้าก็ยังคงปลอดภัยดี ถ้าในตอนนั้นข้าบอกเจ้าทุกอย่าง มันจะมีประโยชน์อะไร ถึงอย่างไรตอนนี้เจ้าก็มาถึงจุดนี้แล้ว ก็เท่ากับว่าข้าไม่กล่าวผิด”



     “มา !! เร็วเข้า !! ข้าจะสอนรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณแก่เจ้า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ภายในสิบวันข้าก็จะสามารถออกจากที่นี่ได้” สัตว์ยักษยิ้มออกมา ราวกับว่าการกระทำของมันไม่ผิดแม้แต่น้อย



      “เจ้าจะให้ข้าปล่อยเจ้าออกมารึเปล่า !! หากเจ้าต้องการเช่นนั้น เจ้าก็ต้องเชื่อฟังข้า เพราะว่าข้ายังไม่ไว้ใจเจ้า” ชูเฟิง กล่าว



     “โอ้ !! เจ้าหนุ่ม….เจ้าต้องการให้ข้าเชื่อฟังเจ้าเช่นนั้นรึ !! ฮี่ฮี่ ได้ซิ…….ตราบใดที่ข้าสามารถออกจากที่นี่ได้ จะทำอะไร หรือให้ข้าเชื่อฟังอะไรข้าก็จะทำ” สัตว์ยักษ์ไม่ได้กล่าวปฏิเสธแต่อย่างใด แต่มันกลับถามต่อออกมาว่าต้องการให้มันทำอะไร



     ชูเฟิง ไม่ได้กล่าวตอบ เขาวางฝ่ามือของเขาลงบนพื้น พลันปรากฏประตูออกมา จากนั้น ต้านต้าน ก็ก้าวออกมาจากประตูบานนั้น



     “นี่มัน…….อสูรวิญญาณจากโลกวิญญาณอสูรฟ้า !!” เมื่อเห็น ต้านต้าน ก้าวออกมานั้น ใบหน้าของสัตว์ยักษ์ก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ มันกล่าวออกมาอีกว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าได้ทำสัญญาณกับโลกวิญญาณอสุราเช่นนี้ ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าสามารถมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้ ยอดเยี่ยมมากยอดเยี่ยมจริงๆ”



      “เฮ้ย !! เจ้าสัตว์ยักษ์ตัวน้อย เจ้าต้องการออกจากที่นี่เช่นนั้นรึ !! ถ้าเจ้าต้องการก็ทำตามทีข้าบอก วางรูปแบบเคลื่อนย้ายซะ” ในขณะที่ ต้านต้าน กล่าว นางก็วาดนิ้วเป็นรูปแบบ พลันออร่าพลังก็ปรากฏขึ้น



     ในขณะนั้น ชูเฟิง ก็ได้เริ่มวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ



     “ฮี่ฮี่ !! แม่นางน้อย เจ้าเข้าใจถึงรูปแบบเคลื่อนย้ายอย่างแท้จริง ตราบใดที่สีของรูปแบบภายนอกและภายในตรงกัน กรงขังนี้ก็ไม่อาจปิดกั้นการเคลื่อนย้ายได้”



     “แต่วัตถุที่สามารถส่งไปได้นั้น มันค้องมีขนาดเล็กอย่างเช่นของกินเท่านั้น มันไม่อาจส่งตัวข้าออกไปได้” สัตว์ยักษ์ ทำตามคำบอกของ ต้านต้าน มันเริ่มวางรูปแบบเคลื่อนย้าย ขณะที่มันยิ้มอย่างเย้ยหยัน



     “ใครบอกว่าข้าจะวางรูปแบบเคลื่อนย้าย เพื่อส่งตัวเจ้าออกมา ข้าวางรูปแบบนี้เพื่อส่งบางอย่างไปให้เจ้ากิน”



     ในขณะที่ ต้านต้าน กล่าวนั้น วัตถุสีดำขนาดเท่าเล็บ ก็ปรากฏออกมาบนฝ่ามือของนาง วัตถุชิ้นนี้มีออร่าพลังสีดำแผ่ออกมา ดูราวกับวัตถุอันตราย



     “แม่นางน้อย เจ้าไม่ได้ตั้งใจช่วยข้าจริงๆ นี่ เจ้าจะให้ข้ากินวัตถุที่มีพิษเช่นนั้นรึ” สัตว์ยักษ์กล่าวขณะที่มันขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่บนใบหน้าของมันยังคงปรากฏรอยยิ้มอย่างไม่แยแส



     “วัตถุชิ้นนี้ไม่ได้ทำอันตรายถึงชีวิตของเข้า หากแต่เพียงมันเป็นวัตถุที่สามารถจำกัดความคิดของเจ้าได้ หากเจ้าคิดร้ายต่อ ชูเฟิง เจ้าจะต้องได้รับความทรมาน แต่หากเจ้าไม่ได้คิดร้ายต่อเขา เจ้าก็จะไม่เป็นอะไร” ต้านต้าน กล่าว



     “ฮี่ฮี่ เด็กน้อยทั้งสองคน ข้ารู้ว่าพวกเจ้าไม่เชื่อใจข้า และข้าก็รู้ว่าเหตุใดพวกเจ้าต้องการให้ข้ากินวัตถุชิ้นนั้น”



     “แต่…..พวกเจ้ามีเหตุผลอะไรที่ข้าจะต้องไว้ใจพวกเจ้า ในตอนนี้ข้าก็สบายดี หากข้ากินวัตถุนั่นเข้าไป ซึ่งเจ้าบอกว่ามันไม่ป็นอันตรายถึงชีวิตของข้า แต่จะจำกัดความคิดของข้า หากมันเป็นวัตถุที่สามารถบังคับจิตใจของข้า ให้ข้าทำในสิ่งที่ข้าไม่ต้องการล่ะ !?” สัตว์ยักษ์ กล่าวพลางขดริมฝีปาก



     “เจ้าไม่มีทางเลือก หากเจ้าไม่วางรูปแบบเคลื่อนย้าย เจ้าก็สามารถอยู่ในหอคอยอสูรฟ้านี้ได้ จนกว่าอายุขัยของเจ้าจะสิ้นสุดและตายลง” ต้านต้าน กล่าวพลางหันหลังกลับ และกำลังจะจากไป เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิง ก็หยุดวางรูปแบบเคลื่อนย้าย และกำลังจะจากไปเช่นกัน



     “หยุดก่อน !! ข้ายอมแล้ว !!” ในขณะที่ ชูเฟิง และ ต้านต้าน กำลังจะจากไป เสียงของสัตว์ยักษ์ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา



     เมื่อ ชูเฟิง หันหน้ากลับไปนั้น ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะรูปแบบเคลื่อนย้ายได้ถูกวางโดย ต้านต้าน อย่างรวดเร็ว



     รูปแบบเคลื่อนย้าย เป็นรูปแบบที่ซับซ้อน และมีความยากในการวางอยูมาก แต่มันกลับถูกวางออกมาอย่างง่ายดายโดยสัตว์ยักษ์

ReadMGA.blogspot.com
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยคุณ#Abhisit ReadMGA