วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 477 - สำนักสี่คาบสมุทร


      “แน่นอนข้าสนใจมาก พลังสายเลือดนี้เป็นพลังพิเศษ คนทั่วไปไม่สามารถมีได้หรอก และมีคนที่มีพลังนี้อยู่ต่อหน้าข้า เป็นธรรมดาที่ข้าจะสนใจ.” จื่อ หลิง พูด พร้อมปรากฏประกายตาชั่วร้ายวูบนึง



เห็นจื่อ หลิงเป็นเช่นนั้น เจียง หวู่ชาง ขนลุกแว่บหนึ่ง แล้วพูดว่า “ พรสวรรค์ของคนที่มีสายเลือดราชวงศ์นั้นเหนือกว่าคนทั่วไป และสามารถนับว่าเป็นอัจฉริยะได้.”



       “แต่ สายเลือดจักรพรรดินั้น น่าเกรงขามกว่าสายเลือดราชวงศ์มาก ผู้ที่มีสายเลือดจักรพรรดินั้นคืออัจริยะเหนืออัจฉริยะ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นตัวตนในตำนาน.”



       “ถ้ามีสายเลือดที่แข็งแกร่งกว่าสายเลือดจักรพรรดิล่ะ พวกเขาจะเป็นยังไง และพลังของพวกเขาจะเป็นยังไง และคนแบบไหนกันที่น่าจะมีพลังแบบนั้น”



       “นี่…” ได้ยิน เจียง หวู่ชาง พูดอย่างนั้น ชูเฟิงกับคนอื่นๆก็ได้แค่ตกอยู่ในห้วงความคิด พวกเขาได้เพียงแต่คิดย้อนกลับไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหุบเขาเทพกระบี่ 



ในตอนนั้น ชูเฟิงได้ระเบิดพลังที่น่าเกรงขามออกมา แม้แต่ราชวงศ์เจียงก็ไม่คิดว่าพลังนั้นนมันเกิดมาจากคน



ดังนั้น พลังที่พวกเขาไม่รู้จักอย่างนั้น จึงก่อให้พวกเขาสงสัยว่าพลังของชูเฟิงนั้นเป็นพลังของสายเลือดระดับสูงหรือไม่



หลังจากที่ชูเฟิงและคนอื่นๆกำลังคิด เจียง หวู่ชางก็พูดขึ้นมา ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น“ ข้าจำได้ว่า ท่านบรรพบุรุษได้บอกว่า ยังมีพลังสายเลือดที่เหนือกว่าสายเลือดจักรพรรดิอยู่.”



        “จริงหรือ” ในตอนนั้น ท่าทางของชูเฟิงเปลี่ยนแปลงทันที



        “ท่านบรรพบุรุษบอกว่า ขนาดสายเลือดจักรพรรดิยังนับเป็นตำนาน แล้วสายเลือดที่สูงกว่านั้นไม่ยิ่งกว่าตำนานเลยหรือ มันจะมีจริงหรือไม่ ก็ยังไม่แน่ ในอนาคตถ้าสามารถเข้าไปในดินแดนนั้นได้ เจ้าก็ได้คำตอบเอง.”



เจียง หวู่ชางยิ้ม และยังพูดอีกว่า “พี่ชาย ชูเฟิง พี่ชาย เทียนยี่ แม่นาง จื่อ หลิง ข้ามั่นใจในความสามารถของพวกท่าน พวกท่านคงไม่คิดจะอยู่ใน9อาณาจักรนี้นานหรอกจริงไหม”



       “ข้าคิดว่าพวกเราควรไป สำนักสี่คาบสมุทร”



       “สำนักสี่คาบสมุทรอย่างนั้นหรือ” หลังจากได้ยิน ชูเฟิง และ จาง เทียนยี่ ก็ต้องสงสัย



จื่อ หลิง นั้นรู้อยู่แล้วจึงพูดว่า, “สำนักสี่คาบสมุทรนั้น คือ 1 ในสถานที่ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคทะเลตะวันออก.”



       “สำนักนี่ รับทุกคนจากโลกใบนี้ ไม่สนว่าเจ้าจะมาจากไหน และไม่สนว่าเจ้าจะเป็นสัตว์มหึมาหรือมนุษย์ ถ้าเจ้าผ่านการทดสอบของพวกเขาได้ ก็ได้เข้าร่วมสำนัก.”



       “และเพราะมีแต่ศิษย์ที่แข็งแกร่งเท่านั้นและมาจากทั่วทุกที่ จึงถูกเรียกว่า สำนักสี่คาบสมุทร.”



อย่างไรก็ตาม สำนักสี่คาบสมุทรนี้มีขนาดเล็กมา และการทดสอบยังยากมากอีกด้วย ดังนั้นคนที่สามารถเข้าไปได้ย่อมเป็นอัจฉริยะ แม้แต่ผู้คนจากภูมิภาคทะเลตะวันออกนั้นก็ยังภูมิใจในศิษย์ของสำนักนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนจากที่ไหน.



       “การบ่มเพาะจากสำนักนี้นั้นพิเศษมาก พวกเขานั้นมอบประสบที่พิเศษให้แก่ศิษย์ และยังพาไปบ่มเพาะในสถานที่ที่วิเศษ รวมถึงทรัพยากรมากมายอีกด้วย แค่ศิษย์ทุกคนนั้นจะสามารถอยู่ในสำนักและบ่มเพาะได้เพียง 4 ปีเท่านั้น.”



        “หลังจาก 4 ปี สำนักจะจัดพิธีจบการศึกษาให้ และศิษย์ที่จบการศึกษาจะได้รับเข็มกลัดตามความสามารถและอันดับของพวกเขา.”



       “ผู้ที่ได้รับเข็มกลัดนั้นจะสามารถนับได้ว่าเป็นศิษย์ของสำนัก หลังจากออกจากสำนักพวกเขาจะได้รับการช่วยเหลือจากสำนักที่แต่กต่างกันไป แน่นอน หากเกิดอะไรขึ้นกับสำนัก เหล่าศิษย์ก็ต้องกลับไปช่วยเช่นกัน.”



       “แต่โดยทั่วไปแล้ว เข็มกลัดนั้น จะบ่งบอกถึงสถานะ และ ตำแหน่งของพวกเขา ในอนาคตมันก็ยังช่วยให้พวกเขาได้รับการฝึกฝนและพัฒนาอีกด้วย.” จื่อ หลิงพูด



หลังจากฟัง จื่อ หลิง ชูเฟิง และจาง เทียนยี่ ก็มองหน้ากัน ทั้ง 2 หน้าเริ่มสนใจในสำนักสี่คาบสมุทรเข้าแล้ว



นั่นเพราะว่าในทวีปเก้าอาณาจักร พวกเขานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดแล้ว แต่พวกเขายังไม่เคยไปเผชิญกับอาณาจักรอื่นๆเลย พวกเขาจึงไม่ค่อยรู้เรื่องภูมิภาคตะวันออกเท่าไหร่



และเมื่อได้ยินว่า สำนักสี่คาบสมุทรนั้น เป็นแหล่งรวมอัจฉริยะจากอาณาจักรนับไม่ถ้วนพวกเขาก็อยากจะลองดูความสามารถของคนจากอาณาจักรอื่นสักหน่อย 



        “ถูกต้อง แม่นาง จื่อหลิง พูดถูกต้อง พี่สาวข้า เจียง ยี่หนี แม้ว่านางจะไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเดียวกัน.”



       “และที่นางต้องออกจากบ้านไปเพราะเหตุผลเล็กน้อย แต่นางก็ยังโชคดีที่สามารถเข้าไปยังสำนักสี่คาบสมุทร และในที่แห่งนั้นเธอก็เหมือนกับถูกพลิกตัวตนใหม่.”



       “เมื่อพี่สาวของข้าได้บ่มเพาะที่สำนักนั้น ถึง 4 ปีแล้ว เมื่อกลับมายังราชวงศ์ ความแข็งแกร่งและระดับพลังของเธอนั้นก้าวข้าม คนในรุ่นเดียวกันไปแล้ว อาจบอกได้ว่าในตอนนี้นั้น เธอแข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเยาว์ของราชวงศ์เจียง.”



       “นับตั้งแต่นั้นมา ราชวงศ์เจียงได้ส่งคนออกไปทุกปีและเข้าร่วมกับสำนักสี่คาบสมุทร และในแต่ละปีนั้น หลายทวีปก็จะส่งคนเข้าร่วมเช่นกันทำให้พวกเราได้เห็นพลังหลากหลายแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน.”



       “อย่างไรก็ตาม ในที่นั้นไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการบ่มเพาะเท่านั้น แต่ยังช่วยชี้แนะเกี่ยวกับทักษะให้เช่นกัน.”



       “ดังนั้น ข้าต้องการชวนพวกท่านทั้ง 3 ไปเข้าร่วมพร้อมกับข้า ที่แห่งนั้นแตกต่างกับทวีปนี้นัก ข้าบอกได้แค่นิดเดียวว่า ศิษย์ที่อยู่ในที่แห่งนั้นหลายคนแข็งแกร่งกว่าข้านัก.”



       “ในที่แห่งนั้น ข้าไม่มีที่พึ่งเลย ในตระกูลข้ามีเพียงข้าเท่านั้นที่เจ้าไปรับการทดสอบ อย่างไรก็ตามถ้าพวกเราทั้ง 4 ไปด้วยกัน แม้ว่าที่นั้นจะมีแข็งแกร่งมามารวมกัน พวกเราก็จะสามารถช่วยเหลือกันได้.”



      “ดังนั้นข้าจึงคิดว่าด้วยความสามารถของพวกเรา พวกเราในตอนนี้เหมือนกับปลาที่อยู่ในน้ำเมื่ออยู่ที่นั่น จะมีสักวันที่พวกเรานั้นกลายเป็นมังกรและโผลบินไปยัง ดินแดนแห่งตำนาน.”



ในเวลานั้น เจียง หวู่ชาง ตื่นแต้นมาก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวัง ดังนั้นสถานที่ที่เขาตั้งเป้าไว้ในตอนนี้ ก็เป็นสถานที่เดียวกับพวกชูเฟิง มันไม่ใช่ทวีปเก้าอาณาจักร หรือ ภูมิภาคทะเลตะวันออก แต่มันเป็นดินแดนในตำนาน



       “แน่นอน ข้าจาง เทียนยี่ จะต้องไปเผชิญกับภูมิภาคทะเลตะวันออก ในอนาคตข้าจะไปกับเจ้าน้องชาย หวู่ชาง และเข้าร่วมกับสำนักสี่คาบสมุทร.” จาง เทียนยี่ พูดขึ้นมาอย่างหนักแน่น และเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน



ในตอนนั้น ชูเฟิงก็หันไปมอง จื่อ หลิง และเขาก็พบว่า จื่อ หลิง ก็มองเขาเช่นกัน ทั้งเจ้าตากัน และรู้คำตอบของฝ่ายตรงข้ามดีจึงพยักหน้า และพูดว่า, “ตกลง พวกข้าเอาด้วย.”

ReadMGA.blogspot.com
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยท่าน#ฮาย

A : เจียง หวู่ชาง บอกว่าที่นั้นเต็มไปด้วยอัจฉริยะล่ะ

B : น่าสนใจ น่าสนใจ!!! แต่เห็นบอกว่าอัจฉริยะนั้นอัจฉริยะนี้ พอเจอกับชูเฟิงจริงๆก็เหมือนกับหมาหงอย

A : ก็จริงอยู่ว่าหลายครั้งมันเป็นแบบนั้น แต่เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้า เหนือ ฏอชะดา ยังมี ฎอปะตัก

B : แหม๋สำผัสสำนวน มึงก็รู้ว่าชูเฟิงมันมีสายเลือดที่เหนือกว่า สายเลือดจักรพรรดิ อีกทั้งก่อนจะไปภาคทะเลตะวันออก ชูเฟิงก็แข็งแกร่งขึ้นมาก มันคงไม่ไปทั้งๆที่อยู่ในอาณาจักรแก่นแท้วิญญาณหรอก

A : มึงจะหลอกสปอยว่า พี่เฟิงใกล้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ว่างั้นเถอะ!!!

B : ขนาดมึงยังทำได้ กูทำไมจะทำไมได้ 55555+