วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 478 – ราชาวานร


     หลังจากที่ ชูเฟิง , จื่อ หลิง , จาง เทียนยี่ และ เจียง หวู่ชาง ได้ตัดสินใจที่จะไปยังสำนักสี่คาบสมุทรด้วยกัน พวกเขาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างสนิทสนม



     ไม่กี่วันก่อนนั้น เจียง หวู่ชาง ได้มาพบกับ ชูเฟิง กับคนอื่นๆ และได้พาพวกเขาไปเที่ยวชมยังสถานที่ต่างๆ รวมถึงหอตำราทักษะของราชวงศ์เจียง เจียง หวู่ชาง ได้ให้พวกเขาเลือกฝึดทักษะที่พวกเขาสนใยได้ตามที่พวกเขาต้องการ



     แต่นั่นก็ไม่มีประโยชน์สำหรับ ชูเฟิง และคนอื่นๆ เพราะพวกเขามีทักษะที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีทักษะเร้นลับ และทักษะลับต้องห้าม ดังนั้น พวกเขาจึงเพียงแค่ดูทักษะต่างๆ แต่พวกเขาก็ยังไม่กับทักษะใดๆ ที่พวกเขาถูกใจ



     หลังจากที่พักอยู่ภายในราชวงศ์เจียงเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือน ราชาวานร และ กู๋ เทียนเซิน ก็ได้ปรากฏตัวออกมา ชูเฟิง ไม่สามารถทราบได้ว่า พวกเขาไปที่ใด และคุยเรื่องอะไรกัน



     เมื่อ ราชาวานร และ ชูเฟิง ได้อยู่ตามลำพังนั้น ราชาวานรได้เล่าทุกอย่างให้ ชูเฟิง ฟัง



     “ราชวงศ์เจียงเชิญท่าน กับผู้อาวุโส กู๋ เทียนเซิน ให้เข้าร่วมในการบุกสุสานจักรพรรดิ์ที่อาณาจักรมังกรฟ้าเช่นนั้นรึ !?” ชูเฟิง ตกใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเขาได้คาดคิดเอาไว้อยู่บ้างแล้ว



     “เจ้าต้องรู้จักสุสานจักรพรรดิ์อยู่แล้ว เพราะทักษะเร้นลับของเจ้า เจ้าก็ได้มาจากสุสานจักรพรรดิ์ไม่ใช่รึ !?” ราชาวานร กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ ราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่า ชูเฟิง ได้ครอบครองทักษะเร้นลับ



     “พี่ลิง ข้าบอกตามตรง ข้ารู้ว่ามีทางเข้าสุสานจักรพรรดิ์สี่เส้นทาง และมีหนึ่งทักษะเร้นลับที่ยังคงเป็นปริศนา” ชูเฟิง กล่าวอย่างตรงไปตรงมา



     “ถูกต้อง !! มีทักษะเร้นลับอีกหนึ่งทักษะ ที่ยังไม่ปรากฏออกมา และเส้นทางเข้าก็ควรจะอยู่ที่หุบเขาวิหคเพลิง” ราชาวานร กล่าว



     “พี่ลิง ท่านรู้อยู่แล้วเช่นนั้นรึ !!” ชูเฟิง อุทานด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่า ราชาวานรจะมีความรู้มากมายเช่นนี้



     “เอ๋…..เจ้าหนุ่ม แม้แต่เจ้ายังรู้เรื่องราวมากมายเช่นนี้ จะเป็นไปไม่ได้เลยรึ ที่ขุมอำนาจอย่างราชวงศ์เจียง ซึ่งอยู่มากว่าพันปี จะไม่ทราบเรื่องนี้ และพวกเขาอาจจะมีข้อมูลที่ละเอียดมากกว่าเจ้าอีก” ราชาวานร กล่าวพลางยิ้มบางๆ



     “ถ้าราชวงศ์เจียงรู้อยู่แล้ว ทำไมพวกเขาไม่บุกเข้าไปในสุสานจักรพรรดิ์ แต่กลับปล่อยให้ข้าได้รับผลประโยชน์เช่นนี้” ชูเฟิง กล่าวถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน



     “ฮี่ฮี่ ราชวงศ์เจียงได้บุกเข้าไปยังสุสานจักรพรรดิ์แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับอะไรกลับมา เพราะที่นั่นเป็นเรื่องของโอกาส แม้ว่าพวกเขาจะสามารถบุกเข้าไปได้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับการยอมรับจากทักษะเร้นลับ”



     “นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของสุสานจักรพรรดิ์ก็ไม่อาจประเมินได้ แม้แต่ราชวงศ์เจียงที่แข็งแกร่ง ก็ไม่สามารถเปิดสุสานจักรพรรดิ์ได้อย่างสมบูรณ์ แม้ว่าพวกเขาจะทุ่มกำลังทั้งหมด พวกเขาก็ไม่อาจทำสำเร็จ และจะต้องสูญเสียมากกว่าผลตอบแทนที่จะได้รับแน่นอน”



     “ดังนั้น พวกเขาจึงยังมีความกังวลที่จะบุกเข้าไปยังสุสานจักรพรรดิ์ พวกเขาได้เฝ้ารอให้ผู้ที่เป็นอัจฉริยะแห่งการต่อสู้เกิดขึ้นมาภายในราชวงศ์ของพวกเขา พวกเขาได้เฝ้ารอมากว่าร้อยปี แต่พวกเขาก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ แม้ว่าพวกเขาจะขึ้นเป็นจักรพรรดิ์ของเก้าทวีปแล้วก็ตาม”



     “แต่ในตอนนี้ พวกเขาได้เตรียมความพร้อมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เพราะสิ่งที่พวกเขารอคอยได้เกิดขึ้นแล้ว และนั่นก็คือเจ้า” ราชาวานรกล่าวพลางยิ้มบางๆ



     “ข้า !!” ชูเฟิง กล่าวออกมาด้วยความตกใจ



     “ถูกต้อง เพราะเจ้าได้ครอบครองทักษะเร้นลับสองทีกษะจากทางเข้าสุสานจักรพรรดิสองทาง ยิ่งกว่านั้น ในตอนที่เจ้าได้รับทักษะเร้นลับมานั้น เจ้ามีระดับพลังเพียงน้อยนิด แต่เจ้ากลับสามารถเข้าไปยังสุสานจักรพรรดิ และได้รับการยอมรับจากทักษะเร้นลับ”



     “เจ้าอาจจะมีชะตาบางอย่างที่เกี่ยวพันธ์กับสุสานจักรพรรดิ พวกเขาก็อาจจถได้รับบาฝอย่างกลับมา หาเพินทางไปพร้อมกับเจ้า”



     “และนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ราชวงศ์เจียงรีบเดินทางไปยังนิกายโลกวิญญาณ และยุติสงคราม เพื่อที่พวกเขาจะได้พาตัวเจ้ากลับมา” ราชาวานร กล่าว



     “นั่นเป็นเหตุผลที่แท้จริง ที่พวกเขาช่วยเหลือข้ารึ !?” ชูเฟิง ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ราชวงศ์เจียงจะสนใจในตัวเขาเช่นนี้ และเขาเองก็ไม่รู้ว่า มันนะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของเขา



     “ยังไงก็ตาม ในตอนนี้ราชวงศ์เจียงได้เตรียมกองทัพที่แข็งแกร่งไว้แล้ว พวกเขาพร้อมที่จะเปิดทางเข้าสุสานที่อยู่ในหุบเขาวิหคเพลิงแล้ว”



     “กู๋ เทียนเซิน และข้าเอง ก็จะเข้าร่วมในการบุกสุสานในครั้งนี้ด้วย และเจ้า คือบุคคลที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด” ราชาวานร กล่าว



     “ความน่ากลัวของสุสานจักรพรรดินั้นน่ากลัวมาก แม้แต่ราชวงศ์เจียงยังไม่กล้าประมาท แล้วคนเช่นข้าจะไปทำอะไรได้” ชูเฟิง กล่าว



     “ เจ้าไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพียงเชื่อฟังข้า คนจากราชวงศ์เจียง จะปกป้องเจ้าอย่างดี”



     “นอกจากนี้ เจ้ายังได้เข้าไปยังสุสานจักรพรรดิ เจ้าเองก็รู้ว่าภายในสุสานมีสมบัติอยู่มากมาย แม้ว่าเจ้าจะไม่แข็งแกร่ง แต่เจ้าก็ยังได้รับส่วนแบ่งอยู่”



     “เพียงแค่ใบ้โชคของเจ้า ที่สามารถได้รับการยอมรับจากทักษะเร้นลับทั้งสองทักษะนั้น เจ้าก็จะได้รับสิ่งที่มีค่ากลับมาแน่นอน”



     “ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งดีทั้งสิ้น รอจนกว่าราชวงศ์เจียงจะเตรียมการทุกอย่างเสร็จ เจ้าเพียงเชื่อฟังข้า พวกเราจะไปด้วยกัน หากมีอะไรเกิดขึ้น ข้าจะพาเจ้าหลบออกมา ด้วยความสามารถของผู้เชื่อมต่อระดับชุดคลุมสีม่วงของข้า รับรองว่าเจ้านะไม่เป็นอะไร”



     ราชาวานรกล่าวออกมา แววตาสีแดงเลือดของเขาเต็มไปด้วยความกระหายอย่างแท้จริง อาจกล่าวได้ว่า สมบัติของสุสานจักรพรรดินั้น สามารถดึงดูดความสนใจของทุกๆ คนได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง



     เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิง ทำได้เพียงพยักหน้ารับเท่านั้น ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ความจริงแล้วนั้น เขาเองก็ต้องการได้รับประโยชน์จากสุสานจักรพรรดิ และในตอนนี้ ราชวงศ์เจียงกำลังจะบุกสุสานจักรพรรดิ นั่นจึงเป็นโอกาสดีสำหรับเขาอย่างมาก



     “ทางที่ดี ชูเฟิง เจ้าควรจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ” ราชาวานร กล่าวพร้อมกับส่งถุงจักรวาลมาให้ ชูเฟิง



     “นี่คือ…..!?” ชูเฟิง กล่าวถามด้วยความอยากรู้ จากนั้นเขาก็ตรวจสอบสิ่งที่อยู่ภายในถุงจักรวาลอย่างรใดเร็ว หลังจากตรวจสอบเสร็จ ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจ



     “พี่ลิง นี่มันมีค่ามากเกินไปสำหรับข้า ข้าไม่อาจรับมันไว้ได้……” ภายในถุงจักรวาลนั้น มียาระดับแดนสวรรค์อยู่สามหมื่นต้น มันมีราคาเทียบเท่ากับลูกแก้วแก่นวิญญาณสามสิบล้านลูก และนั่นคือสิ่งที่ราชาวานรเรียกร้องจากห้ามหาอำนาจ



     “ในตอนนี้ ข้าไม่สามารถพึ่งพาทรัพยากรเหล่านี้ได้ ในอนาคต หากย้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสงครามได้ การบ่มเพาะพลังของข้าจะเป็นเรื่องยากมาก สิ่งเหล่านี้ ข้าได้รับคำชี้แนะมาจากผู้เชี่ยวชาญอาวุโสท่านหนึ่ง ท่านบอกข้าว่า หากข้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสงครามได้ ท่านนะมาชี้แนะข้าอีกครั้ง”



     “ทรัพยากรเหล่านี้เหมาะกับเจ้ามากที่สุด เพราะในตอนนี้ เจ้ากำลุงจะสร้างสำนักมังกรฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยทรัพยากรเหล่านี้ จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักมังกรฟ้าของเจ้าอีกมาก” ราชาวานร กล่าวพลางยิ้มบางๆ



     “พี่ลิง ข้า……..” หลังจากได้เห็นการแสดงออกของราชาวานรนั้น เมื่อคิดย้อนกลับไปในตอนแรก ที่ ชูเฟิง ไม่เชื่อใจเขา และบังคับให้เขากินยาพิษเข้าไป ชูเฟิง จึงรู้สึกละอายใจ

ReadMGA.blogspot.com
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยคุณ#Abhisit