วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 482 - ผลที่ออกมา


        " พลังระดับนี้มัน!!!! " เห็นภูเขาสั่นสะเทือนและค่อยๆพัง ยุบลงไป กลายเป็นฝุ่นควันลอยฝุ้งไปทั่วทุกสารทิศ แม้แต่ภายนอกของเทือกเขายังได้รับผลกระทบจากพลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุด ชูเฟิง จึงตกใจอย่างมาก



เขาได้แต่ถอนหายใจอยู่ภายในจิตใจ โชคดีที่พื้นที่โดยรอบเทือกเขามังกรฟ้านั้นถูกทำลายด้วยน้ำมือของหุบเขาเทพกระบี่จึงไม่มีใครอาศัยอยู่อยู่เขตของเทือกเขามังกรฟ้า ไม่งั้นคนจำนวนมากคงล้มตายอีกไม่ใช่น้อย



       " พลังแค่นี้เทียบกับตอนที่อยู่หุบเขาเทพกระบี่ไม่ได้เลยสักนิด!!! " ในตอนนั้น เสียงก็ดังเข้ามาภายในหูของ ชูเฟิง เมื่อเขาเปิดตาดวงก็พบว่า จาง เทียนยี่ กำลังพูดกับตัวเอง



ตอนนั้นเฉพาะ ชูเฟิง เท่านั้นที่สามารถยิ้มได้ เพราะในวันนั้นเมื่อพลังของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ตื่นขึ้น ชูเฟิง นั้นสูญเสียสติสัมปชัญญะ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ถึงพลังทำลายล้างของตัวเองในวันนั้น



ในความเป็นจริง จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่ได้กลับไปดูสภาพของหุบเขาเทพกระบี่ เขาจึงไม่เคยเห็นพลังทำลายของตัวเอง มีแค่สิ่งที่ได้ยินจากปาก จื่อหลิง จาง เทียนยี่ และ ต้านต้าน เท่านั้น




* ตูมมมม * ทันในนั้นก็มีเสียงระเบิดดังอึกทึกทั่วเทือกเขามังกรฟ้า หลังจากควันหนาได้กระจายออก ชูเฟิงและคนอื่นๆก็ พบว่าพื้นที่ของสุสานพันกระดูกถล่มลงมา จนกลายเป็นภูเขาขนาดเล็ก



ตอนนั้น เขาได้ขมวดคิ้ว แม้ว่าสุสานพันกระดูกจะตั้งอยู่ใต้ดิน ดังนั้นเป็นไปได้ยากที่มันจะถล่มเข้าไปถึงส่วนลึก แต่สุสานพันกระดูกคงไม่ได้มีสภาพเช่นเดิม ณ ตอนนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเทือกเขามังกรฟ้า นั้นแสดงว่า ราชันย์วานรกำลังต่อสู้กับไข่มุกทั้งสอง และอาจกล่าวได้ว่าเป็นการต่อสู้ที่รุนแรง จนทำให้เทือกเขามังกรฟ้าได้รับผลกระทบ ไม่เพียงแค่นั้นแม้แต่บริเวณใกล้เคียงเองก็เช่นเดียวกัน



การต่อสู้ที่ดุเดือด ดำเนินมาเป็นเวลา 1 วัน 1 คืน ในที่สุด เที่ยงของวันถัดมาเสียงการต่อสู้ก็ค่อยๆสงบลง ดังในอดีต แต่เทือกเขามังกรฟ้ามีสภาพไม่เดิมกับเมื่อก่อน



ก่อนหน้านี้ที่ถูกพวกหุบเขาเทพกระบี่บุกทำลาย และตอนนี้ก็ยังได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ระหว่างราชันย์วานรและมุกทั้ง 2 แม้ปัจจุบันเทือกเขามังกรฟ้าจะกว่างใหญ่ แต่มันก็ไม่ได้ลาดชันเหมือนเมื่อก่อน



จำนวนยอดเขานั้นลดลง ภายในไม่กี่ลี้ ได้มีที่ราบปรากฏ แม้ว่าเทิอกเขามังกรฟ้าจะดูไม่แข็งแรง แต่ในความเป็นจริงมันเหมาะอย่างมากสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ และยังเหมาะสำหรับการสร้างสำนักขึ่นใหม่ เพราะมีพื้นที่ราบจากที่ภูเขาถล่ม



แต่ ชูเฟิงและคนอื่นๆไม่ได้มีกระจิตกระใจที่จะมานั่งชื่นชมภูเขาหัวโล้น พวกเขากังวลเกียวกับความปลอดภัยของ ราชันย์วานร ซูเหม่ย และซูรู่ มากยิ่งกว่า ซึ่งพวกเขาไม่รู้ว่ามุกอัคคีและมุกน้ำแข็งจะถูกผนึกสมบูรณ์แล้วหรือยัง



ยังไงก็ตาม ไม่มีใครกล้าที่จะลงไป เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าภายในสุสานพันกระดูกจะมีอันตรายรออยู่หรอไม่



       " ทำไมมันเงียบไปล่ะ พวกเขาจะเป็นปลอดภัยหรือเปล่า งั้นเดี่ยวข้าจะลงไปดู " ในที่สุด ชูเฟิง ก็พุ่งลงไป กลายเป็นเส้นแสงผ่าก้อนเมฆ ไปยังทางสุสานพันกระดูก



       " ชูเฟิง รอข้าด้วย !! " จื่อหลิงรีบพุ่งตามชูเฟิงไป



      " ศิษย์พี่จาง พาเราลงไปด้วย เราพร้อมจะร่วมเป็นร่วมตามกับศิษย์น้องชูเฟิง . " ในเวลาเดียวกัน , สาวกของสำนักมังกรฟ้าและคนอื่นๆโยนสายตาจ้องมองพวกชูเฟิง พร้อมกับขอร้อง จาง เทียนยี่ .


     
       " ท่านเจ้าสำนักนี้ . . . . . . !!! " ตอนนั้น จาง เทียนยี่ อยู่ในสถานการณ์ที่ยากจะตัดสินใจ ในที่สุดเขาก็โยนสายตาฉิ้งไปหา เจ้าสำนักมังกรสีฟ้า หลี่ จางฉิง 



       " เห้อ เทียนยี่ , พาพวกเราทั้งหมดไปเถอะ , บรรพบุรุษรุ่นแรกก็ยังอยู่ เราไม่สามารถทนอยู่เฉยๆเพื่อปลอดภัยของเราเองได้หรอก " หลี จางฉิง กล่าว



       " ตามใจท่านพวกท่าน!!!  "  จาง เทียนยี่  ไม่ลังเลอีกต่อไป เขานำคนของสำนักมังกรสีฟ้าโรงและตระกูลชูทั้งหมดลงมาด้านล่าง



แม้ว่าการเพาะปลูกในปัจจุบันของเขาจะเหนือกว่า หลี่ จางฉิง จนที่ว่าต่างกันราวกับฟ้ากับเหวหากจะเปรียบเทียบ แต่ไม่ว่ายังไง หลี่ จางฉิง ก็ยังเป็นเจ้าสำนัก เมื่อก่อนเขาก็ยังเคยช่วย จาง เทียนยี่ไว้ไม่น้อย ดังนั้น จาง เทียนยี่ และ ชูเฟิง ต่างก็นับถือ หลี่ จางฉิง จึงยอมเชื่อฟังคำสั่งเขา



ในขณะที่ฝูงชนลงมา ชูเฟิงก็เปิดทางเข้าเข้าสุสานพันกระดูก ในขณะที่เต็มไปด้วยความรู้สึกกดดัน แต่ยังไงพวกเขาก็ยังคงเดินเข้าไปในสุสานพันกระดูก



      " สวรรค์ นี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว "



ทันทีที่เข้ามาภายในสุสานพันกระดูกเกือบจะแทบทุกคนต่างมีสีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ แม้แต่ ชูเฟิง จื่อ หลิง และ จาง เทียนยี่ ที่เคยประสบกับเหตุการณ์ต่างๆมากมายมา ยังถึงกับขมวดคิ้วแน่นและยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจตลอดเวลา



มันเป็นเพราะภายในสุสานพันกระดูกทางที่จะเข้าไปยังสุสานจักรพรรดิ มันเป็นสถานที่ที่ผู้ก่อตั้งมังกรฟ้าที่อยู่จุดสูงสุดสร้างรูปแบบฯเอาไว้ ในระดับที่จัดว่าสุดแสนจะประทับใจ แม้แต่เป็น ชูเฟิง จือหลิง หรือ จาง เทียนยี่ พวกเขาก็ไม่สามารถทำลายได้



แต่บนนั้น กับมีรอยร้าวปรากฏขึ้นบริเวณผนังทางเข้าสุสาน หินกลิ้งระเกรื่อนระกร่านอยู่ที่พื้นนับไม่ถ้วน จนเต็มพื้น ภายในที่พวกเคยใช้อยู่อาศัย เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจะจำสภาพเดิมไม่ได้



แต่ ชูเฟิง ตอนนั้นไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ เขารีบเดินลึกเข้าไปในสุสานด้วยความรู้สึกที่ตรึงเครียด



ในที่สุด ชูเฟิง และคนอื่นๆ ก็ก้าวมาถึงที่ราชันย์วานร ซูรู่ และ ซูเหม่ย ประทับ



ผนังและพื้นตอนนั้นถูกทำลาย สิ่งรอบๆตัวของพื้นที่โดยรอบ เต็มไปด้วยรอยเผาไหม้ อีกทั้งพื้นที่อีกส่วนก็ยังเต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็ง



ในปัจจุบันราชันย์วานรล้มลงอยู่ใจกลางของระหว่างพื้นที่ทั้งสอง เสื้อผ้าพิเศษของเขาเกือบจะทั้งหมดขาดกระจุยกระจาย แม้แต่ขนยังมีรอยถูกไฟลวก และคราบน้ำแข็งที่เกาะจับ ใบหน้าของเขาซีดเป็นกระดาษ หากมองดีๆจะเห็นเลือดไหลออกที่มุมปาก เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดสาหัส



แต่โชคยังดีที่ราชันย์วานรยังมีชีวิตอยู่ ข้างหลังเขาก็มีรูปแบบอำนาจสีม่วงวางอยู่สองอัน ภายในนั้นคือ ซูรู่ และ ซูเหม่ย นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังมี ชีวิตอยู่



       " พี่ลิง เป็นอะไรไม๊ ? " ตอนนั้น ชูเฟิงวิ่งเข้าไปดูอาการอย่างรวดเร็ว ภายในหัวใจของเขาทั้งเจ็บปวด และก็ขอบคุณ



เพราะฉากตรงหน้าเขา ได้บอก ชูเฟิงทุกอย่าง หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดนั้นจบลง ราชันย์วานรเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ เขานั้นได้ทำสำเร็จในการผนึกมุกอัคคีและมุกน้ำแข็งภายในร่างของซูรู่ และ ซูเหม่ย อีกทั้งสองคนก็ยังปลอดภัย



แต่เนื่องจาก ราชันย์วานรต้องแลกด้วยราคาที่สาหัส ดังนั้นมันจึงทำให้ ชูเฟิง เจ็บปวดใจ อีกทั้งยังรู้สึกอับอาย  



       " ไอ้หนู อย่ามองข้าด้วยหน้าตาเหมือนกับกินแตงขม ข้ายังไม่ได้ตายสักหน่อย "



       " แต่ยังไงก็ตาม พลังของมุกทั้งสองนี้ได้ถูกผนึกอย่างสมบูรณ์ หรือไม่ก็ ต้องบอกว่าพลังของมันแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญอาณาจักร จ้าวแห่งทักษะ ก็ไม่สามารถเอาชนะมุกทั้งสองชนิดนี้ได้ "


       
" ไปดูภรรยา 2 คนของคุณ ในไม่กี่วัน เขาจะตื่นขึ้นอีกครั้ง . บางทีพวกเขาอาจจะได้รับผลประโยชน์บางอย่างจากสองไข่มุก " ยังคงมีรอยยิ้มที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับปีศาจ ราชาลิง หน้า แต่หลังจากคำพูดนั้นพูด มันเงียบ ดวงตาของมัน ร่างของมันล้มลง และเข้าสู่ภาวะหมดสติ


ReadMGA.blogspot.com
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

A : จะฟื้นแล้ว ไม่ต้องว่าวแล้วววว พี่เฟิงงงงง


B : ได้ซ่ำไม่พอ เมียมันยังเก่งจนเป็นบอดี้กาดได้ด้วย รู้ป่ะว่าตอน ซูรู่ ซูเหม่ยฟื้น นางมีพลังวิญญาณในระดับไหน


A : หึไม่รู้
ขณะนั้น A ได้ส่ายหน้า


B : งั้นรออ่านเอา . . . .
ขณะนั้น B ได้ยักคิ้วใส่ A ที่กำลังทำหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย


และแล้ว A ก็ทนความกวนตีนของ B ไม่ไหว จึงตะโกนออกไปว่า
A : พ่อมึงตายยยยยยยยยยยยยย