วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 489 – การเดินทางที่คุ้มค่า


     หลังจากที่เจ้าสำนักดอกบัวจากไปนั้น เจ้าสำนักไร้ตัวตนได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ ชูเฟิง และคนอื่นๆ



     เจ้าสำนักไร้ตัวตนได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ ชูเฟิง และคนอื่นๆ อย่างอบอุ่น หลังจากงานเลี้ยงจบลง และคนอื่นๆ พากันแยกย้ายไปพักผ่อนนั้น ชูเฟิง ได้ไปยังหอคอยไร้ตัวตนของสำนักไร้ตัวตน



     ขณะที่เข้าก้าวเจ้าสู่หอคอยไร้ตัวตนนั้น จิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง ได้ปรากฏออกมาที่ด้านหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา



     จิตวิญญาณดวงนี้เป็นของผู้ก่อตั้งสำนักไร้ตัวตน ผู้ที่สามารถประมือกับผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้าได้เมื่อพันปีก่อน ไร้ตัวตน เซินเหริน



     แต่ในตอนนี้ จิตวิญญาณของเขาดูอ่อนกำลังลงมาก หลังจากครั้งแรกที่ ชูเฟิง ได้พบกับเขา มันดูราวกับว่าจิตวิญญาณของเขากำลังจะจางหายไป และอาจจะอยู่ได้เพียงอีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น



     “ผู้อาวุโส ไร้ตัวตน เซินเหริน ข้าน้อยขอคาราวะ” แม้ว่า เซินเหริน จะตายไปแล้วกว่าพันปี แต่ ชูเฟิง ก็ให้ความเคารพต่อเขามาก



     “เจ้าหนุ่ม เจ้าช่างน่าประทับใจมาก เพียงเวลาแค่สองปี ความสามารถขอฝเจ้าก็พัฒนาจนเกินกว่าข้า และผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้า เมื่อครั้งอดีตไปมาก”



     “เหตุผลที่เจ้ามาที่นี่ เพื่อต้องการแหล่งอำนาจพลังวิญญาณจากข้าซินะ” จิตวิญญาณของเจ้าสำนักไร้ตัวตนลอยอยู่กลางอากาศ เขายิ้มบางขณะกล่าวกับ ชูเฟิง แต่น้ำเสียงบองเขาสามารถบอกได้เลยว่า เขาจะสลายไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เอง



     “ผู้อาวุโส ข้า……” เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามอย่างตรงไปตรงมาของผู้ก่อตั้งสำนักไร้ตัวตนนั้น ชูเฟิง กลับไม่สามารถกล่าวออกมาได้ เพราะมันเป็นอย่างที่ผู้ก่อตั้งกล่าว เขาต้องการแหล่งอำนายพลังวิญญาณของผู้ก่อตั้งสำนักไร้ตัวตน



     เพราะว่าผู้ก่อตั้งสำนักไร้ตัวตนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งในอดีต การบ่มเพาะพลังของเขาอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นแดนสวรรค์ หากได้แหล่งอำนาจพลังวิญญาณของเขามานั้น จะสามารถทำให้ระดับพลังของ ต้านต้าน พัฒนาได้มากยิ่งขึ้น เขาจึงไม่อาจพลาดโอกาสเช่นนี้ได้ และ ต้านต้าน เองก็เช่นกัน



     “เจ้าหนุ่ม ไม่ต้องกังวลไป นี่เป็นเรื่องธรรมดา” ผู้ก่อตั้งสำนักไร้ตัวตนกล่าว พลางยิ้มอย่างไม่แยแส และเขาก็กล่าวออกมาอีกว่า “หากเป็นเมื่อก่อน ข้าคงไม่ยอมให้ผู้ใดดูดซับแหล่งอำนาจพลังวิญญาณของข้า เพราะมันจะทำให้ข้าจากไปอย่างแท้จริง”



     “แม้วันนี้ข้าก็ยังคงคิดเช่นนั้น หากถูกดูดซับแหล่งพลังงานไป เหล่าผู้เชี่ยวชาญจะหายไปอย่างแท้จริง พวกเขาจะเหลือทิ้งไว้เพียงโครงกระดูกที่ไร้ประโยชน์เท่านั้น”



     “แต่ตอนนี้ข้าก็คิดว่ามันคงถึงเวลาแล้ว ข้ายินดีที่จะให้เจ้าดูดซับแหล่งอำนาจพลังวิญญาณของข้า ข้ามีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น เพราะเจ้าได้ช่วยเหลือสำนักไร้ตัวตนของข้าเอาไว้”



     “ไม่ว่าเจ้าจะทำลงไปด้วยเหตุผลใด อย่างน้อย สำนักไร้ตัวตนของข้าก็รอดพ้นจากวิกฤติมาได้”



     “ตามข้ามา ข้าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ข้าจะขอฝากทุกอย่างไว้กับเจ้า และข้าก็หวังว่าเจ้าจะคอยสนับสนุนสำนักไร้ตัวตนที่อ่อนแอของข้า ไม่ให้หายไปเร็วเกินไปนัก”



     หลังจากที่เขากล่าว เขาได้พา ชูเฟิง ไปยังชั้นสูงสุดของหอคอยไร้ตัวตน เมื่อไปถึงนั้น เขาได้ใช้ฝ่ามือขอฝเขาสัมผัสไปยังจิตกรรมบนฝาผนัง จากนั้นผนักนั้นก็มีการเคลื่อนไหว มันเป็นกลไกบางอย่าง ที่แม้แต่ ชูเฟิง ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้



     เมื่อผู้ก่อตั้งสำนักไร้ตัวตนเปิดใช้งานกลไกแล้วนั้น เขากลับลงมาด้านล่างของหอคอย ในขณะนี้ชั้นล่างของหอคอยได้ปรากฏอุโมงค์หนึ่งขึ้น และเมื่อ ชูเฟิง ติดตามเขาเข้าไป ชูเฟิง ก็พบว่าภายในอุโมงค์นั้นมีห้องลับอยู่



     ห้องลับนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก มันเป็นทรงสี่เหลี่ยม แต่ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามยิ่งนัก ที่กลางห้องนั้นมีโลงศพตั้งอยู่โดยที่ไม่มีสิ่งใดปกป้องเอาไว้ แต่ ชูเฟิง กลับรู้สึกเย็นเยียบภายในหัวใจของเขา



     “เข้าไป ทั้งหมดนั่นเป็นของเจ้า จงจำเอาไว้ว่า จงคอยสนับสนุนสำนักไร้ตัวตนของข้า” ผู้ก่อตั้งสำนักไร้ตัวตน กล่าวพลางยิ้มบางๆ ในขณะเดียวกันนั้น จิตวิญญาณของเขาก็ค่อยจางไป และแตกตัวออกจนหายไปราวกับควัน



     “เขาสลายรูปจิตวิญญาณของเขาแล้ว ก่อนที่เขาจะตายไปจริงๆ รีบให้ข้าออกไป ข้าจะปรับแต่งและดูดซับแหล่งอำนาจพลังวิญญาณของเขา” ต้านต้าน กล่าวอย่างตื่นเต้น



     โดยไม่รอช้า ชูเฟิง รีบเปิดประตูโลกวิญญาณของเขาออก จากนั้น ร่างอันงดงามของ ต้านต้าน ก็ปรากฏออกมายืนอยู่บนโลงศพอย่างรวดเร็ว



     “ว้าววว !! ชูเฟิง ชายคนนี้ไม่ได้โกหกเจ้าแม้แต่น้อย ที่นี่มีสมบัติอยู่มากมายเลย”



     ในขณะนั้น ใบหน้าอันงดงามของนางก็เต็มไปด้วยความสุข นางไม่รอช้ารีบอ้าปากเล็กๆ ของนาง และดูดซับแหล่งอำนาจพลังวิญญาณของ เซินเหริน อย่างรวดเร็ว



     ในทันทีนั้น ชูเฟิง สามารถสัมผัสได้ว่า จิตวิญญาณของ เซินเหริน ค่อยๆ จางหายไป โลกศพก็เปล่งแสงขึ้น และส่งไอเย็นออกมาอย่างชัดเจน



     เมื่อ ชูเฟิง ก้าวเข้าไปใกล้นั้น เขาก็พบว่าภายในโลงศพนั้น มีศพแห้งๆ อยู่ภายในนั้น และศพก็ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นหินสีฟ้าอย่างงดงาม อีกทั้งหินสีฟ้าเหล่านั้นยังให้ความเย็นที่มากกว่าน้ำแข็งออกมา



     สิ่งสำคัญคือชั้นหินเหล่านั้น มีพลังอำนาจของขั้นแดนสวรรค์สถิตย์อยู่ มันเป็นพลังงานขั้นแดนสวรรค์ที่เข้มข้นมาก นี่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่า ชั้นหินเหล่านี้คือของศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน



     “ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของผู้ก่อตั้งสำนักไร้ตัวตน สามารถคงอยู่ได้เพราะชั้นหินเหล่านี้ซินะ” ชูเฟิง กล่าว



     “ไม่ใช่เพียงแค่ชั้นหินเหล่านี้เท่านั้น แต่หอคอยแห่งนี้ยังสร้างจากวัสดุพิเศษบางอย่าง ด้วยพลังของทั้งสองสิ่งนี้ จึงทำให้จิตวิญญาณของเขาคงอยู่มาได้อย่างยาวนาน แต่ก็คงอยู่ได้เพียงแค่ในหอคอยนี้เท่านั้น หากเขาออกไปจากที่นี่ จิตวิญญาณของเขาก็จะสลายไปในทันที”



     “ชั้นหินเหล่านี้ไม่ใช่ของธรรมดา คนทั่วๆ ไปไม่สามารถดูดซับพลังงานของมันได้ แต่เจ้า ชูเฟิง เจ้าสามารถดูดซับพลังงานของมันได้ มันอาจจะทำใฟ้เจ้าสามารถก้าวเข้าสู่รัดับแปด ขั้นแก่นวิญญาณก็เป็นได้” ต้านต้าน กล่าว



     “ต้านต้าน เจ้า…….ทะลวงเข้าสู่รัดับสอง ขั้นแดนสวรรค์แล้วรึ !!” เมื่อเห็น ต้านต้าน อย่างชัดเจนนั้น ชูเฟิง รู้สึกตกตะลึงอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้นั้น ต้านต้าน มีพลังเพียงระดับเก้า ขั้นแก่นวิญญาณ แต่หลังจากที่นางดูดซับแหล่งอำนาจพลังวิญญาณของ เซินเหริน เข้าไปนั้น นางกลับสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสอง ขั้นแดนสวรรค์ได้อย่างรวดเร็ว



     หลังจากตะลึงไปพักใหญ่ ชูเฟิง จึงได้ทำความเข้าใจกับพลังของ ต้านต้าน ในตอนนี้นั้น นางแข็งแกร่งยิ่งกว่า ชูเฟิง ที่ใช้ยอดยุทธภัณฑ์เสียอีก



     แต่ ต้านต้าน ยังคงต้องการแหล่งอำนาจพลังวิญญาณมากขึ้น เพื่อให้เทียบได้กับอสูรวิญญาณของ จื่อ หลิง นางจึงต้องการแหล่งพลังงานมากกว่านี้



     ในตอนนี้ ต้านต้าน สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสอง ขั้นแดนสวรรค์ได้ จากระดับเก้า ขั้นแก่นวิญญาณ นี่หมายความว่า จิตวิญญาณของ เซินเหริน แข็งแกร่งมาก และในตอนที่เขามีชีวิตอยู่นั้น เขาจะต้องแข็งแกร่งสุดๆ อย่างแน่นอน



     “ฮี่ฮี่ ตาแก่นี่ไม่เลยเลย เขามีพลังถึงระดับแปด ขั้นแดนสวรรค์ และด้วยชั้นหินเหล่านี้ พลังของจิตวิญญาณของเขาจึงไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเพิ่มมากขึ้นด้วย” ต้านต้าน กล่าวอย่างร่าเริ่ง เพราะในตอนนี้พลังของนางพัฒนาขึ้นมาก นางจึงมีความสุขอย่างมากเช่นกัน



     “ดูเหมือนว่าการเดินทางในครั้งนี้จะคุ้มค่าจริงๆ” ชูเฟิง กล่าว พลางมองลงไปยังชั้นหินสีฟ้าที่อัดแน่นไปด้วยพลังขั้นแดนสวรรค์ มันทำให้เขาคิดว่า เขาสามารถก้าวเข้าสู่รัดับแปด ขั้นแก่นวิญญาณได้อย่างไม่ยากเย็น

ReadMGA.blogspot.com
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
A: เก่งขึ้นเร็ว จนน่าหมั่นไส้!!!

B : แค่นี้ยังไม่พอที่จะไป ภาคทะเลตะวันออกหรอก

A : ได้ข่าวว่า ชูเฟิง จะเจออาจารย์คนใหม่เร็วๆนี้

B : อ่อ เห็นว่าเป็นประมุขคนปัจจุบันของ พรรคมารทะลายราตรีด้วยล่ะ พรรคนั้นเป็นขุมอำนาจอันดับ 1 ของ ทะเลตะวันออก . . . . .