วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 491 – นั่นมันอะไร



     ***** ครืนนนนนนนนนนนนนน *****



     เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น พร้อมกับเปลวไฟราวกับอุกกาบาตที่พุ่งมาจากขอบฟ้า จุดหมายของมันคือหุบเขาไร้ตัวตน



     ในขณะที่เปลวไฟนั้นใกล้เข้ามา หุบเขาไร้ตัวตนก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง มันราวกับว่าในตอนนี้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น



     “แย่แล้ว ชูเฟิง , จื่อ หลิง , ท่านรองเกา รีบตามข้ามาเร็ว !!” เมื่อเปลวไฟใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นั้น เจียง เฮิงหยวน ตะโกนขึ้น พร้อมกับทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิง และคนอื่นๆ ไม่รอช้า พวกเขารีบก้าวออกมาด้านนอกอย่างรวดเร็ว



     เมื่อ เจียง เฮิงหยวน ออกมาด้านนอก และหยุดอยู่ที่อาณาเขตของสำนักไร้ตัวตน เขารีบวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณอย่างรวดเร็ว



     ในตอนนั้น ทุกคนก็สามารถเข้าใจได้ทันที เมื่อพวกเขาเห็นเปลวไฟนั้นใกล้เข้ามา หากเปลวไฟเข้าปะทะกับหุบเขาไร้ตัวตนนั้น แน่นอนเลยว่าระรอกพลังจะต้องส่งผลมายังสำนักไร้ตัวตนอย่างแน่นอน



     ดังนั้น พวกเขาจึงรีบวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นแล้ ว สำนักไร้ตัวตนที่อยู่มากว่าพันปีจะต้องถูกทำลายลงอย่างแน่นอน



     แต่สำนักไร้ตัวตนนั้นมีขนาดใหญ่มาก ดังนั้นการวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณจึงต้องใช้เวลาอย่างมาก มันดูเหมือนกับภารกิจที่ไม่อาจทำให้สำเร็จได้



     แต่ด้วยผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้าร่วมพลังกัน พวกเขาจึงสามารถวางรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณสีฟ้าขึ้นสู่ท้องฟ้าได้



     “โอ้ววว !! ยอดเยี่ยมมาก สมแล้วที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของเก้าอาณาจักร”



     เมื่อเห็นรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณสีฟ้าเริ่มก่อตัวขึ้นไปนั้น สมาชิกของสำนักไร้ตัวตนก็พากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าสำนักไร้ตัวตนที่เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก



     ไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งของ เจียง เฮิงหยวน เท่านั้น แต่รวมถึงความแข็งแกร่งของผู้เชี่ยวชาญจากนิกายโลกวิญญาณ ก็ทำให้พวกเขารู้สึกชื่นชมออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจของพวกเขาอย่างแท้จริง



     แต่บุคคลที่พวกเขาชื่นชมมากที่สุดก็คือ ชูเฟิง เมื่อสองปีก่อนนั้น ชูเฟิง เป็นเพียงผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีเทา ในตอนนั้นเขาก็แข็งแกร่งอย่างมากแล้ว



     แต่ในปัจจุบันนั้น หลังจากเวลาเพียงแค่สองปี ชูเฟิง ก็สามารถก้าวเข้าสู่ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีฟ้าได้ ความแข็งแกร่งของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก พวกเขาจึงพากันชื่นชมออกมาจากใจจริงของพวกเขา



     ***** ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม *****



     เมื่อเปลวไฟเหล่านั้นเข้าปะทะกับรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณนั้น มันทำให้สำนักไร้ตัวตนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เหล่าผู้อาวุโส และเหล่าลูกศิษย์ต่างได้รับผผมกระทบจนไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ แม้แต่ตำหนักที่ได้รับการคุ้มครองจากรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณยังได้รับแรฝกระแทกจนเกิดรอยร้าวขึ้น



     เมื่อเปลวไฟดังกล่าวตกลงมานั้น ได้สร้างคลื่นพลังที่รุนแรงแผ่กระจายออกมาเป็นวงกว้าง



     ทุกๆ ที่ที่เปลวไฟนั้นพาดผ่าน ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดรอดชีวิตออกมาได้ ทุกอย่างถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง



     “เร็วเข้า !! มีสมาธิกับการเสริมรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ ไม่เช่นนั้น สำไร้ตัวตนจะต้องถูกทำลาย !!” เมื่อเห็นคลื่นพลังแผ่กระจายออกมานั้น เจียง เฮิงหยวน รีบตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว



     ในเวลานั้น ชูเฟิง และคนอื่นๆ ต่างตั้งมั่นอย่างแท้จริง พวกเขารีบเสริมสร้างความแข็งแกร่งของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณอย่างสุดกำลัง



     สุดท้ายนี้น ด้วยความร่วมมือกันของทุกคนรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณก็สามารถต้านรับคลื่นพลังนั้นได้



     อาจกล่าวได้ว่าพลังทำลายของเปลวไฟนั้นรุนแรงมาก แม้แต่ ชูเๆง กับทุกๆ คนร่วมมือกัน พวกเขายังได้รับแรงกดดันอย่างหนัก



     เพราะแม้ไม่ได้รับพลังของเปลวไฟนั้นโดยตรง เพียงแค่คลื่นพลังที่แผ่กระจายออกมายังรุนแรงมากขนาดนี้



     เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายนั้น ทุกๆ คนต่างมองไปยังสภาพโดยรอบ พร้อมกับขมวดคิ้วขึ้น แววตาของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความตกตะลึง



    มันเป็นเพราะป่าโดยรอบที่เคยเขียวชอุ่มก่อนหน้านี้ ปัจจุบันได้กลายทะเลเพลิง แม้แต่อากาศด้านบนยังบิดเบี้ยวด้วยความร้อน



     “นี่มันอะไรกัน !!” ในขณะนั้น จาง เทียนยี่ พุ่งทะยานออกไป เขากล่าวด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง



     “พลังขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่ง มันคงจะเป็นสมบัติบางอย่างที่ทรงพลังอย่างมากแน่ มีใครจะออกไปตรวจสอบกับข้าหรือไม่” เจียง เฮิงหยวน กล่าวพร้อมกับกวาดสายตาไปที่เหล่าผู้คนรอบข้าง



     “ท่านเจียง ทะเลเพลิงนี้รุนแรงมาก ข้าว่ามันยังไม่เหมาะที่จะออกไปตรวจสอบในขณะนี้” รองเกา กล่าวออกมาด้วยความกังวล



     “ข้าจะไป” ชูเฟิง กล่าวพลางพยักหน้า



     “ข้าก็จะไปด้วย !!” จาง เทียนยี่ กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น เขาไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย



     “ไม่ว่ายังไงก็ตาม หากมันพุ่งเป้ามาที่เรา พวกเราก็ไม่อาจหลีกหนีอันตรายนี้ได้ แต่หากมันไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เรา และเป็นดังที่คาดการณ์ ว่ามันคือสมบัติที่ทรงพลัง พวกเราก็ไม่ควรพลาดโอกาสเช่นนี้”



     ฉี เฟิงหยาง กล่าวออกมา ต่อหน้าเหล่าผู้เชี่ยวชาญทุกคน พวกเขาต้องการที่จะออกไปสำรวจ แม้ว่าทะเลเพลิฝนั้นจะรุนแรงอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่อยากพลาดโอกาสเช่นกัน



     หลังจากตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น เจียง เฮิงหยวน ก็นำทุกคนออกไป เขากลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังทะเลเพลิง



     พวกเขาไม่สามารถเข้าไปในทะเลเพลิงได้ มันมีบางอย่างที่ปิดกั้นพวกเขาเอาไว้ มันไม่ใช่รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ แต่เป็นบางอย่างที่พวกเขาไม่สามารถทะลวงเข้าไปได้ ทางเดียวที่พวกเขาจะเข้าไปได้นั้น คือการเดินผ่านทะเลเพลิงเข้าไป



     แต่โชคยังดีที่พลังของเปลวเพลิงไม่ได้รุนแรงจนเกินไป พวกเขาทุกคนสามารถก้าวเข้าไปยังทะเลเพลิงได้อย่างไม่ยากเย็นนัก พอดข้าไม่ได้ระยะหนึ่ง ฉี เฟิงหยาง และคนอื่นๆ ที่มีพลังเพียงระดับหนึ่ง ขั้นแดนสวรรค์ก็ไม่สามารถก้าวต่อไปได้ พวกเขาจำต้องถอยออกมา



     สุดท้าย จึงเหลือเพียง ชูเฟิง , จื่อ หลิง , เจียง เฮิงหยวน , จาง เทียนยี่ และรองเกาแห่งนิกายโลกวิญญาณ ที่สามารถไปต่อได้



     แม้แต่ จื่อ หลิง ยังต้องปลดปล่อยพลังของกายศักดิ์สิทธิ์ และอำนาจพลังวิญญาณของนางออกมา เพื่อต้านทานพลังของเปลวเพลิง



     สำหรับรองเกานั้น เขาได้ใช้อำนาจพลังวิญญาณในการต้านทานพลังเปลวเพลิง แต่เขาก็ยังได้รับแรงกดดันอย่างมาก



     ในขณะนั้น มีเพียง เจียง เฮิงหยวน เท่านั้น ที่ไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษใดๆ ในการเข้าไป เพราะเขามีพลังระดับเจ็ด ขั้นแดนสวรรค์



     “โธ่……..เปลวเพลิงนี่มันรุนแรงจริงๆ สิ่งใดกันที่อยู่ภายในใจกลางของเปลวเพลิงนี้” ในขณะนั้น ชูเฟิง ได้ใช้พลังของสายฟ้าทั้งสองสาย จนพลังของเขาพุ่งขึ้นสู่ระดับหนึ่ง ขั้นแดนสวรรค์ แต่เขาก็ยังคงได้รับแรงกดดันอย่างมหาศาล



     เปลวเพลิงเหล่านี้แข็งแกร่งมาก หากเขาไม่มีทักษะเร้นลับเกราะเต่าทมิฬ เขาก็ไม่สามารถเข้ามาถึงตรงนี้ได้

ReadMGA.blogspot.com
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยคุณ#Abhisit